สูตรหยุดความเศร้าแบบปัจจุบันทันด่วน..เพื่อคนอกหักโดยเฉพาะ!!

art_42085875หากใครกำลังมีคำถามทำนองที่ว่า “อกหัก ทำอย่างไรให้หายเจ็บเร็ว ๆ ”
การเข้ามาอ่านบทความนี้ ก็อาจจะเรียกได้ว่ามาถูกที่เหมือนกันนะคะ
ที่แห่งนี้ อาจจะเป็นที่ที่สามารถบอกในบางสิ่งที่คุณอาจจะยังไม่รู้
เกี่ยวกับกระบวนการต่าง ๆ ที่ทำให้คุณเป็นแบบนี้
และกระบวนการต่าง ๆ ที่จะทำให้คุณดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
ป๊อปจะไม่ตอบด้วยคำตอบแบบที่คนอื่นเขาตอบกันแล้ว
แต่จะขอตอบในแบบที่ยังไม่เคยเห็นใครตอบไว้แบบนี้ก็แล้วกันนะคะ

ป๊อปเดาว่า อัตราเฉลี่ยของผู้อ่านบทความนี้
ส่วนใหญ่น่าจะอายุไม่ถึง ๓๒
ทำไมน่ะหรือคะ
เพราะจากการสังเกต  คนที่อายุเลย ๓๑ ขึ้นไปเขามักจะไม่ค่อยมองหาวิธีการเลิกเศร้าที่ไหน
เขาจะไม่ค่อยแสดงความเศร้าให้ใครเห็น โดยเฉพาะเศร้าจากอาการอกหัก

เพราะเขารู้สึกว่าเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว
จะทำตัวอ่อนปวกเปียกก็อายคนที่อายุน้อยกว่าแต่ผ่านเรื่องนี้ได้ดีกว่าเขา เข้มแข็งกว่าเขา
เขาจึงไม่อนุญาตให้ตัวเองเป็นเอามาก หรือเศร้าเกินพอดี
ป๊อปกล่าวมาถึงตรงนี้แล้ว
พอจะมีใครเห็นถึงสิ่งที่เป็นปัญหาของตัวเองจริง ๆ กันบ้างไหมคะเวลาที่ตัวเองอกหัก
มีใครพอจะเริ่ม ๆ รู้ตัวแล้วบ้างไหมว่า เหตุที่ตัวเองยังโศกเศร้าเสียใจอย่างมากมายอยู่นี้
เพราะคุณอนุญาตให้ตัวเองหมกมุ่นอยู่กับความเศร้ามากเกินพอดีแค่นั้นเอง
คุณอาจไม่รู้ตัวเลยว่า ลึก ๆ ในใจคุณ คุณกำลังให้ท้ายตัวเองให้ได้เศร้าจนชีวิตเสียศูนย์
มองว่าตัวเองอายุยังไม่มากเกินกว่าจะทำตัวเปื่อย ๆ เวลาอกหัก ก็เลยจัดซะเต็มที่
คุณอาจไม่รู้ตัวเลยว่า คุณกำลังพยายามทำตัวให้น่าสงสารที่สุดเพราะกำลังหวังในบางสิ่ง
ทั้งที่จริง ๆ เราจะไม่เป็นถึงขนาดนี้เลย
คุณอาจหลอกตัวเอง โกหกตัวเองไปวัน ๆ
ปากก็บอกว่าอยากหายเศร้า อยากหลุดพ้นจากความทุกข์โศกนี้ให้ได้เร็ว ๆ
แต่ก็ไม่ทำในสิ่งที่จะทำให้เลิกเศร้าได้จริง ๆ
ไปทำแต่สิ่งที่ต่อเวลาเศร้าต่อไปให้ยาวนานกว่าที่ควรจะเป็น
หลายคนโทรถามคนนั้นคนนี้ว่าจะทำอย่างไรดี
ย้ำคิด ย้ำพูดแต่สิ่งที่ซ้ำเติมตัวเอง
ต่อให้ได้รับคำแนะนำดี ๆ มาแล้ว ก็แทบจะไม่ได้ยิน
หรือบอกว่าทำไม่ได้  ข้ออ้างเยอะ หลอกตัวเองล้วน ๆ
เห็นด้วยเฉพาะแต่คำแนะนำที่ตัวเองชอบ
ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่คำแนะนำที่ดีจริง ๆ ก็ได้

จากประสบการณ์ และจากการสังเกตของป๊อป
ป๊อปพบว่า ในขณะที่เราอนุญาตให้ตัวเองได้เศร้ากับเรื่องที่เราไม่ควรเสียเวลาไปเศร้า
หรือแม้แต่จะไปคิดถึงมันเลยแม้แต่นิดเดียว

ขณะนั้นเรากำลังสูญเสียในหลาย ๆ อย่างไปพร้อมกัน
ที่ไม่ใช่แค่เวลามันมีค่าของเราเท่านั้น
แต่มันอาจจะเป็นทั้งโอกาสดี ๆ เพื่อนดี ๆ ประสบการณ์ดี ๆ ฯลฯ ไปอย่างน่าเสียดาย
และคนที่ยังยอมปล่อยให้ตัวเองได้เศร้าจนถึงขนาดละทิ้งความรับผิดชอบหลายอย่างของตัวเอง
วัน ๆ เอาแต่ย้ำคิดถึงเรื่องเศร้าของตัวเองนั้น
ขณะนั้นเขากำลังเห็นแก่ตัวกับใครบางคน (อย่างน้อย ๑ คน) อยู่

และได้เลือกที่จะทำตัวเองให้เป็นภาระ (แทนที่จะเป็นผู้ช่วยเหลือ) ไปเรียบร้อยแล้ว 

บุคคลระดับโลกหลายท่านสอนให้ป๊อปรู้ว่า “คนเราควรมีภารกิจของชีวิต”
ควรเลือกที่จะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่สุด
ถ้าเรามีภารกิจของชีวิตที่จะช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่่สุด
และแน่วแน่ในภารกิจของตัวเองจริง ๆ

ความเศร้าจะทำอะไรเราไม่ได้นาน
และหากเราตัดสินใจจะทำให้ได้ดังนี้เมื่อไหร่ 
เราจะยังไหวเสมอไม่ว่าเราจะเจอปัญหารุมเร้าแค่ไหนก็ตาม
ไม่เชื่อลองนึกถึงมนุษย์กลุ่มผู้นำระดับประเทศกันสิคะ
ไม่ว่าเขาจะประสบปัญหาอะไร ใหญ่โตแค่ไหน พวกเขาเข้มแข็งกันได้เร็วมาก
และอยู่เพื่อทุกคนได้อย่างสง่าผ่าเผย
ยกตัวอย่างเช่น อองซาน ซูจี
Image

ใครที่ทราบประวัติของเธอจะรู้ว่าเธอเจอมาหนักมาก 
ถูกกักบริเวณร่วม ๒๐ ปีในบ้านของตัวเอง
ไม่ได้เจอหน้าลูกและสามี จนสามีเธอเสียชีวิต เธอไม่ได้ไปงานศพสามีของเธอด้วยซ้ำ 
ทั้งหมดคือการเสียสละเพื่อประชาชนชาวพม่า ที่รักและคาดหวังความช่วยเหลือจากเธอ
ซึ่งเธอก็เลือกที่จะเสียสละความสุขส่วนตนเพื่อพวกเขา 
การตัดสินใจแบบไหนกันที่ทำให้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง หนักแน่นได้ถึงเพียงนี้ 
น่าคิดนะคะว่าเธอคุยกับตัวเองในทุก ๆ วันอย่างไร
เธอถึงมีจิตใจที่แข็งแกร่งและทนไหวเพื่อประชาชนชาวพม่าด้วยกันได้ถึงขนาดนี้

รู้ไว้นะคะ คุณจะเลิกเศร้ากับเรื่องเมื่อวานนี้ในทันทีที่คุณตัดสินใจที่จะยิ้ม

แล้วบอกตัวเองใหม่ว่า “ต่อไปนี้ ฉันจะ Happy แล้วนะ!”
ลืม ๆ ไปเถอะ สูตรเดิม ๆ ที่ใครเขาบอกว่า มันต้องใช้เวลาน่ะ
เชื่ออย่างไหน เป็นอย่างนั้นค่ะ
ถ้าเชื่อใหม่ว่า มันไม่ต้องใช้เวลาแล้ว มันก็หายได้เดี๋ยวนี้นี่แหละ
และป๊อปขอแนะนำให้คุณตัดสินใจเลิกเศร้าเดี๋ยวนี้เลย
นับแต่วินาทีนี้ไป เลิกพูดถึงอะไรที่ทำให้ตัวเองรู้สึกหดหู่ งดฟังเพลงเศร้า
ตื่นเช้ามา ยิ้มให้กับตัวเอง นั่งให้หลังตรง ๆ เหมือนคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองเสมอ
ทำตัวให้กระฉับกระเฉง อย่ามีอิริยาบถเหมือนคนเศร้า 
เลือกเสพแต่สิ่งที่สร้างสรรค์ และก่อให้เกิดการพัฒนา
ถ้าหัวมันเผลอคิดถึงเขา ก็ให้รู้ทัน ตั้งสติแล้วอย่าตามความคิดนั้นไป เปลี่ยนเรื่องคิดไปเลย
ถ้าคุณเอาจริง ทำจริง ป๊อปขอรับรองว่า คุณจะหายเจ็บเร็วขึ้นมาก
ขอให้ทำจริงเถอะ มันได้ผลกับทุกคนแหละ อยู่ที่ว่าจะทำหรือเปล่าเท่านั้นเอง

แต่หากจะมีบางท่านที่อ่านแล้วรู้สึกไม่เข้าใจว่าวิธีนี้จะได้ผลได้อย่างไร
ป๊อปบอกไว้แบบนี้ก็แล้วกันนะคะ ถ้าคุณยังไม่ลองทำอย่างจริงจัง
หรือไม่เชื่อเพราะวิธีการนี้มันไม่ถูกใจคุณ หรืออะไรก็แล้วแต่
แต่บทความนี้จะยังล่องลอยอยู่บนโลกใบนี้
ให้คุณได้กลับมาอ่านจากทุกที่ทั่วโลกเสมอในวันที่คุณอยากกลับมา
ถ้าวันนี้คุณยังไม่เข้าใจ ไม่เป็นไรค่ะ
ป๊อปเชื่อว่าถ้าวันไหนที่ใจคุณพร้อมจริง ๆ  คุณจะเข้าใจได้เอง

ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีค่ะ :)
ด้วยรัก…เหมือนเดิมนะคะ ;)

_____________________________________________________________________
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ tilucksacha@hotmail.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนต์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck


๓ วิธีบอกลาความโสด!!

“ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์”
ดูจะเป็นคำเตือนที่ไม่ค่อยช่วยให้คนกว่าครึ่งโลกอยากอยู่เป็นโสดกันได้เท่าไหร่เลยเนอะ
นั่นอาจจะเป็นเพราะ เราทั้งหลาย ชอบข้อดีของการมีคนรัก
จนเรายินดีที่จะยอมรับ
และหาวิธีบริหารจัดการในทุกความทุกข์ที่มาพร้อมกับความรักกันด้วยความเต็มใจ

เอาล่ะ! ถ้าแน่ใจแล้วว่าอยากจะบอกลาความโสดกันจริงๆ
มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่า ๓ วิธีที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง

1400673087-2520130905-o

วิธีที่ ๑ : เขียนคุณสมบัติคนรักที่ดีที่สุดที่ตัวเองต้องการลงไป
ละเอียดได้เท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ แล้วอ่านมันทุกวัน
เพราะการอ่านทุกวัน จะช่วยให้เรามีสายตาเหยี่ยว
ในการสแกนหาและเจอคนรักในแบบที่เราต้องการได้ง่ายขึ้นจริงๆนะจ๊ะ ;)

วิธีที่ ๒ : ลองพิจารณากลับกันว่า
ตัวเรานั้นมีคุณสมบัติเหมาะสมกับคนรักแบบที่เราเขียนนั้นแล้วหรือยัง?
ถ้ายัง ก็ให้เร่งทำคุณสมบัตินั้นขึ้นมาโดยไว
เผื่อเจอกันเร็ว จะได้รีบแต่ง เอ๊ย! จะได้คุยกันไปในทิศทางเดียวกัน
เพราะเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว การตัดสินใจเป็นแฟนกันก็คงเป็นอนาคตอันใกล้แล้วไง จริงมั๊ยตัวเอง? ;)
ถ้าจะให้ดี แนะนำให้เขียนลงไปเช่นกันนะคะ
ว่าคุณสมบัติที่เรามีแล้วและที่ต้องเพิ่มเติมนั้นมีอะไรบ้าง
เพราะสิ่งเหล่านี้ก็คือเป้าหมายที่ทำให้เราได้อะไรมากมายตามมา
ที่เราก็อาจคิดไม่ถึงก็ได้ค่ะ เช่น แฟนที่ดีกว่าที่มโนไว้ซะอีกไงล่ะ อิอิ ^_^

วิธีที่ ๓ : อัญเชิญตัวเองไปสู่พิกัดที่จะได้พบเจอกัน
ที่ไหนน่ะเหรอคะ ก็ลองเช็คจากที่เราเขียนคุณสมบัติของทั้งเขาและเรา
และดูว่าความสนใจที่ตรงกันนั้น มีกี่เรื่อง
และกิจกรรมเหล่านั้น ส่วนใหญ่เขาไปทำกันที่ไหน
ก็อัญเชิญตัวเองไปที่นั่นบ่อยๆ เดี๋ยวก็เจอกันเองนะตัว ;)

…………………………………………………………………………………………………………….

