<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0016.png"><br />กฎที่ไม่มีนิรโทษกรรม

Photo41ณ เวลานี้ ไม่มีคำใดจะเป็นที่กล่าวขานกันไปทั่วประเทศไทยได้เกินคำนี้ไปได้
“นิรโทษกรรม”
ก่อนอื่นเราคงต้องมาทำความเข้าใจในความหมายของคำนี้
ตามหลักของภาษากันก่อนนะครับ…
ราชบัณฑิตยสถานได้ให้คำนิยามของคำที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้ดังนี้ครับ…

นิร เป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้เป็นคําประกอบหน้าคําอื่น แปลว่า ไม่, ไม่มี, ออก
โทษ เป็นคำนาม แปลว่า ความไม่ดี, ความชั่ว, ความผิด, ผลแห่งความผิดที่ต้องรับ
กรรม เป็นคำนาม แปลว่า การ, การกระทำ, การงาน, กิจ, เป็นการดีก็ได้ ชั่วก็ได้ เช่น กุศลกรรม อกุศลกรรม รวมทั้งหมายถึง การกระทำที่ส่งผลร้ายมายังปัจจุบัน
หรือซึ่งจะส่งผลร้ายต่อไปในอนาคต และยังแปลว่า บาป, เคราะห์, ความตาย อีกด้วย

นิรโทษกรรม เป็นคำนามที่หมายถึง กฎ
โดยแบ่งเป็น… ตามกฎหมายแพ่ง หมายถึง การกระทําที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
ซึ่งกฎหมายบัญญัติว่า ไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน…

ตามกฎหมายอาญา หมายถึง การลบล้างการกระทําความผิดอาญาที่บุคคลได้กระทํามาแล้ว
โดยมีกฎหมายที่ออกภายหลังการกระทำผิดกำหนดให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิด
และให้ผู้ที่ได้กระทําการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด
จึงเป็นคำนิยามที่ชัดเจนของคำว่า “นิรโทษกรรม”
อันหมายความง่ายๆ ว่า… การลบล้างความผิดที่ได้ทำมาก่อนหน้านั้นทั้งหมด
หรือแปลให้สั้นกว่านั้นว่า “ล้างผิด” นั่นเอง

ด้วยวิถีแห่งวิจารณญาณของมนุษย์ผู้มีการศึกษา มีความคิด มีปัญญา มีคุณธรรม…
ย่อมแยกแยะ ผิด ถูก ชั่ว ดี ได้อย่างชัดเจน
และตระหนักอยู่ในใจเสมอด้วย… สติและปัญญาของตน

การใดที่เป็นผิดถูก…
ก็มีระบุไว้ในกฎหมายที่เห็นชอบร่วมกันเป็นธรรมนูญที่ใช้ปกครองประเทศ
อันเป็นกฎหมายสูงสุดที่เรียกว่า “รัฐธรรมนูญ”
ซึ่งทุกคนย่อมรู้ถึงผลบังคับใช้ บทลงโทษ และการส่งผลของกฎหมายนี้ดีแล้ว
ผมจึงไม่จำเป็นต้องกล่าวอะไรอีกมากมาย…

สำหรับผู้ที่มีธรรมในการครองชีวิต…
ย่อมยินดีที่จะดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเป็นปกติสุข
และย่อมไม่เดือดร้อนในบทลงโทษใดเพราะว่า…
ตนเองย่อมพยายามระมัดระวังตน ครองตน
ให้อยู่ในกฎหมายแห่งบ้านเมือง และกฎศีลธรรมแห่งใจ
จึงไม่ต้องคอยคิดว่าจะนิรโทษกรรมหรือไม่ หรือจะต้องล้างผิดอะไร

แต่ในกลุ่มคนที่ตรงกันข้าม…
ย่อมหาทางทุกวิถีทางที่จะนิรโทษกรรมสิ่งที่ตนได้ทำผิดพลาด เลวร้าย มาก่อนหน้า
เพื่อที่จะให้ตนไม่ต้องรับโทษใดๆ และยังสามารถอาจก่อความผิดในรูปแบบใหม่ๆ ขึ้นมาได้อีกเรื่อยๆ
แล้วก็สามารถล้างผิดได้อีกเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน

จึงเห็นได้ชัดดังสมดุลของจักรวาลที่ผมได้กล่าวไว้เสมอว่า…
ทุกสิ่งล้วนมีคู่ตรงข้ามกัน เป็นดุลพลังที่คานกันไว้อย่างสมดุล
มีกลางวัน กลางคืน มีสว่าง มีมืด มีร้อน มีเย็น มีเร็ว มีช้า และมีสิ่งต่างๆ อีกมากมายหลายคู่…

