ไว้อาลัยอาจารย์ถวัลย์

2

“พ่อไม่ต้องกังวล เพราะพ่อจะไม่ไปไหน พ่อจากไปแต่เพียงร่างกาย
แต่ผลงานศิลปะที่มาจากหัวใจ จิตวิญญาณ และลมหายใจที่พ่อสร้างทิ้งไว้
จะเป็นอมตะตลอดกาล พ่อคือผู้สร้าง และลูกคือผู้รักษา
หลับให้สบายนะพ่อ เลือดของพ่อยังไหลเวียนในกายลูกเสมอ
และเราจะพบกัน…รักพ่อสุดหัวใจ
กราบเท้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย”
3/9/14
ดอยธิเบศร์ ดัชนี

วลีเอื้อนเอ่ยกินใจ…อย่างหาใดเทียบ…
วาจาของผู้สืบทอดผลงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก
ถ้อยคำอาลัยนี้เอ่ยออกมาจากท่าน “ดอยธิเบศร์ ดัชนี”
ผู้เป็นลูกของอาจารย์ “ถวัลย์ ดัชนี”
ศิลปินแห่งชาติ และเป็นผู้มีฝีมืออันดับต้นๆ ของโลก
อาจารย์สามารถใช้ประสิทธิภาพของสมองทั้งสองด้านได้อย่างดีเยี่ยม
ท่านไม่เพียงแต่เป็นปรมาจารย์ด้านศิลปะเท่านั้น
ด้านตรรกะและด้านการบริหารยังหาใครในโลกเทียบได้ยากยิ่งนัก
ในฉบับนี้ ผมคงมิบังอาจเขียนข้อความฟุ้งเฟ้ออะไรมาก
เพราะด้วยปัญญาและความสามารถของผมเพียงเท่านี้
หากใส่คำแต่งเติมจากแนวคิดอันอ่อนด้อย
เกรงว่าจะไม่สามารถเอ่ยบรรยายความยิ่งใหญ่ของอาจารย์ได้ครบบริบูรณ์
หากเทียบกับปัญญาความสามารถของผม…
ผมคงเป็นได้แค่แมสเซนเจอร์ (Messenger)
ที่มีหน้าที่ส่งข่าวสารข้อมูลให้กับท่านผู้อ่านเท่านั้น
คุณผู้อ่านลองอ่านถ้อยคำที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวในอดีตไว้ละกันครับว่าลึกซึ้งเพียงใด

“ผมต้องการความรู้สึก ผมไม่ต้องการความเข้าใจ
ถ้าความเข้าใจเป็นเรื่องของทฤษฎี…เป็นอีกซีกสมองด้านหนึ่ง
ผมเป็นสุนทรียารมณ์ของมนุษยชาติ ผมเป็นลมหายใจของมนุษยชาติ
ผมเป็นจิตวิญญาณของมนุษยชาติ
เพราะฉะนั้นผมต้องการความเข้าใจแต่น้อย แต่ผมต้องการความรู้สึก”
อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

“อย่าเพิ่งคลั่งชาติ อย่าเพิ่งหลงชาติ
ว่าความเป็นเอกลักษณ์ ความเป็นปัจเจกของศิลปะไทยนั้นเป็นยังไง
ศิลปะไทยเนี่ยเพิ่งแย้มกลีบบาน เพิ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ที่บ่มเพาะเอาไว้
อย่าพึงไปติดยึดกับรูปแบบหรือเนื้อหา
ให้เข้าใจปรัชญาและเนื้อแท้ของจิตวิญญาณนั้นก่อนว่าอะไรคือความเป็นไทย
เพราะถ้าเราคลั่งชาติ เราหลงชาติ เราบ้าชาติ เราก็จะหาตัวเองไม่พบ”
อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

“ผมก็ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน ผมหายใจอยู่ หายใจเนี่ยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ลมหายใจเป็นสิ่งที่แผ่วเบา แต่เป็นอย่างเดียวที่ทำให้คุณรู้ได้ ตระหนักได้ว่า
คุณเป็นมนุษย์อยู่ (คุณจะเป็นอะไร อันนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ)
ลมหายใจต่างหากที่เป็นของที่บางเบา ทำให้เรารู้ว่าเรามีชีวิตอยู่
แล้วเมื่อเรามีชีวิตอยู่นั้นแหละ เราก็จะมีจิตสำนึกว่า
เราควรจะทำอะไรเหมาะสมกับการดำเนินชีวิตหรือการดำรงชีวิต
ก็แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอ พอแล้วเท่านี้พอแล้วหายใจอยู่”
อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

“ตอนผมเล็กๆ นะ ผมจะไม่กลับเมืองไทย…แต่ไปเจออาจารย์คึกฤทธิ์
ท่านถามว่า “คุณจะกลับบ้านไหม” ผมตอบว่ายังไม่กลับ จะอยู่ที่นี่เลย
อาจารย์คึกฤทธิ์ท่านบอกว่า “หมาดีมันไม่ไปไกลเจ้าของหรอก”
แล้วผมก็นึกแย้งในใจ หนึ่ง ผมไม่ใช่หมา สอง ผมไม่มีเจ้าของ
แต่พอผมโตขึ้นมาแล้วถึงรู้ว่าเจ้าของของผมนั้นคือประเทศไทย
และผมเป็นหมาที่ดี และผมกลับบ้าน เพราะรู้ว่าความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
คือวัฒนธรรมของผม คือศาสนาของผม คือประเทศชาติของผม
คือในหลวงของผม คือแผ่นดินของผม”
อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

ลึกซึ้งอย่างหาใดเปรียบได้กับถ้อยคำของบุคลากรระดับโลก
ขอร่วมไว้อาลัยให้กับอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี สู่มรรคผลนิพพาน

Credit

Leave a Reply

Your email address will not be published.