ก้าวอย่างตั้งใจ รักในสิ่งที่ทำ นิว ชัยพล พูพาร์ต

YouTube Preview Image

บทบาทของ “เคน กระทิงทอง” ในภาพยนตร์เรื่อง “จันดารา” ทั้งสองภาค ทำให้ “นิว ชัยพล พูพาร์ต” กลายเป็นนักแสดงดาวรุ่งที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากและมีผลงานใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเขาในทุกวันนี้ก็คือ ความมุ่งมั่นตั้งใจ และความรักในสิ่งที่ทำ นั่นเอง

“ความสำเร็จอยู่ที่คนจะมองว่าวัดจากอะไร สำหรับผม ผมวัดจากการที่มีคนดูผลงานของเราแล้วมีความสุข”

“ผมไม่คิดว่าตัวเองเก่ง หม่อมน้อย (ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล) สอนผมเสมอว่า การแสดงไม่มีคำว่าเรียนจบ ไม่มีคำว่าคุณเก่งแล้ว ถึงแม้ว่าคุณจะได้รางวัลมาจากเรื่องที่แล้ว แต่เรื่องต่อมาคุณไม่ใช่ตัวละครตัวนั้นอีกแล้ว คุณต้องนับหนึ่งใหม่ตลอด ต้องไปเรียนรู้ชีวิตของตัวละครตัวใหม่”

“ชื่อเสียงถือเป็นกำไร เป็นสิ่งที่ได้มาหลังจากที่เราทำงานเสร็จ เราไม่สามารถรู้หรือคาดหวังได้ เพราะมันอยู่ที่ว่าคนจะชอบผลงานนั้นหรือไม่ชอบ เราแค่ทำงานที่เราได้รับมอบหมายมาให้ดีที่สุด และรักสิ่งที่เราทำ เพราะผมเชื่อว่าเวลาที่คนเรารักในสิ่งที่เราทำ อาจจะยังไม่เก่ง แต่ถ้าเรารักมัน มันจะมีแรงอะไรบางอย่างที่ทำให้เราทำได้ดี

“หลายคนอยากเข้ามาในวงการบันเทิง แต่ผมอยากให้คิดให้มากว่า คุณอยากทำจริงๆ ไหม คุณรักในการแสดงจริงหรือเปล่า อีกอย่างคือเรื่องความรับผิดชอบ ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด”

“คลื่นลูกใหม่ย่อมแรงกว่าคลื่นลูกเก่า มันเป็นสัจธรรม ถ้าคลื่นลูกนั้นมีพลังและมีคุณภาพเพียงพอ มันก็จะสามารถยืนหยัดอยู่ได้”

<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0005.png"><br />"อยู่กับความจริง แล้วชีวิตจะมีแต่กำไร" ข้อคิดจากอดีตพระเอกร้อยล้าน วินัย ไกรบุตร

YouTube Preview Image

“อยู่กับความจริง แล้วชีวิตจะมีแต่กำไร” ข้อคิดจากอดีตพระเอกร้อยล้าน วินัย ไกรบุตร

“ผมเริ่มต้นจากศูนย์ เราแสดงมาก่อนแต่ไม่เคยมีชื่อเสียงดังเหมือนเรื่องนางนาก แล้วตอนนั้นหนังไทยก็ไม่มีเรื่องไหนประสบความสำเร็จและมีรายได้มากขนาดนั้น เรียกได้ว่าดังในชั่วข้ามคืน มันช็อคมาก”

“ตอนที่เล่นหนังนางนากเราได้บวชเป็นพระ การบวชเป็นพระในหนังในละครมันช่วยได้ เพราะใจต้องไปตามบท มองทุกอย่างในโลกนี้ไม่จีรังยั่งยืน แล้วก็มามองตัวเอง เนี่ยดูสิ วินัย ไกรบุตร จากคนที่เป็นคนขับรถ เป็นตัวประกอบ อยู่ๆ ได้เป็นพระเอกแล้วดังขนาดนี้ ต่อไป วินัย ไกรบุตร คนนี้ก็ต้องลงมาเป็นบุคคลธรรมดาคนนึง”   “เพราะฉะนั้นคนเราต้องกลับมาหาความจริง กลับมาอยู่กับชีวิตที่เป็นจริง เตรียมตัวให้พร้อม ละครอาจจะน้อยลง เงินอาจจะน้อยลง เราก็ไปทำอาชีพอย่างอื่นสำรองไว้”

