<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0010.png"><br />ห้องเรียนในฝัน

New

มนุษย์ทุกคนต่างมีจุดดี จุดเด่นไม่เหมือนกัน
บางอย่างเราทำได้ดีกว่าเพื่อน บางอย่างเพื่อนก็ทำได้ดีกว่าเรา
เมื่อออกมานอกรั้วโรงเรียนแล้ว เกมชีวิตจะใหญ่มาก
หากไม่ปลูกฝังให้เกิดความรักต่อกัน เมื่อเจริญวัย ก็จะรักใครไม่เป็น

หลายครั้ง… เราพบว่าคนที่เก่งตอนเรียนหนังสือ เมื่อก้าวออกมาสู่โลกการทำงาน
หลายคนปรับตัวไม่ได้ เพราะโจทย์เริ่มแตกต่าง
ในขณะที่…คนเรียนไม่เก่งกลับมีความสามารถในการปรับตัวได้ดีกว่า
ทำให้เกิดความสำเร็จที่แตกต่างกัน…

อย่างไรก็ดี ได้มีการสนับสนุนในการให้การศึกษาที่ดีที่สุดกับเด็กไทย
แต่ก็ทำให้เราพบว่า… เด็กที่ชอบโรงเรียนนั้นมีน้อย
และเด็กที่ปฏิเสธโรงเรียนก็มากขึ้นทุกวัน

ณ เวลานี้น่าจะถึงเวลาที่จะทบทวนและคิดใหม่กับห้องเรียนสมัยใหม่
ให้ทันกับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
เพื่อเด็กๆ ของเรานั้นจะได้มีคุณสมบัติที่สามารถแข่งขันได้
มีคุณภาพชีวิต ความคิด และการตัดสินใจในการรับผิดชอบชีวิตของตัวเขาเอง…

ห้องเรียนที่ดี น่าจะเป็นห้องที่เด็กๆ ได้มีการลองผิดลองถูกได้มากที่สุด
ไม่ใช่ห้องเรียนที่เด็กๆ เกิดความกลัว จากการตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง
และเกิดผิดพลาดขึ้นมา

ห้องเรียนที่ดี ควรเกิดความเอื้อเฟื้อในกลุ่มของผู้เรียน
เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างสนุกสนาน

ห้องเรียนที่ดี ควรเปิดกว้างให้คิดอย่างอิสระ และสามารถสร้างวิธีการใหม่ๆ ได้
เพื่อให้เกิดความคิดแตกต่าง

ห้องเรียนที่ดี ควรมีหลากหลายวิธีการในการหาคำตอบ แม้ว่าจะรู้อยู่แล้ว
แต่วิธีการเราสามารถสร้างใหม่ได้เสมอ และอาจดีกว่าสิ่งที่มีอยู่เดิม
สามารถเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้มากกว่าก็เป็นได้…

Education is the ability to be able to accept oneself without judging others.

การศึกษาที่แท้จริง…
ควรเป็นการศึกษาที่ยอมรับตัวตน ความสามารถของตนและผู้อื่น
รวมไปถึงการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยไม่ตัดสินซึ่งกันและกัน

<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0010.png"><br />Relationship…ความสัมพันธ์

relationship35

ความสัมพันธ์เป็นโยงใยอันซับซ้อน
จริงๆ แล้วมนุษย์เรานั้นรักกัน

ใคร่ครวญให้ดี ความรักเป็นเกมที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน
อยากให้อีกฝ่าย ทำอะไรให้ หรือให้อะไรเรา…ก็แค่บอก
ห่วงใยกันด้วยคำพูด และการกระทำเล็กๆ น้อยๆ

แต่ที่เราใช้ชีวิตในความสัมพันธ์ กลับเป็นการเรียกร้องที่ไม่มีเสียง…

เราชอบเล่นเกมใบ้คำ หรือให้คิดเอาเอง…
โดยลืมไปว่า… มนุษย์นั้นต่างมีเบื้องหลัง ประสบการณ์ มุมมอง ความเชื่อ
การเลี้ยงดู และการศึกษาที่ต่างกัน…

เมื่อเราอยู่ในความอยากได้ที่ต้องการให้ผู้อื่นคาดเดา
ความสัมพันธ์ที่ตามมาคือ ความขุ่นข้องหมองใจ…
เพราะการตอบสนองที่ต่างคนต่างคิดนั้น ไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน
เราเริ่มไม่มีเหตุผลในการใช้ชีวิตร่วมกัน เรามองหา…
ความสามารถ ไม่สามารถ พึ่งพาได้ และพึ่งพาไม่ได้
พอไม่สมหวังดั่งใจ ก็กล่าวโทษ กลุ้มใจ