แต่เดี๋ยวก่อน!!!!
ถ้าคุณอยากได้วิธีแบบที่รับรองผลแบบล้านเปอร์เซนต์
ว่าคุณจะได้บอกลาความโสดและได้รักกันคนที่จะมีแต่พากันเจริญรุ่งเรืองจริงๆล่ะก็
ป๊อปขออนุญาตแนะนำหนังสือเสียง “คู่ชีวิตเนรมิตได้” ชุดนี้ค่ะ
ลองคลิกฟังตัวอย่างได้จากคลิปด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ
YouTube Preview Image

เพราะ ๘๐% ของความสำเร็จในชีวิตมาจากการ (รู้จักเลือก) คู่ครอง
และ ๘๐% ของความล้มเหลวในชีวิตก็มาจากการเลือกคบคนผิด
โดยเฉพาะการเลือกแฟนเสียด้วย!!
การมีสเปคเป็นเรื่องเป็นราว ถือเป็นสิ่งสำคัญมากที่คนทั่วไปมักละเลย
แล้วเราจะได้แฟนตามมสเปคได้อย่างไร
หนังสือเสียงเล่มนี้คือคำตอบค่ะ :)
ลองหามาฟังกันนะคะ :)

…………………………………………………………………………………………………………….
ยังมีบทความเกี่ยวกับความรักที่ป๊อปเขียนไว้อีกหลายบทความนะคะ
เช่น “ทำอย่างไรจึงจะได้พบกับคนรักที่ดี”
“อยากรู้ไหม ทำไมคนดีๆที่รักเราจริงๆถึงหายาก?”
“ทำอย่างไร..เราจึงจะรักกันไปได้ตลอด?”
“กลัวคนรักทิ้งไป ทำอย่างไรดี!?!”
ฯลฯ
หากสนใจบทไหน คลิกอ่านได้ที่ตัวหนังสือชื่อเรื่องได้เลยนะคะ

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ tilucksacha@hotmail.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck


ทำอย่างไรให้สามีให้อภัย กรณีเคยนอกใจสามีมาก่อน?

ป๊อปได้รับคำถามจากผู้อ่านท่านหนึ่ง ที่กำลังมีปัญหากับคนรัก
เนื่องจากเธอเคยนอกใจเขามาก่อน ส่วนจะนอกกายไหม ป๊อปไม่ได้ถามรายละเอียด
แต่นับตั้งแต่คนรักของเธอรู้ความจริงว่าเธอเคยนอกใจเขามาก่อน
ชีวิตรักของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย ฝ่ายชายกลายเป็นคนที่จีบผู้หญิงทีละมากๆ
และชอบชวนทะเลาะอยู่บ่อยครั้ง แต่ลึกๆเขาก็ยังรักและต้องการเธออยู่
ทำให้เธอเองก็สับสนว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำที่สุด
เธอลองเลือกที่จะคุยกับผู้ชายคนอื่นอีก ซึ่งทำให้ปัญหาที่มียิ่งทวีความวุ่นวายไปกันใหญ่
ผู้ชายคนใหม่ ไม่ทราบว่าเธอมีแฟนอยู่แล้ว
และเมื่ออยู่กับคนใหม่ แต่ก็เหมือนเธออยู่แค่ตัว
แต่ใจอยู่กับคนรักคนเดียว ซึ่งก็คือคนที่เธอเคยนอกใจเขามาก่อน
สิ่งที่เธอต้องการคือ อยากให้คนรักที่เธอเคยนอกใจเขา กลับมารักกันเหมือนเดิม
และเลิกพฤติกรรมการคุยกับผู้หญิงทีละมากๆเสียที เพราะเธอรักเขามากจริงๆ

อื้ม! ได้ค่ะ งั้นมาลองดูคำตอบนี้กัน ;)
(ใครกำลังตกอยู่ในที่นั่งเดียวกันกับคุณเจ้าของคำถามพอดี
ก็ลองนำไปปรับใช้กับตัวเองดูละกันนะคะ)

เนื่องจากที่นี่ประเทศไทย ผู้ชายที่เกิดและโตในไทยจะถือสาเรื่องแบบนี้มากเป็นพิเศษ
การถูกคนรักนอกใจ และหากยิ่งนอกกายด้วย ฝ่ายชายจะรู้สึกเหมือนถูกหักหลังอย่างแรง!!
สิ่งที่ป๊อปเห็นในตัวคนรักของเจ้าของคำถามนี้คือ
เขามีความกลัวสูงมากและอยู่ในช่วงเสื่อมศรัทธาต่อการทำความดี
สภาพจิตใจกำลังอ่อนแอ จึงพยายามหาที่พึ่งทางอารมณ์ โดยที่พึ่งของเขาก็คือ ผู้หญิง
ชีวิตช่วงนี้ของเขาเหมือนคนหลอกตัวเองว่าฉันไม่เป็นไร
แต่เอาเข้าจริงเขาก็แทบไม่สามารถอยู่คนเดียวได้โดยไม่คุยโทรศัพท์กับใครซักคน
ถ้าเขาหนักแน่นกว่านี้ เขาอาจเลือกที่จะเลิกกันเลย(แต่จะยังเป็นเพื่อนกันได้หรือไม่ก็อีกเรื่องนึงนะ)
หรือเลือกที่จะให้โอกาสอีกครั้ง ถ้าฝ่ายหญิงมีความดีอยู่มาก
และค่อนข้างเป็นผู้หญิงที่ใช่สำหรับเขา และให้อภัยได้ในสิ่งที่ผ่านมา
เพราะเข้าใจได้ว่าคนเราก็ทำผิดพลาดกันได้
(แต่ต้องบอกเลยนะคะว่า เป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้ชายไทย
ที่จะให้อภัยแฟนได้หากเคยนอกทั้งใจทั้งกายต่อเขามาก่อน)

หนทางมันก็พอมีบ้างค่ะ แต่อย่าคาดหวังมากเกินไป และขอให้ทำในส่วนของตัวเองให้ดีที่สุด
ที่เหลือก็ให้เวลาเป็นเครื่องจัดการ
การที่เขายังรักและยังไม่เลิกกับคุณเจ้าของคำถามนี้เด็ดขาด ก็ถือว่าคุณกำลังได้รับโอกาสแก้ตัว
ก็ขอให้คุณใช้ช่วงเวลานี้ รักและดูแลเขาให้ดีที่สุด
ถ้าเขาชวนทะเลาะ คุณก็เงียบไปเถอะ ไม่ต้องพยายามพูดอะไรมาก
ถ้าอยากจะพูดอะไร ก็เพียงพูดว่า ขอโทษในทุกสิ่งที่เคยทำไป และหากย้อนกลับไปได้
คุณจะไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน
คุณขอโทษที่คุณไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขในสิ่งที่ทำผิดพลาดไปแล้วนั้นได้
แต่คุณตั้งใจจะทำช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่กับเขาให้ดีที่สุด ได้แค่ไหนก็แค่นั้น
ถ้าไม่ว่ายังไงเขาก็จะไม่ให้อภัย คุณก็จะเข้าใจและน้อมรับผล
แต่ก็หวังว่าผลที่ได้รับที่ตัวเขาจะเป็นผู้หยิบยื่นให้
มันจะไม่เกินต่อความผิดของคุณมากจนเกินไปก็พอแล้ว
คุณอาจจะบอกเขาว่า ต่อให้เขาไม่พูดถึงเรื่องที่คุณเคยทำผิดต่อเขาอีกเลย
ทั้งคุณและเขาก็จดจำเรื่องนี้ได้อยู่ดี
การที่นำเรื่องเดิมมาชวนทะเลาะซ้ำๆ มันทำร้ายตัวเขามากกว่าตัวคุณ
หากเขาคิดว่าเขาไม่อยากอยู่ด้วยอีกต่อไปแล้ว ก็เดินจากไปได้เลย (แต่ถ้าพูดคำนี้ ต้องพูดดีๆนะ)
แต่ถ้าคิดว่าจะอยู่ไปเรื่อยๆจนกว่าเขาจะเจอคนที่ใช่จริงๆแล้วก็จะไปอยู่ดี คุณก็จะไม่ขัดข้อง

แต่ป๊อปขอเตือนอย่างหนึ่งนะคะ
จริงอยู่ที่เราอาจต้องยอมในเรื่องที่โดยปกติแล้วเราไม่ควรยอม
(เพราะในเมื่อคุณเองก็ยังไม่อยากเลิก การยอมพอหอมปากหอมคอในเรื่องนี้
ก็คล้ายๆเหมือนเป็นการชดเชยความผิดอีกแบบหนึ่ง แต่ไม่ควรจะยอมไปตลอดทั้งชีวิตนะคะ
มีกำหนดระยะเวลานิดนึง อย่าให้มันเกินสมควรมากนัก เดี๋ยวมันจะมากไป)

เช่น เขาแชทคุยกับผู้หญิงคนอื่นทาง Social Network
หรือเขาไม่รับโทรศัพท์บ่อยๆเวลาเขาอาจจะไปเที่ยวกับคนอื่น
คุณก็แค่เตือนเขาว่า อย่าไปหลอกผู้หญิงที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่เลยนะ
การที่เขาถูกผู้หญิงคนไหนเคยทำร้ายจิตใจอย่างไร
ไม่ใช่เหตุผลที่เขาควรทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนที่เขาอยู่ของเขาดีๆ
พูดความจริงกับทุกคนที่เขาอยากคุยเสียยังดูลูกผู้ชายกว่า
ว่าเขายังอยู่กับคุณเพราะยังรักอยู่ และยังไม่พร้อมจะเลิกตอนนี้ แต่ยังไงก็เลิกกันแน่ๆ
พูดแบบนี้มันยังจะดูเป็นลูกผู้ชายกว่าเยอะเลย

ถ้าเขาไม่เชื่อในคำเตือนของคุณ
(ซึ่งป๊อปก็ไม่แน่ใจว่าคุณจะมีวิธีเตือนดังคำแนะนำนี้ได้อย่างละมุนละม่อมแค่ไหน)
คุณก็ปรับตัวไปละกันค่ะ ถ้าโทรไปแล้วเขาไม่รับ คุณก็ไม่ต้องโทร
มีธุระอะไรด่วนจริงๆ ก็ส่งข้อความไปบอกอย่างเดียว แล้วก็พยายามอย่ามีธุระกับเขามาก
เพราะเขาไม่ต้องการจะทราบธุระอะไรของคุณอยู่แล้ว อยู่นิ่งๆไปเลยดีที่สุดค่ะ
ถ้าคุณอยู่ร่วมบ้านกับเขาแล้ว ก็ขอให้ทำหน้าที่แม่บ้านแม่เรือนให้ดีที่สุด
และถึงแม้คุณจะยอมให้เขาคุยกับผู้หญิงคนอื่นได้
แต่หากเขาจะร่วมหลับนอนกับผู้หญิงคนอื่นที่บ้านที่คุณอยู่ด้วยกัน คุณไม่ควรยอมนะคะ
อันนี้ถือว่าเกินไปค่ะ เรื่องอะไรไม่ควรให้ท้ายก็อย่าให้ท้าย
ถ้าเขาทำ แนะนำให้เลิกไปเลย ย้ายออกมาเลย
คือ…ถึงยังไง ศักดิ์ศรีเราก็ยังต้องมีนะคะ อะไรที่ยอมเพื่อชดใช้ความผิด มันก็เรื่องนึง
แต่ก็ไม่ควรเกินกว่าเหตุ ยอมแค่พอสมเหตุสมผล ไม่ใช่จะยอมเสียหมดทุกสิ่งทุกอย่าง
แต่หากเขาไม่ทำก็แล้วไปค่ะ
แต่ไม่ว่าเขาจะแอบไปมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นนอกบ้านหรือไม่
คุณไม่ต้องถามให้บรรยากาศมันแย่ก็ได้ค่ะ
แต่หากคุณจะมีเพศสัมพันธ์กับเขา คุณก็ต้องป้องกันตัวเองนะคะ
ถ้าเขาไม่ยอมให้ป้องกัน แล้วคุณเองก็ไม่แน่ใจ
คุณก็ควรจะรักตัวเองนะคะ ไม่ควรยอมมีเพศสัมพันธ์กับเขาโดยไม่ป้องกัน
เพราะโรคเอดส์นั้น ไม่มีใครอยากเป็นกันหรอกค่ะ
ถ้ารู้ล่วงหน้าว่ามีเพศสัมพันธ์กันครั้งนี้แล้วจะติดเอดส์แน่นอน
ต่อให้เกิดอารมณ์ทางเพศมากแค่ไหน
ก็ไม่มีใครยอมแลกการสำเร็จความใคร่ครั้งเดียวกับโรคเอดส์แน่ๆ
ฉะนั้น อย่าเสี่ยงค่ะ รักตัวเองให้มากๆนะคะ

ในเวลาที่อยู่ด้วยกัน ขอให้พูดจากันดีๆ อย่าประชดประชัน
ถ้าคิดว่าเลิกกันกับเขายังไม่ไหว ก็ดูแลเขาต่อไปเหมือนจะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้ว
และตัวคุณก็ต้องทำตัวเองให้เป็นคนที่มีคุณภาพยิ่งๆขึ้น
ไม่ใช่ทำเพื่อเขาทุกอย่าง แต่ไม่ทำเพื่อตัวเองเลย
เพราะการทำหน้าที่คนรักที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่การดูแลเขาให้ดี แต่ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วย
ทั้งทางด้านภาพลักษณ์และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านสติปัญญานะคะ ;)
หากผู้หญิงทำตัวให้แฟนภูมิใจที่ได้เป็นแฟนด้วย เขาจะซื่อสัตย์ต่อผู้หญิงเองโดยอัตโนมัติค่ะ
(ต่อให้ปันใจไปมีอีกคนเลยอ่ะ เขาก็จะเกรงใจผู้หญิงคนที่เขาภูมิใจที่ได้เป็นแฟนมากที่สุดค่ะ)

หากคุณทำได้แบบนี้ วันนึงเขาอาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
แต่ตรงนี้ก็อยู่ที่สติปัญญาของเขาเองด้วย
ถ้าคุณคือผู้หญิงที่ดีที่สุด แต่เขาเลือกที่จะเสียคุณไป
เพราะทำใจให้อภัยคุณไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ปล่อยเขาไปเถอะ

