ไขอดีตชาติ…ด้วยตนเอง

ไขอดีตชาติ…ด้วยตนเอง
โดย หลวงพี่ภาสกร ภาวิไล

ใครจะไปเชื่อล่ะว่า…วงจรกรรมหรือกฎแห่งกรรมนั้น
จะเป็นเหตุให้เราวนเวียนกลับไปที่เคยอยู่ ที่เราเคยครอบครองในอดีตชาติ
และคำถามเรื่องกฎแห่งกรรม จึงทำให้หลวงพี่ออกตามหา ‘อดีตชาติ’ ของตัวเอง

หลวงพี่เองคงมีกรรมเก่าผูกพันอยู่ที่บริเวณวัดฝายหินที่จำพรรษาอยู่แน่ๆ
เพราะครั้งแรกที่ไปเห็นก็รู้สึกยินดีพอใจอย่างยิ่ง
ซึ่งตรงกับที่ผู้รู้บอกว่ากระดูกเก่าของหลวงพี่นั้นอยู่ที่วัดฝายหินนี้เอง
ท่านบอกว่ากระดูกนั้นอยู่ที่บริเวณหน้าวัด ทางซ้ายมือบนเนินสูง
ใต้ต้นไม้ใหญ่ ตรงบริเวณนั้นมี “กู่” คือ เจดีย์ที่เก็บกระดูกขนาดย่อมๆ สูงระดับอก
รูปร่างสี่เหลี่ยมปลายแหลม คล้ายหลักเขตกรุงเทพฯ มีหญ้าขึ้นรก

หลวงพี่เดินเข้าไปดูชื่อที่สลักอยู่ ชื่อนายคนนี้ นามสกุลนี้ (ขอสงวนชื่อ)
ชาตะ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๕๐ มรณะปีพุทธศักราช ๒๔๙๓
อายุได้เพียง ๔๓ ปี คิดในใจว่าอย่างนี้ต้องไม่ตายดีแน่
จากนั้น หลวงพี่ก็ไปสืบหาคนที่รู้จักคนตายที่เป็นเจ้าของกู่นี้

ซึ่งไปเจอกับ ‘ลุงเหม’ มัคทายกวัด อดีตเสรีไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒
ท่านเล่าว่า คนนี้เป็นรุ่นพี่ผมเอง จบกรุงเทพคริสเตียนด้วยกัน
หลวงพี่ก็ถามด้วยความอยากรู้ว่า เขาเป็นอะไรตายล่ะลุง…
“เห็นบอกถูกฆ่าตายแถวกรุงเทพฯ เผาแล้วก็เอาเถ้ากระดูกมาบรรจุไว้ที่นี่”

หลวงพี่คิดในใจว่า ‘โห! ถูกฆ่าตายเลยหรอ ฉะนั้นคงเป็นข่าวใหญ่ในสมัยก่อนแน่นอน’
จังหวะลงมาที่กรุงเทพฯ ก็แวะไปที่หอสมุดแห่งชาติ
ไปค้นไมโครฟิล์มที่เขาถ่ายหนังสือพิมพ์เก่าๆ เอาไว้…
โป๊ะเชะเลย!

พ่อค้าฝิ่นถูกหักหลังแทงตาย” ในเนื้อข่าวบอกว่า…
พ่อค้าฝิ่นเป็นคนสั่งฝิ่นเข้ามาในประเทศ สมัยนั้นฝิ่นเป็นสิ่งถูกกฎหมาย
ซึ่งเผอิญมีคดีความเลยหนีไปต่างประเทศ ครั้นเคลียปัญหาจบก็กลับมาไทย
และไปเยี่ยมเพื่อนสังสรรค์กันแถวนางเลิ้ง พอลากลับมาขึ้นรถจี๊ปวิลลี่ที่จอดอยู่
ระหว่างสตาร์ทเครื่องลูกน้องเพื่อนวิ่งเข้ามาชาร์ท เอามีดแทงเข้าใต้ราวนม
ตายคาที่อย่างไม่ทันได้รู้เนื้อรู้ตัว…ทางตำรวจคาดว่าน่าจะเกิดจากปมขัดแย้งหักหลังกัน
นี้คือ ประวัติของหลวงพี่เอง อุ๊ย! สยอง

หลวงพี่ก็ไปถามผู้รู้ถึง ๕ ท่าน ว่าตายแล้วไปอยู่ที่ไหน
ท่านก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า…
ตายปุ๊บ ด้วยความที่ไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว ไม่โกรธไม่เกลียดหรือรักชอบชังใคร
ไม่ได้เป็นกุศลหรืออกุศล จิตเป็นกลางตามฐานดั้งเดิมของความเป็นมนุษย์

