อันคนดีไม่กลัวอุปสรรคฉันใด เพชรแท้ย่อมไม่กลัวการเจียระไนฉันนั้น

By unnamed

มีอีเมลจากผู้อ่านท่านหนึ่ง ส่งคำถามมาถามผมว่า

สวัสดีค่ะ คุณเกรท ติดตามอ่านงานเขียนคุณเกรทมานาน
อ่านตั้งแต่เขียนเรื่องอินเดีย ดิฉันทำงานเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง
เป็นพนักงานธรรมดาตัวเล็กๆ เห็นคุณเกรทเป็นพวกมุมมองคิดบวก
จึงอยากปรึกษาว่า ตอนนี้ดิฉันรู้สึกเบื่อมากกับเพื่อนๆ ที่ทำงานที่คอยนินทาคนอื่น
แม้แต่ตัวดิฉันเองก็ยังโดนพาดพิงนินทา ว่าร้ายเสียๆ หายๆ ต่างๆ นานา
จนตัวดิฉันเองรู้สึกว่า ตนเองจิตตก รู้สึกไม่อยากไปทำงานอีก
ช่วงนี้แค่เรื่องงานก็แย่แล้ว ยังมีปัญหาทางบ้านที่ต้องคอยหาค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลคนอื่นๆ อีก
กำลังใจในการทำงานและมุมมองดีๆ เกี่ยวกับเพื่อนร่วมงานเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ
อยากจะลาออก แต่ไม่รู้จะไปทำงานที่ไหนดี จบไม่สูง แก่แล้ว
สมัครงานไป เขาก็บอกว่าอายุมากเกินไป สมัยนี้จะสมัครงานต้องใช้คอมพิวเตอร์ให้ได้
ทำยังไงดีคะ เบื่อมาก เบื่อพวกชอบนินทา ช่วยตอบหน่อยค่ะ ขอบพระคุณมาก

ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณเช่นกันครับ
สำหรับคำชมและที่ติดตามผลงานเล็กๆ น้อยๆ ของผม
อีเมลส่งมาแค่นี้ ไม่ระบุชื่อเสียงเรียงนามใดๆ มีแค่ที่อยู่จากอีเมลที่ส่งมาถึงผม
ดังนี้ ขออนุญาตเรียกเป็นสรรพนามที่ผมขอตั้งเองเพื่อจะได้คุยกันง่ายขึ้นนะครับ
ขอเรียกว่า “คุณนิน” ละกันครับ

ผมขอยกตัวอย่างเป็นเรื่องสิ่งมีชีวิตรอบตัวนะครับ จะได้เห็นกันง่ายๆ

“คุณนิน” เคยเห็นต้นไผ่ไหมครับ…ใช่ครับ!!
ต้นไผ่ที่หมีแพนด้าเอามากินนี่แหล่ะครับ
บางทีร้านอาหารญี่ปุ่นตามสถานที่ต่างๆ ก็นำมาตกแต่งสถานที่ในร้าน
บ้างก็นำมาทำแก้วหรือภาชนะใส่ของเพื่อสร้างให้เกิดบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นมากขึ้น
ความยอดเยี่ยมของต้นไผ่ ไม่ใช่แค่เป็นอาหารหมีแพนด้า หรือเอามาตกแต่งได้เท่านั้น
ผมเคยสังเกตเห็นในช่วงมรสุมของประเทศญี่ปุ่น ที่นั่นจะลมแรงมาก
ขนาดต้นไม้ใหญ่บางต้น ถึงกับเอนเอียงไปตามทิศทางลมเลยทีเดียว
บางต้นหยั่งรากลึกต้านลมไม่ไหวถึงกับเอนตามทางลมจนหักล้มกันไปมากมาย
แต่เจ้าต้นไผ่เป็นไงครับ…เอียงตามลม ไม่ต้านสักนิด ลมแรงมาทางไหน ต้นไผ่เอียงไปทางนั้น
ต้นไผ่ต้นเล็กๆ กลับตั้งตระหง่าน (แบบเอียงไปเอียงมา โยกหน้าโยกหลัง)
แต่ก็สามารถตั้งอยู่ได้แม้แรงลมกระโชกรุนแรง