ท้ายที่สุดเราก็ทดสอบความรักด้วยการกดดัน และทดสอบ…ตลอดเวลา
ทำให้พื้นที่ที่เราอยู่ขุ่นมัว และมีแต่เกม ชนะ แพ้ ยินยอม ไม่ยินยอม
ความต้องการที่ไม่ได้ถูกตอบสนอง ทำให้เราขาดเหตุผลมากขึ้นทุกวัน

แท้จริงแล้วสาเหตุหลักคือ เราไม่พูดออกไป ทั้งที่เรารู้ว่า…
สุดยอดเครื่องมือในการสานสัมพันธ์คือ การพูดคุย และรับฟังซึ่งกันและกัน ใช้ให้มาก
เพื่อชีวิตที่เป็นสุข ซึ่งเราต้องฝึกฝน

หากยังทำไม่ค่อยได้ ก็ต้องเริ่มมองผู้อื่น และฝืนตนเองให้มาก
เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญในอนาคต

Fake it until you make it!
การเสแสร้งจนกลายเป็นจริง ก่อให้เกิด ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น

เราลืมไปว่า… ทุกขณะการใช้ชีวิตของเราก็ไม่ได้มีอะไรจริง
เราเป็นนักแสดงของชีวิตเราที่เลือกให้เราเล่นบทอะไรก็ได้
เราคือผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในเกมชีวิต มองให้ดู เรารู้ดีที่สุดว่าทำอะไร
และจะได้ผลลัพธ์ที่เราต้องการ

แต่ทำไมในหลายครั้ง เรากลับเลือกบทบาทที่สนองอัตตา
สนองความเอาแต่ใจมากกว่าท่าทีแห่งความรัก
เราเป็นนักแสดงที่ไม่ได้เงินจากการแสดง
แถมยังต้องยอมรับบทที่สร้างผลลัพธ์ที่เป็นลบกับชีวิตอีกด้วย

เราไม่ใช่หรือที่สร้างให้ความสัมพันธ์ของเราล้มเหลว
และติดนิสัยไปสร้างสัมพันธ์อย่างล้มเหลวหลายๆ ที่
จนกลายเป็นอัตลักษณ์ของเรา โดยเชื่อว่า… ตัวเราเปลียนแปลงไม่ได้

เราลืมไปว่า… ในโลกอันกว้างใหญ่เราคือ ตัวเอกสำคัญ
จะแสดงให้มีคุณค่าเพียงใดต่อผู้คนรอบกายเรา
เราเป็นคนเลือกบทแสดงให้ตนเอง และไม่มีใครบอกให้เราทำอะไร
เราเลือกเองและสร้างบทบาทใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ
ผู้อื่นเป็นแค่ตัวละครให้เราได้แสดงออกของความรู้สึกที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน

เป็นอารมณ์มากกว่าที่จะคำนึงถึง…เป้าหมายของการสร้างอนาคต
ลองคิดดู… ถ้าเราผ่อนปรน และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่เหมือนเกมที่สนุกสนาน
และผิดพลาดได้… ชีวิตจะเป็นอย่างไร

Open heart for your love, search for happiness not the trouble.
Live life the way you want it. Do it by yourself.
เพียงแค่คุณรับผิดชอบต่อชีวิตในแบบที่คุณต้องการ ด้วยการแสดงออกที่ถูกต้องเท่านั้น…

<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0010.png"><br />I'm ready! (พร้อมแล้ว)

Photo34

Ready พร้อม

เรากำลังพูดถึงความพร้อมในแบบของ Ability to be ready.
ความสามารถในการมีความพร้อม
ซึ่งมาจากการฝึกฝน เตรียมตัวสำหรับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากพอ
จนเกิดความมั่นใจ และอยู่เหนือสถานการณ์ เมื่อเกิดสถานการณ์เข้ามา
มีความมั่นใจจากภายในที่รู้ว่าต้องจัดการอย่างไร แสดงออกอย่างไร
ไม่ตระหนกตกใจเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น

ตรงกันข้ามกับ… คนไม่เตรียมการณ์
เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นก็แสดงออกตามความเคยชินเดิมๆ
ซึ่งอาจเกิดความผิดพลาดอย่างคาดไม่ถึง
และต้องมารับผลกระทบที่บางครั้งอาจมากขึ้นและยากกว่าเดิม