“ผมกล้าบอกว่า ทุกวันนี้ผมติดดินมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ไม่ต้องการอะไรมากมาย แค่ครอบครัวอบอุ่น ถ้าเราจะอยู่ในโลกใบนี้เราต้องยอมรับ ถ้าไม่ยอมรับเราคงอยู่ยาก”

“ตอนนี้เรามีทุกอย่างแล้ว มีเพื่อน มีครอบครัว เราอยากได้คนที่มาคบเราด้วยความจริงใจ ไม่ได้คบเพราะเราเป็นดาราหรือเพราะเรารวย”

“การอยู่กับความเป็นจริงเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของผม อย่าไปทำให้มันซับซ้อน อยู่ง่ายๆ ถ้ามีแค่นี้ก็บอกว่ามีแค่นี้ ถ้าไม่มีก็บอกว่าไม่มี จะไปสร้างภาพหลอกเขาทำไม มันคือการหลอกตัวเอง ถ้าคุณเป็นคนรักพ่อแม่ รักครอบครัว อยู่กับความเป็นจริง ผมว่าคุณไม่ตายง่ายๆ หรอกครับ”

<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0005.png"><br />สังเวียนนักสู้ สังเวียนชีวิต ของ บัวขาว บัญชาเมฆ

https://scamquestra.com/20-kak-vse-nachinalos-u-finansovoy-piramidy-questra-agam-4.html


ปฏิบัติธรรมชำระใจ ก้อย รัชวิน

เปิดใจดาราสาวร่างเล็กหวานใจนักร้องขาเดฟ “ก้อย รัชวิน วงษ์วิริยะ”

ก้อย เติบโตมากับพุทธศาสนา พ่อแม่พาเข้าวัดทำบุญตั้งแต่เด็กๆ แต่มาเริ่มสนใจปฏิบัติธรรมจริงจังจากการที่ตัวเองมีปัญหาในชีวิต

“ทุกคนมักจะนึกถึงธรรมะเวลาที่ตัวเองมีปัญหา พอเจอปัญหาหนักๆ ถึงค้นพบหรือรู้สึกว่าอยากเข้าหาธรรมะ ให้ธรรมะเป็นที่พึ่ง ที่ยึดเหนี่ยว”

“ช่วงแรกฟุ้งซ่านมาก ยิ่งนั่งสมาธิ ยิ่งเงียบเท่าไหร่ ปัญหาหรือภาพเก่าๆ อะไรต่างๆ มันก็เข้ามา แทนที่จะสงบ มันกลับฟุ้งซ่าน ทุกข์กว่าเดิม”

“แต่พอปฏิบัติบ่อยขึ้น ได้คุยธรรมะ สนทนาธรรมกับกัลยาณมิตร ก็เริ่มรู้วิธีจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง รู้จักปลงมากขึ้น”

“รู้จักมอง เห็นปัญหา แต่ไม่ได้เอาปัญหามาใส่ตัวเอง เลือกที่จะวางมันไว้ตรงนั้น แล้วมองมันอย่างเข้าใจ แล้วก็มีสติ”

ก้อย บอกว่า “ทุกอย่างไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน มันเกิดขึ้นมาจริงๆ มันดำเนินไป สุดท้ายมันก็ดับไป เพียงแค่ว่าใจเรา อย่าเอาตัวเองไปยึดติดกับมัน เราก็จะมองทุกอย่างอย่างเข้าใจ”

“เหมือนกับที่พระพุทธเจ้าบอกว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เราก็คือสัตว์โลก”

พระพุทธเจ้าสอนว่า ทานที่ยิ่งใหญ่ คือ อภัยทาน

อภัยทาน เป็นหลักในการดำเนินชีวิตของก้อย เพราะเชื่อว่า การให้อภัยเป็นการดับทุกข์อย่างหนึ่ง