และหากวันนั้นมาถึง วันที่เขาจะไม่กลับมาอีกแล้ว
ก็จะเป็นอีกวันนึงที่คุณได้รู้ค่ะว่าจริงๆแล้วคุณทนต่อการไม่มีเขาอีกแล้วในชีวิตได้
แต่ที่ผ่านมาคุณไม่อยากต้องทน และคุณอยากชดใช้ความผิดของคุณ

เมื่อเราเหลือทางเดียวให้เลือกเดิน คือ ต้องทน
แม้ไม่อยากทนก็ต้องทน แรกๆก็จะรู้สึกว่ามันยาก มันหนักหนาสาหัส ต่อมาก็จะเริ่มชิน
ตอนนี้ก็ทำใจให้ชินไว้เลยก็ดีนะคะ และก็ทำทุกวันให้ดีที่สุด

และอย่างไรก็อย่าลืมว่า ไม่ว่าคุณจะรักและอยากจะทำเพื่อผู้ชายคนไหน
ก็อย่าให้มากไปกว่าทำเพื่อพ่อเพื่อแม่ตัวเองละกันนะคะ
อย่าให้ความทุกข์ และความต้องการของตัวเอง
อยู่เหนือความกตัญญูต่อคนที่ควรกตัญญูจริงๆค่ะ

และอีกเรื่องนึงที่เกือบจะลืมไปเลยคือ
กับผู้ชายคนใหม่ที่เพิ่งคบกันนั้น ก็ไปขอยุติความสัมพันธ์กันให้เรียบร้อย
โดยพูดตรงๆ แต่ก็คงจะไม่ต้องตรงทั้งหมดอ่ะนะคะ
ว่าคุณอยากกลับไปคืนดีกับคนรักที่เคยมีปัญหากัน
และคุณขอโทษที่คุณไม่สามารถไปต่อกับเขาได้ไกลกว่านี้ แต่คุณไม่อยากเป็นผู้หญิงไม่ดี
ที่จะคบผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกัน
พยายามเคลียร์ให้จบ อย่าให้บานปลายมากนะคะ

ค่ะ ก็ประมาณนี้ ขอให้โชคดีนะคะ
ด้วยรัก…เหมือนเดิมค่ะ ;)

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ tilucksacha@hotmail.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck


อยากรู้ไหม ทำไมคนดีๆที่รักเราจริงๆถึงหายาก?

คุณเป็นอีกคนหนึ่งที่รู้สึกว่าแฟนดีๆ ที่จะรักคุณจริงๆนั้น หาได้ยากหรือเปล่าคะ?
ถ้าใช่!
แล้วถ้าป๊อปจะบอกว่า ต้นเหตุของปัญหานี้ มันเกิดจากตัวคุณเอง คุณจะเชื่อป๊อปไหมคะ?
และถ้าป๊อปบอกวิธีการอะไรบางอย่าง
ให้ปัญหาลักษณะนี้ ไม่ต้องเกิดกับคุณอีกเลย คุณจะทำไหมคะ?

เอาล่ะค่ะ อ่านให้จบก่อน แล้วค่อยตัดสินใจก็ได้ค่ะ :)

ป๊อปอยากขอให้คุณผู้อ่าน จินตนาการถึงคนรักในฝันของคุณ
จะเอาแบบที่มีตัวตนอยู่แล้วก็ได้ค่ะ หรือแบบพระเอก/นางเอกในละครสักเรื่องที่คุณชื่นชอบก็ได้
จากนั้น ลองตอบคำถามนี้นะคะว่า คนรักในฝันของคุณ หาคนที่ดีกว่าคุณได้ไหม?
และ คุณเข้าข่ายคนรักที่ดีพอสำหรับเขาหรือเธอคนนั้นบ้างหรือเปล่า?
ขั้นตอนนี้สำคัญมากนะคะ อย่าคิดแค่ว่า ใครก็ได้
คุณต้องลองเลือกมาก่อน และเลือกให้หรูสุดๆไปเลย
เลือกมาเล่นๆก่อนก็ได้ค่ะ เพื่อนำมาวิเคราะห์จุดที่ตัวเองจะต้องปรับปรุงแก้ไข
และเพื่อนำมาตั้งหลัก หาต้นเหตุของปัญหาของคุณ
ที่ทำให้คุณรู้สึกว่าแฟนที่ดีและรักคุณจริงมันหายากเหลือเกิน

ป๊อปจะยกตัวอย่างให้ดูนะคะ
ตอนนี้ ป๊อปกำลังเลือกพระเอกละครเรื่อง คุณชายพุฒิภัทร (แสดงโดย จิรายุ ตั้งศรีสุข) อยู่
10483737_677503828964350_3062380866830491067_n

และคำตอบที่ว่า ผู้ชายแบบนี้ (คุณชายพุฒิภัทร)
หาคนรักที่ดีกว่าป๊อปเวอร์ชั่นปัจจุบัน ๒๐๑๕ ได้ไหม?
คำตอบคือ ได้แน่นอนค่ะ
และคำตอบที่ว่า ป๊อปเข้าข่ายคนรักที่ดีพอสำหรับคุณชายพุฒิภัทรหรือเปล่า?
คำตอบคือ ป๊อปไม่ได้เข้าข่ายคนรักที่ดีพอสำหรับคุณชายพุฒิภัทรเลย
ตรงนี้ไม่ใช่ว่าป๊อปกำลังดูถูกตัวเองนะคะ
แต่เป็นการพิจารณาตามความเป็นจริง เพื่อนำมาพัฒนาตนเองและแก้ไขในจุดบกพร่อง
ป๊อปในเวลานี้ ย้ำนะคะว่าในเวลานี้
ไม่ผ่านมาตรฐานคนที่ดีพอสำหรับคุณชายพุฒิภัทรค่ะ
ถ้าจะให้ผ่าน ป๊อปต้องไปฝึกทำอาหารให้อร่อยก่อน เป็นอย่างน้อย
และก็ต้องเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ มิใช่ม้าดีดกะโหลกเยี่ยงนี้ :D

ปัญหาของคนที่บ่นว่า แฟนดีๆที่รักเราจริงมันหายาก
ต้นเหตุที่แท้จริงอาจจะอยู่ตรงที่ว่า
ตนยังขาดคุณสมบัติที่เหมาะสมกับคนรักแบบที่ตนเองต้องการจริงๆอยู่
(และอาจจะขาดอยู่มากเลยก็ได้)

และหากเราลองพิจารณาดูให้ดี เราก็จะรู้ได้ว่า คนที่ดีและมีความรักจริงให้กับใครแบบนั้น
เขาก็รู้จักเลือกเฟ้นคนที่เขาจะตกลงปลงใจเป็นแฟนด้วย..จริงไหมคะ
และสิ่งที่คนดีๆและมีรักจริง เขาต้องพิจารณาก่อนเลือกแฟน
มันไม่ได้มีแค่ว่า คนที่จะมาเป็นแฟนเขา จะรักเขาจริงไหม
แต่เขาต้องคิดด้วยว่า ถ้าคบกันแล้วชีวิตเขาจะแย่ลงหรือเปล่า?
คนที่จะมาเป็นแฟนเขา จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกหลานได้ไหม?
จะสอนลูกสอนหลานเป็นไหม? ทัศนคติตรงกันไหม?
(ถ้าทัศนคติไม่ตรงกัน อาจเกิดปัญหาเวลาสอนลูกได้นะคะ)
ปัจจัยเหล่านี้ สำคัญสำหรับคนที่รักชีวิตตัวเอง(จริงๆ)ทุกคนค่ะ

นี่คือสิ่งที่เราจะต้องเข้าใจ
รวมถึงอาจจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่
ว่าเราควรจะปฏิบัติตนอย่างไร เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ตามแบบที่เราต้องการ
และการเริ่มทำคุณสมบัติคนรักที่ดีเพื่อที่คนดีๆจะได้มารักนั้น ควรจะเริ่มทำทันทีนะคะ
ถ้ารอไปเริ่มทำตอนเจอชายในฝัน หรือนางในฝันแล้วค่อยทำ บอกเลยค่ะว่ามันไม่ทัน
อย่าประเมินสติปัญญาอีกฝ่ายน้อยเกินไปว่าเขาจะดูไม่ออก
ว่าเราเป็นคนที่ดูเป็นแบบที่เขากำลังเห็นอยู่มาแต่แรก หรือเพิ่งมาเป็น
และเป็นแบบนี้ได้ตลอดไปหรือว่าทำได้แค่ชั่วคราว
ต่อให้เขาหลงเชื่อในตอนแรก และหลงรักจนยอมเป็นแฟนด้วย
ป๊อปก็ขอบอกล่วงหน้าเลยค่ะว่า โอกาสที่อีกฝ่ายจะขอจะเลิกทีหลังมีสูงมาก และเร็วมากด้วย
เพราะถ้าเราไม่คู่ควรกับใคร หรืออะไรแต่แรก
เราจะเป็นเจ้าของสิ่งที่ดีเกินกว่าที่เราจะมีไว้ได้แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น
เหมือนคนผ่อนรถแพงเกินฐานะ แล้วในที่สุดก็ผ่อนไม่ไหว ยังไงก็ถอยมาขับได้แค่ชั่วคราว
ถึงไม่อยากเสียไป แต่ก็หมดหนทางจะเหนี่ยวรั้งไว้ ต้องยอมให้เขามายึดรถไปอย่างไม่มีข้อแม้

และถ้าตอนนี้ คุณรู้ตัวแล้วว่าคุณต้องไปแก้ไขตรงไหน
คุณถึงจะดีพอและพอดีกับคนรักในฝันของคุณ
ก็ขอให้คุณเริ่มจัดการตัวเองตั้งแต่วันนี้นะคะ เพราะเดี๋ยวจะดีพอเขาไม่ทัน ในวันที่เจอกัน
เพราะไม่แน่ คุณอาจจะได้เจอกับคนรักในฝันของคุณ ในอีกไม่กี่ปีหรือไม่กี่เดือนข้างหน้า
ก็เป็นได้! ;)

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck

 


ทำอย่างไร..เราจึงจะรักกันไปได้ตลอด?

หากคุณผู้อ่านกำลังมองหาวิธีที่เป็นได้
ที่จะทำให้คนรักของคุณ รักและอยู่กับคุณไปจนกว่าจะตายจาก
มันก็พอมีหนทางอยู่บ้างค่า ;)
เพียงแต่ว่า…จะได้ผลลัพธ์ตามนี้หรือไม่
ขอให้ทุกท่านทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่เราแค่คนเดียวนะ
แล้วก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนรักของเราเพียงเท่านั้นด้วย
เพราะในสังคมไทย พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ของทั้งเราและเขา
ก็มีอิทธิพลไม่น้อยเหมือนกัน
ฉะนั้น คำแนะนำต่อไปนี้ คือ กระบวนการเฉพาะตัวเราคนเดียวก่อน
ที่จะสามารถทำได้ดีที่สุด เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์นี้
ถ้าทำขนาดนี้แล้วแต่ไม่ได้ตามนี้ ถือว่าคุณทำดีที่สุดแล้ว โอเคมั๊ยคะ? เข้าใจตรงกันน๊ะ ;)
เมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว งั้นเราก็มาเริ่มกันเลย ^_^

ขอเริ่มคุยกับคนโสดก่อน 
หากคุณยังไม่เคยอ่านเรื่อง “ ทำอย่างไรจึงจะเจอคนรักที่ดี ” ที่ป๊อปเคยเขียนไว้
แนะนำให้คลิกอ่านกันก่อนก็ดีนะคะ (คลิกอ่านได้ที่ตัวหนังสือชื่อเรื่องได้เลยค่ะ)
เพราะการเลือกใครมาเป็นคนรัก มีความสำคัญมาก
อย่าได้พลาดเลือกใครก็ได้ หรือยอมเสี่ยงคบกับใครเร็วเกินไปทั้งที่ยังไม่รู้จักเขาดีเท่าไหร่
เพียงเพราะกลัวว่าถ้าไม่รีบตัดสินใจคบ แล้วเดี๋ยวเขาจะไปคบคนอื่น
อยากบอกว่า อย่าคิดแบบนี้ค่ะ นี่มันเรื่องความรัก ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะรีบตัดสินใจให้เร็วที่สุด
ไม่ High risk High Return (เสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง) เหมือนหุ้นบางตัวนะคะ
ขนาดหุ้นยังต้องศึกษาให้ดีก่อนการลงทุนเลย เรื่องความรักจะไม่ศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจได้ยังไง
เพราะการลงทุนในเรื่องความรักมันมหาศาลกว่ามากนัก
ฉะนั้น หากคิดจะเสี่ยงเกินไป
แล้วกลับได้แต่ความเจ็บช้ำแทบเป็นแทบตายเป็นการตอบแทน
ขอให้โทษตัวเองคนแรก แล้วค่อยไปโทษคนอื่นนะคะ

