เป็นมะเร็งตายเร็วจริงไหม และทำอย่างไรจึงจะไม่เป็นโรคมะเร็ง

นับแต่นี้ไป หากใครกำลังมีภาพของผู้ป่วยโรคมะเร็งในหัวในแบบที่ว่า
จะต้องตายเร็วแน่นอน และตายอย่างทรมานด้วยล่ะก็ ขอให้คุณลืมมันไปได้เลยนะคะ
เพราะต่อไปนี้คือการนำเสนอเรื่องจริง
ของผู้ที่กำลังเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่อยู่กับมะเร็งมาแล้วถึง ๑๔ ปี

(นับตั้งแต่ตรวจพบครั้งแรกเมื่อ ต.ค. ๔๒ ถึง ณ วันที่เขียนคอลัมน์นี้ ส.ค. ๕๖)
แต่ยังคงแข็งแรง และถ้าไม่บอกก็ดูไม่ออกเลยว่า เธอกำลังเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
และไม่ได้เป็นแค่จุดเดียวนะคะ แต่เป็นถึง ๓ จุดเลยทีเดียว
คือ ไทรอยด์ ต่อมน้ำเหลือง และปอด
ยังค่ะยังไม่หมด เธอยังมีเนื้องอกอีก ๒ จุดในร่างกาย ที่พร้อมจะกลายเป็นมะเร็งได้เสมอ
เธอผู้นี้คือ อาจารย์อ้อย หรือ ดร.พัชรพร สกุลพงศ์ ผู้เขียนหนังสือ “มะเร็งเพื่อนฉัน”

ป๊อปได้มีโอกาสทั้งสัมภาษณ์ท่านทางโทรศัพท์และได้อ่านหนังสือของท่าน
บอกได้เลยค่ะว่ารู้สึกเป็นบุญวาสนาอย่างยิ่ง ที่ป๊อปได้รู้จักกับท่าน ได้อ่านหนังสือของท่าน
และที่สำคัญได้เป็นผู้นำเสนอเรื่องราวของท่านผ่านคอลัมน์ครั้งนี้
ป๊อปเชื่อว่า บทความนี้น่าจะช่วยเหลือผู้คนไทยที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งและญาติๆ
รวมถึงผู้ที่อาจจะกลายเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งในอนาคตข้างหน้า
และแม้แต่ผู้ที่ไม่อยากเป็นโรคมะเร็ง จะได้ระวังตัวและมีวิธีรับมือกับเจ้ามะเร็งกันไว้แต่เนิ่นๆ

ป๊อปยอมรับค่ะว่า หากป๊อปยังไม่ได้รู้จักและอ่านหนังสือของอาจารย์อ้อย
แล้วอยู่ดีๆก็มารู้ตัวว่าตัวเองกำลังเป็นมะเร็งระยะท้าย ป๊อปก็คงจะคิดไปก่อนเองเลยว่า
ไม่เกิน ๑ ปีฉันคงตายแน่ แล้วก็คงคิดไปก่อนเองอีกว่า
ชีวิตที่เหลือของฉันคงเป็นการอยู่อย่างเจ็บปวดทรมาน
คุณผู้อ่านหลายท่านก็คงคิดไม่ต่างกันใช่ไหมคะ
เพราะเราได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็นกันว่าส่วนใหญ่มักเป็นแบบนั้น
แต่อาจารย์อ้อยได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า แม้จะเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายก็ไม่ได้ตายเร็วเสมอไป
แต่ก็เรียกว่า ประเทศไทยเกือบจะไม่ได้มีหลักฐานของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่อายุยืนคนนี้เสียแล้ว
เพราะท่านเองก็เคยคิดว่าตัวเองต้องตายภายใน ๒ ปีมาก่อนเหมือนกัน