การเตรียมการณ์ เพื่อให้เรา Ready พร้อมเสมอ
มาจากจิตใต้สำนึกที่ส่งสัญญาณความสำคัญของสิ่งนั้นมา และเรารับสัญญานนั้น
เตรียมตัว เตรียมทักษะ ซักซ้อม ครั้งแล้วครั้งเล่า ศึกษาเกมเพื่อเล่นให้ชนะ
ชนะใจตน ชนะใจคนดู ทำให้การแสดงหรือการรับมือนั้น…ง่ายดาย

ความพร้อม มาจากการคาดคะเนเหตุการณ์ในอนาคตให้ไปจัดการกับสิ่งนั้น
เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด หรืออย่างน้อยก็เสียหายน้อยที่สุด

ดังนั้น สิ่งที่ต้องใคร่ครวญอย่างยิ่งคือ เราพร้อมสำหรับอะไรบ้าง…
การงานของพรุ่งนี้ การเงิน สุขภาพ และการจัดการ
เรามีทรัพยากรเหล่านี้มากหรือน้อยอย่างไร
เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินใดที่ยังไม่เกิดกับเราวันนี้
แต่หากเกิดขึ้นกับเราแล้วนั้น มีความพร้อมเพียงใด
มีเพื่อนคนไหนที่เราจะพึ่งพาได้ หรือเราพร้อมสำหรับตำแหน่งใหม่ๆ
งานที่ท้าทายมากขึ้น เพื่อยกระดับเงินเดือน
และยกชีวิตความเป็นอยู่ของเราให้ดีขึ้นกว่าเดิม เราพร้อมไหม…

หรือหากเราเพียงพอแล้ว เรามีทรัพยากรแห่งความพร้อมที่จะยกระดับครอบครัว
และชุมชนเพื่อนบ้านให้ความเป็นอยู่ดีขึ้นเหมือนเราหรือไม่
หรือมองไปในระดับประเทศ…
เราสามารถแบ่งปัน แง่คิด ประสบการณ์ดีๆ ให้ใครหรือยัง

สิ่งเหล่านี้ คือ ความพร้อมที่เราพูดถึง Are you ready? คุณพร้อมหรือยัง

วินาทีแห่งสถานการณ์จะพิสูจน์เสมอว่า…
เราพร้อมหรือไม่ แล้วเหตุการณ์ก็จะผ่านไป
ทิ้งไว้แต่ความทรงจำว่าเราทำได้ หรือล้มเหลว และนั่นแหละ “ชีวิต”

Tip: Be ready for anything in life. It’s your choice.
ความพร้อมในการใช้ชีวิต เราเป็นคนเลือกเองว่า… พร้อมหรือไม่

<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0010.png"><br />การประยุกต์ (Adaptation, Flexibly, Adjustment)

0ec0222bb158

ดั่งที่หนังสือทุกเล่มที่ขายดีติดอันดับได้บอกเคล็ดลับดีๆ มากมายจนล้นตลาดนั้น
เป็นที่น่าแปลกใจว่าจำนวนของผู้ที่สำเร็จก็ยังมีน้อยเหลือเกิน
ทั้งที่เราอยู่ในยุคที่ความสะดวกสบายและการแลกเปลี่ยนทรัพยากรนั้น
เป็นไปอย่างง่ายดายแบบไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเป็นมนุษย์
และการดำรงเผ่าพันธุ์ของมนุษยชาติ

ถ้ามาพิจารณาใคร่ครวญถ้วนถี่ กฎแห่งความสำเร็จจากหนังสือ
คือ การบอกเล่าประสบการณ์ของผู้เขียน
บางทีผู้อ่านอาจประยุกต์เข้ากับประสบการณ์ของตน
ซึ่งโดดเด่นและพิเศษไม่เหมือนกับผู้เขียน
จึงไม่สามารถรับเข้ามาและประยุกต์ใช้กับชีวิตตนเองได้

ดังนั้น คุณสมบัติสำคัญแห่งความสำเร็จอีกประการในโลกที่เราต้องเรียนรู้
และฝึกใช้ให้คล่องแคล่ว คือศิลปะแห่งการประยุกต์สิ่งดีๆ จากภายนอก
น้อมนำสู่ความคิดภายใน ใคร่ครวญ และเกิดเป็นองค์ความรู้
สามารถนำไปปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตของเราเอง

ความแตกต่างในมนุษย์ที่เห็นได้ชัดคือ ความสามารถในการเชื่อมโยงสิ่งที่อยู่นอกตัว
และสามารถปรับตนให้สามารถเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งนอกตัวนั้นได้
จนเป็นเนื้อเดียวกันอย่างชำนาญ และมนุษย์ด้วยกันก็ยกย่องว่า…มหัศจรรย์เหนือมนุษย์

การเชื่อถือ ร้อยเปอร์เซ็นต์และทำตามรูปแบบจากประสบการณ์ผู้อื่น
โดยไม่ได้วิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง ตัวตนเราอย่างละเอียด
และหาวิธีที่เหมาะสมกับสิ่งนั้น เพื่อมาปรับใช้ให้เข้ากับตัวเราเอง
ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้นั้น ไม่เกิดผลตามต้องการ

การใคร่ครวญ อย่างพิเศษจากภายใน จึงเป็นอีกคุณสมบัติที่พ่วงมาด้วย
เพื่อให้การประยุกต์ใช้ได้ผลดีเลิศ รู้จุดอ่อน จุดแข็งของตน
และรู้ว่าวิธีใดที่เหมาะสมกับตนเองเป็นที่สุด

มนุษย์เรามีศักยภาพ และคุณภาพที่ไม่เหมือนกัน

บางคนถนัดช้าๆ ละเอียดละออ
บางคนถนัดในแบบตรงๆ ชัดๆ ทำตามปุ๊บ ได้ผลปั๊บ
ข้อมูลไม่ผิด แต่ต้องใช้วิจารณญานในการวิเคราะห์ข้อมูล
ปรับใช้ให้เหมาะสม ตามสถานการณ์ เวลา และบุคคล

หากเราใช้กระบวนการคิดอย่างนี้ได้บ่อยๆ แน่นอนว่า…
เราจะมีวิธีการใหม่ๆ ในการรับมือ จัดการ และสร้างสรรค์ชีวิตของเรา
ให้สมดุลได้ทุกวัน และยังได้พัฒนาตนจนเป็นที่พึ่งพาแก่ผู้อื่นได้อีกมากมาย

Tip: Without adaptation, all species will not survive!
        การปรับตัว เป็นคุณสมบัติที่มนุษย์มีมาตั้งแต่ดึกดำบรรณ์ นำมาใคร่ครวญ
        และใช้ในชีวิตบ่อยๆ จะสร้างความเจริญให้กับเราอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0010.png"><br />มุมคิด…เรื่องปัญหา

32

ปัญหา เกิดได้กับทุกคน มีทั้งใหญ่ เล็ก และกลาง
ไม่มีใครชอบปัญหา

มุมมองของผู้คนคือ ปัญหาเป็นเรื่องไม่ดี ไม่ควรมี ต้องกำจัดและป้องกัน
โดยที่ลืมมองอีกด้านหนึ่ง ในธรรมชาติแห่งปัญหามีผู้ได้ประโยชน์ และชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เพราะฉะนั้น คำว่า “ปัญหา” โดยตัวมันแล้วไม่ได้มีความหมายเป็นบวกเป็นลบ
เป็นแค่ปรากฏการณ์แปลกๆ ไปจากชีวิตธรรมดา เป็นขั้นตอนของการปรับตัว

คนที่มีปัญหาและยุ่งยาก คือคนที่ปรับตัวไม่ทัน
และไม่เห็นหนทางใหม่ๆ ในการใช้ชีวิตจากสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่
ทำให้ไม่มีทรัพยากรเพียงพอต่อการจัดการในปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นนั้น

อย่างเช่น เมื่อประเทศไทยนับก้าวถอยหลังสู่การเป็นประชาคม ASEAN
ภาษาอังกฤษกลายเป็นปัญหาใหญ่ของคนในชาติที่สำคัญทันที
เพราะความไม่คุ้นเคย ไม่รู้ถูก ไม่รู้ผิด ไม่รู้วิธีหาประโยชน์จากสิ่งนั้น
และไม่สามารถแสดงออกได้เลย เพราะขาดความรู้ที่ใช่อย่างแท้จริง
ทำให้เกิดความยุ่งยากใจ อึดอัด คับข้องกังวล

เปรียบเทียบกับคนที่เตรียมตัวมาบ้าง แม้ไม่รู้ลึก ไม่ชัดเจน
แต่ก็พอมีทักษะเตรียมพร้อมมาบ้าง และมีความพร้อมมากกว่าคนไม่เตรียมตัว
ส่วนคนที่พูดได้แล้วก็จะตื่นเต้นและเฝ้ารอให้มาเสียที จะได้พิสูจน์ฝีมือ
และได้หาประโยชน์จากสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

