๓ วิธีเปลี่ยนตัวเองจากคนขี้เกียจเป็นคนขยัน!

ขณะนี้เวลาตี ๕ ป๊อปลุกขึ้นมาเปิดแลปทอป
นั่งพิมพ์บทความนี้เป็นอย่างแรกอย่างกระตือรือร้นทั้งที่ยังไม่ได้แปรงฟัน
ถ้าคุณผู้อ่านกำลังคิดว่าป๊อปคงเป็นคนขยันแบบนี้ตั้งเด็กๆล่ะก็ ผนิดถนัดเลยค่ะ
ป๊อปเคยเป็นคนขี้เกียจและชอบผัดวันประกันพรุ่งสุดๆ
ชนิดที่ว่าถ้านิตยสาร Time ทำสำรวจบุคคลที่ขี้เกียจที่สุดในโลกขึ้นมาล่ะก็
ป๊อปคงติดอับดับ ๑ ใน ๑๐๐ แหงๆ
แต่วันนี้ป๊อปค้นพบสุดยอดวิธีเปลี่ยนตัวเองจากคนขี้เกียจเป็นคนขยันได้แล้วค่ะ ^_^
เช้านี้เลยต้องรีบมาแบ่งปันเทคนิคที่ธิลักษ์นำไปใช้แล้วได้ผล
แก่เพื่อนๆชาวแกงค์ (คนขี้เกียจอยากขยัน) กันสักหน่อย
yes (1)

วิธีที่๑ พูดกับตัวเองในสิ่งที่อยากทำในวันพรุ่งนี้ตอนก่อนจะตื่นและก่อนจะนอน
บอกได้เลยว่า ที่วันนี้ป๊อปตื่นมาเขียนบทความนี้เป็นอย่างแรก
ก็เพราะป๊อปพูดกับตัวเองก่อนตื่นและก่อนนอนแบบนี้มาเมื่อวานนี่แหละค่ะ
สำหรับเทคนิคนี้ป๊อปได้ฟังจากผู้เชี่ยวชาญมาหลายคน แรก ๆ ก็ไม่ค่อยอยากเชื่อ
แต่ได้ยินบ่อยขึ้น ๆ จนชักรู้สึกข้องใจ ที่ทั้งบุคคลระดับโลก ทั้งนักจิตวิทยา
ที่โดยส่วนใหญ่ก็ยืนยันเลยว่า เขานี่แหละคืออดีตคนขี้เกียจสุด ๆ
และหนึ่งในวิธีที่ทำให้เขาหายขาดจากนิสัยดังกล่าวได้ ก็คือวิธีที่ว่านี้แหละค่ะ
สารภาพตรง ๆ เลยว่า เคยแอบคิดว่าวิธีอะไรก็ไม่รู้ ฟังดูเพี้ยน ๆ ยังไงชอบกล
คุณผู้อ่านบางท่านก็อาจจะกำลังคิดแบบนี้ใช่ไหมคะ
ป๊อปเข้าใจค่ะ เพราะอะไรที่คนขี้เกียจชอบคิด
บอกเลยว่าคนขี้เกียจระดับ Master อย่างป๊อป เคยคิดมาหมดแล้ว :P
ป๊อปลองทำตามเพราะรู้สึกว่า อยากลองให้มันรู้ๆไปเลย
ดีกว่าด่วยสรุปว่ามันคงไม่ได้ผลกับเราทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ลองทำ
อีกอย่าง แต่ละคนที่บอกให้ทำวิธีนี้เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงทั้งนั้น
ไม่น่าเชื่อว่า เมื่อได้ทำแล้วพบว่านี่คือวิธีที่ทรงพลังที่สุดในวิธีทั้งหมดที่เคยได้ทำมาเลย
ตื่นปุ๊บทำปั๊บในทุกอย่างที่พูดกับตัวเองช่วงเคลื้มหลับเคลิ้มตื่นไว้เป๊ะเลย
เป๊ะขนาดที่ว่า ก่อนการแปรงฟันจริง ๆ
(สงสัยคืนนี้ต้องใช้คำใหม่ว่า แปรงฟันล้างหน้าเป็นอย่างแรก แล้วค่อยตามด้วยอย่างอื่น :D )
ฉะนั้นหากคุณยังไม่เชื่อ คุณคงต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองแล้วล่ะนะคะ ^_^
เคล็บลับสำคัญคือ ต้องสร้างภาพในหัวไปพร้อมกันด้วย
ว่าตัวเองกำลังทำทุกอย่างเหล่านั้นอย่างมีความสุขมาก ๆ
และช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำเทคนิคนี้ คือ ช่วงเคลื้มหลับเคลื้มตื่นค่ะ
(เคล็บลับส่วนตัวของป๊อปมีอีกอย่างคือ พึมพำกับตัวเองในใจในระหว่างวันด้วย
เช่นว่า “ฉันชอบนั่งแก้งาน(เขียน)ที่สุด ตื่นมาก็อยากทำเป็นอย่างแรกเลย”
ทั้งที่จริงก็ไม่ได้ชอบที่สุดหรอกค่ะ แต่พอพึมพำกับตัวเองว่าชอบบ่อย ๆ
ในที่สุดก็ชอบทำมันเป็นอย่างแรกของวันที่สุดจริง ๆ ^_^)

