จะรักกันได้ไหม ถ้าไม่ได้นับถือศาสนาเดียวกัน? ตอนที่ ๒

p3744
Q : เคยอ่านจะรักกันได้ไหม ถ้าไม่ได้นับถือศาสนาเดียวกันที่พี่เขียน
เลยมีคำถามอยากถามพี่ค่ะ เรื่องของหนูต่างกัน
หนูกับแฟนคบกันได้ปีนึงแล้ว เราสองคนสัญญาว่าจะแต่งงานกัน
แฟนหนูเค้านับถือคริสต์ หนูนับถือพุทธ ซึ่งแม่เค้าไม่ชอบเลย
ตอนนี้แม่เค้าไม่ยอมให้เรารักกัน แต่เราสองคนรักกันมาก
มันจะเป็นไปได้ไหมคะ ถ้าเราจะแต่งงานแบบไม่เปลี่ยนศาสนา?

A : แม่เขาไม่ชอบศาสนาพุทธ ไม่ใช่ไม่ชอบน้องใช่ไหมคะ?
ถ้าอย่างนั้น น้องลองให้แฟนของน้องคุยกับคุณแม่ของเขาดูว่า
ถ้าน้องยินดีจะเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ คุณแม่จะยินดีให้คบกันต่อไปไหม?
หากเป็นแบบนั้นแล้วคุณแม่จะโอเคขึ้น และน้องกับแฟนรักกันมากพอจริงๆ
น้องก็เปลี่ยนภาคปฏิบัติของตัวเองไปเป็นคริสต์เลยค่ะ เพื่อความสมานฉันท์ :)
(แต่นั่นหมายความว่าแฟนน้องก็โอเคที่น้องยังคงเลื่อมใสในพุทธศาสนาอยู่นะคะ)

พี่เคยได้ชมคลิปสัมภาษณ์ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ อดีตวิศวกรองค์ก­ารนาซ่า
ในรายการพิเศษ ชุด New Heart New World
มีประโยคหนึ่งน่าประทับใจมากๆ คือ
“โลกนี้ คนมีเหตุผล ทะเลาะกันมากที่สุด แต่คนมีหัวใจ ไม่ทะเลาะกัน”
YouTube Preview Image

ความจริง คริสต์กับพุทธก็มีจุดที่เหมือนกัน
ที่ชัดเจนเลยคือเรื่องของพรหมวิหาร ๔ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)
และยังมีอีกหลายอย่างที่มีเหมือนกัน แต่ต่างกันแค่ชื่อเรียกและการแบ่งหมวดของคำสอน

ภารกิจของชาวคริสต์อย่างหนึ่ง คือ
ใช้พรสวรรค์ที่ตัวเองมี เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างสุดจิตสุดใจ มันเหมือนหน้าที่ที่ยิ่งกว่าหน้าที่
ชาวคริสต์ (แท้ๆ) จะรักและให้อภัยได้แม้แต่คนที่ทำร้ายเขาหรือรังเกียจเขา
รักและเป็นห่วงได้ทั้งครอบครัวของคนที่เพิ่งรู้จัก รวมทั้งหมาแมวในบ้านเขาด้วย
ที่พี่เข้าใจเพราะพี่ก็ยังคงมีความนับถือคริสต์อยู่ในหัวใจ
(โรงเรียนแรกที่พี่เรียนเป็นโรงเรียนคริสต์น่ะค่ะ เลยซึมซับสิ่งดีๆของศาสนาคริสต์มาเยอะ :) )

อย่างไรก็ตาม แม้คุณแม่ของเขาจะสรุปที่ไม่ยินดีให้น้องคบกัน
ก็อย่าเพิ่งไปคิดว่านี่คงเป็นวันสุดท้าย หรือคิดว่าความรักของน้องและแฟนเป็นอันจบลงแล้วนะคะ
แต่พี่ก็ขอแนะนำให้น้องเคารพในการตัดสินใจของคุณแม่ของเขาไปก่อน
เพราะคนที่เรารักคือลูกชายของเขา ถึงน้องรักเขามากยังไง ก็สู้ที่คุณแม่เขารักเขาไม่ได้จริงไหมคะ
และถ้าน้องรักเขาจริงล่ะก็ ก็ควรรักคุณแม่เขาด้วย แม้ว่าท่านจะ (ยัง) ไม่รักน้องก็เถอะ
หากน้องรู้ตัวว่า ตัวเองกำลังเป็นสาเหตุหนึ่งที่จะทำให้คุณแม่ของเขาไม่สบายใจ
ก็อย่าไปมีความสุขบนความทุกข์ของท่านเลยค่ะ ถอยออกมาก่อน
พี่ไม่ได้กำลังตอบอย่างไม่เข้าใจนะคะ
แต่พี่มองว่า ถ้าคนมันจะใช่ มันไม่มีอะไรต้องกลัว
ไม่แน่วันนึง หากคุณแม่เขาสัมผัสได้ว่าไม่มีผู้หญิงคนไหน
จะรักและดูแลลูกชายเขาได้ดีเท่าน้องแล้ว เขาอาจจะมีทีท่าใหม่ต่อน้องก็ได้
แต่ยังไงก็อย่าคาดหวังนะคะ ทำวันนี้ของน้องให้ดีที่สุดนะคะ
คำตอบของพี่อาจไม่ถูกใจน้อง (หรือผู้อ่านบางท่าน)
แต่จะให้พี่ตอบว่าให้น้องไปงัดกับผู้ใหญ่ พี่คงไม่แนะนำ
เพราะการสร้างโทสะให้กับตนเองและผู้อื่น ก็คือการสร้างบาปในใจชนิดหนึ่ง
ยิ่งตั้งใจเท่าไหร่ ยิ่งบาปมากเท่านั้น

และจริงๆแล้ว สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ แม้ว่าตอนนี้น้องจะไม่ชอบก็ตาม
อุปสรรคครั้งนี้ อาจเป็นบทพิสูจน์ว่าน้องทั้งสองจะรักกันจริงหรือเปล่า
การผ่านอุปสรรคด้วยกันเสียบ้าง จะทำให้ึความรักของน้องยิ่งมีคุณค่านะคะ

แต่ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เราก็ยังรักเขาได้ตลอดไป แม้จะไม่ได้ครอบครองนะ
ตอนนี้อยากให้น้องทำใจให้สบายก่อน ทุกอย่างอาจจะออกมาดีหมดเลยก็ได้
หากคุณแม่เขาทราบว่าน้องยินดีจะเปลี่ยนศาสนาตาม เขาอาจจะไม่ห้ามให้คบกันแล้วก็ได้นะคะ
ยังไงขอให้ใจเย็นๆ ใช้ชีวิตอย่างมีสติทุกวันนะคะ
คิดดี ทำดี พูดดี ทุกวันนะคะ แล้วทุกอย่างจะดีเองค่ะ ^_^

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck

2 thoughts on “
จะรักกันได้ไหม ถ้าไม่ได้นับถือศาสนาเดียวกัน? ตอนที่ ๒

Leave a Reply

Your email address will not be published.