เพียงลมหายใจ…

great

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปงานฌาปนกิจศพ
ของอาจารย์ท่านหนึ่งที่เคยอบรมสั่งสอนผม
ในงานมีดอกไม้สวยงามมากมายกระจายกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่ว
แต่แฝงด้วยความรู้สึกโศกเศร้าและความน่าเสียดาย
กับการจากไปของบุคลากรระดับประเทศอย่างท่านอาจารย์
ญาติธรรมที่มาร่วมงานแต่ละท่านล้วนเป็นบุคลากรระดับสูง
ที่ปัจจุบันทำงานให้กับส่วนงานรัฐบาล
รวมถึงองค์กรเอกชนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ
อีกทั้งยังมีการได้รับพระราชทานเพลิงศพ
ช่างยิ่งใหญ่และแฝงด้วยข้อคิดทางสัจธรรม
วินาทีแรกที่ผมได้รับรู้ข่าวถึงการจากไปของท่านอาจารย์
ผมถึงกับตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหัน
ท่านอาจารย์เดินทางไปต่างประเทศกับครอบครัวแล้วเกิดอุบัติเหตุ
ผู้คนในงานล้วนกล่าวถึงท่านอาจารย์ผู้นี้ว่า…
ได้ทำคุณประโยชน์มากมายหลายประการให้กับทางมหาวิทยาลัย
เช่น ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาที่ได้ร่วมร่ำเรียนวิชากับท่าน
ไม่เพียงเท่านั้น ท่านยังแผ่ขยายแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนร่วมงานทุกคนที่อยู่รอบตัว
คุณูปการมากมายเมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตได้สื่อผ่าน “ข้อความไว้อาลัย” ที่กล่าวในงาน
ความรู้สึกของคราบน้ำตาอาจมิใช่เกิดจากความ “เสียใจ”
แต่อาจเกิดจากความเสียดายที่ “สูญเสีย”
อาจเป็นความ “เสียดาย” ที่ได้ “สูญเสีย” คนดีๆ ไปอย่างรวดเร็วไม่ทันได้ตั้งตัว
มีคนเคยบอกผมว่า

หลายคนละเลยสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตไป…
วิ่งหาสิ่งที่คิดว่าสำคัญ…ไฉนเลยไม่เห็นสิ่งสำคัญที่อยู่ใกล้ที่สุด…
ที่เรียกว่า ลมหายใจ

ข้อความนี้เป็นประโยคความคิดที่อาจต้องตีความ
เพราะชีวิตล้วนต้องตีความและหาเป้าหมายถึงความสำคัญของการมีชีวิต
เมื่อขณะที่คุณกำลังมีชีวิต…ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้
หลายสิ่ง…หลายอย่าง…คุณอาจไม่เห็นคุณค่าของสิ่งรอบตัว
คุณอาจไม่สังเกตเห็นว่า มีผู้คนมากมายรอคอยความช่วยเหลือจากคุณอยู่
คุณอาจไม่สังเกตเห็นว่า มีคนที่รักคุณรอคอยคุณ…อยู่ที่บ้าน
ทั้งๆ ที่ตัวคุณเองนั่นแหละ…
ที่พยายามออกไปตามหาคนที่เขาไม่ได้รักคุณ…ที่อยู่นอกบ้าน
คุณอาจกำลังตั้งใจทุ่มเทหาเงินทอง สิ่งของเครื่องใช้มากมายมาประดับประดาชีวิต
บ้างให้ตัวเอง…บ้างก็ให้คนที่คุณรักด้วย
หวังว่าเขาจะรู้สึกยินดีกับสิ่งเหล่านั้นที่คุณได้มอบให้…
แต่คุณเคยถามเขาบ้างไหมว่า เขาต้องการสิ่งของเหล่านั้น…
หรือต้องการเพียงแค่ลมหายใจของคุณที่ได้อยู่ใกล้กันกับพวกเขา…คนที่เขารักคุณ
คนเราเกิดมาเพื่อทำประโยชน์หรือช่วยเหลือผู้คนรอบตัว
มากกว่าแค่คิดจะช่วยเหลือแค่ตัวเอง
และผู้คนจะจดจำคุณแบบไหน
ขึ้นอยู่กับว่า ตอนที่คุณมีชีวิตอยู่ คุณได้ทำสิ่งใดต่อผู้คนอื่นรอบตัวบ้าง
หากขณะที่คุณยังหายใจ…ยังมีชีวิตอยู่
คุณล้วนแต่ทำสิ่งที่เลวร้ายกับผู้คนรอบข้าง…กับสังคม
เมื่อคุณจากไป…ผู้คนย่อมพูดแต่สิ่งที่คุณทำเรื่องไม่ดี…ตราบเท่าที่เขาจะจำกันได้
หากคุณทำเรื่องที่เป็นประโยชน์…มอบความช่วยเหลือแก่ผู้คนเมื่อคุณยังมีชีวิต
ผู้คนย่อมพูดถึงคุณแต่เรื่องราวดีงามของคุณและเรื่องราวดีๆ ที่คุณเคยทำ
วันนั้นจะเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อวันที่คุณจากโลกนี้ไป
ผู้คนจะพูดถึงคุณเช่นไร ขึ้นอยู่กับลมหายใจปัจจุบัน

เพียงลมหายใจ…

Credit

Leave a Reply

Your email address will not be published.