วิธีที่ ๒ เขียนชมตัวเองในเรื่องที่ทำสำเร็จอย่างน้อยวันละ ๕ รายการ
และเขียนตำหนิตัวเองหากไม่ยอมทำในสิ่งที่ควรทำในแต่ละวันด้วย

อย่างน้อยต้อง ๕ อย่างนะคะ แต่ยิ่งเยอะยิ่งดี
และเพื่อประสิทธิภาพที่ดี ถ้าสัญญาอะไรกับตัวเองวันนี้แล้วไม่ทำ เขียนมันลงไปด้วยค่ะ
แน่นอนว่าการตำหนิตัวเอง มันคงไม่ใช่อะไรที่เราอยากจะเขียน
แต่หากคุณเลือกที่จะสัญญากับตัวเองแล้วว่า
คุณจะทำวิธีนี้ทุกวันจริง ๆ และจะเขียนอย่างซื่อสัตย์ด้วย

คุณจะรู้สึกละอายแก่ใจล่วงหน้าหากคิดจะทำอะไรเหลวไหล
และมีความรู้สึกอยากทำในสิ่งที่ควรทำจริง ๆ ให้สำเร็จ
เพื่อที่มันจะได้ถูกย้ายจากส่วนของการเขียนตำหนิตัวเอง ไปสู่ส่วนของการชมตัวเอง
และต้องขอบอกเลยว่า สำหรับชาวแกงค์คนขี้เกียจอยากขยันทั้งหลาย
ถ้าทำแล้วหยุดเขียนเมื่อไหร่ โอกาสจะกลับมาขี้เกียจเหมือนเดิมมีสูงมากค่ะ
เพราะฉะนั้นเริ่มแล้วอย่าเลิกค่ะ แต่ที่สำคัญต้องมีความซื่อสัตย์ในการเขียนด้วยนะคะ
ห้ามแอบละเว้นอะไรเป็นพิเศษกันนะตัวเอง เพื่อการพัฒนาของเราเอง
ถึงช่วงแรก ๆ จะมีแต่เรื่องน่าตำหนิตัวเองให้เขียนเยอะหน่อย
แต่ถ้ากล้าหาญที่จะทำวิธีนี้อย่างสม่ำเสมอ
ช่วงหลัง ๆ จะกลายเป็นไม่มีอะไรน่าตำหนิให้เขียนเองค่ะ รับรอง เพราะป๊อปทำสำเร็จมาแว๊ว! ^_^

วิธีที่ ๓ ทำทั้ง ๆ ที่ขี้เกียจ : เลือกทำในสิ่งที่ขี้เกียจทำสุด ๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ อย่าง
กำหนดให้มี ๑ วันของสัปดาห์เป็นวันที่เราจะฝืนใจทำในสิ่งที่ขี้เกียจ
(แล้วค่อย ๆ ขยับเป็น ๖ วันครั้ง , ๕ วันครั้ง , ๔ >> ๓  >> ๒ ครั้ง >> วันเว้นเวัน
จนกระทั่งกลายเป็นวันละครั้งในที่สุด)