“พอเราให้อภัยใครแล้ว เราจะไม่เป็นทุกข์ เราไม่โกรธ ไม่เกลียด มันสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตเรา ทุกๆ วันมันจะต้องมีเรื่องเข้ามาให้เราขุ่นข้องหมองใจ แต่เมื่อเรารู้จักให้อภัย ชีวิตเราก็มีความสุขขึ้น” 

YouTube Preview Image


ของฝากจาก แจ๊ค แฟนฉัน ถึงลูกอกัตญญู – รายการ “ธรรมดีมีเฮ” วันเสาร์ที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๖

“แจ็ค แฟนฉัน” กับ “ความกตัญญูที่ไม่มีเงื่อนไข”

“ถ้าผมไม่ได้เล่นหนังไทย ป่านนี้คงเป็นเด็กติดยา มีลูกเร็ว ดมกาว เพราะสภาพแวดล้อมมันเป็นแบบนั้น”

ก่อนจะมาเป็น “แจ็ค แฟนฉัน” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวันนี้ หนุ่มตุ้ยนุ้ยอารมณ์ดี “แจ็ค เฉลิมพล ฑิฆัมพรวงศ์” เคยเป็นเด็กมีปัญหา ครอบครัวไม่มีความสุข พ่อแม่ทะเลาะกันเป็นประจำ

แต่ทุกวันนี้ เขาให้เงินแม่ทุกเดือนๆ ละ ๓ หมื่นบาท ให้พ่อเดือนละ ๓ พัน

“เงินซื้อความรักไม่ได้ครับ แต่พอมีเงินมา ความสุขมันก็มา มาจากครอบครัวที่มีความสุข ได้เงินค่าตัวมา เราก็ไปซื้อบ้าน ถึงแม้ว่าบ้านผมจะราคาล้านนึง ผิดกับดาราคนอื่น หลังละหลายล้าน แต่ผมว่าบ้านหลังนี้มันมีความสุข มันมาจากครอบครัวที่มีความสุข”

อะไรเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทำให้เขามีวิธีคิดใฝ่ดีได้จนถึงทุกวันนี้

“จริงๆ แล้วไม่ใช่พระหรืออะไรเลย คนใกล้ตัวเราเองครับ คือ พ่อแม่ ผมมองว่าพ่อแม่คือพระในใจที่เราจะทำอะไรก็แล้วแต่ เราจะรู้สึกว่า ถ้าเราทำผิด คนอื่นก็จะมองว่า เด็กคนนี้พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือเปล่า

“ผมก็เลยรู้สึกว่า พ่อแม่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวสำหรับผม ผมไม่เคยเกลียดพ่อแม่เลย หรือเวลาแม่ผมทำอะไรไม่ดี สุดท้ายผมก็ยังมองว่าเขายังเป็นพ่อแม่เราอยู่ แต่เราต้องมองว่าเราเป็นเด็ก ก็แยกแยะ อยู่ในส่วนของเด็ก

“มันไม่มีเงื่อนไขที่ผมจะต้องมองว่า พ่อไม่ดีก็ไม่นับถือเป็นพ่อ หรือไม่นับถือเป็นแม่ มันไม่ใช่ เพียงแต่ว่าให้เรารู้ว่า เราเป็นเด็ก มีหน้าที่แค่นี้ และเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่

“ความกตัญญูที่ไม่มีเงื่อนไขของผมคือ ผมทำใจไม่ได้ทุกครั้งที่เราไม่รักพ่อแม่ หรือว่าไม่โทรไปหาพ่อแม่ และความกตัญญูที่เราได้ทำทั้งหมด มันส่งผลให้เราได้รับแต่สิ่งดีๆ

“ผมจะตอบแทนบุญคุณพ่อแม่จนกว่าท่านจะตายหรือตัวผมตาย เพราะสุดท้ายแล้ว เงินซื้อชีวิตคนไม่ได้ จุดจบของคนก็โลงสี่เหลี่ยม ให้เงินพ่อแม่คุณไปเถอะ จะร้อยนึงหรือหมื่นนึง หรือคุณอยากทำตอนครบร้อยวันพ่อแม่คุณเสียไปแล้ว