พูดง่ายๆ คือจิตมีศีลเป็นบาทฐาน
พอตายปุ๊บก็เกิดปั๊บ แต่เกิดใหม่เป็น สัมภเวสี คือ ผีเร่ร่อนไปพลางๆ ก่อน

อย่าเผลอเข้าใจไปว่า…ตายแล้วจะกลายเป็นดวงจิตดวงกลมๆ มีแสงสว่าง
ล่องลอยไปหาที่เกิด อย่าเข้าใจผิด จิตมีธรรมชาติที่ต้องการกาย จิตขาดกายไม่ได้
มันจึงสร้างกายขึ้นมาใหม่ แบบทันทีทันใดเป็นอัตโนมัติ
เพียงแต่เป็นกายที่อยู่ต่างมิติกับเราเท่านั้นเอง เราจึงไม่อาจเห็นด้วยตาเนื้อ
แต่ถ้าใครมีตาทิพย์ ก็สามารถเห็น รับรู้ หรือติดต่อกับชีวิตในมิติอื่นได้

แม้ในมิติของเรา หลายท่านสัมผัสและเชื่อตามๆ กันมา
คือ รูปภาพที่ถ่ายติด‘ดวงวิญญาณ’ ที่ลักษณะเป็นดวงกลมๆ อยู่ในรูป
ถ้าถามหลวงพี่ฐานะอดีตช่างภาพเก่า…น่าจะเป็นฝุ่นหรือละอองน้ำในอากาศมากกว่า
หรืออาจกล่าวได้ว่า จิตนั้นเป็นเพียงหนึ่งหน่วยของพลังงาน
เป็นพลังงานที่เป็นธาตุรู้ คือ สั่งสมและพัฒนาความรู้ขึ้นไปได้

พลังงานมีความเป็นประภัสสร คือ แสงสว่างในตัวเอง
จึงเป็นไปได้ที่ว่า เมื่อถ่ายภาพจึงติดได้เฉพาะส่วนที่เป็นพลังงาน
คือ จุดสว่างเล็กๆ เท่านั้น ทั้งที่มิติของวิญญาณนั้นเขาได้เกิดใหม่
พร้อมร่างกายที่สมบูรณ์แล้ว…แต่เราถ่ายภาพร่างกายเขาไม่ติด

ฉะนั้น เมื่อหลวงพี่ถูกฆ่าตายอย่างไม่ทันรู้ตัวจิตยังอยู่ในภูมิของมนุษย์
จึงได้เกิดใหม่แบบโอปปาติกะ ผุดขึ้นเป็นสัมภเวสีผีเร่ร่อน
จนกระทั่งญาติพี่น้องทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ และเราก็ได้อนุโมทนา
จึงได้เลื่อนชั้น อัพเกรดขึ้นจากความเป็นสัมภเวสี ไปเป็นยักษ์เทวา
คือ เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาในฝ่ายยักษ์ ผู้เป็นบริวารของ ท่านท้าวเวสสุวรรณ

กล่าวได้ว่า ในมิติของจิตนั้น สามารถเลื่อนชั้นเปลี่ยนภพภูมิได้
เพราะภพภูมิอื่น ยกเว้นมนุษย์และเดรัจฉาน ล้วนเป็นภพภูมิของการเสวยผลกรรมในทางจิตล้วนๆ
จิตสร้างรูป สร้างภูมิที่สอดคล้องกับความไม่เป็นกลางของจิต คือ กุศลหรืออกุศลที่ได้สั่งสมเอาไว้

ดังนั้น ถ้าเราอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ แล้วเขาน้อมใจเข้ามาโมทนา
เขาก็จะรับส่วนบุญนั้นได้ทั้งหมด ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในฉับพลันทันที
ดังเช่นกรณีของหลวงพี่นี้เอง ที่ได้โมทนาสาธุการจึงได้เลื่อนชั้นสู่ภพภูมิที่สูงขึ้น

นี้คือ อดีตชาติที่หลวงพี่ตามแกะรอยด้วยตัวเอง…เพราะความอยากรู้อยากเห็น
หลวงพี่แค่อยากพิสูจน์ว่า มันเป็นเรื่องจริงหรือไม่! เท่านั้นเอง…
แล้วเรามาวิเคราะห์การมาเกิดของหลวงพี่กันต่อ…ในฉบับหน้า เจริญพร

One thought on “
ไขอดีตชาติ…ด้วยตนเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>