ยกตัวอย่าง : ถ้าเวลานั้นคุณกำลังรู้สึกว่า สิ่งที่ฉันขี้เกียจทำที่สุดของวันนี้แล้วคือล้างห้องน้ำ
ให้เลือกการล้างห้องน้ำเป็นสิ่งที่คุณจะทำในวันนั้นเลย
และรีบเริ่มทำมันเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี
ไม่ว่าจะทำอย่างเอื่อยเฉื่อยแค่ไหน หรือในสภาพคลานไปทำ หรือทำไปร้องไห้ไปก็ตาม
ฝืนทำมันเลยค่ะ อย่ารออยากแล้วค่อยทำ
จำไว้ว่านี่คือขั้นตอนหนึ่งที่จะทำให้เราเปลี่ยนตัวเองไปเป็นคนขยันที่เราอยากเป็นอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้น สู้กันมันค่ะ เจ้าความขี้กียจนี่แหละ อย่าไปยอมแพ้
บอกตัวเองไว้ สิ่งนี้จะทำให้ฉันเข้าใกล้ในสิ่งที่ฉันอยากเป็นที่สุด
สิ่งนี้จะนำพาฉันไปสู่การเป็นเจ้าของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
อย่าไปฟังเสียงปีศาจจอมขี้เกียจที่เอาแต่คอยโอ๋เราว่า พอแล้ว ๆ แกทำดีแล้ว พอเถอะ บลา ๆ ๆ ๆ 
เสียงนั้นไม่ได้ช่วยให้ชีวิตคุณดีขึ้น มีแต่จะทำให้ชีวิตคุณถดถอย
ใส่เสียงใหม่ให้กับตัวเอง เช่น ถ้าแค่นี้เราทำไม่ได้ 
วันนึงมีลูกมีหลานเราจะสอนเขาให้ทำในสิ่งที่เขาควรทำได้ยังไง 
(อันนี้ประโยคส่วนตัวของป๊อปเองค่ะ อิอิ ^_^ ) 
บอกตัวเองว่านี่ไม่ใช่แค่การล้างห้องน้ำแต่มันคือทำสงคราม
ข้าศึกของเราคือเจ้าปีศาจจอมขี้เกียจ
เราจะวางแผนการรบยังไงก็ได้ ข้อแม้เดียวคือ ต้องรบให้ชนะเท่านั้น
แผนการรบในที่นี้ก็เช่น ถ้าให้ ล้างห้องน้ำเงียบ ๆ อาจทำให้รู้สึกทรมานไปหน่อยสำหรับคนขี้เกียจ
ก็ลองหาอะไรมาช่วยให้ตัวเองรู้สึกทรมานน้อยลง เช่น ฟังเพลงร๊อคไปด้วยล้างห้องน้ำไปด้วย
ลองฟังเพลงร๊อคไปด้วยทำไปด้วย แนะนำเพลง ยาพิษ ของวง Bodyslam
รับรองขัดตามดนตรีเพลงนี้ โถส้วมได้สะอาดเหมือนซื้อมาใหม่ :D
YouTube Preview Image

และเมื่อมันสำเร็จลง คุณจะรู้สึกภูมิใจในตัวเอง
จำความรู้สึกภูมิใจนี้เอาไว้ค่ะ แล้วเขียนมันลงไปในบันทึกความสำเร็จตัวโต ๆ ไปเลย
ว่านี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของคุณ
สมรภูมิรบครั้งต่อไป จะง่ายขึ้นเยอะ

และเพื่อให้ตัวเองมีกำลังใจในการทำทั้ง ๆ ที่ขี้เกียจในครั้งต่อไป
อย่าลืมให้รางวัลตัวเองสำหรับการชนะใจตัวเองในแต่ละครั้งนะคะ

ป๊อปเข้าใจค่ะว่า ข้อที่ทำยากที่สุดคือ ข้อ ๓
แต่ป๊อปอยากบอกนะคะว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับป๊อปคือ
ในทุกครั้งที่ป๊อปเริ่มทำด้วยความไม่อยากก็จริง แต่ในระหว่างที่ทำ ความอยากจะมาเองเสมอ
จนหลายครั้งป๊อปสามารถทำในสิ่งเคยคิดว่าไม่อยาก ต่อไปได้อีกเยอะเลย
ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจแบบนั้นแต่แรก เช่น ตอนแรกว่าจะซักผ้าแค่ ๕ ชิ้น
ไป ๆ มา ๆ ไปเอามาซักหมดทั้งตระกร้าซะงั้น

การขี้เกียจในเรื่องที่สำคัญกับชีวิต เราอาจคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่ถ้าเรามาทบทวนการใช้เวลาแบบคนขี้เกียจของตัวเองตลอดชีวิตของเราที่ผ่านมา
เราก็จะพบว่า ถ้าเราขยัน ๆ ป่านนี้เราก้าวหน้าไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ จริงไหมล่ะคะ
ตัวป๊อปเอง ก็ใช่ว่าทุกวันนี้จะชอบซักผ้า ลึก ๆ ก็อยากจ้างคนอื่นเขาทำอยู่เหมือนเดิมนี่แหละ
แต่ในเมื่อเรายังต้องทำเองอยู่ เราก็ต้องหาวิธีจัดการกับตัวเอง
เช่น ถ้าไม่ชอบซักผ้าทีละเยอะ ๆ ก็ซักทีละน้อย ๆ ทุกวัน

