มาเขียนประวัติชีวิตล่วงหน้ากันเถอะ

Young Woman Writing in Notebook
“ไม่เคยมีใครเขียนแผนให้ตัวเองไม่มีเงิน อ้วน ขี้เกียจ หรือไม่ฉลาด
แต่นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราหากเราไม่มีแผนชีวิต”

เป็นคำกล่าวของ ลารี่ วิงเก็ต
ที่ป๊อปอ่านเจอจากหนังสือ“Brain Power ๓ คู่มือสมองดี” ของคุณหนูดี วนิษา เรซ
แต่ก่อนที่จะให้ทุกท่านลงมือเขียน ป๊อปอยากให้ทุกท่านได้อ่านเรื่องราวต่อไปนี้ก่อน
เพราะมันอาจทำให้คุณเขียนได้ยิ่งใหญ่กว่า และสมกับที่คุณควรทำมันให้ได้จริงๆค่ะ

เมื่อไม่นานมานี้ ป๊อปได้อ่านหนังสือเล่มใหม่
ของหมอเอ้ว นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา ที่มีชื่อว่า “๕๐๐ ล้านปีของความรัก เล่ม ๑ วิทยาศาสตร์ของอารมณ์ ความรัก และความเกลียดชัง”
ส่วนที่ป๊อปชอบที่สุดในหนังสือเล่มนี้ คือ หน้าประวัติผู้วาดภาพประกอบค่ะ
เธอคือ พญ.ขวัญปีใหม่ พะนอจันทร์ หรือหมอขวัญ
เธอเรียนเก่งตั้งแต่เด็ก สอบได้ที่ ๑ ตั้งแต่ ป.๑ – ป.๖
พอมัธยมก็ได้เกรดเฉลี่ย ๓.๙ – ๔.๐๐ เป็นประจำ
และจบแพทยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยคะแนนสูงเป็นอันดับที่ ๒ ของรุ่น
ขณะทำงาน ได้รับเลือกเป็นแพทย์เพิ่มพูนทักษะดีเด่น ๓ ปีซ้อน
ป๊อปอ่านแล้วรู้สึกว่า โห! อยากมีประวัติแบบนี้บ้างจัง
และทันใดนั้นเอง ก็นึกสนุกขึ้นมาได้ว่า
เราเขียนประวัติในฝันของตัวเองบ้างดีกว่า :D
แต่เป็นการเขียนไปข้างหน้านะคะ ไม่ได้เขียนย้อนหลังนะ :)
โดยเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่ปัจจุบันนั้นเป็นวันแรก
เพราะป๊อปต้องการทำให้มันเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงแต่คิดเพ้อเจ้อค่ะ
ตอนนั้นป๊อปเริ่มเขียนประวัติชีวิตตัวเองล่วงหน้า ๒๐ ปี
(ตอนนี้เขียนล่วงหน้าไปยาวไปจนถึงวันตายทีเดียวเชียวล่ะ!)
และเขียนได้เวอร์มาก ยอดมนุษย์สุดๆ
ที่ป๊อปเขียนให้เวอร์เข้าไว้ เพราะคุณบัณฑิต อึ้งรังษี
วาทยกรแชมป์โลกและนักเขียน Best seller เคยสอนไว้ในคอร์ส Top of the field ว่า
คนที่ตั้งเป้าหมายสูงๆ กับคนตั้งเป้าหมายเพียงในระดับที่คว้าได้แน่ ๆ นั้น
ใช้ความพยายามต่างกันมาก
และต่อให้คนที่ตั้งเป้าหมายสูง ๆ นั้น จะทำตามเป้าหมายนั้นไม่ได้ทั้งหมด
แต่ความสำเร็จของคนที่มีเป้าหมายสูงนั้น
ก็ย่อมห่างกันไกลนักถ้าเทียบกับคนที่ตั้งเป้าหมายเพียงแค่พอคว้า