หลังจากช่วงมรสุมผ่านไป เราจะเห็นต้นไม้ใหญ่น้อยมากมายล้มกันระเนระนาด
ต้นไม้ใหญ่บางต้นมีขนาดความกว้างของเส้นรอบวงมากกว่าสองคนเอามือโอบซะอีก
ผมจึงสงสัยว่า “ลำต้นใหญ่ขนาดนี้ทำไมจึงทนแรงลมไม่ได้”
แตกต่างกับบางต้นที่ “ลำต้น” เล็กว่ากันเยอะมาก กลับตั้งตระหง่านชูตัวต้านแรงลมได้
ความแตกต่างอยู่ที่ “ราก” ครับ ต้นไม้แม้มีลำต้นใหญ่เล็ก…ไม่สำคัญ
แต่การที่ต้นไม้จะยืนหยัดต่อสู้กับมรสุมได้นั้น…รากที่ยึดเหนี่ยว
เป็นสิ่งสำคัญมากกว่าความแข็งแกร่งที่เห็นจากภายนอก
ดังนั้น การตัดสินจากภายนอกหรือสิ่งที่เห็นนั้น ไม่ได้บอกว่า “ใคร” จะผ่านมรสุมชีวิตไปได้

กลับมาที่ต้นไผ่ “คุณนิน” สงสัยไหมครับ ทำไมผมจึงยกตัวอย่าง
สิ่งที่ “โอนอ่อน” กับสิ่งที่ “มั่นคง” มาอธิบายเรื่องการต้านมรสุมชีวิต
ในมุมมองของผม มนุษย์ ไม่ได้มีหนทางแก้ไขแค่วิธีการเดียว
ดังนั้น การยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ตัวอย่างที่ตรงข้ามกัน
“ต้นไผ่” แม้โอนอ่อนตามกระแส…แต่ไม่เคยแปรเปลี่ยนแนวทางชีวิต
ยังคอยคิดหาทางหวนกลับสู่เส้นทางเดิมของชีวิตทุกครั้ง
เมื่อสิ้นมรสุมลมแรง ต้นไผ่จะเอนตัวกลับมายังทิศทางเดิมที่ตนเองหยั่งรากลึกเอาไว้
เหมือนเช่นคนเรา แม้มีอุปสรรคแค่ไหน
จะไม่ต่อต้านโอนอ่อนเอนเอียงรับความเจ็บช้ำนั้นไว้อย่างมีสติ…
อาจจะร้องไห้เสียใจบ้าง…แต่ก็ไม่ให้ตัวเองเสียสูญจากจุดที่ตนเองอยู่คือ “ความเป็นคน”

“ต้นไม้ใหญ่” แม้ต้านกระแสมรสุม แต่ตัวมันเองก็ต้องการความมั่นคงของความเชื่อมั่น
เชื่อมั่นต่อสิ่งที่ตนเองรู้สึก และเชื่อถึงความถูกต้องของเส้นทางที่ตนยืนหยัด
เมื่อสิ้นมรสุมลมแรง ต้นไม้ใหญ่จึงยืนหยัดอยู่ได้ อาศัยรากลึกที่แข็งแรง
เหมือนเช่นแม้เจออุปสรรค เราก็จะยืนหยัดต่อสู้
ตั้งตระหง่านบนความถูกต้องตราบสิ้นมรสุมชีวิต
สร้างรากลึกเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตตน และคอยแบ่งปันความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนดินที่ตนเองอาศัย

ตัวอย่างสุดท้าย ผมขอยกตัวอย่างสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่น่าจะชอบคือ เพชร
“อันคนดีไม่กลัวอุปสรรคฉันใด
เพชรแท้ย่อมไม่กลัวการเจียระไนฉันนั้น”

เลือกเอาครับว่า “คุณนิน” อยากเป็นอะไร
ผมเป็นกำลังใจให้ครับ

Credit

Leave a Reply

Your email address will not be published.