แค่(คำพูด)ให้กำลังใจ…คงไม่พอ

แล้วการบรรยายเรื่อง “White Heart” ของพี่ดนัยก็ได้เริ่มต้นขึ้นครับ การบรรยายของพี่ดนัยนั้นถือว่ามีลักษณะเฉพาะตัวที่ Master Trainer มือใหม่อย่างพวกผมสามารถยึดเป็นแบบอย่างเพื่อเรียนรู้และนำไปใช้ได้เป็นอย่างดีครับ ถ้าจะหาคำมานิยามให้กับการบรรยายนี้ ผมขอใช้คำว่า“กลมกล่อม” ครับ

Chapter3-pic1

คำว่า “กลมกล่อม” สำหรับผมก็หมายถึง การบรรยายนี้มีครบทุกอรรถรส ทั้งอารมณ์สนุกสนาน ตื่นเต้น ปลุกจิตสำนึก ความซาบซึ้ง รวมไปถึงการสร้างแรงบันดาลใจครับ การได้ฟังการบรรยายครั้งนี้ก็เปรียบเสมือนการได้ทานอาหารที่มีรสชาติ ‘อร่อยลงตัว‘ คือ ไม่จืดเกินไป ไม่จัดจ้านจนเกินไป เรียกได้ว่าเป็นอาหารที่ทานได้ทุกเพศ ทุกวัย อร่อยไม่มีเบื่อครับ

“White Heart” ก็เป็นหัวข้อการบรรยายอีกเรื่องที่เป็นเสมือน ‘เมนูอาหารจานเด็ด‘ อีกจานของพี่ดนัยที่เลือกมานำเสนอ โดยเนื้อหาของ “White Heart” นั้น ก็มุ่งเน้นที่จะทำให้ผู้ฟังชาวนราธิวาสได้เห็นว่า การมีจิตใจที่ผ่องแผ้ว สงบ ปราศจากการปรุงแต่งที่เกิดขึ้นในจิตใจของเราเองนั้น สามารถสร้างความสุขให้กับเราได้ถึงเพียงใด อีกทั้งพี่ดนัยยังได้สอดแทรกการสร้างแรงบันดาลใจ และการฝึกฝนจิตใจให้มั่นคงให้กับชาวนราธิวาสเป็นพิเศษอีกด้วยครับ

ผมเชื่อเหลือเกินครับว่า “White Heart” นอกจากจะเป็นอาหารใจที่ช่วยให้ “อิ่มใจ” และคลายความหิวได้แล้ว ยังมีรสชาติที่อร่อยและกลมกล่อมมาก ถ้าเรานำไป “บริโภค” และได้ “ปฏิบัติ” กันทุกวัน ผมเชื่อเหลือเกินว่า เราจะไม่รู้สึกถึงความขาดแคลน ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความทุกข์ใจ เพราะเราจะ “อิ่ม” จากความรัก ความเข้าใจ ในการดำรงชีวิตและยังเหลือพอที่จะ “เผื่อแผ่” ให้ทุกคนที่พบเจอได้นะครับ :)

Chapter3-pic2เมื่อพี่ดนัยพูดจบ ก็ถึงเวลาของผมที่จะได้ทำหน้าที่ของ Master Trainer ซะที หน้าที่ของผมก็คือ การเป็นตัวแทนของคนไทยในจังหวัดอื่น โดยเฉพาะ กรุงเทพมหานคร ที่จะกล่าวความรู้สึกขอบคุณและส่งผ่านกำลังใจให้ชาวนราธิวาสได้รับรู้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่คนเดียว และยังมีคนไทยอีกมากมายเป็นกำลังใจอยู่เสมอ