ถึงตอนนี้ ป๊อปไม่รู้สึกหวั่นใจเลย
ว่าประวัติในฝันแสนเวอร์ของป๊อปนั้นจะเป็นไปไม่ได้
เพราะเป้าหมายใหญ่นั้น
สามารถหั่นออกมาเป็นเป้าหมายย่อยๆได้เป็นร้อยเป็นพันเป้าหมาย
เราสามารถวางแผนเส้นทางความฝันของเรา
โดยแยกย่อยออกมาเป็นเป้าหมายรายปี รายเดือน รายวัน และรายชั่วโมง ให้เราได้ทำ
ถ้าเราเอาจริง ทำจริง และคำนวณระยะเวลาถูกต้อง
และมีการทบทวน ประเมินตัวเองอยู่เรื่อย ๆ
ป๊อปคิดไม่ออกเลยว่า มันจะ ‘เป็นไปไม่ได้’ ได้ยังไง

ป๊อปจึงอยากชวนคุณผู้อ่านให้เขียนประวัติชีวิตล่วงหน้าให้เวอร์เข้าไว้กันบ้างค่ะ
ถ้าถามว่า ทำไมจะต้องเขียนให้เวอร์ ในเมื่อไม่อยากทำให้เวอร์
อย่างนั้นก็สุดแล้วแต่ใจค่ะ ไม่บังคับกันอยากทำเท่าไหนก็ทำ ชีวิตท่านเป็นของท่าน
แต่ถ้าเมื่อไหร่รู้สึกว่าชีวิตมันน่าเบื่อเกินไป
ก็อยากให้ลองพิจารณาไอเดียนี้ใหม่อีกครั้งนะคะ

และก่อนที่จะเริ่มลงมือเขียน ขอให้ลืมเรื่องข้อจำกัดอะไรทั้งหลายไปก่อนนะคะ
เขียนอย่างที่อยากเขียนไปก่อน เอาให้แบบว่า แค่อ่านก็มีความสุขมากแล้วเลยน่ะค่ะ
และถ้าคุณอยากแก้อยากตัดตรงไหนออก ค่อยมาพิจารณากันทีหลัง
แต่ก่อนที่คิดจะตัดอะไรออกไป ขอให้คุณจำไว้อย่างว่า
ถ้าเคยมีคนทำได้มาก่อนแล้ว แปลว่าคุณก็ทำมันได้แน่ นั่นก็พราะคุณก็คนเหมือนกัน
อะไรที่คุณฝันอยากทำ แล้วล้มเลิกความตั้งใจไป เพราะคิดว่ามันใหญ่เกินตัว
ป๊อปอยากให้ลองคิดใหม่ ลองหาอ่านประวัติของบุคคลสำคัญของโลก
บางคนเขาก็เริ่มต้นตอนอายุมาก ๆ ก็มี
ล้มแล้วล้มอีก แต่ในที่สุดก็สำเร็จก็มีให้เห็นเยอะแยะ
หลายคนเกิดมายากจน ผ่านเหตุการณ์ที่แสนโหดร้ายมากมาย
แต่เขาก็สู้ชีวิต จนในที่สุดก็กลายเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลก
ตัวอย่างเช่น โอปราห์ วินฟรีย์
news_img_392757_1
เธอได้รับการจัดอับดับว่าเป็นผู้หญิงที่มีอิทธิพลที่สุด และเป็นผู้หญิงที่รวยที่สุดในโลก
เธอเกิดในครอบครัวที่อยู่ในชุมชนแออัด ฐานะยากจนมากถึงมากที่สุด
มีชีวิตอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงทั้งยาเสพติดและการข่มขืน
เธอต่อสู้ดิ้นรนด้วยตัวของเธอเอง จนกระทั่งเธอมีวันนี้ มีสถานีโทรทัศน์เป็นของตัวเอง
ก็เพราะเธอมีเขียนเป้าหมายชีวิตตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าจะทำมันได้อย่างไรนี่แหละค่ะ
และหากคุณกำลังคิดว่า คุณคงทำความสำเร็จยิ่งใหญ่ขนาดนี้ไม่ได้
ป๊อปก็อยากจะบอกคุณว่า ก็แล้วถ้าโอปราห์ วินฟรีย์ ผู้ซึ่งมีข้อจำกัดเยอะขนาดนี้
ยังทำความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้ มันน่าจะแปลว่า หากเรามีข้อจำกัดน้อยกว่าเธอ
เราก็น่าจะทำได้มากกว่าเธอ (ถ้าเราจะทำ) จริงหรือไม่ล่ะคะ
หวังว่าคงไม่มีใครกำลังคิดว่าการที่ชีวิตไม่ค่อยมีปัญหา ไม่ค่อยลำบากเท่าไหร่
จะกลายเป็นอุปสรรคในการทำความสำเร็จนะคะ
แต่ถ้ามันใช่ ก็แนะนำให้รีบหาปัญหาที่ยังรอคนเข้าไปแก้ แล้วก็อาสาเข้าไปทำเลยค่ะ
ไม่ต้องเป็นนักการเมืองก็ทำเพื่อโลกทั้งใบได้ค่ะ ดูแลโลกทั้งใบเริ่มต้นง่าย ๆ ที่ตัวเรานะคะ ^_^

