สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต

YouTube Preview Image

พระมหาปัญญา วิสุทโธ

————————————————-

ลมหายใจแห่งความเป็นมนุษย์เป็นสิ่งมีค่า

ลองถามตัวเองดูว่า ชีวิตในหนึ่งวัน มีอะไรเกิดขึ้นมากกว่ากัน ระหว่างการกระทำที่เป็นกุศลหรือการกระทำที่เป็นอกุศล

กว่าจะเกิดเป็นมนุษย์ยากแสนยาก รักษาไว้ก็ยังยาก แล้วทำไมถึงยังปล่อยให้อกุศลเกิดขึ้นในชีวิตกันมากกว่า

ความดีที่เราทำในแต่ละขณะของชีวิต แม้เพียงเล็กน้อย ก็มีคุณค่า เพราะมันช่วยมอบคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ให้กับเรา ดีกว่าปล่อยใจให้หลงระเริงไปกับกิเลสไม่จบสิ้น

 

โบยบินสู่ความว่าง

YouTube Preview Image

ดร. วรภัทร ภู่เจริญ

16 กันยายน 2557

ทาน ศีล ภาวนา ทำแต่อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้

สโมธาน หมายถึง หนึ่งเดียวไม่สามารถไปได้ ต้องไปด้วยกัน สรรพสิ่งเกื้อกูลกัน มีผลต่อกัน

หลักธรรมต่างๆ ที่พาไปสู่ความหลุดพ้น จึงต้องปฏิบัติควบคู่กันไปทั้งหมด

 

โบยบินสู่ความว่าง ด้วยหลัก “4 4 4 5 5 7 8” เป็นอย่างไร

มาเรียนรู้อย่างสนุกสนานจากการบรรยายฉบับเต็มของ ดร.วรภัทร ได้ที่นี่

ชวนตักบาตรเพ็ญพุธ

ก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เทศนาโปรดนาคชื่อ อปลาละ
โปรดช่างปั้นหม้อ หญิงจัณฑาล และนางโคบาลแล้ว
เสด็จสู่เมืองมถุรา ณ ที่นั้น ได้มีพุทธดำรัสกับพระอานนท์ว่า…

“ดูก่อนอานนท์ ณ นครมถุรานี้ อีกร้อยปีแต่ตถาคตนิพพานแล้ว
จะมีคนขายน้ำหอมชื่อ คุปตะ เขาจะมีลูกชื่อ อุปคุต
ซึ่งจะได้เป็นอนุพุทธ ท่านผู้นี้จะทำงานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป
เทศนาของท่านผู้นี้จะช่วยให้ภิกษุเป็นอันมาก
เอาชนะกิเลสมารได้ จนเข้าถึงอรหันตผล พระอรหันต์จะมีมาก
จนมีปริมาณเต็มถ้ำ ซึ่งยาว ๑๘ ศอก กว้าง ๑๒ ศอก
แต่ละรูปจะถือไม้ศาลากายาว ๔ นิ้ว
อานนท์ นอกไปจากนี้แล้ว พระอุปคุตรูปนี้ จะเป็น ‘เอตทัคคะ’
ในบรรดาธรรมถึกทั้งหลายของเรา”

“พระอุปคุต” จึงเป็นพระอรหันต์องค์สำคัญหลังสมัยพุทธกาล
ท่านบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ขีณาสพ สำเร็จอภิญญาต่างๆ
เป็น ‘พระธรรมกถึก’ คือ ผู้กล่าวสอนธรรม คือ ผู้แสดงธรรมหรือนักเทศน์
การเทศนาแสดงธรรมของท่าน แม้ในวันเดียวกันก็ทำให้พระภิกษุจำนวน ๑๘,๐๐๐ รูป
ได้บรรลุสำเร็จเป็นพระอรหันต์ขีณาสพเช่นเดียวกัน

