อานิสงส์ของการถวายเทียนพรรษา

อีกหนึ่งเดือน ก็จะถึงวันเข้าพรรษา (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8)
ปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม 2557
(“พรรษา” แปลว่า ฤดูฝน “จำ″ แปลว่า พักอยู่)
ตามปฏิทินสุริยคติ ถือเป็นวันสำคัญยิ่งในพุทธศาสนา

สาเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติการจำพรรษา
อยู่ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งตลอด 3 เดือนนั้น
มีเหตุผลเพื่อให้พระสงฆ์ได้หยุดพักการจาริก เพื่อเผยแพร่ศาสนาไปตามสถานที่ต่าง ๆ
ซึ่งจะเป็นไปด้วยความยากลำบากในช่วงฤดูฝน และป้องกันความเสียหาย
เพราะอาจเดินเหยียบย่ำธัญพืชของชาวบ้านที่ปลูกลงแปลงในฤดูฝน
และโอกาสสำคัญในรอบปีที่พระสงฆ์จะได้มาอยู่จำพรรษารวมกัน
เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยจากพระสงฆ์ที่ทรงความรู้
และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์อีกด้วย

สำหรับชาวพุทธ วันเข้าพรรษามีความพิเศษอย่างยิ่ง
เพราะพุทธศาสนิกชนจะมีโอกาสการถวายเทียนพรรษา หรือหลอดไฟ
รวมถึงผ้าอาบน้ำฝน เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้ประโยชน์สำหรับการอยู่จำพรรษา
และเป็นธรรมประเพณีที่งดงาม สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน
หลายพื้นที่ พุทธศาสนิกชนทั้งหลายจึงพร้อมใจกันหล่อเทียนพรรษา
เพราะเชื่อว่าการให้ทานด้วยแสงสว่าง จะมีอานิสงส์เพิ่มพูนปัญญาหูตาสว่างไสว
ซึ่งมีอานิสงส์อเนกอนันต์ ตั้งแต่…
1. ทำให้เกิดปัญญา ทั้งชาตินี้และชาติหน้า เปรียบเหมือนแสงสว่างแห่งเทียน
2. ทำให้สว่างไสวรุ่งเรือง ผู้ถวายย่อมทำให้มีความรุ่งเรืองด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ
3. ทำให้คลี่คลายเรื่องราวต่างๆ ที่มีปัญหาให้ร้ายกลายเป็นดี
4. เจริญไปด้วยมิตรบริวาร
5. ย่อมเป็นที่รักของมนุษย์ และเทวดาทั้งหลาย
6. เมื่อจากโลกนี้ไปย่อมมีกายทิพย์อันสว่างไสว
7. เมื่อลาลับโลกนี้ไปย่อมไปสู่สุคติสวรรค์
8. หากบารมีมากพอ ย่อมทำให้เกิดดวงตาจักษุ คือปัญญารู้แจ้งเข้าสู่พระนิพพาน

วันเข้าพรรษาจึงเป็นวันสำคัญ เพราะในรอบปีมีครั้งเดียว
สำหรับฆราวาสถึงไม่ได้ ‘บวชกาย’ แต่เราทุกคนสามารถ ‘บวชใจ’ ได้
ด้วยการรวมใจปฏิบัติบูชา ละชั่ว ทำดี ทำจิตให้ผ่องใสในวันพุทธบัญญัตินี้
เพื่อเพิ่มพูนกุศลให้แก่ตนเอง และเป็นเสบียงบุญที่จะติดตามไปทุกภพทุกชาติ
สูงสุดเพื่อสืบทอดมรดกที่พระพุทธองค์ทรงฝากไว้ให้ลูกหลานชาวพุทธทุกคน

น้อมคารวะทุกดวงจิตที่ดีงาม

Leave a Reply

Your email address will not be published.