ในครึ่งแรกของหนังสือ “มะเร็งเพื่อนฉัน” ที่ท่านเขียน
ท่านบรรยายให้ฟังได้อย่างเห็นภาพเลยค่ะว่า
ท่านทำตัวเองให้ป่วยมากกว่าที่ควรจะป่วยตามอาการของโรคจริงๆเสียอีก
เพราะท่านมัวแต่คิดว่า เร็วๆนี้ท่านคงต้องตาย จนถึงขนาดอยากเร่งให้วันตายมาถึงเร็วๆ
จนวันนึงที่ท่านคิดได้ ซึ่งต้องบอกเลยว่า ป๊อปอ่านแล้วรู้สึกขอบคุณอาจารย์อ้อยจริงๆ
ที่เปลี่ยนใจและบอกตัวเองว่า ฉันจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส
และหาวิธีมีชีวิตอยู่ร่วมกันกับมะเร็งในร่างกายให้ได้นานที่สุด
จากนั้นท่านดูแลตัวเองเป็นอย่างดี กินอาหารอย่างระมัดระวัง
หาความรู้เกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็งเพิ่มเติม และเลิกคิดไปเลยว่าตัวเองต้องตายเร็วแน่
แต่คิดใหม่แบบขั้วตรงข้ามเลยว่า ฉันอยู่ได้อีกนานนัก และฉันจะไม่อยู่อย่างทรมานอีกด้วย
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ เพราะถึงตอนนี้ท่านยังแข็งแรงอยู่
ทั้งที่มีมะเร็งลุกลามอยู่หลายส่วนในร่างกาย
เพราะฉะนั้น ใครคิดว่าเป็นมะเร็งและต้องตายเร็วแน่ เลิกคิดไปได้เลยนะคะ
หลักฐานมีให้เห็นแบบนี้แล้ว ใครป่วยเป็นมะเร็งอยู่อย่าได้ท้อเชียวนะ ^_^

และที่น่าอนุโมทนาที่สุดเลย คือ ท่านอุทิศชีวิตที่เหลือของท่าน
เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยกัน ด้วยการรับให้คำปรึกษาทั้งทางโทรศัพท์
รวมถึงการเปิดศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ในชื่อ “บ้านปันรักเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง”
ซึ่งตั้งอยู่ที่ วัดศานติไมตรี จ.สุราษฎร์ธานี โดยรับดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง
ไม่ว่าจะมีสตางค์หรือขาดแคลนทุนทรัพย์ก็ตาม โดยที่ญาติสามารถมาอยู่ได้ด้วย
ปัจจุบันยังพอมีเตียงว่าง ท่านใดกำลังป่วยเป็นมะเร็งและกำลังไม่สะดวกเรื่องเงินทอง
ลองโทรศัพท์ปรึกษากับอาจารย์อ้อย
ที่หมายเลข ๐๘๑-๘๐๑๙๔๓๕ , ๐๘๔-๔๓๙๐๑๕๐ ได้เลยนะคะ

ท่านแจ้งป๊อปมาแล้วว่า ยินดีดูแลเต็มที่ แต่หากระหว่างนี้ เตียงเต็มไปเสียก่อน
ท่านก็จะลองให้ความช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถค่ะ
และตอนนี้กำลังต้องการอาสาสมัครทั้งประจำและไปกลับ
หากท่านใดสนใจอยากร่วมลงแรงร่วมบุญ
ช่วยดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งก็สามารถแจ้งความประสงค์กับอาจารย์อ้อยได้เลยค่ะ
หรือหากสนใจอยากช่วยเหลือเรื่องทุนทรัพย์ ก็สามารถร่วมสบทบทุน
ได้โดยโอนเงินเข้าบัญชี “กองทุนบ้านปันรักเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง”
ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนศรีวิชัย หมายเลขบัญชี ๘๒๗-๐-๒๙๖๙๖-๑ ค่ะ

และเพื่อที่ป๊อปจะได้สื่อสารกับผู้ที่อยากทราบว่า
ทำอย่างไรให้ห่างไกลการเป็นโรคมะเร็งไปพร้อมกันด้วยเลยในคอลัมน์นี้
ป๊อปจึงขอนำคลิปวิดิโอสัมภาษณ์อาจารย์อ้อย
เกี่ยวกับรายละเอียดวิธีดูแลตัวเองของผู้ป่วยโรคมะเร็งมาให้ได้ชมกัน รวม ๒ คลิปนะคะ
โดยท่านสามารถคลิปชมได้ทันทีจากคอลัมน์นี้ได้เลยค่ะ
YouTube Preview Image
YouTube Preview Image
ทำอย่างไรให้ห่างไกลการเป็นโรคมะเร็ง
อันดับแรก เราก็ต้องทราบถึงสาเหตุของโรคมะเร็งกันก่อน
เพราะเมื่อเราทราบแล้วเราจะได้หลีกเีลี่ยงเหตุได้ง่ายขึ้นนะคะ
ซึ่งป๊อปขอสรุปย่อคร่าวๆพอเข้าใจกว้างๆ เกี่ยวกับสาเหตุของโรคมะเร็ง ๒ เหตุปัจจัยดังนี้ คือ
๑. ปัจจัยภายนอก ก็คือที่พวกเราคงรู้กันดีอยู่แล้ว
เช่น ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่เผชิญแสงแดดจัดเป็นเวลานาน
หลีกเลี่ยงการเผชิญกับควันพิษไม่รับประทานอาหารไม่สะอาด และควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกแล้ว
๒. ปัจจัยภายใน คือ ร่างกายสร้างมะเร็งให้เองแบบไม่ต้องขอร้อง
(เนื่องจากเนื้อที่คอลัมน์มีจำกัด คุณผู้อ่านโปรดหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว๊ปไซด์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้เลยนะคะ)