ตามตำราและคำบอกเล่าของครูบาอาจารย์ผู้สำเร็จธรรม
กล่าวว่า พระอุปคุต ท่านมีปฏิปทาดำเนินไปในทางสันโดษ มักน้อย
เนรมิตเรือนแก้วขึ้นในท้องทะเลหลวง (สะดือทะเล)
เข้าฌานสมาบัติเสวยวิมุตติสุขอยู่ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
ท่านจะออกจากสมาบัติ ขึ้นมาบิณฑบาตในโลกมนุษย์
เฉพาะในวันเพ็ญพุธ (วันเพ็ญที่ตรงกับวันพุธ)
แล้วจะลงไปอยู่ประจำที่กุฏิแก้วในท้องทะเลหลวงเช่นเดิม

ดังนั้น เมื่อวันเพ็ญพุธมาถึง
ชาวบ้านจึงมักตื่นกลางดึก เพื่อเตรียมอาหารไว้ใส่บาตรพระอุปคุต
จนเกิดประเพณี ‘ตักบาตรเที่ยงคืน’ โดยมีคติความเชื่อว่า
หากผู้ใดได้ทำบุญตักบาตรพระอุปคุตแล้ว จะได้อานิสงส์มากล้น
เกิดโชคลาภ และความเป็นสิริมงคลในชีวิตอย่างประมาณมิได้
ซึ่งปีนี้ตรงกับ วันพุธที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

การนี้ มูลนิธิธรรมดี ร่วมกับกลุ่มเพ็ญพุธประจวบคีรีขันธ์
และเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ จึงขอเชิญชวนชาวพุทธมามกะ
ชวนร่วมทริป “ประจวบคีรีขันธ์ ตักบาตรเพ็ญพุธ บูชาหลวงปู่อุปคุต”
ใส่บาตรพระ ๘๗ รูป วันที่ ๗-๙ ตุลาคม ศกนี้ (๓ วัน ๒ คืน)
ณ มณฑลพิธีที่ประดิษฐานองค์หลวงปู่พระอุปคุตอรหันตเจ้า
สวนสาธารณะ เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์
เพื่อร่วมกันตักบาตรถวายหลวงปู่อุปคุต และอัญเชิญบารมีองค์หลวงปู่อุปคุต
ให้ปกปักผืนแผ่นดินไทย แผ่นดินธรรม เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา
ให้ดำรงคงถ้วนถึง ๕,๐๐๐ ปี

และครั้งนี้นับเป็นโอกาสมหามงคลยิ่ง ที่คนไทยในแผ่นดินรัชกาลที่ ๙ ทุกคน
จะได้น้อมนำมหากุศลครั้งนี้ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ผู้เป็นที่รักยิ่งและเทิดทูนสูงสุด ซึ่งประทับอยู่ ณ วังไกลกังวล
ให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยสืบไป

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐๒ ๖๑๐ ๒๓๘๘, ๐๒ ๖๑๐ ๒๓๙๘
หรือทางออนไลน์ที่ http://goo.gl/3DHvp4

น้อมคารวะทุกดวงจิตที่ดีงาม

ความจริงของโลกและชีวิต

YouTube Preview Image

พระภาสกร online cialis ภูริวฑฺโน

เพราะอยากจึงทุกข์ เพราะอยากจึงสุข

ของในโลกนี้มีเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้นมีอยู่เพราะเหตุปัจจัย และเราเองก็เป็นแค่ 1 ในเหตุปัจจัยเหล่านั้น จึงไม่สามารถไปกำหนดหรือควบคุมเหตุปัจจัยอื่นให้เป็นไปในแบบที่ต้องการได้

ถ้าเราตั้งความอยากไว้ในระดับธรรมดาที่พอจะเป็นไปได้ สอดคล้องกับธรรมชาติ ก็เป็นเรื่องง่ายที่เราจะมีความสุข

แต่หากเราอยากสวนกระแสธรรมชาติ มีความอยากที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือเป็นไปได้ยาก ความทุกข์ก็ย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