และขอให้จำไว้ว่า ไม่ว่าอะไรที่เราจะทำนั้น
หากไม่ใช่สิ่งที่เกิดขีดจำกัดความสามารถของมนุษย์
ไม่เกินไปกว่าการไปเหยียบดวงจันทร์ อย่างที่มีคนเคยทำได้มาแล้ว
เลิกคิดเถอะค่ะว่าจะทำมันไม่ได้ (ถ้ายากกว่าเหยียบดวงจันทร์สิค่อยน่าข้องใจหน่อย)

ถ้าพร้อมกันแล้ว ก็เริ่มเขียนกันเลยนะคะ
ถ้าเขียนเสร็จแล้ว ก็อย่าลืมอ่านมันบ่อยๆนะคะ จะได้ไม่เผลอละสายตาจากเป้าหมายค่ะ
ขอให้ทุกคนทำทุกความฝันได้สำเร็จนะคะ
ด้วยรัก…เหมือนเดิมค่ะ ;)

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck

14 thoughts on “
มาเขียนประวัติชีวิตล่วงหน้ากันเถอะ

  1. ในปี 1952 มหาิวิทยาลัยเยล ได้ทำวิจัย
    สำรวจบัณฑิตจบใหม่ที่เขียนเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมและคนที่ไม่ได้เขียน
    แบ่งได้เป็น 3 % ที่เขียน และ 97% ที่ไม่ได้เขียน
    20 ปีหลังจากนั้น ทีมนักวิจัยสำรวจชีวิตของพวกเขาัทั้งหมดอีกครั้ง
    พบว่า กลุ่ม 3% ที่เขียนเป้าหมายมีความมั่งคั่งรวมกัน
    มากกว่า 97 % รวมกันเสียอีก
    ดูรายละเีอียดได้จากสุนทรพจน์นี้ของคุณหนูดี วนิษา เรซ นะคะ :)
    http://www.youtube.com/watch?v=oSn1SvkGiP0
    ทราบอย่างนี้แล้ว งั้นเรามาเขียนเป้าหมาย
    และประวัติชีวิตล่วงหน้ากันเถอะนะคะ ^_^

  2. เคยคิดและเพ้อฝันในจินตนาการของตัวเองก่อนนอนเสมอ อยากทำแบบนั้นแบบนี้บ้างล่ะ อยากเป็นอย่างนั้นอย่างนี้บ้างล่ะ เฝ้าคิดว่าสักวันฉันต้องทำให้ได้. อ่านบทความนี้แล้วก็ดีนะคะ ลองมาเขียนชีวะประวัติตัวเองบ้าง เอาไว้อ่านเอง อย่างน้อยมันก็เป็นกำลังใจให้เราอยากทำในสิ่งที่คิดต่อๆไป