สำหรับคนที่มีคู่แล้ว
สิ่งที่จะทำให้คู่รักแต่ละคู่ถือไม่เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร
คือสูตรที่พระพุทธเจ้าเคยสอนไว้เกี่ยวกับหลักในการพิจารณาเลือกคู่ครอง
ว่าควรเสมอกันด้วย ศีล / จาคะ(ความมีน้ำใจ) / ศรัทธา / ปัญญา
ซึ่งหากคู่รักสามารถรักษาให้เสมอกันได้เสมอไป
ก็จะสามารถรักษาความเป็นสามีภรรยาได้เสมอไปเช่นกัน
บางท่านอาจสงสัยว่า บางคู่ผู้ชายดื่มเหล้า ไม่ซื่อสัตย์ ชอบโป้ปดมดเท็จ
แต่ผู้หญิงตรงกันข้ามทุกอย่าง และแสนดีมาก ทำไมยังเห็นคบกันได้ยันตายก็มี
ตรงนี้เป็นที่เขามีศรัทธาในเรื่องของชีวิตคู่ที่เสมอกัน
เช่น หากแต่งงานแล้ว เป็นตายร้ายดีอย่างไรก็จะต้องดูแลคู่ชีวิตไปจนกว่าจะตายจากกัน
บางคู่ แค่มีอย่างเดียวที่เสมอกัน คือศรัทธา ก็ทำให้รักกันไปได้ตลอดเหมือนกันค่ะ
(หากใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง “รักแห่งสยาม” ก็คงจะพอนึกออกนะคะ
ว่าคู่ที่มีศรัทธาเสมอกันเพียงอย่างเดียวเขาประคับประคองความรักกันอย่างไร)
แต่หากอีก ๓ ข้อที่เหลือไม่เสมอกันเลย หรือต่างกันอย่างสุดขั้ว
คู่รักคู่นี้ก็อาจเป็นคู่ทรหด ที่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือทั้งสองฝ่าย
ที่ต้องใช้น้ำอดน้ำทน หรือต้องใช้ความพยายามไม่น้อยทีเดียวเพื่อดำรงสถานะคู่สมรสนี้ไว้ให้ได้

อ่านมาถึงตรงนี้ หากคุณผู้อ่านได้พิจารณาเห็นแล้วว่า
คู่รักของคุณมีศีล จาคะ ศรัทธา ปัญญา ต่างจากคุณมาก
กรณีเขามีสิ่งเหล่านี้สูงกว่าคุณ และคุณอยากคบเขาไปได้ตลอด
ที่คุณต้องทำก็คือ ทำของตัวเองให้สูงเทียมเท่ากับเขา
แต่หากเขามีสิ่งเหล่านี้น้อยกว่าคุณ และคุณก็ยังอยากจะคบเขาไปให้ได้ตลอด
คุณก็ต้องพยายามช่วยให้เขามีให้เท่าคุณค่ะ
ค่อนข้างยากเหมือนกัน ในการที่จะช่วยให้ใครมาเสมอเราหากเขาไม่อยาก
แต่ขอให้เริ่มที่ ๒ อย่างแรกนี้ก่อนคือ ศีล และปัญญา
และขอให้จำเอาไว้ว่า การจะช่วยเหลือใครให้มีศีลสูงขึ้น ปัญญาสูงขึ้น ต้องระมัดระวังมาก
อย่าให้วิธีการของเรา ทำให้เขารู้สึกว่า เรากำลังด่าเขาว่า ไม่ดี หรือโง่ ไม่มีใครชอบโดนดูถูก
ระวังความหวังดีของเราจะไปทำให้เขายิ่งทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับที่เราต้องการหนักกว่าเก่า
เรื่องศีล ถึงเขาไม่มีศรัทธาในการรักษาศีล
แต่ในฐานะคนใกล้ชิด เราพอจะสามารถช่วยระวังเหตุให้เขาได้
เรียกว่าช่วยลดการเจริญบาปให้กับเขานั่นเอง
ช่วยระวังเหตุให้เขาไม่ฆ่า ไม่โกง ไม่ผิดประเวณี ไม่โกหก ไม่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่
และจะยิ่งดีมาก หากเราช่วยเขาในการเจริญบุญด้วย
เน้นบุญประเภทธรรมทานได้จะยิ่งดีค่ะ
เพราะการให้ปัญญา ก็จะทำให้ได้ปัญญากลับคืน ^_^
เมื่อเรื่องศีลและปัญญาดีขึ้น จาคะและศรัทธาก็มักจะดีขึ้นตามไปด้วย

จริงๆแล้ว สิ่งที่ยากที่สุดในการนำพาคนอื่นให้อยากดีขึ้น คือ เรื่องของความพอดี
หากหวังการพัฒนาของอีกฝ่ายมาก ก็อาจยิ่งทำให้ตนเองไปเผลอสั่งสอนคนรักมากเกินพอดี
ต้องระวังเรื่องความพอดีให้มากๆนะคะ
และขอบอกเลยค่ะ การคิดจะไปค่อยๆเปลี่ยนใครให้ค่อยๆดีขึ้น
ทั้งๆที่เขาพอใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่แล้ว ไม่ได้อยากจะดีไปกว่าเดิมเท่าไหร่
ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ

หากจะได้ผลก็เรียกว่าต้องใช้เวลาหลายปีมาก อาจไม่ต่ำกว่าสิบปี
หรืออาจเป็นไปไม่ได้เลย ขอให้ทำใจไว้
อย่าได้คาดหวังว่าเขาต้องเป็นให้ได้ดั่งใจทุกอย่าง อย่าไปกดดันเขามาก
เพราะมันอาจทำให้เขาอยากเปลี่ยนแฟนไปเลย แทนการเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองนะคะ
และที่ต้องระวังอีกอย่างคือ

ขณะที่เรากำลังพยายามดึงใครขึ้น เราอาจจะถูกคนเขาดึงลงแทน หากเราไม่หนักแน่นพอ

ต่อมา ขอให้จำไว้ว่า เรื่องสวยเรื่องหล่ออย่าคิดว่าไม่สำคัญ
สำหรับบางคน การมีแฟนสวยหรือหล่อมันสำคัญมากเลยทีเดียว
เพราะหากเขาดูแลตัวเองเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว
เขาก็อยากมีแฟนที่ดูแลตัวเองเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้วเหมือนเขา
ฉะนั้น เสื้อผ้า หน้า ผมของคนที่มีแฟนอยู่ ควรจะดูดีกว่าตอนที่โสดเพื่อคนที่เรารักนะคะ
เพราะนอกจากเขาจะรู้สึกเจริญหูเจริญตาแล้ว
การได้เดินควงแฟนที่หน้าตาดี มันสร้างความนับถือตัวเองให้กับคนรักได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ

เมื่อโกรธ การแผดเสียงใส่กัน หรือการใช้วาจาเชือดเฉือนดูถูกัน
มีแต่จะนำมาซึ่งความเกลียดชัง และบั่นทอนความรักให้ลดลงไปเรื่อยๆ
เพราะเรามักจะจำสิ่งที่ดีที่สุดและสิ่งที่แย่ที่สุดที่คนรักกระทำต่อกันได้มากกว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆ
ระวังคำพูดครั้งเดียว จะทำให้อีกคนไม่สามารถกลับมารักคุณได้เหมือนเดิมอีกเลย
มันอาจทำลายทุกความดีที่คุณเคยทำมาไปหมดสิ้น
คำๆเดียวและแค่ครั้งเดียวเท่านั้น อาจทำให้เขาสามารถรู้สึกดีได้สูงสุดต่อคุณได้แค่ความเป็นเพื่อน
คนเคยรักกันอย่างมากมาย อาจกลายเป็นศัตรูกันทั้งชีวิต เพียงเพราะคำพูดร้ายๆไม่กี่คำ
ฉะนั้น จะพูดอะไรกับคนรัก ที่เป็นคนใกล้ตัวที่สุด
ยิ่งต้องระวังคำพูดมากกว่าพูดกับคนแปลกหน้าเสียอีกนะคะ
ยิ่งในเวลาโกรธ ยิ่งต้องเพิ่มความระวังหลายเท่า

เมื่อทำผิด ก็อย่าอายที่จะขอโทษกัน
รู้จักกล่าวคำชื่นชมในการทำความดีของคนรัก
และควรขอบคุณในสิ่งทีดีๆที่เขาทำให้เป็นนิสัย
อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องปกติของการทำหน้าที่คนรักที่อีกฝ่ายต้องทำอยู่แล้ว
ระวังหายนะจะมาเยือนนะคะ ถ้าคิดแบบนี้
บ้านไหนไม่ค่อยมีคำชม กับคำขอบคุณ
คิดว่าบ้านนั้นวันๆจะคุยอะไรบ้างล่ะคะ
ระวังว่าคนในบ้านตัวเองจะอยากคุยกับคนนอกบ้าน มากกว่าคนในบ้านเอานะคะ

และที่ลืมไม่ได้อีกอย่างคือ ต้องรักครอบครัวของคนที่เรารักเสมือนรักครอบครัวตัวเอง
อย่าคิดว่านั่นญาติเธอ ไม่ใช่ญาติฉัน หรือแม้แต่ลูกติดเขามาก็เหมือนกัน
ต้องรักลูกเขาให้ได้เหมือนลูกตัวเอง รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงของเขาด้วย
หากมีบางคนที่ร้ายกาจมากจนรักไม่ลงจริงๆ
ควรพิจารณาถึงสาเหตุก่อนว่าทำไมเขาเป็นเช่นนี้
ถ้าคุณอยากเป็นคนเจ๋งๆ คุณก็ควรที่ไปอยู่ที่ไหน ที่นั้นก็เจริญขึ้น
ช่วยนำพาเขาให้มีศีลและปัญญาที่สูงขึ้นเท่าที่ขอบเขตของตัวเองจะทำได้
แต่สำหรับบางราย การวางเฉยก็เป็นการแสดงออกที่ดีที่สุด

และที่สำคัญ ทุกอย่างที่ทำ ควรทำด้วยความจริงใจ
ไม่ใช่หวังให้ใครมาชมว่าเราเป็นคนดี๊คนดี
ต้องระวังให้ทุกสิ่งที่ทำ อยู่ในความพอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป
ระวังตัวเองให้มากกว่าใคร โดยเฉพาะอาการติดดี ประเภทที่ถ้าเห็นใครไม่ดีเท่าตัวเอง
ก็แอบแบ่งชั้นกับเขา ว่าเราดีกว่าเขา ฉลาดกว่าเขา
คิดแบบนี้ก็ไม่เรียกคิดดีเหมือนกันนะคะ นี่คือสิ่งที่เราต้องระวังตัวเองให้มาก

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงคำแนะนำที่ย่อที่สุดแล้วที่จะช่วยให้คุณและคู่รัก
ประคับประคองความรักกันไปได้อย่างตลอดรอดฝั่งนะคะ
แต่การครองรักกัน มันมีรายละเอียดยิบย่อยมากกว่านี้เยอะมาก
ไม่ง่ายนักที่คนสองคน
จะรู้สึกรักกันแบบคู่รักไปได้ตราบจนวันที่หน้าตาของทั้งสองฝ่ายทั้งเหี่ยวทั้งย่น ไม่ง่ายจริงๆค่ะ
ในฐานะสามี การทำตนให้ผู้หญิงภาคภูมิใจที่ได้เป็นภรรยา
ก็ยิ่งยากหากฝ่ายภรรยาเป็นคนเก่งและก้าวหน้าเร็ว
เพราะผู้หญิงที่มีสังคมที่เต็มไปด้วยคนฉลาด
มักต้องการผู้เป็นสามีที่ฉลาดทันกัน พาไปคุยกับใครก็คุยรู้เรื่อง
รู้เรื่องในที่นี้คือ ถ้าฝ่ายหญิงคุยอะไรยากๆได้ ฝ่ายชายก็ควรคุยได้พอๆกัน
วิธีการใช้ภาษา การเลือกคำที่ใช้ ดูเป็นคนฉลาดพอๆกัน
เรื่องแบบนี้สำคัญกับผู้หญิงมากๆค่ะ
ต่อให้ฝ่ายชายปรนนิบัติพัดวีอย่างดีทุกอย่างแต่หากไม่เคยพัฒนาสติปัญญาให้ฉลาดทันเธอ
ฝ่ายหญิงจะรู้สึกว่าผู้ชายไม่ทำอะไรเพื่อเธอจริงๆ
และสุดท้าย เธอก็จะหมดความรู้สึกรักไป
ที่โดยส่วนใหญ่ ผู้ชายจะคิดว่าผู้หญิงทิ้งไปมีผู้ชายที่ดีกว่าเพราะเรื่องเงิน
แต่จริงๆ มันคืออะไรที่อยู่ในหัวต่างหาก
นี่ป๊อปหมายถึงในผู้หญิงที่เก่งมากๆ หาเงินมากๆได้เองไม่ต้องพึ่งพาใครนะคะ

สำหรับผู้หญิง ในฐานะภรรยา
จะให้แข่งความสวยกับเด็กสาวๆแรกรุ่นตลอดไป อย่างไรก็สู้ไม่ได้
แต่อย่างไรก็ควรจะดูแลตัวเองให้สวยสมวัย หรืออ่อนกว่าวัยได้เท่าที่สังขารอำนวย
นอกจากนี้เรื่องสติปัญญาก็มีความสำคัญ
อย่างน้อยก็ควรเป็นที่ปรึกษาในบางปัญหาได้บ้าง
ยิ่งเป็นผู้ช่วยที่ดีประหนึ่งเลขาฯมืออาชีพ สามี (บางคน) รักตายเลยค่ะ
และก่อนจะจบบทนี้ไป ป๊อปขอยืมคำกล่าวของคุณกรองแก้ว
ศรีภรรยาของคุณชายพุฒิภัทร (๑ ใน ๕ ซีรีย์ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ)
ในคืนแต่งงาน ที่เธอตอบคำถามเรื่องหน้าที่ภรรยา มาส่งท้ายคุณผู้อ่าน
เพื่อย้ำเตือนถึงบางอย่างที่หลายคนละเลยไป เป็นการส่งท้ายนะคะ ^_^
YouTube Preview Image
คุณชายพุฒิภัทร : หน้าที่ของภรรยาเนี่ย…มีอะไรอีกน๊อ???
กรองแก้ว : ก็..ทำอาหาร ดูแลบ้าน ดูแลคุณชายให้กินอิ่มหลับสบาย
จิตใจแจ่มใส พร้อมที่จะออกไปปฎิบัติหน้าที่ดูแลคนไข้ได้อย่างเต็มที่ค่ะ
คุณชายพุฒิภัทร : แล้วยังมีอะไรอีก หึ๊ม!?!
กรองแก้ว : แก้วจะเป็นกำลังใจให้คุณชาย แล้วก็ทำให้คุณชายมีความสุขในทุกๆวันด้วยค่ะ

อย่าลืมถามตัวเองกันทุกวันนะคะ
ว่าวันนี้เราเป็นความสุขหรือความทุกข์ของคนที่เรารัก
เราทำให้เขามีความสุขในทุกๆวันไหม?
ถ้าเราทำทุกอย่างดีแล้วจริงๆ แต่เราก็ยังเป็นความทุกข์ของเขาอยู่
ถ้าเรารักเขาจริง อย่าฝืนเป็นความทุกข์ของใครอีกต่อไปเลยค่ะ
คนมันจะไม่ใช่ ปล่อยไปดีกว่า เพราะคนที่ใช่ก็รอเราอยู่ข้างหน้า
ถ้าคนที่เราคบอยู่ตอนนี้ เราได้พยายามทำในส่วนของเราอย่างดีที่สุดแล้วแต่เขาก็ไม่ต้องการ
เราไปอยู่กับคนที่เห็นคุณค่า และเห็นเราเป็นความสุขของเขาดีกว่านะคะ
อย่ากลัวว่าตัวเองจะเป็นคนที่ไม่มีใครต้องการ
ถ้าทำตัวดีให้เป็นที่ต้องการ ยังไงก็มีคนต้องการค่ะ

ขอให้ทุกคู่รัก ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรกันทุกท่านนะคะ
ด้วยรัก…เหมือนเดิมค่ะ ;)

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck


ฟ. แฟน… เชื่อใจกันได้แค่ไหนกันนะ?

jealous-girlfriend
Q : บางครั้งการเชื่อใจคนที่เรารัก ก็นำมาซึ่งความเสียใจจริงไหมคะ ??
แล้วสรุปคนรักกัน…ควรเชื่อใจกันไหมคะ ??