จึงเป็นเหตุผลให้ต้องเรียนรู้ความจริงของโลกและชีวิต เพื่อปรับความอยากของเราให้กลมกลืนกับกฎธรรมชาติ

ไว้อาลัยอาจารย์ถวัลย์

2

“พ่อไม่ต้องกังวล เพราะพ่อจะไม่ไปไหน พ่อจากไปแต่เพียงร่างกาย
แต่ผลงานศิลปะที่มาจากหัวใจ จิตวิญญาณ และลมหายใจที่พ่อสร้างทิ้งไว้
จะเป็นอมตะตลอดกาล พ่อคือผู้สร้าง และลูกคือผู้รักษา
หลับให้สบายนะพ่อ เลือดของพ่อยังไหลเวียนในกายลูกเสมอ
และเราจะพบกัน…รักพ่อสุดหัวใจ
กราบเท้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย”
3/9/14
ดอยธิเบศร์ ดัชนี

วลีเอื้อนเอ่ยกินใจ…อย่างหาใดเทียบ…
วาจาของผู้สืบทอดผลงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก
ถ้อยคำอาลัยนี้เอ่ยออกมาจากท่าน “ดอยธิเบศร์ ดัชนี”
ผู้เป็นลูกของอาจารย์ “ถวัลย์ ดัชนี”
ศิลปินแห่งชาติ และเป็นผู้มีฝีมืออันดับต้นๆ ของโลก
อาจารย์สามารถใช้ประสิทธิภาพของสมองทั้งสองด้านได้อย่างดีเยี่ยม
ท่านไม่เพียงแต่เป็นปรมาจารย์ด้านศิลปะเท่านั้น
ด้านตรรกะและด้านการบริหารยังหาใครในโลกเทียบได้ยากยิ่งนัก
ในฉบับนี้ ผมคงมิบังอาจเขียนข้อความฟุ้งเฟ้ออะไรมาก
เพราะด้วยปัญญาและความสามารถของผมเพียงเท่านี้
หากใส่คำแต่งเติมจากแนวคิดอันอ่อนด้อย
เกรงว่าจะไม่สามารถเอ่ยบรรยายความยิ่งใหญ่ของอาจารย์ได้ครบบริบูรณ์
หากเทียบกับปัญญาความสามารถของผม…
ผมคงเป็นได้แค่แมสเซนเจอร์ (Messenger)
ที่มีหน้าที่ส่งข่าวสารข้อมูลให้กับท่านผู้อ่านเท่านั้น
คุณผู้อ่านลองอ่านถ้อยคำที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวในอดีตไว้ละกันครับว่าลึกซึ้งเพียงใด

“ผมต้องการความรู้สึก ผมไม่ต้องการความเข้าใจ
ถ้าความเข้าใจเป็นเรื่องของทฤษฎี…เป็นอีกซีกสมองด้านหนึ่ง
ผมเป็นสุนทรียารมณ์ของมนุษยชาติ ผมเป็นลมหายใจของมนุษยชาติ
ผมเป็นจิตวิญญาณของมนุษยชาติ
เพราะฉะนั้นผมต้องการความเข้าใจแต่น้อย แต่ผมต้องการความรู้สึก”
อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

“อย่าเพิ่งคลั่งชาติ อย่าเพิ่งหลงชาติ
ว่าความเป็นเอกลักษณ์ ความเป็นปัจเจกของศิลปะไทยนั้นเป็นยังไง
ศิลปะไทยเนี่ยเพิ่งแย้มกลีบบาน เพิ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ที่บ่มเพาะเอาไว้
อย่าพึงไปติดยึดกับรูปแบบหรือเนื้อหา
ให้เข้าใจปรัชญาและเนื้อแท้ของจิตวิญญาณนั้นก่อนว่าอะไรคือความเป็นไทย
เพราะถ้าเราคลั่งชาติ เราหลงชาติ เราบ้าชาติ เราก็จะหาตัวเองไม่พบ”
อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

