แนะนำวิธีวางแผนช็อป สำหรับสาวๆมนุษย์เงินเดือน

1Sale-Shopping

Q : พอดีได้อ่านบทความของคุณป๊อป (แก้นิสัยใช้จ่ายเงินเกินตัวอย่างไรดี)
เลยมีคำถามอยากให้ช่วยไขข้อข้องใจสักหน่อยค่ะ
ก็อย่างว่าเราเป็นผู้หญิง ก็รักสวยรักงาม
ถ้าเราจัดให้ครีมบำรุงผิวต่างๆอยู่ในประเภท “จำเป็น ไม่ด่วน”
ส่วนเครื่องสำอาง จัดอยู่ใน “ไม่จำเป็น ด่วน” นั้น  ถือว่าสมเหตุสมผลไหมคะ?
และดิฉันควรจะแบ่งเงินเพื่อซื้อสิ่งของเหล่านี้ที่เท่าไรดีคะ?

A : หมวดสวย ๆ งาม ๆ ทั้งในส่วนของประเภทบำรุงผิวและเครื่องสำอาง
เมื่อคิดแยกเป็นชิ้น ๆ แล้ว มันอาจต่างหมวดกันกว่านี้ก็ได้ค่ะ
เช่น สำหรับคนที่ริมฝีปากแห้งแตก แต่ต้องพูดคุยกับลูกค้าใหม่ ๆ ทุกวัน
สำหรับเขา “ลิปมัน” ก็อาจไปอยู่ในหมวด “จำเป็น ด่วน”
หรือ “ขนตาปลอม” อาจจะไปอยู่หมวด “ไม่จำเป็น ไม่ด่วน(แต่อยากใช้)” ไปเลยก็ได้ค่ะ

ในขั้นการวางแผนการซื้อ

ให้เขียนแจงออกมาทุกชิ้นไปเลยค่ะ
ลงในสมุด “การวางแผนการใช้จ่ายของคุณ” (สมุดเล่มแรกที่แนะนำในฉบับที่แล้ว)
ว่ามีอะไรบ้างที่คุณเห็นว่าคุณต้องใช้จริง ๆ
(มาสคาร่า แป้งตลับ ลิปสติก ฯลฯ แยกชิ้นอย่างนี้เลยนะคะ)
สำหรับในหมวดสวย ๆ งาม ๆ นี้
หากซื้อทีเดียวพร้อมกันหมดเลย จะเป็นจำนวนค่อนข้างเงินเยอะ
เราอาจวางแผนการซื้อแยกทีละชิ้นสองชิ้นในแต่ละเดือน
(เพราะถึงยังไงเราก็คงไม่สามารถใช้มันหมดทุกชิ้นพร้อมกันอยู่แล้ว)

เช่น เดือนนี้ซื้อแป้งตลับ เดือนหน้าซื้อครีมทาใต้ตา เดือนถัดไปซื้ออายไลเนอร์ ….

แต่เราต้องจำกัดจบประมาณ แยกเงินเพื่อซื้อของกลุ่มสวย ๆ งาม ๆ นี้
ให้อยู่คนละหมวดกับค่าที่พัก (+ ค่าน้ำ, ค่าไฟ) , ค่าเดินทาง ,
ค่าอาหาร , ค่าออม , ชำระหนี้ (ถ้ามี)
เพราะหมวดเหล่านี้จำเป็นกว่ามาก
ถ้าไม่แยกกัน คุณอาจเผลอซื้อเกินงบจนในที่สุดก็มากระทบกับค่าออมและค่าอาหารได้
(ซึ่งคุณอาจเคยได้ยินคำเหน็บแนบมนุษย์เงินเดือนทำนองว่า
สิ้นเดือนต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินกันเป็นแถว เพราะช๊อปปิ้งจนเงินหมดแล้วไงคะ :D )