“ทุกคนคิดเหมือนผมได้ พูดเหมือนผมได้ แต่อย่าลืมว่า คุณต้องทำเลย ทำเดี๋ยวนี้เลย ไม่ต้องรอ”

YouTube Preview Image


รายการ “ธรรมดีมีเฮ” วันเสาร์ที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖ (ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง)

“คาถายอดมนุษย์” ของศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง

ตลอดเวลากว่า ๒๐ ปีที่โลดแล่นในวงการบันเทิง พระเอกชื่อดัง แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ยังคงรักษาคุณภาพและมาตรฐานการทำงานได้อย่างคงเส้นคงวา

“คงเป็นเพราะผมไม่ได้ทะเยอทะยาน อยากจะเป็นคนร่ำรวยที่สุด โด่งดังที่สุด แต่ผมอยากจะเป็นคนที่มีความสุขที่สุด แม้กระทั่งมีเงินทองอยู่ตรงนี้ ซ้ายมีเงินทอง ขวามีเงินกองอยู่ ความสุขอยู่ตรงกลาง ผมจะไปหาความสุขซึ่งอยู่ตรงกลาง”

“ผมเลือกที่จะมีความสุข เพราะเห็นแล้วว่าสุดท้ายแล้ว ทุกคนหาเงิน หาชื่อเสียง หาความสุข แล้วความสุขมันอยู่ตรงนี้อยู่แล้ว ทำไมไม่ไปหาความสุขเลยล่ะ”

“ใช้ชีวิตให้สมดุล อย่าเป็นหนี้ รู้จักลงทุนให้ตัวเอง แล้วความรู้ความสามารถจะมีติดตัวเราไปตลอด”

นอกจากนี้ พี่แท่ง ยังเปิดเผยถึงเบื้องหลังที่ทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิต นั่นก็คือ “คาถายอดมนุษย์”

“เราต้องมีหลักคิดในการดำเนินชีวิต ในการทำงาน ผมเรียกว่า คาถายอดมนุษย์ ซึ่งเป็นหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ให้ไว้ และผมมีโอกาสได้บวชเรียน ก็สนใจมาก เลยศึกษาและลองนำมาใช้ดู และมันก็สำเร็จจริงๆ”

“คาถาที่ว่า คือ อิทธิบาท ๔ ฉันทะ รักในงานที่เราทำ มันจะไม่เหนื่อย ทำให้เราสนุกกับการทำงาน วิริยะ ต้องอดทน ขยัน หมั่นเพียร อันนี้จำเป็นในทุกงาน จิตตะ เอาใจใส่ในงานของตัวเอง ต้องคอยตรวจเช็ค ปรับปรุงตัวเองอยู่ตลอดเวลา สุดท้าย เมื่อเกิดปัญหาทั้งหมดแล้ว อย่าลืมใช้ปัญญา คือ วิมังสา

“การจะชนะคนอื่นได้ เก่งกว่าคนอื่น เป็นยอดมนุษย์ได้ มันเอาชนะกันแค่เสี้ยววินาทีเอง เหมือนวิ่งแข่งร้อยเมตร ขอให้เราอึดอีกนิดเดียวเท่านั้น”

“เวลาที่ตัวเองเกิดหวั่นไหว ก็จะรีบเอา ๔ คำนี้มาดู เราอาจจะไม่พุ่งเร็วเหมือนกระต่าย เราอาจจะเป็นเต่าที่เดินไปช้าๆ แต่มั่นคง ขอให้เดินต่อไปนะ เดินไปอย่างมั่นคง เดินไปอย่างช้าๆ ผมเชื่อว่า ถึงที่หมายเหมือนกัน ขออย่างเดียวคือ อย่าหยุดเดิน”

“ทำไมชีวิตถึงได้มีความสุขทุกวัน ก็ใช้ให้มันง่ายๆ ครับ ใช้ชีวิตให้สมดุล”

YouTube Preview Image

 


รายการ “ธรรมดีมีเฮ” วันเสาร์ที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖ (ญาญ่าญิ๋ง)

