วิธีการรักษาศีลข้อ ๔ ตอนที่ ๒ (อย่าหลอกตัวเองว่ากำลังโกหกเพื่อรักษาน้ำใจ)

ในบทก่อนหน้า (วิธีการรักษาศีลข้อ ๔ ตอนที่ ๑ (ทำอย่างไรให้ไม่ต้องโกหกอีกเลย))
เราได้คุยกันถึงวิธีการชนะใจตัวเอง
ในสถานการณ์ที่ (ดูเหมือน) ยากที่จะไม่โกหกผู้อื่นเกี่ยวกับความผิดของตัวเองกันไปแล้ว
ในครั้งนี้จะมาคุยกันถึงวิธีการรับมือในสถานการณ์ที่หลาย ๆ คนบอกว่า
ไม่รู้ว่าอะไรควรพูดที่สุดกันแน่!
ระหว่างความจริงที่ฟังแล้วเจ็บปวด กับเรื่องโกหกที่ฟังแล้วทำให้คนฟังน่าจะรู้สึกสบายใจกว่า
หรือที่ใคร ๆ ก็การโกหกประเภทนี้ว่า “โกหกเพื่อรักษาน้ำใจ” กันต่อนะคะ

ป๊อปอยากให้คุณผู้อ่านลองนึกตามป๊อปดูนะคะ
นึกถึงสถานการณ์ที่เราเคยโกหกเพื่อรักษาน้ำใจฝ่ายตรงข้าม
ถามตัวเองดูอีกทีซิว่าครั้งนั้นที่เราเลือกโกหกหรือบิดเบือนความจริงออกไป
แท้จริงแล้วเป็นเพราะเราอยากรักษาน้ำใจอีกฝ่ายหรือเพราะอยากปกป้องตัวเองกันแน่!
ลึกๆ แล้วเราแอบต้องการอะไรจากเขาหรือเปล่า?

ลองค้นใจตัวเองดี ๆ ค่ะ แล้วเราอาจพบว่า
ความจริงแล้วเราก็ตั้งใจโกหกเพื่อปกป้องตัวเองหรือต้องการอะไรจากเขาภายหลังนั่นแหละ
แต่อาจกำลังหลอกตัวเองอยู่ว่าเราโกหกเพื่อรักษาน้ำใจ
หรือต่อให้ไม่ใช่เพราะอยากปกป้องตัวเองและไม่ได้ต้องการอะไรจากอีกฝ่าย
แต่ต้องการรักษาน้ำใจของอีกฝ่ายจริง ๆ หากเป็นจริงอย่างนั้น
ทำไมเราไปประเมินเขาว่าเขาไม่มีความสามารถมากพอจะรับฟังความจริงได้ล่ะคะ
เขาอาจจะไม่เป็นอะไรเลยก็ได้ เรากำลังประเมินสติปัญญาเขาต่ำไปหรือเปล่า?
ถ้ามีใครมาประเมินเราแบบนี้บ้างแล้วก็เลือกที่จะโกหกเรา
(ซึ่งบางทีก็นัดกันโกหกเป็นหมู่คณะเสียด้วย)
เราจะรู้สึกยังไง ลองคิดดูค่ะ

อย่าลืมนะคะสัจธรรมข้อที่ว่ากรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง
ไม่อยากให้ใครทำอย่างไรกับเรา เราต้องไม่ทำกับคนอื่นเขาก่อนแม้แค่เรื่องเล็กน้อยก็ตามนะคะ
กฎแห่งกรรมให้ผลเหมือนกฎหมาย (รุนแรงกว่าด้วยเพราะส่งผลได้ข้ามภพข้ามชาติ)
เราไม่รู้เขาไม่สน เวลาให้ผลเขาให้เต็มที่นะคะ

บางท่านอาจมีคำถามว่า
หากเจอกรณีที่อีกฝ่ายมักมีปฏิกิริยาเศร้าสร้อยหงอยเหงาทุกครั้ง…
ที่เขาได้ฟังความจริงควรทำอย่างไรดี?