A : วิธีการหนึ่งที่จะใช้ตอบคำถามนี้ได้โดยที่ไม่ต้องถามใครเลยก็คือ
มองเขา (คนรักของเรา) ผ่านการมองตัวเราเอง
ก็จะเห็น “คำตอบที่ใช่” ได้ในระดับหนึ่งเลยเหมือนกันนะคะ
ลองถามตัวเราสิคะ เมื่อเราเป็นคนรักของใครแล้ว
เรามีความซื่อสัตย์ต่อคนรักของเรามากแค่ไหน
อะไรทำให้เรารู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่า อะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ
ทั้งต่อหน้าและลับหลังคนรักของเรา
จริงอยู่ที่แฟนเราไม่ได้มีวิธีคิดเหมือนเราร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่การที่เราจะตัดสินใจคบกับใครในสถานะแฟน (หากมาจากการเลือกที่ดีแล้ว)
เราก็น่าจะรู้แก่ใจอยู่ลึกๆว่า เขาเป็นคนที่เราจะเชื่อใจได้มากน้อยแค่ไหน

การแสดงออกถึงความเชื่อใจก็คือการแสดงความให้เกียรติ
การแสดงความนับถือ และแสดงถึงความรักที่เรามีให้แก่กัน
เรื่องของความเชื่อใจ จะว่าไปก็คล้ายๆการลงทุนในหุ้น
แม้ความเสี่ยงจะมีอยู่ แต่การที่ใครลงทุนในหุ้นแล้วหุ้นมีแต่ขึ้นและให้แต่ผลตอบแทนที่ดี
ก็แสดงว่าก่อนลงทุน เขามีความรอบคอบรอบด้าน โอกาสพลาดจึงมีต่ำ
จริงอยู่หลายคู่ที่เคยเจ็บเพราะเชื่อใจก็มีอยู่เยอะ
แต่เบื้องลึกเบื้องหลัง มันไม่ได้อยู่ที่ “ความเชื่อใจ” ที่เรามีให้เขาแต่เพียงเท่านั้น

ถึงยังไงความเชื่อใจเป็นสิ่งที่ควรมีให้ต่อคนที่เรารัก
แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ การปฏิบัติต่อ ตัวเอง และ คนรัก อย่างไร
ให้คนรักของเราอยากซื่อสัตย์ต่อเราด้วยความเต็มใจ
และรู้สึกเป็นเกียรติที่มีเราเป็นคนรักด้วยต่างหาก

และจำเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยนะคะว่า การปฎิบัติต่อตัวเราเองนั้นสำคัญที่สุด
เพราะต่อให้ผู้หญิง (หรือผู้ชายก็เถอะ)
จะดูแลแฟนดีมากขนาดไหน ปรนนิบัติพัดวีอย่างดีจนเขาแทบไม่ต้องทำอะไรเอง
แต่กับตัวเอง กลับปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ดูหม่นหมองไม่น่ามอง
ไม่คิดจะพัฒนาตัวเองด้านสติปัญญาบ้าง ใครเขาคุยอะไรกันก็คุยกับเขาไม่รู้เรื่อง
หรือประเภทดูแลตัวเองแต่รูปลักษณ์ แต่ชอบพูดจาไม่น่าฟัง วางตัวไม่เหมาะสม
แบบนี้ อาจได้เป็นแฟนที่ไม่มีใครอยากบอกว่าเป็นแฟนอยู่ด้วย
ไม่แม้แต่จะกล้าพาไปไหนมาไหน หรือพาไปรู้จักเพื่อนฝูงให้ตัวเองต้องอับอาย
แถมเขายังต้องใช้ความอดทนตลอดเวลาที่คบด้วยอีกต่างหาก
และอาจยังยอมอยู่ด้วยในช่วงนึงเพราะสงสาร
แต่ในที่สุดเขาก็เลิกอยู่ดี และอาจจะเลิกเพราะไปมีคนอื่นที่ดีกว่าจริงๆ
เพราะคนที่เขามีอยู่ ไม่เคยทำตัวให้เขารู้สึกภูมิใจที่ได้คบด้วยยังไงล่ะคะ
ฉะนั้น การดูแลตัวเองให้ดี ทั้งทางรูปลักษณ์ภายนอก
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านสติปัญญา
ถือเป็นเรื่องสำคัญที่เหนือกว่าการปรนนิบัติพัดวีแฟนเป็นอย่างดีเสียอีกนะคะ
แต่อย่างไรเรื่องการดูแลเอาใจใส่แฟนนั้น ยังคงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ก็ไม่ควรละเลย
เพียงแต่มันควรเป็นความสำคัญอันดับรองจากการเอาใจใส่ดูแลตัวเองเท่านั้นเอง

ป๊อปว่า บางที…ปัญหาความรักที่หลายๆคนเจอกัน
สาเหตุหนึ่งอาจมาจากการตั้งคำถามต่อตัวเองผิดก็ได้นะคะ
งั้นเราลองมาฝึกเปลี่ยนคำถามที่เรามักตั้งขึ้นมาในชีวิตของเรากันให้เป็นแง่บวกขึ้นดีไหมคะ? ^_^
เช่นกรณีนี้ จากที่เคยตั้งคำถามขึ้นมาว่า เราควรเชื่อใจแฟนแค่ไหน?
เปลี่ยนเป็น เราควรเป็นคนแบบไหน ทำตัวอย่างไร
ให้คนที่ได้คบเราเป็นแฟนอยากจะซื่อสัตย์ต่อเราด้วยความเต็มใจ?

มันคุ้มกว่ากันเยอะกับการทุ่มสมองไปหาคำตอบ
และวิธีการที่จะทำให้ได้ในผลลัพธ์ที่เราต้องการจริงๆ

แล้วอยากรู้ต่อไหมคะว่า ทำอย่างไรให้คนรักของเรา รักเราไปได้จนกว่าจะตายจาก
ถ้าอยากรู้ คลิกอ่านต่อได้ในตอนที่มีชื่อว่า

ทำอย่างไร..เราจึงจะรักกันไปได้ตลอด กันต่อได้เลยนะคะ ;)
(คลิกอ่านได้ที่ตัวหนังสือชื่อเรื่องได้เลยค่ะ)

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck


ตัดใจจากแฟนเก่า แล้วหันไปคุยกับคนใหม่อย่างจริงจังเลยดีไหม?

Q : คนเก่าที่เลิกไปแล้ว แต่ยังคุยกันอยู่ และก็ตัดใจจากเขาไม่ได้
แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรามากมายหรือไม่ให้เลย
กับคนใหม่ที่เข้ามาจีบ นานๆเจอกันทีเหมือนจะจริงจังแต่ก็ไม่จริงจัง
ดิฉันควรเดินจากไปจากคนเก่า แล้วไปคุยกะคนใหม่อย่างจริงจังเลยดีไหมค่ะ?

A : ก่อนอื่นใดทั้งสิ้น ป๊อปขอให้คุณเปิดใจกับคำตอบที่กำลังจะได้รับต่อไปนี้
และอาจจะต้องฝืนทนอ่านด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดบ้าง
แต่ถ้าคุณไม่อยากเจอกับความผิดหวังในความรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ซ้ำบ่อยเสียจนคุณเข้าใจผิดว่าคุณอับโชคเรื่องความรัก
คุณก็จำเป็นที่จะต้องรู้ว่าต้นตอปัญหาของคุณจริงๆคืออะไรกันแน่

ป๊อปจะตอบตัวคำถามจริงๆของคุณให้ในตอนท้าย
แต่ขอช่วยในปัญหาของคุณจริงๆก่อนนะคะ
ถ้าคิดว่าพร้อมจะรับฟังในคำตอบทั้งหมดแล้ว ก็เชิญอ่านต่อได้เลยค่ะ

จากลักษณะการตั้งคำถามของคุณ
ถ้าคุณมีอายุเกินกว่า ๒๐ ปี
นี่บ่งบอกถึงการมีวุฒิภาวะที่ไม่เพียงพอเลยสำหรับวัยสาว
และในสายตาจิ้งจอกสังคม คุณก็คือผู้หญิงที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม”เหยื่อ
และถ้าระบบการคิด การตัดสินใจของคุณยังไม่พ้นจากขีดอันตรายนี้
คุณมีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกคนไม่ดีมาหลอก
จนต้องเสียทั้งใจ เสียทั้งตัว เสียเงิน เสียทอง เสียอนาคต หรือแม้แต่เสียชีวิต!

คำถามแบบนี้ จัดเป็นคำถามที่คนอายุเกิน ๒๐ ปี
ควรจะสามารถให้คำตอบที่ถูกต้องที่สุดกับตัวเองได้
ย้ำนะคะว่าต้องเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
ถ้าตอบตัวเองได้ แต่ก็เป็นคำตอบที่ผิด คนกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงกว่าคุณอีกค่ะ
เรื่องแบบนี้และยิ่งในยุคนี้
ผู้หญิงควรเริ่มรู้และมีความเข้าใจให้มากพอได้ตั้งแต่มัธยมต้นแล้ว
ซึ่งนี่แหละค่ะคือเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก จนเกินกว่าจะไม่ตอบตรงๆเช่นนี้ได้
เพราะอยากแก้ปัญหาในระยะยาว
ให้กับคนที่มีความเสี่ยงจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ได้บ่อยๆเช่นคุณ

ลองนึกถึงผู้ชายบางประเภทนะคะ เอาประเภทที่ชอบหลอกเอาเงินจากผู้หญิง
รวมถึงผู้ชายที่ชอบทำร้ายร่างกายผู้หญิง
เขาจะหลอกเอาเงินและร่างกายจากผู้หญิงแบบไหน
ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงที่เขามองออกว่าหลอกได้

ผู้หญิงที่พิจารณาจากการกระทำของอีกฝ่ายไม่ออกแม้แค่เรื่องง่าย
ว่าเขาทำแบบนี้มาแปลว่าอะไร และฝ่ายหญิงอย่างเราควรมีทีท่าอย่างไรตอบสนอง
นี่ป๊อปกำลังหมายถึงเรื่องง่ายๆจริงๆสำหรับคนวัย ๒๐ ขึ้นไปนะคะ
อย่างเช่นอะไร?
ก็อย่างเช่นเรื่องที่คุณถามนี่แหละค่ะ

ตอนนี้ป๊อปอยากให้คุณสำรวจตัวเอง
ว่ามีเรื่องอะไรที่เป็นพื้นฐานที่คนวัยฉันควรรู้ได้เสียที แต่ฉันยังไม่รู้บ้าง?
เอาตัวเองไปเรียนรู้ ไปปูพื้นฐานนั้นให้เต็ม
เพราะการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่มีทั้งคนดีทั้งคนอันตรายปะปนกันเช่นนี้
คนที่รอดจากการถูกต้มตุ๋น คือ คนที่มีความรู้พื้นฐานเพียงพอ
จนกลุ่มจิ้งจอกสังคมเห็นแล้วจะไม่กล้าแหยม
และเมื่อคุณมีลูกมีหลาน คุณจะได้สอนให้พวกเขารู้จักระวังตัวจากหลายๆเหตุภัยในสังคมได้