เปลือยชีวิตญาญ่าญิ๋งจากรายการธรรมดีมีเฮ

YouTube Preview Image

“คนอื่นอาจจะมองว่าชีวิตญิ๋งต้องการเงินมากมายมหาศาล แต่สำหรับญิ๋ง ญิ๋งเลือกที่จะกินยาว
ญิ๋งอยากเป็นทะเลที่กินไปเรื่อยๆ ญิ๋งไม่ชอบขึ้นภูเขา มันเหนื่อย ญิ๋งไม่ชอบต่อสู้กับใคร”

“ญิ๋งเคยผ่านจุดที่มันไม่มีมาแล้ว ดังนั้น มีหรือไม่มีสำหรับญิ๋ง มันไม่ใช่เรื่องที่ญิ๋งคิดเยอะ ญิ๋งอยู่กับแม่ในวันที่ธนาคารมายึดบ้าน ทุกอย่างที่แม่ทำเพื่อญิ๋งมันสลายลงไป”

“ความกตัญญูเป็นเรื่องที่ทุกคนมี เพียงแต่ญิ๋งอาจจะอยู่ในจุดที่คนเห็นเยอะ ญิ๋งแค่รู้สึกว่าญิ๋งมีโอกาสได้ทำและคนอื่นเห็น ญิ๋งกตัญญูไม่เท่าเด็กที่ขายพวงมาลัย เขาพวกนั้นลำบากกว่าเราเยอะ”

“ญิ๋งเชื่อว่าความรักมันเป็นมากกว่าความรู้สึก มันเป็นพลังบางอย่างที่ขับเคลื่อนตัวญิ๋ง เพื่อให้ได้เจอทั้งในมุมของเพื่อน คนที่ร่วมงาน คุณแม่เอง มันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด”

“ทุกวันของเรามันสอนเรา ทุกอย่างในชีวิตคนเรามันคือขั้นบันได หญิงเชื่อว่าแม้แต่กระทั่งเวลาเราโกรธที่สุด มันก็ยังสอนเรา”

“ญิ๋งไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนอะไรในชีวิต ทุกครั้งที่ตื่นทุกเช้า ญิ๋งจะคิดว่า ดูซิว่าวันนี้ญิ๋งจะได้อะไร พรุ่งนี้เราจะเก็บจากวันนี้ไปต่อวันพรุ่งนี้ยังไง”

 


ธรรมดี มีเฮ

ผ่านมาครึ่งปีแล้วสำหรับรายการธรรมดี มีเฮ ที่มอบทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตา
พร้อมแง่คิดดีๆ ผ่านเรื่องราวเข้มข้นของแขกรับเชิญจากทุกวงการมากกว่า 30 ชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นคำพูดดีๆ จาก แคน เดอะสตาร์ ดาราหนุ่มสุดฮอต ที่บอกกับทุกคนว่า
“อย่าพูดว่าทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ลงมือทำ”

หรือจะเป็นเรื่องราวปัญหาของ ติ๊ก ชีโร่ นักร้องมากความสามารถ ที่เคยเจ็บปวดเพราะถูกเพื่อนร่วมวงหักหลัง แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้จนฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างมาได้จนประสบความสำเร็จ ด้วยแนวคิด
“จงรู้จักเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา”

นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวสะท้อนอารมณ์จากหัวอกคุณแม่ ที่ลูกชายถูกกลุ่มนักเรียนนักเลงรุมฟันปางตายก่อนทิ้งให้นอนเจ็บอยู่กลางถนนไร้คนเหลียวแล จนเกิดคำถามขึ้นในใจของผู้ชมรายการว่า เกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย? ทำไมนับวันจิตใจของคนไทยเสื่อมถอยลงไปทุกที แล้วเราจะมีทางแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร?

คำถามเหล่านี้กำลังรอคำตอบจากหัวใจทุกท่านอยู่ครับ….