“ผมก็ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน ผมหายใจอยู่ หายใจเนี่ยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ลมหายใจเป็นสิ่งที่แผ่วเบา แต่เป็นอย่างเดียวที่ทำให้คุณรู้ได้ ตระหนักได้ว่า
คุณเป็นมนุษย์อยู่ (คุณจะเป็นอะไร อันนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ)
ลมหายใจต่างหากที่เป็นของที่บางเบา ทำให้เรารู้ว่าเรามีชีวิตอยู่
แล้วเมื่อเรามีชีวิตอยู่นั้นแหละ เราก็จะมีจิตสำนึกว่า
เราควรจะทำอะไรเหมาะสมกับการดำเนินชีวิตหรือการดำรงชีวิต
ก็แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอ พอแล้วเท่านี้พอแล้วหายใจอยู่”
อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

“ตอนผมเล็กๆ นะ ผมจะไม่กลับเมืองไทย…แต่ไปเจออาจารย์คึกฤทธิ์
ท่านถามว่า “คุณจะกลับบ้านไหม” ผมตอบว่ายังไม่กลับ จะอยู่ที่นี่เลย
อาจารย์คึกฤทธิ์ท่านบอกว่า “หมาดีมันไม่ไปไกลเจ้าของหรอก”
แล้วผมก็นึกแย้งในใจ หนึ่ง ผมไม่ใช่หมา สอง ผมไม่มีเจ้าของ
แต่พอผมโตขึ้นมาแล้วถึงรู้ว่าเจ้าของของผมนั้นคือประเทศไทย
และผมเป็นหมาที่ดี และผมกลับบ้าน เพราะรู้ว่าความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
คือวัฒนธรรมของผม คือศาสนาของผม คือประเทศชาติของผม
คือในหลวงของผม คือแผ่นดินของผม”
อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

ลึกซึ้งอย่างหาใดเปรียบได้กับถ้อยคำของบุคลากรระดับโลก
ขอร่วมไว้อาลัยให้กับอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี สู่มรรคผลนิพพาน

Credit

รักษากาย ใจให้บริสุทธิ์

หลวงปู่ไม อินทสิริ

26 มีนาคม 2557

…เมื่อจิตเราถอนออกจากสมาธิแล้ว เราก็จะมาพิจารณาว่า มันไม่มีอะไรสู้ความสงบ สู้ความรู้ ความสว่างได้เลย ความสว่างนี้แต่ก่อนเราลืมตาเราถึงเห็น แต่ขณะนี้ เราไม่ได้ลืมตาเราก็เห็น ธรรมะของพระพุทธเจ้านี้ตั้งใจปฏิบัติ มันรู้จริงเห็นจริง พอจิตนึกอย่างนี้ มันก็จะน้อมไปหาพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าไม่ได้โกหกเรา ท่านเมตตาเราจริงๆ ถึงได้อบรมสั่งสอนโลกทั้งหลาย ให้มนุษย์ สัตว์โลกทั้งหลายตั้งใจประพฤติปฏิบัติ ถึงมีข้อกติกา ให้มีการรักษาศีล ให้เจริญเมตตาภาวนา ปฏิบัติโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย เมื่อจิตได้สมาธิมันจะหายเหนื่อยไปโดยอัตโนมัติ

… เมื่อจิตถอนออกจากสมาธิ ถึงได้เอามาพิจารณาดูว่า คนเราเกิดมา ไปยินดีอยู่ตรงไหน อันไหนมันดี อันไหนมันจีรังยั่งยืน มันไม่มีซักอย่าง ถ้าเราไปเปรียบเทียบกับคำสอนของพระพุทธเจ้า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ถ้าธรรมะเกิดขึ้นมา เราก็จะไม่อยากมีภพ ชาติ ไม่อยากแก่ เจ็บ ตายอีกต่อไป  YouTube Preview Image