หายใจลึกๆ และเตรียมตัวกลายเป็นคนใหม่กันนะคะ ป๊อปจะอยู่เป็นเพื่อนคุณ
………………………………………………………………….
ทีนี้เรามาเข้าคำตอบของคำถามของคุณกันค่ะ
กับแฟนเก่าของคุณ ที่คุณก็เห็นอยู่แล้วว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับคุณแล้ว
คุณก็ควรปฏิบัติตัวเหมือนเพื่อนห่างๆคนหนึ่ง
เพราะเท่าที่ได้อ่านจากคำถามนั้น มันก็ดูเหมือนว่า
ถึงคุณจะหนีหน้าเขาไปหรือยังอยู่ให้เห็น เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าเดือดร้อนอะไร
จะว่าไปเขาจะถึงขั้นรำคาญเมื่อได้เห็นหน้าเลยหรือเปล่าก็ไม่รู้
ซึ่งการวางตัวที่เหมาะสมกับแฟนเก่าก็คือไม่ควรจะไปยุ่งกับชีวิตมากเขาจนเขารำคาญ
หรือเรียกร้องให้เขายังสนใจอะไรอีก
และหากคุณรู้สึกว่า ถ้ายังติดต่อกันอยู่ คุณจะทำใจไม่ได้ ไม่สบายใจ
อยากจะหยุดติดต่อกันไปซักพัก คุณก็ทำได้
เพราะหากยังคุยแล้วทุกข์มากจนไม่เป็นอันทำอะไร อยากจะเลิกคุยกันช่วงนึงก่อน
มันก็สิทธิส่วนบุคคลของคุณ ที่ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตหรือได้รับการยินยอมจากใครก่อน
แต่ก็ไม่ควรเห็นเขาเป็นศัตรูไปตลอดทั้งชีวิตนะคะ
ถ้าเขาไม่ได้เป็นบุคคลอันตรายต่อชีวิตชนิดที่คุณควรต้องอยู่ให้ห่างทั้งชีวิตจริงๆละก็
เมื่อทำใจได้แล้ว จะกลับมาเป็นเพื่อนกันก็ดีไปอีกแบบ
คุณก็แค่พิจารณาว่า เขาใช่เพื่อนที่ดีจริงๆไหม
เพราะเพื่อนที่เคยเป็นอดีตแฟนนั้นถือเป็นเพื่อนแท้ที่จะช่วยเหลือกันยามทุกข์ยากได้ดีทีเดียว
แต่ถ้าดูๆไปแล้ว แม้แต่ความเป็นเพื่อนที่ดีเขาก็ดูจะไม่มีเท่าไหร่
คุณก็แค่มองเขาเหมือนคนรู้จักคนหนึ่งก็เท่านั้นเอง

สำหรับคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามา ที่คุณถามว่าควรจะคุยกับเขาอย่างจริงจังเลยไหมนั้น
เท่าที่อ่านจากคำถาม มันยังสรุปว่าเขามาจีบไม่ได้ด้วยซ้ำไปนะคะ

กับผู้ชายคนนี้ คุณก็แค่วางตัวให้เหมาะสม คือ เหมือนเพื่อนทั่วไป
ไม่ต้องรีบสนิท ให้เวลามันพาไป
หากจะมีการพัฒนาความสัมพันธ์ ก็ควรเป็นไปตามความเหมาะสม
ถ้าข้ามสเตปไวเกินไป แล้วหากเกิดอะไรไม่ดีไม่งามขึ้น
จะโทษฝ่ายชายแต่เพียงฝ่ายเดียวไม่ได้
เพราะคนที่ถูกทำร้ายส่วนใหญ่มักจะเป็นฝ่ายเปิดโอกาสให้ตนเองได้ถูกทำร้ายเสียเอง

แต่ก็นั่นแหละค่ะ ปัญหาของของกลุ่มเหยื่อคือ
ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเป็นฝ่ายเปิดโอกาสนั้นอยู่

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร?
อย่างแรกคงต้องรู้จักสังเกตการทำงานของสัญชาตญาณตัวเอง
ถ้ามันรู้สึกแปลกๆกับการพูดและการแสดงออกของฝ่ายตรงข้าม
ก็น่าจะต้องเริ่มระวังตัว รักษาขอบเขตการสนทนา อย่าให้เลยเถิดจนถึงขั้นสนิทสนม
………………………………………………………………….
สำหรับคุณ ณ ตอนนี้ ที่ผ่านการยอมรับตัวเองอย่างที่ตัวเองเป็นจริงๆแล้ว
ป๊อปเข้าใจเสมอค่ะ ว่ายังมีอีกมากมายหลายคำถามเกี่ยวกับการจัดการความรู้สึกของตัวเอง
ที่คุณอาจยังไม่รู้ว่าคุณควรคิดอย่างไร ทำอย่างไรต่อชีวิตตัวเอง
ป๊อปแนะนำให้คุณหาบุคคลที่คุณเคารพนับถือและศรัทธาในวิจารณญาณของเขา
คนที่แทบไม่ทำอะไรผิดไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังสังคม
และที่สำคัญคือเขาเข้าใจและเมตตาคุณ
และเมื่อคุณมีเขาเป็นที่ปรึกษาให้กับคุณแล้ว
วิธีการรักษาความสัมพันธ์กับเขาไว้ให้ดีก็คือ
แสดงให้เขาเห็นว่าคุณกำลังค่อยๆเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นจริง
หากมีคำถามใหม่ๆไปถาม ก็ควรจะเป็นเรื่องใหม่จริงๆ
เขาจะได้ไม่รู้สึกว่า ที่เคยให้คำแนะนำไปแล้วนั้นมันเหนื่อยเปล่า
และคุณควรมีการหาความรู้ด้วยตัวเองด้วย
และที่สำคัญ อย่าทำตัวบอบบาง (ประเภทขอคำชมเท่านั้น คำติไม่เอา)
แบบนี้ ผู้ใหญ่ที่ไหนเห็นก็จะมีแต่เอ็นดู และไม่รู้สึกว่าคำถามง่ายๆของเราดูน่ารำคาญค่ะ
(คำตินั้น แม้มันไม่ง่ายที่จะฟัง แต่มันคุ้มค่ะถ้ายอมฟังด้วยใจที่เปิดกว้าง
คนยิ่งใหญ่ทุกคน ไม่ได้ผ่านชีวิตมาด้วยการรับฟังแต่คำชมอย่างเดียว)

แต่ถัาคุณยังมองหาคนๆนั้นไม่เจอ คุณไม่รู้จักใครเลยที่มีคุณสมบัติตามอย่างที่แนะนำมานี้
ป๊อปอยากบอกนะคะ เขามาหาคุณแล้วครึ่งทาง
เหลือแต่คุณค่ะที่จะเดินไปหาเขาอีกครึ่งทาง
ด้วยการอ่านสิ่งที่เขาเขียน หรือฟังสิ่งที่เขาพูดตามช่องทางสื่อสารต่างๆ
ที่เราสามารถรับในคำแนะนำที่เขามีให้ในอีกครึ่งทางที่เหลือ
เขาได้เตรียมข้อมูลที่เราควรรู้ไว้รอเราอยู่แล้ว
เหลือแต่เราจะเอาตัวเองไปเข้าสูกระบวนการรับคำแนะนำเหล่านี้จากเขาเท่านั้นเองค่ะ ^_^

หวังว่าคำตอบที่มีให้ทั้งหมดนี้ จะช่วยคุณได้จริงและได้มากนะคะ
โชคดีค่ะ ^_^

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck


ทำอย่างไรดี? เมื่อถูกรับหน้าที่ให้ยุติการตั้งครรภ์ผู้อื่นด้วยเหตุผลทางการแพทย์!?!

images (1)
Q : สวัสดีค่ะ อ่านบทความ (โปรดอ่านก่อนคิดจะทำแท้ง ๑) ของคุณธิลักษ์แล้ว
รู้สึกว่าตนเองบาปมากเลยค่ะ เลยอยากได้คำแนะนำดีๆจากคุณ
ดิฉันเป็นพยาบาลห้องคลอด ซึ่งระยะ ๑ – ๒ ปี มานี้ มีมารดาที่มายุติการตั้งครรภ์เยอะมาก
มีทั้งที่การตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงต่อมารดา
ทารกมีความผิดปกติในครรภ์ มีความผิดปกติทางโครโมโซม ทารกพิการแต่กำเนิด
หญิงที่ตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืน
รู้นะคะว่าเรามีส่วนในการร่วมทำบาปนั้นด้วย แต่ทั้งหมดก็เป็นเหตุผลทางการแพทย์
แต่จะทำอย่างไรดีคะ ถ้าเรายังทำงานนี้ต่อไป ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ

A : ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนนะคะว่า
การให้ผลของกรรม ไม่มีเลือกปฏิบัติและไม่ละเว้นใครเป็นพิเศษ
ใครทำ เหตุ มาอย่างไร เขาก็ย่อมต้องได้รับ ผล ตามเหตุที่เขาทำ
อยู่ที่ว่ากรรมจะแสดงผลเมื่อไหร่เท่านั้น
แม้แต่ผู้สั่งสมบารมีจนได้มาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในชาติสุดท้าย
ก็อยู่ภายใต้กฎแห่งกรรมเดียวกันนี้
ท่านไม่ใช่ผู้ออกกฎแห่งกรรม ท่านตรัสรู้และทำมาเผยแผ่
จนมาถึงรุ่นเรา ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อให้เราได้รู้ว่า
ทางไหนคือ ทางรอด และทางไหนคือ ทางร่วง

ฉะนั้น เรามาทบทวนบาปจากการทำปาณาติบาต (การละเมิดศีลข้อ ๑)
ประเภทการทำแท้งรวมถึงมีส่วนในการทำแท้งกันแบบชัด ๆ เลยละกันนะคะ
๑. สัตว์นั้นมีชีวิต
(มีชีวิตในครรภ์)
๒. ผู้กระทำรู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต
(ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้ดีว่ามีชีวิตนึงกำลังเจริญเติบโตอยู่ในครรภ์
หรือรู้ว่าอาจจะมีแต่จงใจเพิกเฉยการ(อาจ)มีอยู่ของชีวิตนั้น)

๓. ผู้กระทำมีความตั้งใจ(เจตนา)จะทำให้สัตว์นั้นตาย
(ต้องการ(หรือเห็นดีเห็นงาม)ให้เขาตายก่อนคลอด)
๔. ผู้กระทำมีความพยายาม ลงมือทำบางอย่างเพื่อให้สัตว์นั้นตาย
(เริ่มมีการลงมือฆาตรกรรมชีวิตในครรภ์นั้น)
๕. สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น
(เด็กในครรภ์เสียชีวิตอันเป็นผลมาจากการทั้งสี่ข้อที่กล่าวมานี้)
ซึ่งหากคุณเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำบาปชนิดนี้ (หรือชนิดไหนก็ตาม) แม้แต่แค่คิด
ตอบแบบง่าย ๆ เลยก็คือ คุณก็จะซวยไปด้วย!

สำหรับผลกรรมของการทำแท้ง ก็มีหลายรูปแบบด้วยกัน
อย่างที่เคยบอกไปใน “โปรดอ่านก่อนคิดจะทำแท้ง ตอนที่ ๑”
(คลิกอ่านได้ที่ตัวหนังสือชื่อเรื่องได้เลยค่ะ)
เช่น อายุสั้น ประสบอุบัติเหตุ ป่วยด้วยโรคร้าย ขี้โรค ถูกฆ่า
หรือมากกว่านั้น เช่น ต้องไปอยู่ทุคติภูมิหลายภพหลายชาติ
(นรก , เปรต , อสุรกาย ,สัตว์เดรัจฉาน) กว่าจะได้มาเป็นคนอีก
และคงไม่ได้เกิดมาเป็นคนที่มีสภาพสมบูรณ์ได้ง่าย ๆ  เนื่องจากต้องรับเศษกรรมที่เหลือ
หรือได้เป็นทารกที่ถูกทำแท้งเหมือนที่ตนเคยทำอีกหลายชาติ

แม้เราต่างก็ทราบดีถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาหากไม่ยุติการตั้งครรภ์
แต่อย่างน้อยยยยยยยยย….ที่สุด!!
เราก็ควรรู้ว่า แล้วผลจากการเข้าไปยุติการตั้งครรภ์นั้นล่ะมีอะไรบ้าง!?!

จากนั้นจึงหันมาถามตัวเองต่อว่า “ฉันจะขอเลือกรับผลไหน?”
ระหว่างผลจากการ เอาเด็กออก กับ เอาเด็กไว้
ถ้าจะเรียกว่าคิดให้ไกลมันก็ต้องแบบนี้ค่ะ
ต้องไม่มองแค่สิ่งที่จะได้รับแค่ชาตินี้่ชาติเดียว!

สำหรับในกรณนี้ของคุณ ป๊อปขอตอบแบบนี้นะคะ
ถ้าป๊อปเป็นคุณ ป๊อปจะย้ายตัวเองไปอยู่แผนกอื่น
เพื่อจะได้ไม่ต้องรู้สึกลำบากใจกับการต้องเป็นส่วนหนึ่ง
ในการทำหน้าที่พรากโอกาสการมีชีวิตอยู่ของทารกในครรภ์ด้วยเหตุผลทางการแพทย์

อันที่จริงป๊อปเข้าใจคุณนะคะ และเข้าใจในเหตุผลทางการแพทย์
แต่ลองดูสิคะว่า ถ้าเราเลิกคิดไปเลยว่า โลกนี้มีการทำแท้งเป็นทางเลือกหนึ่ง
เราก็จะสรรหาวิธีที่จะช่วยเหลือผู้ที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ทั้งหลายได้ด้วยวิธีอื่นอยู่ดี จริงไหม?
(ฉะนั้น เราจะน่าเลือกหนทางที่ดีที่สุด
แบบที่ไม่ต้องไปตัดโอกาสการมีชีวิตอยู่ของใครก่อนถึงเวลาของเขากันไม่ดีกว่าหรือ?)