ป๊อปก็ขอแนะนำว่า แม้การตอบตามความจริงอาจทำให้อีกฝ่ายต้องสะเทือนใจบ้าง
ก็ยังควรตอบความจริงค่ะ เพราะเขาก็ควรได้เรียนรู้
แต่ป๊อปไม่ได้กำลังหมายความว่าให้พูดความจริงโดยไม่สนใจว่าผู้ฟังจะรู้สึกอย่างไรนะคะ
แต่ให้พูดความจริงออกไปด้วยถ้อยคำหรือน้ำเสียงที่รักษาน้ำใจที่สุดต่างหากค่ะ
ซึ่งในระยะยาวแล้ว มันดีกับทั้งเราและเขานะคะ
เขาอาจกลับมาขอบคุณเราในวันที่เขาเข้มแข็งขึ้นแล้วก็ได้ ^_^
และสิ่งที่อยากเตือนไว้ เวลาคิดจะโกหกอะไรใคร “อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ว่าเรากำลังโกหก

บางคนเขารู้ว่าผู้พูดโกหกแต่เขาไม่แสดงออกเพราะไม่อยากให้ผู้พูดเสียหน้า
ยิ่งไปกว่านั้นเขาอาจจงใจถามคำถามที่เขาก็รู้คำตอบอยู่แล้ว
เพียงเพราะแค่อยากวัดความมีศีลของคู่สนทนาเฉย ๆ ก็ได้
จากประสบการณ์ของป๊อปเองในฐานะผู้ฟัง
บางครั้งป๊อปฟังออกเห็นๆเลยค่ะว่าอีกฝ่ายกำลังโกหก
และมองเจตนาออกเห็น ๆ เช่นกันว่าลึกๆแล้วไม่ใช่เพราะเขาต้องการรักษาน้ำใจ
แต่เพราะต้องการปกป้องตัวเองและต้องการอะไรจากเราภายหลัง
ซึ่งบางครั้งผู้พูดเขาก็ไม่รู้ตัวหรอกค่ะ

และผลลัพธ์ที่ตามมาที่มันไม่น่าเกิดขึ้นเลย คือ เจ้าของคำพูดโกหกนั้น
ได้ทำลายศรัทธาที่ผู้ฟังมีต่อเขาไปเรียบร้อยแล้ว
ศรัทธาที่อีกฝ่ายอาจมีให้มาเป็นเวลาหลายปี ที่อาจเรียกกลับคืนมาไม่ได้อีกเลย
และพฤติกรรมแบบนี้ ไม่มีคนมีศีลที่ไหนเขาจะอยากให้ความสนิทสนมด้วยนะคะ

แม้ว่าเจ้าของคำโกหกนั้นจะไม่เคยสนใจว่าใครจะมาศรัทธาหรือเสื่อมศรัทธา
แต่นั่นมันไม่สำคัญเท่ากับผลกรรมที่จะรอส่งผลต่อเจ้าของคำโกหกเมื่อถึงเวลาเหมาะสม
หิริโอตตัปปะ(ความละอายต่อบาปและความเกรงกลัวต่อผลของบาปนั้น)
คือสิ่งที่ทุกคนควรมี เพราะกฎแห่งกรรมไม่มีละเว้นกับใคร

เมื่อลองพิจารณาโทษของการพูดปดดังที่กล่าวมานี้แล้ว
เชื่อว่าหลายๆท่านกำลังอยากหาวิธีรักษาศีลข้อ ๔ นี้ให้ได้อย่างเคร่งครัดยิ่งขึ้น
ลองใช้วิธีที่ป๊อปเคยตอบไปในฉบับที่แล้วดูสิคะ ในเรื่องของการใช้จินตนาการ
ลองจินตนาการรับมือไว้ค่ะว่าหากเราต้องเจอสถานการณ์ที่ทำให้เคยชินต่อการโกหก
ต่อไปเราจะพูดอย่างไรโดยไม่ต้องโกหกแม้แต่นิดเดียว

เท่าที่ป๊อปใช้วิธีนี้มา บอกได้เลยค่ะว่า มันได้ผลอย่างดีเยี่ยมเลยล่ะ
และถ้าวิธีนี้เคยได้ผลกับป๊อปมาแล้ว มันต้องได้ผลกับทุกคนแน่นอนค่ะ :)
ฝึกไว้นะคะ แล้ววันนึงเมื่อคุณชำนาญในการพูดความจริงในทุก ๆ สถานการณ์
คุณจะพบว่าคุณลืมไปเลยว่าครั้งสุดท้ายคุณโกหกเมื่อไหร่ :)

การรักษาศีล ไม่ใช่เรื่องยาก ที่มันเคยยาก เพราะเราต่างหากที่ทำให้มันยากไปเอง

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck

Leave a Reply

Your email address will not be published.