สังคมก้มหน้า

YouTube Preview Image

พระพรพล ปสันโน

2 กันยายน 2557

“คนยุคนี้ให้ความสำคัญกับโลกเสมือนจริงมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนมากขนาดแทบทุกลมหายใจ จนไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตและจิตใจ ไม่ให้ความสำคัญกับปัจจุบันขณะ ว่าเรากำลังคิดอะไร พูดอะไร ทำอะไร

“นี่คือโมหะหรือความหลงที่น่ากลัว ที่เกิดขึ้นในโลกยุคโซเชียลมีเดีย เมื่อเราล่องลอยไปในนั้นบ่อยๆ สมาธิก็เหลือน้อย สติก็เหลือน้อย ความอดทนก็มีน้อย พอเคยชินก็จะทำอะไรประณีตละเอียดอ่อนไม่ค่อยได้ เรื่องของจิตใจยิ่งละเอียดกว่านั้นมากมาย อย่างนี้จะไปจับอารมณ์ได้หรือ จะกรองอารมณ์ที่ไม่ดีออกไปได้หรือ…

“ตรงข้ามกับคนที่เจริญสติอย่างจริงจังเป็นประจำ จิตจะสงบมีสมาธิ ไม่ตกไปในห้วงความหลง ความเผลอ ในความสะดวกสบายของยุคใหม่ มองเห็นความจริงของร่างกาย ความจริงของชีวิต ว่าแม้โลกยุคนี้จะมีวิทยาการ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่ความทุกข์ ความไม่เที่ยง ก็ยังเกิดขึ้น ทำให้เราใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท…”

อานาปานสติ

YouTube Preview Image

พระพงษ์สวัสดิ์ ธีปธัมโม

20 สิงหาคม 2557

“อานาปานสติอันบุคคลเจริญกระทำให้มากแล้วย่อมมีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่ 2 ประการคือ อรหัตผลในปัจจุบัน และอนาคามี

พระอรหันต์คือผู้ที่ละราคะ (ความกำหนัดยินดีพอใจในรูป) โทสะ(ความไม่พอใจ ความไม่สบายกาย-ใจ) และโมหะ (ความไม่รู้ ความหลง) ลงได้ สามสิ่งนี้เกิดได้เพราะความคิด เมื่ออานาปานสติเจริญแล้ว จิตอยู่กับลมหายใจอย่างสนิทแนบแน่น จิตย่อมไม่คิดเรื่องอื่น เมื่อไม่คิด ราคะ โทสะ โมหะ ก็ดับหมด เท่ากับได้อรหัตผลในปัจจุบัน

เมื่อจิตแนบสนิทกับลมหายใจ ผัสสะย่อมดับ กรรมย่อมดับ เมื่อทำได้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ย่อมสิ้นกรรม สิ้นทุกข์

ลมหายใจคือที่ดับไม่เหลือแห่งผัสสะ ที่ดับไม่เหลือแห่งทุกข์ ความเกิดของกรรมจะไม่มีอีกต่อไป ไม่ต้องชดใช้กรรมอีกต่อไป”

พุทธวจน

https://scamquestra.com/20-kak-vse-nachinalos-u-finansovoy-piramidy-questra-agam-17.html

แทนคุณพ่อแม่ด้วยธรรมะ

YouTube Preview Image

อาจารย์สุภีร์ ทุมทอง

“ถึงเอาพ่อแม่โอบอุ้มขึ้นบ่า ดูแลเป็นอย่างดี ก็ยังไม่สามารถตอบแทนคุณท่านได้หมด เท่ากับการชักจูงท่านสู่ธรรมะ แนะนำให้ท่านตั้งมั่นในศรัทธา ตั้งอยู่ในศีล ถึงพร้อมด้วยการเสียสละ และตั้งมั่นในปัญญาเข้าถึงความเกิดและความดับ”

พบกับสาระธรรมดีๆ อีกมากมายจากอาจารย์สุภีร์ ทุมทอง ได้ในคลิปบรรยายฉบับเต็ม