หากหยิบเรื่องการตรวจพบความผิดปกติในการตั้งครรภ์มาพิจารณา
การตรวจพบความผิดปกติ ก็อาจมีความผิดพลาดได้
หรืออาจมีปาฎิหาริย์ เด็กเกิดมาแล้วไม่เป็นอะไรเลย
ขนาดหลายกรณีที่ตรวจไม่พบความผิดปกติ
แต่เกิดมาแล้วเด็กพิการยังมีให้เห็นเยอะแยะมากมาย

หรือในกรณีการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการถูกข่มขืน
ชีวิตที่ดูเหมือนจะไม่มีใครต้องการนี้ แค่เราประกาศในอินเตอร์เน็ตว่า
ต้องการผู้อุปการะเด็กที่กำลังจะคลอดคนหนึ่ง
ก็มีพ่อแม่อุปถัมภ์เสนอประวัติมาให้เลือกจากทั่วโลกแล้ว

เมื่อกล่าวถึงบาปจากการคร่าชีวิตไปแล้ว
ก็คงต้องขอกล่าวถึงบุญจากการให้ชีวิตสักหน่อย
แน่นอนการให้ชีวิต ก็ย่อมให้เราได้ชีวิตที่ยืนยาว ได้สุขภาพที่ดี
กล่าวง่าย ๆ ก็คือ ได้ในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับผลบาปจากการคร่าชีวิตแหละค่ะ

แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็คือการเสนอทางเลือกจากป๊อปนะคะ
ส่วนคุณจะคิดอย่างไรและจะทำอย่างไรกับชีวิตคุณ
ป๊อปก็คงเพียงทำได้แค่อวยพรให้คุณโชคดี
จนถึงตอนนี้ การตัดสินใจยังคงเป็นของคุณ
นับจากวินาทีนี้ไปที่คุณอ่านบรรทัดนี้จบลง เลือกดีๆนะคะ
เราต่างเข้าใกล้วันตายกันอยู่ทุกวัน
เราอยากสะสมสิ่งใดในชาตินี้ ระหว่างบุญกับบาป

ในทุกวินาทีที่ยังมีโอกาสเลือก ถือเป็นโชคดีที่สุดแล้ว
เพราะเมื่อไหร่ที่โอกาสเลือกหมดลงไป ที่เหลือก็คือชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองเคยได้ทำ

เลือกดี ๆ นะคะ ขอให้โชคดีค่ะ

_____________________________________________________________________
ติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck


๓ วิธีเปลี่ยนตัวเองจากคนขี้เกียจเป็นคนขยัน!

ขณะนี้เวลาตี ๕ ป๊อปลุกขึ้นมาเปิดแลปทอป
นั่งพิมพ์บทความนี้เป็นอย่างแรกอย่างกระตือรือร้นทั้งที่ยังไม่ได้แปรงฟัน
ถ้าคุณผู้อ่านกำลังคิดว่าป๊อปคงเป็นคนขยันแบบนี้ตั้งเด็กๆล่ะก็ ผนิดถนัดเลยค่ะ
ป๊อปเคยเป็นคนขี้เกียจและชอบผัดวันประกันพรุ่งสุดๆ
ชนิดที่ว่าถ้านิตยสาร Time ทำสำรวจบุคคลที่ขี้เกียจที่สุดในโลกขึ้นมาล่ะก็
ป๊อปคงติดอับดับ ๑ ใน ๑๐๐ แหงๆ
แต่วันนี้ป๊อปค้นพบสุดยอดวิธีเปลี่ยนตัวเองจากคนขี้เกียจเป็นคนขยันได้แล้วค่ะ ^_^
เช้านี้เลยต้องรีบมาแบ่งปันเทคนิคที่ธิลักษ์นำไปใช้แล้วได้ผล
แก่เพื่อนๆชาวแกงค์ (คนขี้เกียจอยากขยัน) กันสักหน่อย
yes (1)

วิธีที่๑ พูดกับตัวเองในสิ่งที่อยากทำในวันพรุ่งนี้ตอนก่อนจะตื่นและก่อนจะนอน
บอกได้เลยว่า ที่วันนี้ป๊อปตื่นมาเขียนบทความนี้เป็นอย่างแรก
ก็เพราะป๊อปพูดกับตัวเองก่อนตื่นและก่อนนอนแบบนี้มาเมื่อวานนี่แหละค่ะ
สำหรับเทคนิคนี้ป๊อปได้ฟังจากผู้เชี่ยวชาญมาหลายคน แรก ๆ ก็ไม่ค่อยอยากเชื่อ
แต่ได้ยินบ่อยขึ้น ๆ จนชักรู้สึกข้องใจ ที่ทั้งบุคคลระดับโลก ทั้งนักจิตวิทยา
ที่โดยส่วนใหญ่ก็ยืนยันเลยว่า เขานี่แหละคืออดีตคนขี้เกียจสุด ๆ
และหนึ่งในวิธีที่ทำให้เขาหายขาดจากนิสัยดังกล่าวได้ ก็คือวิธีที่ว่านี้แหละค่ะ
สารภาพตรง ๆ เลยว่า เคยแอบคิดว่าวิธีอะไรก็ไม่รู้ ฟังดูเพี้ยน ๆ ยังไงชอบกล
คุณผู้อ่านบางท่านก็อาจจะกำลังคิดแบบนี้ใช่ไหมคะ
ป๊อปเข้าใจค่ะ เพราะอะไรที่คนขี้เกียจชอบคิด
บอกเลยว่าคนขี้เกียจระดับ Master อย่างป๊อป เคยคิดมาหมดแล้ว :P
ป๊อปลองทำตามเพราะรู้สึกว่า อยากลองให้มันรู้ๆไปเลย
ดีกว่าด่วยสรุปว่ามันคงไม่ได้ผลกับเราทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ลองทำ
อีกอย่าง แต่ละคนที่บอกให้ทำวิธีนี้เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงทั้งนั้น
ไม่น่าเชื่อว่า เมื่อได้ทำแล้วพบว่านี่คือวิธีที่ทรงพลังที่สุดในวิธีทั้งหมดที่เคยได้ทำมาเลย
ตื่นปุ๊บทำปั๊บในทุกอย่างที่พูดกับตัวเองช่วงเคลื้มหลับเคลิ้มตื่นไว้เป๊ะเลย
เป๊ะขนาดที่ว่า ก่อนการแปรงฟันจริง ๆ
(สงสัยคืนนี้ต้องใช้คำใหม่ว่า แปรงฟันล้างหน้าเป็นอย่างแรก แล้วค่อยตามด้วยอย่างอื่น :D )
ฉะนั้นหากคุณยังไม่เชื่อ คุณคงต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองแล้วล่ะนะคะ ^_^
เคล็บลับสำคัญคือ ต้องสร้างภาพในหัวไปพร้อมกันด้วย
ว่าตัวเองกำลังทำทุกอย่างเหล่านั้นอย่างมีความสุขมาก ๆ
และช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำเทคนิคนี้ คือ ช่วงเคลื้มหลับเคลื้มตื่นค่ะ
(เคล็บลับส่วนตัวของป๊อปมีอีกอย่างคือ พึมพำกับตัวเองในใจในระหว่างวันด้วย
เช่นว่า “ฉันชอบนั่งแก้งาน(เขียน)ที่สุด ตื่นมาก็อยากทำเป็นอย่างแรกเลย”
ทั้งที่จริงก็ไม่ได้ชอบที่สุดหรอกค่ะ แต่พอพึมพำกับตัวเองว่าชอบบ่อย ๆ
ในที่สุดก็ชอบทำมันเป็นอย่างแรกของวันที่สุดจริง ๆ ^_^)

วิธีที่ ๒ เขียนชมตัวเองในเรื่องที่ทำสำเร็จอย่างน้อยวันละ ๕ รายการ
และเขียนข้อผิดพลาดหากไม่ยอมทำในสิ่งที่ควรทำในแต่ละวันด้วย

สำหรับความสำเร็จนั้นอย่างน้อยต้อง ๕ อย่างนะคะ แต่ยิ่งเยอะยิ่งดี
และเพื่อประสิทธิภาพที่ดี ถ้าสัญญาอะไรกับตัวเองวันนี้แล้วไม่ทำ เขียนมันลงไปด้วยค่ะ
แน่นอนว่าการบันทึกข้อผิดพลาดของตัวเอง มันคงไม่ใช่อะไรที่เราอยากจะเขียน
แต่หากคุณเลือกที่จะสัญญากับตัวเองแล้วว่า
คุณจะทำวิธีนี้ทุกวันจริง ๆ และจะเขียนอย่างซื่อสัตย์ด้วย

คุณจะรู้สึกละอายแก่ใจล่วงหน้าหากคิดจะทำอะไรเหลวไหล
และด้วยความที่คุณไม่อยากจะบันทึกความขี้เกียจของคุณลงไป

คุณจะมีความรู้สึกอยากทำในสิ่งที่ควรทำจริง ๆ ให้สำเร็จ
ซึ่งจะช่วยให้คุณมีความสำเร็จให้เขียนเพิ่มขึ้นอีกด้วย
เพราะการเอาชนะใจตนเองได้นั้นถือเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชม
ที่ต้องจดไว้เลยทีเดียวเชียวนะ :)
วันหน้าวันหลังกลับมาอ่าน จะได้รู้ว่าตัวเองเก่งแค่ไหนไงล่ะ ^_^

แต่ต้องขอบอกเลยค่ะว่า สำหรับชาวแกงค์คนขี้เกียจอยากขยันทั้งหลาย
ถ้าทำแล้วหยุดเขียนเมื่อไหร่ โอกาสจะกลับมาขี้เกียจเหมือนเดิมมีสูงมากค่ะ
เพราะฉะนั้นเริ่มแล้วอย่าเลิกค่ะ แต่ที่สำคัญต้องมีความซื่อสัตย์ในการเขียนด้วยนะคะ
ห้ามแอบละเว้นอะไรเป็นพิเศษกันนะตัวเอง เพื่อการพัฒนาของเราเอง
ถึงช่วงแรก ๆ จะมีแต่เรื่องน่าตำหนิตัวเองให้เขียนเยอะหน่อย
แต่ถ้ากล้าหาญที่จะทำวิธีนี้อย่างสม่ำเสมอ
ช่วงหลัง ๆ จะกลายเป็นไม่มีอะไรน่าตำหนิให้เขียนเองค่ะ รับรอง เพราะป๊อปทำสำเร็จมาแว๊ว! ^_^

วิธีที่ ๓ ทำทั้ง ๆ ที่ขี้เกียจ : เลือกทำในสิ่งที่ขี้เกียจทำสุด ๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ อย่าง
กำหนดให้มี ๑ วันของสัปดาห์เป็นวันที่เราจะฝืนใจทำในสิ่งที่ขี้เกียจ
(แล้วค่อย ๆ ขยับเป็น ๖ วันครั้ง , ๕ วันครั้ง , ๔ >> ๓  >> ๒ ครั้ง >> วันเว้นเวัน
จนกระทั่งกลายเป็นวันละครั้งในที่สุด)

ยกตัวอย่าง : ถ้าเวลานั้นคุณกำลังรู้สึกว่า สิ่งที่ฉันขี้เกียจทำที่สุดของวันนี้แล้วคือล้างห้องน้ำ
ให้เลือกการล้างห้องน้ำเป็นสิ่งที่คุณจะทำในวันนั้นเลย
และรีบเริ่มทำมันเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี
ไม่ว่าจะทำอย่างเอื่อยเฉื่อยแค่ไหน หรือในสภาพคลานไปทำ หรือทำไปร้องไห้ไปก็ตาม
ฝืนทำมันเลยค่ะ อย่ารออยากแล้วค่อยทำ
จำไว้ว่านี่คือขั้นตอนหนึ่งที่จะทำให้เราเปลี่ยนตัวเองไปเป็นคนขยันที่เราอยากเป็นอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้น สู้กันมันค่ะ เจ้าความขี้กียจนี่แหละ อย่าไปยอมแพ้
บอกตัวเองไว้ สิ่งนี้จะทำให้ฉันเข้าใกล้ในสิ่งที่ฉันอยากเป็นที่สุด
สิ่งนี้จะนำพาฉันไปสู่การเป็นเจ้าของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
อย่าไปฟังเสียงปีศาจจอมขี้เกียจที่เอาแต่คอยโอ๋เราว่า พอแล้ว ๆ แกทำดีแล้ว พอเถอะ บลา ๆ ๆ ๆ 
เสียงนั้นไม่ได้ช่วยให้ชีวิตคุณดีขึ้น มีแต่จะทำให้ชีวิตคุณถดถอย
ใส่เสียงใหม่ให้กับตัวเอง เช่น ถ้าแค่นี้เราทำไม่ได้ 
วันนึงมีลูกมีหลานเราจะสอนเขาให้ทำในสิ่งที่เขาควรทำได้ยังไง 
(อันนี้ประโยคส่วนตัวของป๊อปเองค่ะ อิอิ ^_^ ) 
บอกตัวเองว่านี่ไม่ใช่แค่การล้างห้องน้ำแต่มันคือทำสงคราม
ข้าศึกของเราคือเจ้าปีศาจจอมขี้เกียจ
เราจะวางแผนการรบยังไงก็ได้ ข้อแม้เดียวคือ ต้องรบให้ชนะเท่านั้น
แผนการรบในที่นี้ก็เช่น ถ้าให้ ล้างห้องน้ำเงียบ ๆ อาจทำให้รู้สึกทรมานไปหน่อยสำหรับคนขี้เกียจ
ก็ลองหาอะไรมาช่วยให้ตัวเองรู้สึกทรมานน้อยลง เช่น ฟังเพลงร๊อคไปด้วยล้างห้องน้ำไปด้วย
ลองฟังเพลงร๊อคไปด้วยทำไปด้วย แนะนำเพลง ยาพิษ ของวง Bodyslam
รับรองขัดตามดนตรีเพลงนี้ โถส้วมได้สะอาดเหมือนซื้อมาใหม่ :D
YouTube Preview Image

และเมื่อมันสำเร็จลง คุณจะรู้สึกภูมิใจในตัวเอง
จำความรู้สึกภูมิใจนี้เอาไว้ค่ะ แล้วเขียนมันลงไปในบันทึกความสำเร็จตัวโต ๆ ไปเลย
ว่านี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของคุณ
สมรภูมิรบครั้งต่อไป จะง่ายขึ้นเยอะ

และเพื่อให้ตัวเองมีกำลังใจในการทำทั้ง ๆ ที่ขี้เกียจในครั้งต่อไป
อย่าลืมให้รางวัลตัวเองสำหรับการชนะใจตัวเองในแต่ละครั้งนะคะ