ในวันหนึ่งวัน เราทำอะไรได้ตั้งเยอะนะคะ
ทำไมเราเลือกที่จะทิ้งเวลาอันแสนมีค่าของเรา เผื่อนอนเปื่อยไปวัน ๆ
หรือทำแต่อะไรที่ไม่เป็นสาระ และไม่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นล่ะคะจริงมั๊ย? 
คนไทยถ้าตั้งใจก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกนะคะ
แต่มันต้องเริ่มที่เลิกขี้เกียจในเรื่องที่จำเป็นก่อนนี่แหลค่ะ

และนี่ก็คือ ๓ วิธีที่ถือเป็นที่สุดสำหรับป๊อปในการเปลี่ยนตัวเองจากคนขี้เกียจเป็นคนขยันค่ะ ^_^
ถ้าคุณผู้อ่านไม่ค่อยแน่ใจว่า ๓ วิธีนี้จะได้ผลจริง ขอให้ลองพิสูจน์ด้วยตัวเองกันดูได้เลยนะคะ
ป๊อปขอเอาเกียรติของอดีตคนขี้เกียจเป็นประกันเลยว่ามันได้ผลแน่นอน ^_^

สู้ๆนะคะทุกคน ป๊อปจะอยู่เคียงข้างคอยเป็นกำลังใจให้เสมอคะ
ขอให้เลิกขี้เกียจกันได้เร็ว ๆ นะคะ ^_^
ด้วยรัก…เหมือนเดิมค่า ;)

ป.ล. แล้วอย่าลืมอ่านภาคต่อของบทนี้ในตอนที่มีชื่อว่า
“มาเขียนประวัติชีวิตล่วงหน้ากันเถอะ” 
(คลิกอ่านได้ที่ตัวหนังสือชื่อเรื่องได้เลยค่ะ)
อ่านแล้วรับรองขยันขึ้น รับรองผลล้านเปอร์เซนต์เลยทีเดียวเชียว ขอบอก ;)

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck

19 thoughts on “
๓ วิธีเปลี่ยนตัวเองจากคนขี้เกียจเป็นคนขยัน!

  1. ดีจัง อยากขยันอยู่แต่แพ้มันบ่อยๆอ่ะ

  2. เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการขจัดความขี้เกียจ
    แนะนำให้อ่านอีักบทความหนึ่งของธิลักษ์เพิ่มเติม
    ที่มีชื่อตอนว่า “มาเขียนประวัติชีวิตล่วงหน้ากันเถอะ” กันนะคะ ^_^
    ลิงค์นี้ค่ะ >> http://www.dhamdee.com/?p=5065
    ภูมิใจเสนอมากๆค่ะ ^_^
    แนะนำให้ใช้คู่กัน(เสมือนแชมพูกับครีมนวด ;) )
    เพื่อขจัดความขี้เกียจนะคะ ^_^ รับรองได้ผลเร็วบรื๊ดดดด ฮี่ๆ :D

  3. ปัญหาของผม คือ ไม่รู้ ว่า พรุ้งนี้จะทำอะไรทำไปทำไม ทำเพื่อ ใคร พ่อแม่ ไม่ เคยชมในสิ่งที่ทำสำเร็จ จ้องจะซ้ำเติมในสิ่งที่ พลาด เหนื่อย กับ งานที่แสนจะหนัก โดยไร้ ซึ่งค่า ตอบแทนใดๆ แฟนที่ คิด ว่า จะรัก กัน ปานกลืนกิน ก็มา ทอด ทิ้งกันไปหน้าตาเฉย มีชีวิต อยู่ ไปวันๆ เหนื่อย เบื่อ ท้อ ต้องการกำลังใจ อยาก มีคัยซักคน ที่ มองเหน ว่า เรายังมีตัวตน ในสังคมนี้ คอยให้กำลังใจ เมื่อไม่สำเร็จ ไม่ใช่จับผิดและจ้องจะซ้ำเติม……