เพราะเราเชื่อมั่นในปรัชญาที่ว่า “หัวใจย่อมเป็นสุข ทุกครั้งที่มันเต้นเพื่อผู้อื่น” รายการธรรมดีมีเฮถึงเวลาเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้แก่ผู้ชมยิ่งขึ้นด้วยการปรับลุครายการให้มีความทันสมัย เฉียบคม น่าติดตาม สามารถสื่อ “สาร” ไปถึงผู้ชมให้ “เสพ” ได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ยังแฝงข้อคิดจากพระอาจารย์ในทุกตอนเช่นเดิม เพื่อให้ผู้ชมได้สาระดีๆ นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

พบกับพิธีกรอารมณ์ดี คุณหนุ่ม คงกระพัน แสงสุริยะ ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตสารคดีชั้นนำ ในรายการบางอ้อ โดยครั้งนี้คุณหนุ่มได้นำทีมงานกว่า 20 ชีวิต ลงมือดูแลการผลิตเนื้อหารายการธรรมดีมีเฮควบตำแหน่งพิธีกรด้วยตัวเอง เตรียมตัวพบกับธรรมดีมีเฮรูปแบบใหม่ เทปแรกพร้อม on air สู่สายตาผู้ชมเป็นครั้งแรกในวันเสาร์ที่ 20 ก.ค. นี้

ประเดิมตอนแรกพบกับการเปิดใจอย่างหมดเปลือกของ ญาญ่าญิ๋ง
เจาะลึกเรื่องราวพลิกชีวิตสู่ความสำเร็จระดับอินเตอร์
เผยทุกประเด็นเบื้องหลังการทำงานในวงการที่ต้องแลกมาด้วยหยดน้ำตา
เพื่อหาเงินมาปลดหนี้นับล้านให้แม่จนได้รับฉายาดารายอดกตัญญู

ปิดท้ายด้วยหลักธรรมดีๆ จาก พระอาจารย์ ภาสกร ภูริวฑฺฒโนในรายการ “ธรรมดี มีเฮ”
วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม เวลา 21.15 –21.30 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ติดตามความเคลื่อนไหวของรายการได้ที่  www.facebook.com/dhamdeeonline

ขอฝากรายการสาระดีๆ “ธรรมดี มีเฮ” โฉมใหม่ไว้ในหัวใจทุกท่านด้วยนะครับ

p=4529


ตอน “ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง”

หากจะมองย้อนชีวิตของผู้ที่ประสบความสำเร็จ
ก็ล้วนแล้วแต่ต้องผ่านความยากลำบากมาด้วยกันทั้งนั้น
จะมากหรือน้อยทุกสิ่งจะเป็นประสบการณ์ ดังคำกล่าวที่ว่า
ก่อนที่จะประสบความสำเร็จ ต้องเคยโง่มาก่อน ต้องเคยโง่และเจ็บซักครั้ง จึงจะเก่ง
การที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ ทั้งการมีวิสัยทัศน์ มีเป้าหมาย
มีการตัดสินใจที่แม่นยำ และที่สำคัญต้องมีความเชื่อมั่นที่มาพร้อมดวง

การคิดในมุมบวกเป็นสิ่งที่ดีสร้างกำลังใจให้แกตนเองและคนรอบข้าง
แต่ก็ต้องคิดบวกอย่างมีสติ มองให้หลายมุม และเตรียมแผนสำรองให้พร้อม
เมื่อเหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอน
หลายคนคิดบวกจนเหมือนหลอกตัวเอง หลงไปว่าตัวเองเก่งและสามารถทำอะไรก็สำเร็จ
แต่ความคิดทั้งหมดไม่ได้ตั้งอยู่บนฐานของความเป็นจริง

เหมือนเหตุการณ์ของนักร้องเสียงทอง ยิ่งยง ยอดบัวงาม ที่อดีตเชื่อมั่นในตนเอง
คิดว่าทำอะไรก็สำเร็จ ลงทุนทำวงเป็นของตัวเองแต่ด้วยประสบการณ์ที่ไม่มากพอ
ทำให้ระบบการเงินมีปัญหา ถึงแม้จะรู้ตัวว่ามีปัญหาก็ยังคิดบวกหวังงานน้ำบ่อหน้า
เกิดการกู้หนี้ยืมสิ้นเพราะคิดว่าจะหาเงินมาหมุนได้ทัน จนเกิดเป็นหนี้สะสมหลายล้านบาท