ป๊อปเข้าใจค่ะว่า ข้อที่ทำยากที่สุดคือ ข้อ ๓
แต่ป๊อปอยากบอกนะคะว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับป๊อปคือ
ในทุกครั้งที่ป๊อปเริ่มทำด้วยความไม่อยากก็จริง แต่ในระหว่างที่ทำ ความอยากจะมาเองเสมอ
จนหลายครั้งป๊อปสามารถทำในสิ่งเคยคิดว่าไม่อยาก ต่อไปได้อีกเยอะเลย
ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจแบบนั้นแต่แรก เช่น ตอนแรกว่าจะซักผ้าแค่ ๕ ชิ้น
ไป ๆ มา ๆ ไปเอามาซักหมดทั้งตระกร้าซะงั้น

การขี้เกียจในเรื่องที่สำคัญกับชีวิต เราอาจคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่ถ้าเรามาทบทวนการใช้เวลาแบบคนขี้เกียจของตัวเองตลอดชีวิตของเราที่ผ่านมา
เราก็จะพบว่า ถ้าเราขยัน ๆ ป่านนี้เราก้าวหน้าไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ จริงไหมล่ะคะ
ตัวป๊อปเอง ก็ใช่ว่าทุกวันนี้จะชอบซักผ้า ลึก ๆ ก็อยากจ้างคนอื่นเขาทำอยู่เหมือนเดิมนี่แหละ
แต่ในเมื่อเรายังต้องทำเองอยู่ เราก็ต้องหาวิธีจัดการกับตัวเอง
เช่น ถ้าไม่ชอบซักผ้าทีละเยอะ ๆ ก็ซักทีละน้อย ๆ ทุกวัน

ในวันหนึ่งวัน เราทำอะไรได้ตั้งเยอะนะคะ
ทำไมเราเลือกที่จะทิ้งเวลาอันแสนมีค่าของเรา เผื่อนอนเปื่อยไปวัน ๆ
หรือทำแต่อะไรที่ไม่เป็นสาระ และไม่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นล่ะคะจริงมั๊ย? 
คนไทยถ้าตั้งใจก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกนะคะ
แต่มันต้องเริ่มที่เลิกขี้เกียจในเรื่องที่จำเป็นก่อนนี่แหลค่ะ

และนี่ก็คือ ๓ วิธีที่ถือเป็นที่สุดสำหรับป๊อปในการเปลี่ยนตัวเองจากคนขี้เกียจเป็นคนขยันค่ะ ^_^
ถ้าคุณผู้อ่านไม่ค่อยแน่ใจว่า ๓ วิธีนี้จะได้ผลจริง ขอให้ลองพิสูจน์ด้วยตัวเองกันดูได้เลยนะคะ
ป๊อปขอเอาเกียรติของอดีตคนขี้เกียจเป็นประกันเลยว่ามันได้ผลแน่นอน ^_^

สู้ๆนะคะทุกคน ป๊อปจะอยู่เคียงข้างคอยเป็นกำลังใจให้เสมอคะ
ขอให้เลิกขี้เกียจกันได้เร็ว ๆ นะคะ ^_^
ด้วยรัก…เหมือนเดิมค่า ;)

ป.ล. แล้วอย่าลืมอ่านภาคต่อของบทนี้ในตอนที่มีชื่อว่า
“มาเขียนประวัติชีวิตล่วงหน้ากันเถอะ” 
(คลิกอ่านได้ที่ตัวหนังสือชื่อเรื่องได้เลยค่ะ)
อ่านแล้วรับรองขยันขึ้น รับรองผลล้านเปอร์เซนต์เลยทีเดียวเชียว ขอบอก ;)

_____________________________________________________________________
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ tilucksacha@hotmail.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck


ทำอย่างไรดี? อยากเลิกกับสามีที่ไม่เคยรักแต่แรก

Q : อยากจะบอกเลิกแฟน ที่แต่งงานกันมาได้ ๒ ปี จะทำยังไงดีคะเขาถึงจะเข้าใจตัวฉัน
(ฉันแต่งงานเพราะผู้ใหญ่เห็นว่าเหมาะสมกัน และฉันอายุเยอะแล้ว
แต่งตอน ๓๐ ปี เรามีเวลาศึกษาใจกัน ๒ ปี แต่เจอกันปีละ ๓ – ๔ ครั้ง
อีกอย่างฉันเพิ่งอกหักมาค่ะ คิดว่าเขาจะมาแทนที่คนเดิมได้ แต่มันไม่ใช่ ฉันไม่ได้แต่งเพราะรักเขา
ตอนนี้ฉันสงสารเขา ที่เขาไม่ได้ผิดอะไร แต่ฉันก็สงสารตัวเองด้วยที่ต้องมาทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รัก
ฉันควรทำอย่างไร ฉันอยากอยู่คนเดียวไม่อยากใช้ชีวิตคู่อีกแล้วค่ะ)

A : อื้ม! เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนมากนะคะ แต่อย่างไรป๊อปก็ยินดีจะช่วยตอบคำถามนี้ให้ค่ะ
นี่อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด (แต่มันก็อาจจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดก็ได้ ;) )
แต่เมื่อคุณอ่านจบแล้ว ขอให้คุณคิดให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะชีวิตเป็นของคุณ
ทุกสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นกับคุณ คุณคือผู้รับผิดชอบ
ขอให้คิดแล้วคิดอีกๆๆๆๆให้ดีๆก่อนจะพูดอะไรกับสามีของคุณนะคะ

เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องเสียใจ หากตัดสินใจเลิกกันไปแล้วจริงๆ
ก่อนที่คุณคิดจะขอลาจากเขาไป ธิลักษ์อยากให้คุณลองพยายาม “รัก” สามีคนนี้ก่อนอีกซักตั้งนะคะ
ดูแลเอาใจใส่เขา แสดงความรักกับเขาอย่างที่ภรรยาที่แสนดีจะทำเพื่อสามีสุดที่รักของตน
ชอบอะไรไม่ชอบอะไรก็ลองพูดคุยปรึกษา และพยายามปรับตัวกันดูก่อน
เพราะหากคุณได้ลองพยายามดูก่อนเช่นนี้ คุณอาจพบว่า
จริงๆแล้วเขาคือสามีที่ใช่ที่สุดแล้วสำหรับคุณและคุณอาจรักเขาได้อย่างสุดหัวใจ
แต่ที่ผ่านมาอาจเป็นเพราะคุณกำลังปิดกั้น
ทั้งการแสดงความรักและรับความรักจากเขามาตลอดก็เป็นได้

แต่หากคุณพยายามแล้ว แต่ก็ยังพบว่าคุณไปกันไม่ได้อยู่ดี
ทั้งศีล จาคะ(ความมีน้ำใจ) ศรัทธา ปัญญา ไม่อาจเสมอกันได้
มีความสนใจคนละอย่าง มีเป้าหมายครอบครัวคนละอย่าง
และมีความต่างกันจนเกินกว่าจะจูนกันได้
บางที การค่อยๆถอยกันคนละก้าว ก็อาจจะดีกับคุณทั้งคู่
และหากต้องยุติความเป็นสามีภรรยากันจริงๆ
ป๊อปก็ขอเอาใจช่วยให้ทั้งคุณและเขาเสียน้ำตาน้อยที่สุด
และยังสามารถเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ตลอดไปนะคะ
images
ถ้าคุณแน่ใจแล้วจริงๆว่าคุณไม่ได้รักสามีคุณแล้ว
และไม่ว่าจะพยายามอย่างไรคุณก็ไม่อาจรักสามีคุณได้ และกำลังฝืนคบกันไปวันๆ
ป๊อปว่า ถ้าอย่างนั้นก็อย่าไปตัดโอกาสเขาที่จะได้เจอกับผู้หญิงที่จะรักเขาจริงๆเลยค่ะ
เพราะหากเขาเป็นสามีที่มีความซื่อสัตย์สูงมาก
ยังไงเขาคงไม่ไปไหนจากคุณแม้ว่าจะเบื่อคุณมากแค่ไหนก็ตาม
คุณสมบัติแบบนี้ในผู้ชาย หาไม่ง่ายนักนะคะ
แต่ถ้าคุณแน่ใจว่า เพียงคุณสมบัตินี้รวมถึงทุกคุณสมบัติที่เขามี ไม่เพียงพอที่จะเป็นสามีของคุณ
การพยายามรักษาชีวิตสมรสกับสามีคนนี้เอาไว้ ก็เท่ากับกำลังเห็นแก่ตัวกับเขาเปล่าๆ
และจะยิ่งดูเห็นแก่ตัวมาก ถ้าคุณกั๊กเขาไว้จนวันที่คุณเจอคนใหม่
และแอบดูใจกันจนแน่ใจแล้วจึงไปขอเลิก เพื่อไปคบกันคนใหม่ที่ใช่กว่า
สังคมจะนิยามว่าเป็นผู้หญิงไม่ดีเอาได้นะคะหากไม่เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องก่อนสิ่งที่ถูกใจ

ลองคิดกลับกันดูว่า ถ้าทางฝ่ายสามีก็แอบคิดแบบเดียวกับที่คุณคิดมาตลอด
จนวันนึงเขามาขอเลิกกับคุณเพื่อไปคบกันคนใหม่
โดยให้เหตุผลว่า เขารู้สึกว่าคุณไม่ใช่มาตั้งแต่ก่อนเขาจะเจอคนใหม่แล้ว
แต่ที่แต่งงานกันเพราะเขากำลังอกหักและคิดว่าคุณจะมาแทนได้ และผู้ใหญ่เห็นว่าเหมาะสมกัน
ลองคิดดูนะคะว่าถ้าสามีคุณมาขอจากไปด้วยเหตุผลแบบนี้ ในจังหวะแบบนี้ คุณจะรู้สึกยังไง
คุณจะให้อภัยได้โดยไม่รู้สึกอยากด่าเขาทีหลังแน่หรือว่าไม่รักแล้วมาแต่งกับฉันทำไม
และคุณจะไม่รู้สึกจริงๆเหรอว่า มันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวเลยหากเขาจะทำแบบนี้กับคุณ
11
สำหรับการถอยกันคนละก้าว
จะทำได้ง่ายถ้าต่างฝ่ายต่างยังไม่มีใครใหม่และก็ไม่มีใครรีบมีใครใหม่
สำหรับป๊อปแล้วใช้เวลาประมาณ ๑ ปีค่ะ และเป็น ๑ ปีแห่งความเต็มใจนะคะ
เรื่องระยะเวลาในการค่อยๆถอยกันคนละก้าวนี้ ป๊อปคงไม่มีตัวเลขที่ดีที่สุดให้คุณ
เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน คนแบบป๊อปก็คือตัวเลขนี้
อาจจะเกินกว่า ๑ ปีหรือเร็วกว่า ๑ ปีก็อยู่ที่อะไรหลายๆอย่าง
เช่น ถ้าฝ่ายชายดีมาตลอดแต่ภาพรวมดูแล้วยังไงก็ไปกันไม่ได้
และถ้าป๊อปคบเขาต่อไปก็เท่ากับกั๊กเขาไว้เปล่าๆ และตลอดเวลาที่ถอยคนละก้าว
เขาไม่เคยมีพฤติกรรมอะไรให้ป๊อปรู้สึกว่าต้องอดทนเลย
ป๊อปก็ยินดีจะอยู่เคียงข้างเขาในฐานะอดีตคนรักที่ยังดูแลกันมากกว่าเพื่อนทั่วไป เพื่อเขา
ไปจนกว่าเขาจะโอเคแล้วจริงๆ หรือไปมีคนอื่นที่เหมาะกว่าได้แล้ว
และจริงๆแล้วป๊อปก็อยากจะแนะนำคุณให้ทำแบบนี้กับเขาเหมือนกัน (หากอยากเลิกแน่ๆ)
จริงอยู่ เขาไม่มีเราเขาไม่ตาย แต่ถ้าเขากำลังมีสภาพเหมือนแทบจะตายเพราะผลงานของเรา
เพราะความเห็นแก่ตัวของเราที่มีต่อเขามาตลอด
การด่วนปุบปับตีจากไปเลย ก็อาจจะดูแล้งน้ำใจและเห็นแก่ความสุขของตัวเองมากไปหน่อยนะคะ
แต่ถ้าเป็นกรณีอีกฝ่ายนอกใจ ทำร้ายจิตใจ ไม่ให้เกียรติ
หรือมีพฤติกรรมอะไรให้เราต้องอดทนเหลือเกินในตลอดเวลาที่คบกัน แบบนี้ก็ว่าไปอย่าง
บางกรณี การเลิกกันทันทีอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอย่างสุดท้ายที่เราจะทำเพื่อเขาก็ได้
ขอให้พิจารณาว่ารูปแบบไหนคือการจากไปแบบที่ดีที่สุดกับทั้งเราและเขานะคะ
จะได้ไม่มีใครรู้สึกเหมือนเป็นศัตรูกันภายหลัง ถึงอย่างไรก็คนเคยรักกัน

ในส่วนของขั้นตอนการถอยกันคนละก้าว ก็คือค่อยๆลดในทุกๆอย่าง
ถ้าให้ตอบตรงๆในกรณีสามีภรรยาก็คือ ตั้งแต่หน้าที่บนเตียงนอน
ไปจนถึงรายละเอียดในการดูแลเอาใจใส่
ซึ่งลองสังเกตหรือสอบถามผู้มีประสบการณ์ดูก็ได้ค่ะ
แค่อย่าใช้วิธีที่ผิดศีลธรรมเป็นพอ

หวังว่าคำแนะนำของป๊อปครั้งนี้
จะช่วยในการตัดสินใจ (ในแบบที่ถูกต้องที่สุด) ให้กับคุณได้ไม่มากก็น้อยนะคะ
ย้ำครั้งสุดท้ายว่า เมื่ออ่านจบแล้ว ขอให้คิดแล้วคิดอีกๆให้ดีๆก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป
เพราะไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร คุณคือผู้รับ

คุณย้อนเวลาไม่ได้ อย่าตัดสินใจผิดนะคะ ขอให้โชคดีค่ะ

_____________________________________________________________________
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ tilucksacha@hotmail.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ
footer_tiluck