สมมติว่า คุณลองคำนวณรายได้ต่อเดือน หักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นทุกอย่างหมดแล้ว
คุณสามารถใช้จ่ายกับหมวดสวยงามนี้ได้ที่เดือนละ 1000.- (สมมตินะคะ)
คุณก็สามารถวางแผนล่วงหน้าได้เป็นปีเลยค่ะ
ว่า ม.ค. จะซื้ออะไร, ก.พ. จะซื้ออะไร, มี.ค. ,เม.ย. … จะซื้ออะไร
แล้วคุณก็จะมีทุกอย่างใช้ครบตลอดปี ไม่มีเดือดร้อนค่ะ ^_^

อย่างไรก็ตาม อย่าบริหารรายจ่ายให้พอดีเป๊ะกับรายรับนะคะ
เพราะหากเกินเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจะแย่ค่ะ
และที่สำคัญที่สุดที่ป๊อปอยากเน้นย้ำอย่างยิ่งก็คือ ควรบริหารเงินให้มีเหลือเก็บทุกเดือนด้วย
เพื่อใช้ในการลงทุนในอนาคต เพื่อการมีอิสรภาพทางการเงินให้เร็วที่สุดค่ะ
การมีอิสรภาพทางการเงินให้เร็ว
ไม่ใช่การเร่งเกษียณตัวเองและไม่ต้องทำงานอีกแล้ว
แล้วใช้เวลาที่เหลือเพื่อเที่ยวอย่างเดียวนะคะ
แต่การมีอิสรภาพทางการเงิน คือ
สภาวะที่ไม่ต้องมีห่วงกังวลว่าตัวเองจะไม่มีเงินใช้หากไม่ทำงาน
แต่สามารถเลือกที่จะทำงานหรือไม่ทำงานก็ได้
เพราะเราให้เงินทำงานแทนเราอยู่ ^_^

หากในตอนนี้ คุณรู้วิธีมีเงินเก็บมากขึ้นเพียง ๒ วิธี คือ
ประหยัดขึ้น และทำงานพิเศษเพิ่ม
งั้นก็ได้เวลาที่คุณจะต้องเอาตัวเองไปเรียนรู้แล้วล่ะค่ะ
ว่าบนโลกนี้ยังมีอีกหลายวิธีที่ช่วยให้เรามีเงินเพิ่มขึ้นที่เรียกว่าวิธีให้เงินทำงาน รวมถึงวิธีอื่น ๆ

และอย่างที่ป๊อปบอกไปในบทที่แล้ว
ความรู้ทางการเงินคือเรื่องจำเป็นและเป็นเรื่องที่รอไม่ได้
เราหาเงินได้ และใช้จ่ายกันทุกวัน จะน่าเสียดายมากเลยค่ะ
ถ้าเราไม่รู้วิธีที่จะนำเงินที่เราหาได้อยู่แล้วเรื่อยๆ
ไปทำอะไรให้มันเพิ่มขึ้น(โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรมาก)ที่โลกนี้มีไว้บริการเราอยู่แล้ว
ใหม่ๆอาจจะยาก ศึกษาไปสักพักก็จะรู้สึกสนุกค่ะ
เดี๋ยวนี้มีหนังสือเกี่ยวกับการเงินการลงทุนเพื่อผู้เริ่มต้นเยอะแยะเลย
หากไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอ่านเล่มไหนดี

ป๊อปขอแนะนำ ๒ เล่มนี้สำหรับผู้เริ่มต้นนะคะ คือ
๑)     ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน เขียนโดย ที. ฮาฟ เอคเคอร์
เล่มนี้เพื่อจัดระเบียบความคิดความเข้าใจเกี่ยวกับการหาเงินและใช้เงินให้ถูกต้อง

๒)    พ่อรวยสอนลูก เขียนโดย โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ
เล่มนี้เพื่อปรับความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับการทำงานหาเงิน
และทักษะเริ่มต้นในการฝึกให้เงินทำงาน และสิ่งที่เราต้องรู้หากเราไม่อยากจน!!

ลองหามาอ่านกันดูนะคะ
สุดท้ายขออวยพรให้สนุกกับการช๊อปปิ้งอย่างนักบริหาร (เงิน) นะคะ
ด้วยรัก..เหมือนเดิมค่ะ ;)

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck

Leave a Reply

Your email address will not be published.