  4. ผมผ่านมาเห็นคอมเม้นคุณแจ็ค คุณแจ็ค คนที่คุณควรจะคิดทำให้เขาในเวลานี้ไม่ใช่ใครเลย ตัวคุณไงครับ คุณลืมตัวคุณเองไม่ได้นะครับ คุณมีตัวตนคุณอยู่ คุณมีสิ่งที่ชอบ คุณมีอาหารที่อยากกิน คุณมีสิ่งที่อยากทำของคุณเอง ถ้าคุณบอกว่าแม้แต่พ่อแม่คุณยังไม่เห็นคุณค่าของคุณ แฟนคุณที่ทิ้งไปก็ไม่เห็นคุณค่าในตัวคุณ นี่ไงครับ คุณเองที่รุ้ตัวเองมาตลอดว่าฉันมีค่านะ ฉันไม่ได้ไร้ค่านะ ที่ผ่านมาคุณอาจจะพยายามทำเพื่อคนอื่น พยายามทำหลายๆอย่างให้ถูกใจคนอื่น แต่มันอาจไม่เคยถูกใจตัวคุณเลย คุณเลยไม่มีความสุข คุณต้องกลับมาเริ่มกับตัวเองใหม่นี่แหละครับ คุณกลับมาใช้ชีวิต กิน นอน ดื่ม ทำ ในสิ่งที่ตัวคุณเองอยากทำดู เมื่อตัวคุณเริ่มได้ให้ความสุขกับตัวเอง คุณก็จะเริ่มมีความสุขได้ด้วยตัวเอง แล้วมุมมองชีวิตต่อสิ่งอื่นๆรอบตัวคุณก็จะเปลี่ยนไปเพราะคุณมีความสุขจากตัวคุณเองได้แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องพึ่งใครให้เป็นแหล่งสร้างความสุขหลักให้คุณอีกต่อไป คุณอาจจะไปถึงจุดที่มีความสุขด้วยตัวเองได้มากพอจนพร้อมที่จะไปแบ่งให้คนอื่นๆรอบตัวคุณด้วยซ้ำ คราวนี้ล่ะชีวิตคุณจะเต็มไปด้วยความสุขทั้งจากตัวเองและคนอื่นที่ได้จากคุณเองอีกทีเลยด้วยล่ะ สู้ๆนะครับ โลกของเรามันดำเนินอยู่บนความสมดุล ไม่มีใครทุกข์จัด สุขจัดไปได้จนตายแน่นอนครับ ชีวิตเรามันต้องบาลานซ์ตลอดเวลาด้วยตัวมันเอง

  5. เฮ้อ มีน้องที่ไม่ช่วยทำอะไรบางครั้งมันก็เหนื่อย ทำอะไรรกๆๆไว้ก็ไม่ยอมเก็บเราก็ต้องมาตามเก็บอีก ถ้าไม่ทำก็รก เก็บของเราก็พอแรงแล้วยังต้องมาตามเก็บของมันอีก เหนื่อย พอบอกมันไปมันก็ไม่ฟังอีก ทั้งเหนื่อยทั้งเบื่อแล้วก็พาลจะขี้เกียจไม่อยากทำอะไรเลย….T^T

  6. ขอบคุณนะค่ะ จะพยายามค่ะ
    คือขี้เกียจท่องภาษาอังกฤษมาก
    ทั้งๆที่อยากพูดเป็น จะเริ่มแล้วค่ะ^^

  7. ขอบคุณบทความที่แบ่งปันสิ่งที่ดีของคุณ จะนำไปทำจะได้กลายเป็นคนขยันขึ้นมาอีกคน Thank you very much

  8. อ่านแล้วมีแรงฮึดมากเลยค่ะ จะลองทำดูนะค่ะ

  9. ขอบคุณมากค่ะ สำหรับคำแนะนำดีดี จะเอาไปปฏิบัติค่ะ

  10. ไม่อยากทำอะไรเลย ขั้นอยากตายไวๆ จะได้ไม่ต้องทำอะไรเลย on said:

    มีความรู้สึกแย่ๆ เกิดขึ้น คือ อยากแต่จะนอน อยู่เฉยๆ ไม่อยากรับผิดชอบทำอะไรเลย ถ้าทำงานก็ไม่อยากรับผิดชอบอะไรเยอะแยะ อยากอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย อยากเสียจนกระทั่งคิดนอนหลับตายไปจากโลกนี้เลย จะได้ไม่ต้องทำอะไรเลย เบื่อเหนื่อยไม่อยากทำงานขนาดนั้น แอบคิดแอบรู้สึกระหว่างทำงานไป จนกระทั่งทำงานผิดพลาด ไม่อ่่านคำสั่งนายให้รอบคอบ เป็นหลายครั้ง ถูกเตือนจนปัจจุบันท้อไม่อยากทำงาน แถมเจ้านายว่าและกดดันให้เรา โดยบอกเป็นนัยๆ ว่าเราต้องไม่ทำผิดอีก ซึ่งการทำผิดซ้ำเป็นเรื่องธรรมดาและอาจเกิดขึ้นได้อีก ถ้าระวังมากก็จะเครียด ควรทำยังไงดีกับชีวิต ถูกกดดันจากนาย คือห้ามผิดอีก และถ้ามันเกิดขึ้นอีกละทังๆ เราระวังแล้วง๊ะ จะทำอย่่างไรดี

Leave a Reply

Your email address will not be published.