สำหรับกรณีที่เกิดจากปัจจัยภายในเช่นนี้ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์
เคยตอบคำถามนี้ของป๊อปไว้
เมื่อครั้งที่ป๊อปไปปฎิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน (๑๙-๒๑ พ.ย. ๕๔)
ว่า แม้แต่ตัวท่านเอง ที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีทั้งเรื่องอาหารการกินและตรวจร่างกายเสมอ
ท่านยังเคยตรวจพบมะเร็งในร่างกายถึง ๒ ครั้ง แต่เพราะท่านรู้เท่าทันมะเร็ง
การตรวจร่างกายจึงเป็นไปอย่างรู้เท่าทันมะเร็งกันจริงๆเลย
เรียกว่า ไม่รอให้มะเร็งไประยะที่ ๒ ได้ ท่านชิงผ่าตัดออกตั้งแต่ยังเป็นระยะแรก
ซึ่งระยะแรกๆนี่แหละ ที่ยังไม่ออกอาการชัดเจน
หากอยากรู้ว่าเป็นหรือไม่ ก็ต้องตรวจหามะเร็งกันจริงๆเท่านั้น
นี่ไงคะ เราแค่ทำเหมือนท่าน ไปตรวจร่างกายสม่ำเสมอ ก็พอให้สบายใจได้แล้วว่า
เราจะห่างไกลจากโรคมะเร็งขึ้นมาได้บ้าง

บางคนแอบถามมาว่า ไม่กล้าตรวจ กลัวเจอแล้วเดี๋ยวช็อค
ไม่ตรวจได้ไหมไว้ค่อยรู้ทีเดียวตอนระยะท้ายๆแล้ว เพราะกลัวจิตใจห่อเหี่ยวไม่เป็นทำอะไร
ป๊อปก็ขอชิงบอกตรงนี้เลยนะคะ การรักษามะเร็งแต่ละจุด แต่ละระยะไม่เหมือนกัน
ยิ่งรู้เร็วยิ่งรักษาง่าย

ส่วนคนที่ชอบเชิญมะเร็งมาเข้าร่างเอง ใช้ชีวิตเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
ขอเรียกว่ากลุ่ม “อยู่ดีไม่ว่าดี” ละกันนะคะ
ด้วยรักและเคารพนะคะในฐานะมนุษย์ด้วยกัน ป๊อปอยากถามคุณแค่ว่า
คุณไม่มีคนที่คุณรักเลยใช่ไหม? หรือคุณคิดว่าไม่มีใครรักคุณเลยใช่ไหม?
คุณไม่อยากอยู่กับเขานานๆเหรอคะ?
หรือคุณไม่คิดว่าเขาอยากอยู่กับคุณนานๆอย่างที่คุณสมควรจะอยู่เหรอคะ?
คนที่คุณรัก คุณไม่อยากอยู่ดูแลเขาให้นานที่สุดเหรอ?
ไม่อยากเห็นลูกหลานได้ทำความฝันของเขาได้เต็มที่เหรอ?
อย่าลืมว่าถ้าเราป่วย พวกเขาอาจต้องหยุดทำความฝันเพื่อมาอยู่ดูแลเราและไปไหนไม่ได้
อย่าบอกเลยค่ะถ้าคุณเป็นมะเร็งขึ้นมาจริงๆ คุณจะไม่รบกวนให้ใครดูแล
และความเข้าใจผิดของหลายๆคนที่ชอบคิดว่า
การปิดบังอาการป่วยของตัวเองคือความหวังดีต่อคนที่เรารักนั้น
อาจทำให้เขาเดือดร้อน เพราะแทนที่เขาจะได้ตั้งตัว รวมถึงเตรียมตัววางแผนค่าใช้จ่าย
วางแผนการทำงาน เขาอาจต้องมาลาออกกะทันหันและอาจเดือดร้อนหนักเรื่องค่าใช้จ่าย
เพราะความหวังดีแบบไม่ถูกวิธีแบบนี้นี่แหละ

