สมบัติของคนกำพร้า…

ตลอด 3 เดือนแห่งการเข้าพรรษา พระสงฆ์จะใช้เวลาในการบำเพ็ญเพียร
ปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง เพื่อให้เข้าถึงธรรมที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสรู้แล้ว

พวกเราเหล่าอุบาสก อุบาสิกา จึงควรใช้เวลาเดียวกับที่พระสงฆ์
เร่งความเพียร ในการตั้งใจรักษาศีล ปฏิบัติธรรม ให้เต็มที่
โดยเฉพาะการรักษาอุโบสถศีล หรือ ศีล 8 ในวันอุโบสถหรือวันพระ
เป็นวันที่เราอยู่เยี่ยงพระ คือ บำเพ็ญเนกขัมมะ

ศีลแปดที่รักษาในวันพระ เรียกว่า อุโบสถศีล
ผู้ครองเรือนทั่วไปไม่สะดวกถือศีล 8 ได้ทุกวัน
ก็ควรหาโอกาสมาถือศีลกันเฉพาะวันพระ เรียกว่ารักษาอุโบสถศีล
อย่างน้อยตลอด 3 เดือนนี้

ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างอุโบสถศีลกับศีล 8
1. อุโบสถศีล กับ ศีล 8 มีข้อห้าม 8 ข้อเหมือนกัน
2. คำอาราธนา (ขอศีล) แตกต่างกัน
3. อุโบสถศีล มีวันพระเป็นแดนเกิด สมาทานรักษาได้เฉพาะวันพระเท่านั้น ส่วนศีล 8 สมาทานรักษาได้ทุกวัน
4. อุโบสถศีล มีอายุ 24 ชั่วโมง (วันหนึ่งคืนหนึ่ง) ส่วนศีล 8 ไม่มีกำหนดอายุในการรักษา
5. อุโบสถ ศีล เป็นศีลสำหรับชาวบ้านผู้ครองเรือน หรือเป็นศีลของชาวบ้านผู้บริโภคกาม (กามโภคี) ส่วนศีล 8 เป็นศีลสำหรับชาวบ้านผู้ไม่ครองเรือน เช่น แม่ชี

คำอาราธนานอุโบสถศีล (คนเดียว)
อะหังภันเต ติสะระเณนะะสะหะ อัฎฐังคะสะมันนาคะตัง อุโปสะถังยาจามิ
ทุติยัมปิ อะหังภันเต ติสะระเณนะะสะหะ อัฎฐังคะสะมันนาคะตัง อุโปสะถังยาจามิ
ตะติยัมปิ อะหังภันเต ติสะระเณนะะสะหะ อัฎฐังคะสะมันนาคะตัง อุโปสะถังยาจามิ
ข้าพเจ้าขอสมาทานอุโบสถศีล อันประกอบด้วยองค์ 8 ประการ ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ จะถือไว้มิให้เสื่อมมิให้ทำลาย สิ้นวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ณ เวลานี้

จะต้องรักษา นับจากที่เราสมาทาน ไปจนถึงรุ่งเช้าของวันใหม่ ที่มีแสงสว่างของธรรมชาติ จนสามารถมองเห็นลายมือของตนเองได้ ก็จะหมดไปโดยอัตโนมัติ

ศีลอุโบสถนั้น มีองค์ประกอบทั้งหมด 8 ข้อ
ถ้าขาดไปข้อใดข้อหนึ่ง ก็ไม่เรียกว่าศีลอุโบสถ
ตามพุทธบัญญัติ เพราะฉะนั้นการล่วงศีลอุโบสถเพียงข้อใดข้อเดียว
ก็ถือว่าขาดศีลอุโบสถ พูดง่ายๆ ว่า ขาดศีลข้อเดียวก็ขาดศีลอุโบสถ
ผู้ที่รักษาอุโบสถศีลจึงต้องสำรวมระวัง เป็นพิเศษ

การอดอาหารหลังเที่ยง ควรรับประทานช่วง 11 โมง ให้เต็มที่
หากรู้สึกหิวในช่วงเย็น สามารถดื่มน้ำปานะ น้ำผลไม้ที่ผลไม่ใหญ่กว่ากำมือได้
ให้งดดื่มโอวัลติน โกโก้ นมถั่วเหลือง นมวัว หรือ น้ำเต้าหู้ ถือว่าเป็นอาหาร

อุโบสถศีลประกอบด้วยองค์ 8 มีดังนี้ คือ

1.