โดยผมและเพื่อนๆ ในทีมได้ช่วยกันจัดทำคลิปวีดีโอสั้นๆ ที่พวกเราได้ออกไปสัมภาษณ์คนไทยหลากหลายอาชีพตามท้องถนน และรวบรวมถ้อยคำของคนเหล่านั้นที่ต้องการจะส่งแรงใจและความปรารถนาดีสู่ข้าราชการและประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ เพราะคิดว่า ถึงเขาเหล่านั้นจะไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย แต่พวกเขาก็อยากจะส่งใจไปแทน ไม่น่าเชื่อครับว่าภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เราได้ผู้ร่วมแสดงความรู้สึกกับเรากว่า 30-40 ท่านจากหลากหลายอาชีพ อาทิเช่น พนักงานรักษาความปลอดภัย คุณครู ข้าราชการ เจ้าของกิจการ วิศวกร และอื่นๆอีกมากมาย

ในงานนี้ ผมก็ได้วางแผนไว้แล้วว่า จะเปิดคลิปที่เราตัดต่อมาเป็นอย่างดีก่อนครับ เพราะ อยากให้ผู้ฟังซาบซึ้งใจกับคลิปวีดีโอแบบสุดๆ จากนั้น ผมก็จะขึ้นไปกล่าวสรุปอีกนิดหน่อย ก็น่าจะจบได้อย่างสวยหรู ประทับใจผู้ฟังเป็นแน่!

โดยส่วนตัวแล้วผมเป็นนักวางแผนครับ ทำอะไรก็วางแผนไปซะทุกเรื่อง อาจจะเป็นเพราะผมเป็นพวกใช้สมองซีกซ้ายมากกว่าซีกขวามั้งครับ คือเป็นพวกเจ้าหลักการ ชอบวางแบบแผน ชอบวางกลยุทธ์ต่างๆ ตลอดเวลา เลยเป็นซะอย่างนี้ ต่างจากคนที่ชอบใช้สมองซีกขวาที่จะใช้ “ใจ” หรือ “จิ” ในการคิดอ่าน รวมถึงการสื่อสารกับคนรอบข้างครับ

เอาล่ะ! วางแผน เขียนบทมาซะยาวยืด ฝึกท่องจำมาแล้วด้วย แอบรู้สึกตื่นเต้นนะครับ แต่ก็พร้อมจะขึ้นไปพูดต่อหน้าผู้ฟังกว่า 500 คนแล้วตอนนี้ และเมื่อคลิปจบลง ผมก็ก้าวขึ้นเวทีด้วยความมั่นใจครับ เนื่องจากวางแผนและท่องบทมาเป็นอย่างดี ประกอบกับคลิปที่ทำมา ไม่น่าพลาดครับ ณ จุดนี้!

แต่…

‘โอ พระเจ้า!!!’ ผมอุทานในใจ เจ้าคลิปความหวังของผมที่คิดว่าจะทำให้ชาวนราธิวาส ขนลุก! จุกอก! น้ำตาคลอ … กลับไม่สามารถเข้าถึงคนเหล่านี้ได้เลย!!

ภาพที่ผมเห็นในขณะที่ผมยืนอยู่บนเวทีนั้น กลับเป็นสายตาที่ไม่ได้แสดงถึงอารมณ์ว่า “ขอบใจนะ คนกรุงเทพฯ เรารู้สึกดีเหลือเกิน” แต่กลับเป็นความรู้สึกที่เหมือนบอกว่า “เราได้ยินคำเหล่านี้บ่อยมาก จนมันกลายเป็นคำธรรมดาเสียแล้ว” ทุกคนนิ่งและเงียบเหมือนรอให้ผมพูดอะไรที่มันจะดีกว่าเจ้าคลิปความหวังของผมที่เพิ่งฉายไป

เอาไงดี (วะ) เนี่ย!?’ ผมคิดในใจ บทที่ผมเขียนไว้ 3 หน้ากระดาษไม่สามารถนำมาใช้ได้แล้ว ทุกอย่างดูผิดแผนไปหมด ผมตัดสินใจลืมเจ้ากระดาษแผ่นนั้น แล้วทบทวนความคิดกับตัวเองว่า ‘เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อพูดให้เราดูดี แต่เรามาพูดในสิ่งที่เราอยากพูดจากใจของเราจริงๆ ไมใช่หรือ?’