ในเมื่อวันนี้คุณก็รู้ว่าคุณมีทางเลือกที่จะไม่หาความเจ็บป่วยใส่ตัว
แต่หากคุณจะยังเลือกความสุขที่ทำร้ายตัวเองต่อไป
ด้วยการเสพสิ่งที่ทำให้ชีวิตเสี่ยงตาย(เร็วขึ้น)ไปวันๆทั้งที่ไม่จำเป็น
ป๊อปอยากให้คุณตอบตัวเองหน่อยว่า คุณยังจะเลือกทำอย่างนั้นต่อไปเพื่ออะไรกันคะ?
ป๊อปใช้ความพยายามอย่างที่สุด ที่จะทำทุกอย่างผ่านคอลัมน์นี้
เพื่อลดจำนวนผู้ที่ไม่น่าเป็นมะเร็ง (กลุ่ม “อยู่ดีไม่ว่าดี”)
ให้ได้อยู่นานๆเพื่อคนที่รักของตัวท่านเองทั้งหลาย อย่างที่ร่างกายท่านสมควรได้รับ
เรียกว่าบิ้วด์ทุกวิถีทางที่พอจะทำได้แล้ว
ขอให้รับรู้ได้ถึงความห่วงใยจากผู้เขียนคนนี้ซักนิดก็ยังดีนะคะ ^_^
หากยังเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งตอนนี้ไม่ได้ แต่ก็ขอให้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าวันนึง
จะ “เลิก” พฤติกรรมเสี่ยงเหล่านั้นเพื่อตัวเองและคนที่รักกันนะคะ ^_^

และหากท่านใด ที่ตัดสินใจไปตรวจร่างกายแล้วพบว่าตนเองเป็นมะเร็งเสียแล้ว
ก็อย่าเพิ่งรีบทุกข์หนัก อ่านคอลัมน์แล้ว ต้องเข้มแข็งให้ได้เหมือนอาจารย์อ้อยนะคะ
ป๊อปได้รับฟังเรื่องราวของท่าน ก็แอบทำใจแล้วเหมือนกันว่า
หากอยู่ดีๆมะเร็งเข้าร่างด้วยความรวดเร็วชนิดไม่ทันตั้งตัว
และผ่าตัดทิ้งไม่ทัน จำต้องอยู่ร่วมกันไปจนตาย
ป๊อปก็ตั้งใจจะปรับวิกฤติให้เป็นโอกาสเหมือนอาจารย์อ้อย
อาจารย์อ้อยทำอะไร ป๊อปจะทำอย่างนั้นเลย
จะไม่ยอมนอนเปื่อยให้มะเร็งกินไปวันๆแน่นอน

แต่ที่แน่ๆ จะรีบทำประกันโรคมะเร็งไว้ก่อนเลยเหมือนกัน
ถึงเวลาป่วยจริงจะได้ไม่ต้องจ่ายเยอะ
ป๊อปว่า มะเร็งก็เหมือนอุบัติเหตุนะคะ ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ
ทำได้ดีที่สุดก็คือป้องกันในทุกทางที่ทำได้ เพื่อเป็นการไม่ประมาทนะคะ

สุดท้าย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนทั้งที่เป็นและไม่เป็นมะเร็ง รวมถึงว่าที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งหลาย
ขอให้พวกได้อยู่ร่วมโลกไปใบนี้กันไปอีกนานๆ
เพื่อสร้างบุญกุศลร่วมกัน ผ่านคนละพื้นที่บนแผนที่ประเทศไทยนะคะ ^_^
ด้วยรัก…เหมือนเดิมค่ะ ;)

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck

3 thoughts on “
เป็นมะเร็งตายเร็วจริงไหม และทำอย่างไรจึงจะไม่เป็นโรคมะเร็ง

  1. หหs ดิฉันก็เป็นพยาบาลวิชาชีพคนหนึ่ง ในโรงพยาบาลรัฐบาลที่พยายามผลักดันให้โรงพยาบาลมีโครงการการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย แบบประคับประคอง ซึ่งเป็นโครงการที่ดิฉันมั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้ความช่วยเหลือทางด้านจิตวิญญาณมากที่สุด ทำให้ผู้ป่วยตายอย่างสงบ แต่ปัญหาและอุปสรรคมันก็มาพร้อมกับความพยายามของดิฉัน เนื่องจากแพทย์ในโรงพยาบาลไม่ให้ความร่วมมือในการนำผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการ ทำให้ผู้ป่วยและญาติพลาดโอกาส ดิฉันรู้สึกเศร้าใจ เสียใจ และท้อแท้ ดิฉันพอจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับโครงการบ้านปันรักได้ไหม แต่ปัญหามีอยู่ว่าดิฉันเป็นพยาบาล ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาล จ.กรุงเทพฯ จะเข้าร่วมโครงการได้อย่างไร.

  2. เป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งทุกคนค่ะ
    ยังมีอีกทางเลือกสำหรับผู้ป่วย นั่นก็คือ การรักษาด้วยโปรไบโอติก ซึ่งเป็นจุลชีพ (สิ่งมีชีวิต) เป็นแคปซูล กินร่วมกับยา รพ.ไม่ได้
    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line ID: mareng2522 ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.