จะอยู่อย่างไร… เมื่อไร้หัว

ในตอนที่แล้ว (จะอยู่อย่างไร… เมื่อไร้สมอง!)
ผมได้นำเสนอเรื่องราวของไก่ไร้สมองและคนที่ต้องตกอยู่ในสภาพโคม่าไปแล้ว
ในตอนนี้ผมก็จะทำตามสัญญาและพาทุกคนดำดิ่งลงสู่เรื่องราวชวน “ขนหัวหลุด” กัน!

ก่อนจะเริ่ม ผมขอเตือนไว้ตรงนี้เลยนะครับว่าคนที่มีจิตอ่อนและคนที่กำลังจะทานข้าว
(โดยเฉพาะอาหารจำพวกหัวๆทั้งหลายที่ไม่ใช่หัวหอม) ไม่ควรอ่านคอลัมน์นี้นะครับ

หัว… มิได้เป็นเพียงที่ประทับของใบหน้าอันสละสลวยของเราเท่านั้น
ทว่าในหัวของเรายังมีเจ้าก้อนไขมันหนัก 1.4 กิโลกรัมที่เรียกว่า “สมอง” อาศัยอยู่ด้วย
เจ้าสมองก้อนนี้ทานออกซิเจนและน้ำตาลกลูโคสเป็นอาหารหลัก
ดังนั้น ถ้าสมองขาดออกซิเจนเพียง 4 – 10 วินาที
เราจะเป็นลมหมดสติไปทันที

 อย่างไรก็ตาม การกลั้นหายใจไม่ใช่การทำให้สมองขาดออกซิเจน “ในทันที” นะครับ
เพราะสมองยังได้รับออกซิเจนจากการสูดลมหายใจเข้าครั้งสุดท้ายของเราอยู่
แต่เมื่อใดที่เราเริ่มหน้ามืดเพราะกลั้นหายใจนานเกินไป
(ซึ่งผมไม่แนะนำให้ลองทำนะครับ รับรองว่ามีกิจกรรมอื่นที่น่าสนุกกว่าเยอะเลย)
เมื่อนั้นแหละครับที่ก้านสมองจะเข้ามาควบคุมและสั่งให้เราสูดหายใจเข้าโดยอัตโนมัติ
ดังนั้น เราจึงไม่สามารถกลั้นใจตายเหมือนตัวละครในนิยายจีนได้

หลังจากที่สมองขาดออกซิเจนไปเป็นเวลา 1 นาที เซลล์ต่างๆในสมองจะเริ่มตาย
โดยเซลล์ที่ตายไปจะไม่มีวันถูกสร้างขึ้นมาใหม่ให้ไฉไลเหมือนเดิมได้

ฉะนั้นนักมวยที่ถูกน็อคบ่อยๆจะเป็นโรคสมองเสื่อมกันมาก
และถ้าสมองขาดออกซิเจนไปเป็นเวลาเกิน 3 นาที
เซลล์สมองจะตายไปมากจนสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (hippocampus)
จะสูญเสียเซลล์ที่ใช้บรรจุความทรงจำไป
นี่จึงเป็นสาเหตุที่ผู้ประสบอุบัติเหตุรุนแรงหรือผู้ที่เส้นเลือดในสมองอุดตันเป็นเวลานาน
จะฟื้นตัวขึ้นมาอย่างมึนงงสับสน และไม่สามารถจำสิ่งต่างๆได้ดีเหมือนเดิม

สาเหตุที่ผมเน้นย้ำเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างออกซิเจนกับสมอง
ก็เพราะผมต้องการให้ท่านเตรียมพร้อมรับข้อมูลที่ว่า…
หัวที่หลุดออกจากบ่าไปแล้ว จะสามารถรับรู้สิ่งต่างๆต่อไปได้นานสูงสุดถึง 10 วินาที!

ผมต้องขอออกตัวก่อนว่า แม้ตัวเองจะยังไม่เคยหัวหลุดออกจากบ่า
แต่มีงานวิจัยอันโหดร้ายจากประเทศดัทช์ได้ยืนยันแล้วว่า
คลื่นสมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
สามารถทำงานต่อไปได้ถึง 10 วินาทีหลังจากที่หัวของมันหลุดไปแล้ว
ซึ่งก็ตรงกับความรู้ทางการแพทย์ที่ระบุว่า
มนุษย์จะหมดสติหลังจากสมองขาดออกซิเจนไปประมาณ 4 – 10 วินาที

จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครเคยลงทุนวิจัยตัดหัวมนุษย์แล้วนำไปเข้าเครื่องสแกนนะครับ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 1789 ระหว่างที่การปฏิวัติฝรั่งเศสกำลังคุกรุ่น
แพทย์ผ่าตัดชื่อดังนามว่า อังตวล หลุยส์
ได้คิดค้นอุปกรณ์ที่จะใช้ตัดหัวคนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ราวกับเอามีดอีโต้ฟันลงบนมะเขือเทศเลยทีเดียว
โดยอุปกรณ์ชิ้นนั้นมีชื่อว่าเครื่อง Guillotine (กิโยติน) นั่นเอง

Guillotine

เมื่อใบมีดของกิโยตินหล่นลงมาตัดหัว ความคม น้ำหนัก และความเร็วอันไร้เทียมทานของมัน
จะไม่ทำให้เหยื่อของกิโยตินตายจากการเสียเลือดหรือความเจ็บปวดในทันที
ดังนั้น จึงเคยมีกรณีชวนสยองในประวัติศาสตร์ว่า นักโทษประหารนาม Henri Languille
ยังลืมตาขึ้นมาและตอบสนองต่อเสียงเรียกชื่อของตนเอง
โดยหัวของ Languille สามารถมองตรงไปยังผู้ที่เรียกชื่อของเขาถึงสองครั้งก่อนที่จะแน่นิ่งไป

กรณีที่น่าพรั่นพรึงยิ่งกว่าคือนักโทษประหารนาม Charlotte Corday
ที่ถูกเพชรฆาตตบหน้าอย่างเหยียดหยามในระหว่างที่หัวของเธอถูกชูขึ้นประจาน
กล่าวกันว่า หลังจากโดนตบ เธอได้จ้องมองไปที่ใบหน้าของเพชรฆาตอย่างโกรธจัด
นอกจากนั้นคิ้วของเธอก็ยังขมวดและแก้มที่ถูกตบก็มีสีแดงฉานปรากฏให้เห็นอีกด้วย
ไม่ใช่เฉพาะในประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น
ที่ประเทศอังกฤษก็มีการบันทึกว่าปากของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 1
และราชินี แอนน์ โบลีน ขยับเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง
หลังจากที่ศีรษะของทั้งคู่หลุดจากบ่าไปแล้ว
ทว่าคำที่หลุดออกมานั้นฟังไม่ได้ศัพท์ (ทางจิตวิทยาเรียกว่า word salad)
เนื่องจากความดันโลหิตที่ลดลงต่ำลงอย่างกระทันหันทำให้สมองทำงานได้ไม่สมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม มีสัตว์ชนิดหนึ่งที่อยู่โดยไร้หัวได้เก่งกว่ามนุษย์หลายร้อยเท่า
(จะเรียกว่าเป็นแชมป์เหรียญทองไร้หัวเลยก็ว่าได้!) สัตว์ชนิดนั้นก็คือ… แมลงสาบ

แมลงสาบทุกตัวมีความสามารถที่จะดำรงชีวิตต่อไปได้นานนับสัปดาห์
แม้ว่ามันจะไม่มีหัว
เนื่องจากตามหลักกายภาพแล้ว หัวของแมลงสาบอยู่บนส่วนต่างๆของลำตัวมัน
!

ระบบประสาทของแมลงสาบต่างจากมนุษย์ตรงที่มันไม่ได้มีศูนย์บัญชาการใหญ่อยู่ที่สมอง
ทว่าระบบประสาทส่วนกลางของมันกระจายอยู่รอบลำตัว
ดังนั้นแม้มันจะไม่มีหัว มันก็ยังสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่าง “ชิวๆ”

อย่างไรก็ตาม แมลงสาบที่ไร้หัวจะตายภายในเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์เศษ
เพราะเมื่อไม่มีปากให้ทานอาหาร  มันจึงจำต้อง “หิวตาย” :(

จริงอยู่ครับว่า เรื่องราวที่ผมนำเสนอมานั้นช่างโหดร้ายและน่าสยดสยอง
แต่นี่แหละครับคือการตอกย้ำความจริง
ที่ยังคงดังก้องอยู่ในทุกยุคทุกสมัยของมนุษยชาติที่ว่า
“หัว” ของเรานั้นสามารถเป็นได้ทั้งโรงงานที่สร้างสรรค์สิ่งงดงามเหนือจินตนาการ
หรือมันจะเป็นเครื่องจักรจากอเวจีที่ผลิตความวิปลาสอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดก็ได้

ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของ “หัว” นั้น จะเลือกใช้มันอย่างไร…

2 thoughts on “
จะอยู่อย่างไร… เมื่อไร้หัว

  1. น่ากลัวและน่าสนุกไปพร้อมๆกันครับ ^___^

  2. อารมณ์เหมือนดูหนังผีไทยเนอะ ^_^ ขอบคุณครับ :)

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>