วิธีพูดกับคนทุกข์ ตอน “เมื่อชีวิตไม่เหลืออะไรอีกแล้ว”

ผมได้รับโทรศัพท์จากสตรีผู้หนึ่ง ร้องห่มร้องไห้ว่าอยากตาย
เพราะชีวิตไม่เหลืออะไรแล้ว ผมพูดปลอบประโลมจิตใจเธอ
ตามหลักการจิตวิทยาแนวมนุษยนิยมของ คาร์ล โรเจอร์ (Carl Roger)
ลองดูบทสนทนาของผมนี้ แล้วไปปรับใช้เมื่อต้องคุยกับคนทุกข์เช่นในกรณีตัวอย่างนี้กันดูนะครับ

ผม  “ไม่เป็นไรนะครับ ทำใจให้สงบก่อน มีเรื่องอะไรไม่สบายใจ เล่าให้ผมฟังได้เลยครับ”  
เธอพยายามข่มเสียงสะอื้นในขณะที่เริ่มต้นเล่าเรื่องราวชีวิตอันขมขื่นของตนให้ผมฟัง

เธอ “ดิฉันเป็นคนบ้านนอก การศึกษาต่ำ เข้ามาทำงานโรงงานในกรุงเทพ
ค่าแรงพอประทังชีวิตไปวันๆ ดิฉันแต่งงานกับสามีที่ทำงานที่เดียวกัน
เขาเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี มีผู้หญิงมาติดพันอยู่เสมอๆ เขานอกใจดิฉันบ่อยๆ
คือมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้หญิงเหล่านั้นโดยไม่แคร์ความรู้สึกของดิฉัน
ทำให้เราทะเลาะกันบ่อยมาก ความเจ้าชู้ของเขาทำให้ดิฉันทุกข์ใจเหลือเกิน
ผม  “ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณดี ผู้หญิงที่มีแฟนหรือสามีที่เจ้าชู้นอกใจ
ทุกคนก็ต้องทุกข์ใจทำนองเดียวกับคุณทั้งนั้น

ผมแสดงความเห็นใจเธอและบอกให้เธอรู้ว่ายังมีผู้หญิงอีกจำนวนมากมาย
ที่มีปัญหาแบบเดียวกับเธอ ไม่ใช่เธอคนเดียวที่ทุกข์แบบนี้

เธอ “ดิฉันมีปัญหาสุขภาพไม่ดี รักษามายาวนาน
จนในที่สุดก็ถูกทางโรงงานบีบให้ออกจากงาน
พอดิฉันตกงาน สามีขับไล่ดิฉันออกจากบ้านทันที
เพราะเขาถูกผู้หญิงคนหนึ่งยุแหย่มาตลอดว่าให้เลิกกับดิฉัน
ผม  “เขาไม่น่าทำแบบนี้กับคุณเลย คุณกำลังลำบาก เขากลับมาซ้ำเติมให้คุณทุกข์ยิ่งขึ้น”

ผมแสดงความรู้สึกเห็นใจเธออย่างตรงไปตรงมา
เพื่อให้เธอรู้สึกว่าอย่างน้อยๆก็ยังมีคนที่เข้าใจเธอ
เธอร้องไห้ออกมาอีกครั้งด้วยความอัดอั้นตันใจ
ผมปล่อยให้เธอร้องจนสบายใจ สักพักหนึ่งเธอก็เล่าเรื่องราวต่อ

เธอ “ดิฉันบากหน้าไปพึ่งพี่น้องของตัวเอง พวกเขาก็รังเกียจ
เลยมาอาศัยอยู่กับเพื่อนชั่วคราว เงินไม่มีติดตัวสักบาท สิ้นหวังมากเลย

ผมรู้สึกได้ถึงความทุกข์อันหนักหน่วงของเธอ
ในใจของผมหวั่นเกรงว่าเธออาจจะคิดสั้น จึงได้เตือนสติเธอว่า
“ชีวิตต้องไม่สิ้นหวังนะครับ ถ้าเราไม่ท้อ ชีวิตมีทางออกเสมอ”
เธอ  “ชีวิตดิฉันตอนนี้ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว จะให้มีความหวังได้อย่างไร”
น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา อ่อนล้าเจือปนด้วยความเศร้า