สุดท้ายต้องยุบวง เงินหมดสิ้นเนื้อประดาตัวต้องกลับไปอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด
เกิดวิกฤตของชีวิต มีความทุกข์ใหญ่หลวง แต่อะไรที่ทำให้นักร้องเสียงดีคนนี้กลับมายืนได้อีกครั้ง
และกลับผงาดเป็นเบอร์หนึ่งในวงการนักร้องลูกทุ่ง

ติดตามได้ในรายการธรรมดี มีเฮ พร้อมชมสรุปสาระธรรมจาก พระอาจารย์ภาสกร ภูริวฑฺฒโน
วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม เวลา 21.15 –21.30 น.  ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 และติดตามความเคลื่อนไหวของรายการได้ที่
www.facebook.com/dhamdeeonline

p=4314


ตอน “เส้นทางสู่ฝัน”

หลายคนมองเห็นความสำเร็จของนักแสดงในวงการมายาว่าเป็นเรื่องง่าย
ใครๆก็สามารถมายืน ณ จุดๆนี้ได้ แต่แท้ที่จริงแล้วความสำเร็จของคนเหล่านี้
ต้องแลกมาด้วย ความพยายาม ความอุตสาหะ และการฝ่าฟันอุปสรรคนานับประการ

คุณรู้หรือไม่ว่าผู้ที่มีชื่อเสียงระดับโลก กว่าจะมีวันนี้ได้ต้องผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง
ทอม ครูซ มีอาการผิดปกติของดิสเล็กเซีย (Dyslexia) มีปัญหาทางการเรียน
เกิดความบกพร่องในการอ่าน สะกดคำติดขัด ผสมคำไม่ได้
เคยต้องย้ายโรงเรียนกว่าสิบครั้งกว่าจะจบมัธยม
นอกจากนี้เขายังต้องทำงานทุกชนิดเพื่อช่วยแม่ตั้งแต่เด็กจนโต

เขาจบมัธยมด้วยคะแนนค่อนข้างต่ำ และไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย
แต่ตัดสินใจไปเป็นพนักงานร้านอาหารในนิวยอร์ก ทำงานทุกรูปแบบล้างชามยันเป็นลูกมือพ่อครัว
ระหว่างนั้นก็หางานแสดงไปด้วย และไม่นานเขาก็ได้รับบทตัวประกอบ และเข้าสู่วงการอย่างเต็มตัว

อีกหนึ่งตัวอย่างคือหญิงแกร่ง โอปราห์ วินฟรีย์ ถูกข่มขืนตั้งแต่อายุ 9 ขวบ
อายุ 14 ท้องและลูกชายที่คลอดไม่นานก็เสียชีวิต การสูญเสียดังกล่าวทำให้ชีวิตเธอพังยับเยิน
แต่เธอก็ปฏิญานตนว่าจะพลิกฟื้นชีวิตอับย่อยยับกลับมาให้ได้ 40 ปีผ่านไปบัดนี้
เธอคือผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จและทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลก

เรื่องราวความสำเร็จของบุคคลทั้งสองไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
ซึ่งคล้ายกับนักแสดงหนุ่มไฟแรงสังกัดค่ายโพลีพลัส แก๊ป ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล
ซึ่งก่อนที่จะมาเป็น แก๊ปในวันนี้เขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานับประการ
ทั้งเคยถูกตัดบทการแสดง เปิดมาฉากแรกก็โดนยิงตายเลย
พลาดการออดิชั่นละครเวทีหลายต่อหลายครั้ง
และโดนสบประมาทมากมายจากคนรอบข้างว่าเป็นนักแสดงไม่ได้
แต่อะไรที่ทำให้แก๊ปพลิกชีวิตและวิธีคิดจนมีชื่อเสียงถึงทุกวันนี้

พร้อมชมสรุปสาระธรรมจาก พระอาจารย์สงบ  กุสลจิตโต เจ้าอาวาสวัดเมตตากิตติคุณได้
ในรายการ “ธรรมดี มีเฮ”วันเสาร์ที่ 6 กรกฏาคม เวลา 21.15 –21.30 น.
ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 
และติดตามความเคลื่อนไหวของรายการได้ที่
www.facebook.com/dhamdeeonline

p=4087