เมื่อมีความดีเกิดขึ้น ย่อมมีความชั่วปรากฏ

ดังนั้น ประเด็นของเรื่องนี้จึงอยู่ที่ว่า…
ในโลกอันวุ่นวายของมนุษย์นั้น เราพยายามนำกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ต่างๆ
ที่จะทำให้คนอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขสันติมากที่สุด
ซึ่งคนส่วนหนึ่งก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามได้เป็นอย่างดี
แต่ในขณะที่คนอีกส่วนหนึ่งก็พยายามที่จะฝ่าฝืน ลบล้าง ให้ได้มากที่สุดเช่นกัน…

ดังนั้น แม้จะมีกฎหมายที่ดีที่สุดเพียงไร แต่หากคนยังขาดธรรมในใจ
ก็ย่อมมีปัญหาในการบังคับใช้ เพราะใจของแต่ละฝ่ายนั้นใฝ่ไปในทางที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
จึงชัดเจนว่า… ไม่มีทางที่โลกนี้หรือจักรวาลนี้จะมีเพียงขั้วเดียวโดยสมบูรณ์
ไม่มีทางที่จะเป็น “โลกที่ดีสุดขั้ว” หรือ “โลกที่ชั่วสุดขีด” ไปได้อย่างเต็มรูปแบบ

ในทุกวันเวลาที่โลกหมุนไป
ความดีและความชั่ว…จะยังคงรักษาสมดุลธรรมชาติของตนไว้เสมอ

Have recommended these to many friends over the past 2 years. . Our Online Canadian Pharmacy is also accredited by the Canadian International Pharmacy Association (CIPA).

เราทุกคนจึงเป็นผู้เลือกเองว่า เราจะเลือกอยู่ในฝั่งใด
ซึ่งก็เป็นไปได้ยากแสนยากที่จะเลือกฝั่งได้อย่างเด็ดขาด
เพราะเรายังมีกิเลสที่ครอบงำจิตใจเราทุกคน

สิ่งที่เราทำได้…ก็คงมีแค่เพียงการขัดเกลากิเลสให้เบาบางลง
เพื่อที่จะให้พลังงานฝ่ายดีของเราเป็นผู้ชนะเหนือกว่าพลังงานฝ่ายชั่วในตัวเรา
ซึ่งการเพียรพยายามทำนั้นก็ไม่ใช่เพื่อผู้ใด แต่เป็นไปเพื่อเราเองจะได้อาศัยอยู่ในสังคมที่สงบสุข
ดังที่เราปรารถนาให้จงได้ ด้วยวิธีการเริ่มต้นที่ตนเองก่อนนั่นเอง

ดังนี้แล้ว “ธรรมชาติ” อันเป็นใหญ่ที่สุดของสรรพสิ่งทั้งปวง
จึงได้ออกแบบกฎที่จะมาควบคุมกฎอื่นๆ ทุกกฎ
โดยเป็นกฎที่เสมอภาคต่อทุกชีวิต ควบคุมทุกการกระทำและผลของการกระทำทุกรูปแบบ
โดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีการนิรโทษกรรมใดๆ ทั้งสิ้น
ไม่มีการล้างผิด ยกเลิก เลือกปฏิบัติใดๆ ทั้งสิ้น
ไม่มีบัญญัติหรือลายลักษณ์อักษรตราไว้ที่ใดทั้งสิ้น
แต่สามารถทำงานได้ทันทีกับทุกชีวิตตั้งแต่ก่อนเกิดจนถึงภาวะหลังความตาย…
ใช่ครับ กฎนี้พวกเราคุ้นชื่อกันดี ว่า “กฎแห่งกรรม”

หลายคนตระหนักถึงพลังของกฎนี้ดียิ่ง หลายคนกึ่งรู้กึ่งวางเฉย
และอีกหลายคนไม่สนใจ ไม่เชื่อ และไม่ยอมรับด้วย
ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์โลกที่จะเป็นเช่นนี้

แต่ขอให้จำไว้เถิดว่า… ไม่ว่าคุณจะเข้าใจหรือรู้สึกกับกฎนี้อย่างไร
กฎนี้ย่อมทำงานกับคุณอย่างแน่นอน

ดังนั้น ในช่วงชีวิตอันแสนสั้นแต่สำคัญนี้…
เราควรจะเรียนรู้ กฎแห่งกรรม นี้ให้จงหนัก และน้อมไปปฏิบัติให้ชัดแจ้งเป็นอย่างดี
ก่อนที่เราจะหมดโอกาสได้เรียนรู้และได้กระทำ…

ด้วยความปรารถนาดีที่สุด จากใจนะครับ….
“ผมเตือนคุณแล้วนะครับ ^_^”

Leave a Reply

Your email address will not be published.