ผม  “คุณยังมีสิ่งสำคัญเหลืออยู่ ๒ สิ่ง”
เธอ  “อะไรหรือคะอาจารย์” เธอถามด้วยความอยากรู้
ผม “สองสิ่งที่ผมพูดถึงก็คือลมหายใจที่ไม่เคยขอพัก กับหัวใจที่เต้นไม่เคยขอหยุด
พวกเขายังคงทำหน้าที่แบบไม่ท้อถอยเพื่อให้คุณมีชีวิตต่อไป
แล้วตัวคุณจะยอมละทิ้งชีวิต ไม่สนใจเพื่อนแท้ทั้ง ๒ นี้เลยหรือ?
ผมอยากให้คุณหลับตาเอามือคลำที่หัวใจซึ่งกำลังเต้น และกำหนดสมาธิที่ลมหายใจสักประเดี๋ยว

เธอ  “ได้ค่ะ ดิฉันกำลังทำตามที่อาจารย์บอก”
ผม “ทำใจให้นิ่งสงบนะครับ หยุดความคิดที่วุ่นวายสับสน
ลองเอาใจติดตามลมหายใจเข้าออก สลับกับจังหวะการเต้นของหัวใจ
แล้วคุณจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างจากเพื่อนแท้ทั้งสองนี้

เธอ ค่ะ ดิฉันกำลังเอาจิตใจจดจ่ออยู่กับจังหวะของลมหายใจและการเต้นของหัวใจ”

สักพักเธอปล่อยโฮออกมา แล้วบอกผมว่า
“ลมหายใจและหัวใจกำลังให้กำลังใจดิฉัน บอกดิฉันว่าอย่าท้อ ให้สู้ต่อไป”
ผมยิ้มด้วยความปีติ ถามเธอว่า  “ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไรบ้างครับ”
เธอ  “ดิฉันรู้สึกมีพลังขึ้นมา ไม่อยากตายแล้ว
จะสู้เพื่อลมหายใจและหัวใจที่พวกเขาทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์มาตลอด ไม่เคยทอดทิ้งดิฉัน
แล้วดิฉันจะตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพื่อทอดทิ้งพวกเขาไปได้อย่างไร
ขอบคุณอาจารย์มากที่เตือนสติดิฉัน

น้ำเสียงของเธอแจ่มใสมีพลัง ก่อนจะจบการสนทนา
ผมสอนได้วิธีการทำสมาธิและการสั่งจิตใต้สำนึก เพื่อสร้างพลังให้กับจิตใจ
พร้อมกับอวยพรให้เธอเอาชนะปัญหาและอุปสรรคในชีวิตได้ตลอดไป

ก่อนจะจบบทความนี้ผมอยากจะเตือนสติทุกๆท่านว่า
เวลาที่เราทุกข์หนักๆ เราต้องเตือนตัวเองว่า “ความทุกข์เกิดขึ้นได้ ก็ดับลงได้”
ขอให้เรามีสติ มีความหวัง อย่าท้อ ต้องให้กำลังใจแก่ตัวเองก่อน
เอาสมาธิมาอยู่กับลมหายใจ เอามือมากุมที่หัวใจ แล้วเราก็จะค่อยๆมีพลังขึ้นมา
ชีวิต…ต่อให้ย่ำแย่ขนาดไม่เหลืออะไรเลย เราก็ยังมีลมหายใจและหัวใจที่ยังเต้นอยู่
สองสิ่งนี้ไม่เคยท้อ ไม่เคยหยุด ตัวเราก็ต้องสู้ต่อไป

footer_phongpakorn

One thought on “วิธีพูดกับคนทุกข์ ตอน “เมื่อชีวิตไม่เหลืออะไรอีกแล้ว”

  1. Beautiful and meaningful advice!! you really gave her some hope, validation, understanding, insight of the living truth and your compassion. Great work!!

    And to remind us of being aware of our thoughts & feelings, and learn to be grateful for what we have (heart& breath) and attach ourselves to nothing… :)

Leave a Reply

Your email address will not be published.