ปาณาติปาตา เวระมะณี – งดเว้นจากการทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป งดเว้นจากการเบียดเบียนสัตว์
2. อทินนาทานา เวระมะณี – งดเว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของมิได้ให้
3. อพรหมจริยา เวระมะณี – งดเว้นจากกรรมอันเป็นข้าศึกต่อการประพฤติผิดพรหมจรรย์ (การร่วมประเวณีรวมถึงการทำ Masturbation)
4. มุสาวาทา เวระมะณี – งดเว้นจากการกล่าวเท็จ รวมถึงวจีกรรมในรูปแบบต่างๆ คือ เว้นการพูดส่อเสียด นินทาว่าร้าย
5. สุราเมรยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี – งดเว้น จากการดื่มสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
6. วิกาละโภชนา เวระมะณี – งดเว้นจากการบริโภค อาหารในเวลาวิกาล คือหลังเที่ยงวันเป็นต้นไป
7. นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะ-ธาระณะมัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี – งดเว้นจากการฟ้อน รำ ขับร้อง ประโคมดนตรี และดูการละเล่นอันเป็นข้าศึกต่อกุศล ลูบทาทัดทรงประดับตกแต่งร่างกายด้วยพวงดอกไม้ ของหอม เครื่องย้อม เครื่องทาอันจัดว่าเป็นการแต่งตัว
8. อุจจาสะยะนะมหาสะยะนา เวระมะณี – งดเว้นจากการนั่ง และการนอนบนที่นอนสูงใหญ่ อันยัดด้วยนุ่นและสำลี (สูงใหญ่ หมายถึง เมื่อนั่งแล้วหย่อนขาลงไม่ถึงพื้น)

เป้าหมายหลักในการรักษาอุโบสถศีลนั้นก็ เพื่อทำให้จิตใจสงบ
ไม่กวัดแกว่งฟุ้งซ่านไปในเรื่องกามารมณ์ แต่ยึดเอาพระนิพพานเป็นอารมณ์
ถือเป็นการประพฤติพรหมจรรย์ของคฤหัสถ์ผู้ที่ยังไม่ปรารถนาออกบวช
โดยปกติวันพระพุทธศาสนิกชนที่สะดวก ก็จะพากันแต่งชุดขาวไปสมาทานอุโบสถศีล
และฟังธรรมที่วัด แล้วพักอาศัยอยู่ที่วัด จนกว่าจะครบกำหนด
ถ้าไม่ได้ไปวัด ก็จะตั้งใจสมาทานศีล ด้วยตนเองที่บ้าน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสอุปมาถึงอานิสงส์ ของการรักษาอุโบสถศีลไว้ว่า
ถ้าจะนำมาเปรียบกับสมบัติของพระราชา ที่แม้จะครองความเป็นใหญ่ถึง 16 แคว้น
ก็ยังไม่ถึงเสี้ยวของผลบุญอันเกิดจากการรักษาอุโบสถเลย

เพราะสมบัติมนุษย์เป็นสมบัติหยาบ เหมือนสมบัติของคนกำพร้า
มีความสุขได้ไม่กี่ร้อยปีก็ต้องพลัดพราก นั่นคืออยู่บนโลกมนุษย์ไม่กี่ปีก็ตาย
ซึ่งเทียบไม่ได้กับการได้เสวยทิพยสมบัติอันยาวนานในสวรรค์
ที่เกิดจากอานิสงส์ของการรักษาอุโบสถ

การรักษาอุโบสถศีลนี้ แม้ว่าจะมีโอกาสรักษาได้ไม่นาน แต่กลับสามารถส่งผลให้มีอานิสงส์มากมายเกินคาด

น้อมคารวะทุกดวงจิตที่ดีงาม

Leave a Reply

Your email address will not be published.