  3. ผมเกิดในครอบครัวที่สุดๆจะจน..คุณแม่ขายกล้วยทอดในตลาดสด คุณพ่อขุดสมุนไพรในป่ามาขาย ผมต้องเดินทางไปโรงเรียนเป็นระยะทาง 15 ก.ม.ทุกวัน ไม่เคยมีเงินซื้อขนมที่ ร.ร.เลยสักวัน อาหารกลางวันที่คุณแม่ให้ก็คือกล้วยทอด3ชิ้น ข้าวเหนียว 1 หอ..หาเลียงตนเองตั้งแต่เรียนป.4 ด้วยการขายหนังสือพิมพ์และหวยรัฐบาล ปัจจุบันผมมีฐานะที่ดี และอาจจะดีกว่าคนอีกจำนวนมากของประเทศ ผมอายุมากแล้วตอนนี้ 60 กว่า ตั้งความหวังไว้ว่าจะอุทิศตนเพื่องานของสังคมทุกรูปแบบจนกว่าจะสิ้นใจครับ

  4. ผมอายุสี่สิบ ผ่านมาสี่สิบปีไม่ประสพความสำเร็จอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ทั้งๆที่คนรอบตัวบอกกับผมว่า ผมเป็นคนที่ฉลาดมากๆ เพราะเหตุใดถึงไม่ประสพความสำเร็จ ตอบง่ายๆเลยคัฟ ว่าเพราะผมเป็นคนที่ผลัดวันประกันพรุ่ง เสมอมา…..
    ผมได้รับความเจ็บปวดจากการเป็นคนฉลาดแต่ขี้เกี่ยจมาพอแล้ว ไม่ประสพความสำเร็จทั้ง งานการ ครอบครัว ความฉลาดแต่ขี้เกียจของผมมันทำร้ายทั้งตัวผมและครอบครัว….
    แต่ผมจะลองเชื่อคุณดู(ปรกติแล้วเป็นคนไม่เชื่อใครง่ายๆ)

    ….นับตั้งแต่ตอนนี้ วินาทีนี้ ผมจะลองทำตามวิธีการของคุณดูคัฟ ขอบารมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครูบารอาจารย์ วิญญานพ่อและแม่ จงช่วยให้ผมทำการครั้งนี้ให้สำเร็จ ด้วยเถอะคัฟ ….. แต่ไม่ใช้เพื่อตัวผมเองหรอกน่ะคัฟ^^ แต่ผมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อ….
    ….ครอบครัวที่ผมรัก^^

  5. ยินดีด้วยค่ะ และขอบคุณที่เชื่อกันนะคะ :)
    อ่านแล้ว ก็อยากบอกว่า เข้าใจอย่างยิ่งเลยนะคะ
    ในส่วนที่ว่าความเจ็บปวดจากการที่ชีวิตเราต้องสูญเสียในหลายๆสิ่งที่เราสมควรจะได้ไป
    เพียงเพราะเราเชื่อมั่นในชุดความเชื่อที่ผิดของเรามาโดยตลอด…ว่ามันเป็นอย่างไร
    บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่า จริงๆมันก็คือ “ความขี้เกียจ”
    ขี้เกียจเรียนรู้ ขี้เกียจทำอะไรที่มันจะทำให้ชีวิตเหนื่อยขึ้นกว่าเดิม
    สารพัดความขี้เกียจที่ถ่วงชีวิตเราจากความเป็นคนเต็มคนอย่างที่เราสมควรจะเป็น
    ธิลักษ์ดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้อ่านข้อความของคุณนี้ค่ะ
    และขอเป็นกำลังใจให้คุณsammyในการทำความสำเร็จ เพื่อคัวคุณเองและครอบครัวที่คุณรักนะคะ ^_^