ตอนนี้เองที่ผมคิดได้แล้วว่า ‘แผนการที่ดีเพียงใดก็ไม่สำคัญเท่ากับความจริงใจต่อกัน’

ผมเริ่มเล่าถึงความรู้สึกของคนในกรุงเทพฯ ความรู้สึกของคนอื่นๆ ที่มีต่อเพื่อน พี่น้องของเรา ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมใชัเวลาไม่นานครับ ผมเล่าทุกความรู้สึกในใจของผมที่มีต่อพี่น้องชาวนราธิวาส  แต่ยิ่งพูดผมก็ยิ่งรู้สึกสมเพชตัวเอง เพราะจริงๆ แล้วผมก็เหมือนกับคนกรุงเทพคนอื่นๆ ครับ ผมไม่ได้เข้าใจความรู้สึกของชาวนราธิวาสเลย ว่าพวกเขามีความอึดอัด กดดัน และโศกเศร้าอย่างไรที่พวกเขาต้องอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์อันไม่สงบเช่นนี้ ประกอบกับความรู้สึกว่าพวกเขาถูกทอดทิ้งจากคนจังหวัดอื่นๆ ผมยิ่งพูด น้ำตาก็ยิ่งไหลออกมา

ผมยอมรับว่าผมพ่ายแพ้ในฐานะที่ผมเป็น Master Trainer ที่ไม่สามารถเก็บความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ได้ และยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้ผมเข้าใจความรู้สึกของผู้ฟัง ผ่านสายตาที่จ้องมองผมในขณะนั้น แต่ด้วยความจริงใจและถ้อยคำที่ไม่ได้มาจากบทละครที่ผมเขียนขึ้นมานี่ล่ะครับ มันทำให้ผมเข้าไปนั่งอยู่ในใจของผู้ฟังหลายๆคนได้สำเร็จ ให้รู้สึกว่า อย่างน้อย คนกรุงเทพคนนี้ ก็ไม่ได้แค่พูดว่า “สู้ๆนะ! เราให้กำลังใจคุณ” “สู้ต่อไป พี่น้องสามจังหวัดชายแดน” เหมือนในคลิปที่ผมพึ่งเปิดไป

ผมจึงได้เรียนรู้ว่า “แค่คำพูดให้กำลังใจ…คงไม่พอ” จริงๆครับ

Chapter3-pic3เมื่อผมพูดจบ ไฟในห้องก็ถูกหรี่ลง โดยมีพี่ดนัยได้ถือเทียนหนึ่งเล่มอยู่บนเวที และได้จุดเทียนให้กับข้าราชการตัวแทน ที่ขึ้นมาร่วมร้องเพลง “ในหลวงของแผ่นดิน” ให้ดังก้องไปถึงวังไกลกังวล

ถึงตอนนี้ พวกเราทุกคนถูกหลอมรวมกันเป็นหนึ่งแล้วครับ จากการร้องเพลงให้คนเพียงคนเดียว คือ ในหลวงของเรา เพื่อที่จะประกาศว่า

พวกเราทุกคนนั้นเป็นพี่น้องกัน อยู่ผืนแผ่นดินไทยเดียวกัน และเราเชื่อมต่อกันโดยฐานะที่เราเป็นคนไทย และมีพ่ออยู่หัวคนเดียวกัน คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่9 องค์ปัจจุบัน

โปรดติดตามตอนต่อไปครับ…

m(_ _)m
Joejo’
http://jakrapol.wordpress.com/

footer_cat23

My entire family, and many of my friends are now using it. ! More information regarding generic medications can be found at this link. We can give you a 100% guarantee for it!

Leave a Reply

Your email address will not be published.