    ป.ล. ถ้าหากว่ารู้สึกขี้เกียจตัวเป็นขนอีกครั้งเมื่อไหร่
    แนะนำบทความชื่อ “๓ วิธีเปลี่ยนตัวเองจากคนขี้เกียจเป็นคนขยัน”
    ที่ธิลักษ์เคยเขียนไว้ลิงค์นี้ได้นะคะ >> http://www.dhamdee.com/?p=7158
    สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า ^_^

  6. จะลองดูค่ะ ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ

  7. สวัสดีครับ ผมชื่อเบน อายุ24 เป็นคนที่ขี้เกียจมาก ยอมรับ ด้วยความสงสารตัวเอง และครอบครัว แต่วันนี้ผมมานั่งในร้านเน็ต เข้ากูเกิ้ล เสิช ว่า วิธีแก้ไขความขี้เกียจ [จริงๆจะมานั่งดูหนัง เป็นไออ้วนขี้เกียจ เหมือนที่ผ่านๆมา] แต่ได้มาอ่าน เพจของพี่ธิลักษ์ บอกได้ว่ารู้สึกดีมากๆ เหมือนมีแรงบรรดาลใจ แต่ยังไม่ได้ลงมือทำ ที่อ่านไปก็ยังจำไม่ค่อยได้ แต่คิดว่า จะกลับมาทบทวน อ่านเพื่อให้ซึมไปในสมองชั้นใน คือผมคิดว่าตอนนี้ผมยังอายุน้อยถ้าเริ่ม ไว ยังไง ก็ไม่สาย และ ผมก็มีโอกาส ดีๆ มากกว่าคนอื่นๆ ยังไง เป็นกำลังใจให้หน่อยนะครับ ผมไม่อยาก แค่มานั่งพิม เพื่อปลอบใจตัวเอง และขี้เกียจ เหมือนเดิม ขอบคุณนะครับที่ เข้าใจ ผมอาจเล่าเรื่องราวได้ไม่เก่งเท่าไหร่ ผมจะตั้งใจทำ ให้ดีที่สุด ขอบคุณครับที่ตั้งใจอ่าน

  8. จ้า น้องเบน
    พี่เป็นกำลังใจให้นะ ^_^
    ดีขึ้นอย่างไร ก็อย่าลืมมาเล่าพัฒนาการให้พี่ได้ฟังได้อ่านบ้างนะจ๊ะ
    อยากอ่านนะ

    ยินดีด้วยที่น้องเห็นคุณค่าของเวลาในชีวิตที่น้องมีอยู่มากขึ้น
    เก่งมากจ้ะ
    เป็นกำลังใจให้นะคะ

  9. ด้วยผมเองความคิดเป็นคนขยันแต่ความจริงเป็นคนขี้เกียจความต้องการของผมต้องการมีเงินสักก้อนเป็นรากฐานของครอบครัวอยากเห็นลูกมีอนาคตที่มั่นคงเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมีฐานะที่ดีมีบ้านที่มั่นคงล้อมรอบด้วยความเป็นธรรมชาติที่สงบด้วยความสุขและอยากเห็นคนทั้งโลกอยุ่ร่วมกันอย่างสันติยั่งยืนไม่แบ่งชนชั้นแล้วมาร่วมกันพัฒนาโลกให้น่าอยู่ร่มเย็นรักชีวิตรักโลกโลกนี้เป็นของทุกคน ขอให้ความสำเร็จมาเปลี่นแปลงชีวิตด้วยความตั้งใจโดยเร็วที่สุด

  10. สวัสดีคะ หนูได้เข้ามาอ่านวิธีที่พี่ธิลักษณ์เขียนขึ้นเพราะหนูรู้สึกตัวหนูขี้เกียจเกินไปแล้ว และหนูอยากจะประสบความสำเร็จให้มากกว่านี้คะ หนูจะลองทำตามที่พี่ธิลักษณ์บอกคะ อ่านแล้วชอบพี่มากๆเลยคะ ยังไงเป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.