จากปัญหาเดียวกันนี้ เป็นเรื่องใหญ่สำหรับอีกคน
และมองเห็นเป็นโอกาสสำหรับอีกคน

ดังนั้น ถ้าเราเข้าใจว่าปัญหานั้นเกิดจากรากฐานของความคิด
เราก็จะได้หันมาปรับความคิด หรืออย่างน้อยรู้เท่าทันความคิดเรา
อาจจะปรับตัวได้ดีขึ้น

วิธีคิดในปัญหานั้น ศึกษาตัวปัญหาที่เข้ามาว่ามีธรรมชาติอย่างไร
ด้วยการค้นข้อมูล หรือพูดคุยกับผู้รู้ และสำรวจว่า เรามีวิธีจัดการอย่างไร
ผลที่ได้เราต้องแลกกับอะไร เงินทองหรือแรงกาย

เวลาที่เหลืออยู่ ต้องหาอะไร (วิธีการ ผู้คน เทคโนโลยี)
มาเพิ่มเติมเพื่อป้องกันความเสี่ยงให้น้อยลง
ต้องทำอะไร (ขั้นตอน เป้าหมาย และการวางระบบงาน)
บางอย่างเพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น

โดยสำรวจว่า ใครมีทรัพยากรบ้าง และทิศทางของเราจะไปอย่างไร
กำหนดอะไรได้บ้าง อาจต้องใช้การเจรจา การแลกเปลี่ยน
การร้องขอ และการเชื่อมโยงให้เกิดขึ้น

ปัญหาเกิดมาก็เพื่อทดสอบศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ของเรา
ให้ก้าวผ่านไปดัวยปัญญาแห่งธรรมชาติที่มีในตน
จงใช้มันให้เต็มที่ และอย่าแสดงให้โลกรู้ว่าเรากลัว ท้อแท้และหมดหวัง
อย่าอยู่อย่างไม่ทำอะไร จงมุ่งไปสู่ความเข้มแข็ง พร้อมเผชิญ และกล้าหาญ

อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นก็รับมือจัดการและใช้ทุกวิธีในการก้าวข้ามให้ได้
ที่สำคัญคือ การร้องขอ หากไม่ไหวอย่าลืมยื่นมือออกไปให้ผู้อื่นได้มีโอกาสแบ่งปัน
และอย่าลืมดูว่าเรามีอะไรแบ่งปันผู้อื่นได้บ้าง หากทำได้เช่นนี้
ต่อให้ปัญหามีมากเท่าใด เราย่อมผ่านไปได้อย่างดีทุกครั้ง… แน่นอน!

Tip: The problem is big or small depends on the size of your thought.
        ปัญหาจะใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับความคิดของคุณเอง!


มุมคิด…เรื่องภาพยนตร์

images

โบราณว่า ดูละคร แล้วย้อนดูตน…
ฉบับนี้ ชวนเล่นเกมส์สนุกๆ
ด้วยการสังเกตพฤติกรรมของตัวเอง อย่า “ซีเรียส” นะคะ

รู้หรือไม่ว่า... ภาพยนตร์หรือละครดราม่าทั้งหลาย
มีอิทธิพลต่อความคิดมนุษย์… มาดูกัน

ภาพยนตร์ Hollywood ที่โด่งดัง มักเน้นความแข็งแรง แข็งแกร่ง การปราบปราม
การแก้ปัญหา ความอดทนของตัวเอก เน้นความเป็นฮีโร่ ช่วยเหลือผู้อ่อนแอกว่า
เป็นการดึงผลกระทบที่มีต่อสังคมมาเป็นตัวร่วม

ดังเช่น ภาพยนต์ของญี่ปุ่น มี Character หรือบทบาทที่คล้ายๆ กัน
คือ เมื่อมีผู้ที่เดือดร้อน ทำให้เกิดวีรบุรุษ และผู้เสียสละเสมอ

ในขณะที่ภาพยนตร์จีน จะเน้นครอบครัวเป็นหลัก
สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัว เป็นเรื่องของตนด้วย
การล้างแค้นข้ามตระกูลจึงเกิดขึ้นบ่อยๆ

ส่วนภาพยนตร์เวียดนาม เน้นการผ่านภาวะสงคราม
ความน่ากลัว ภัยร้ายของสงคราม อำนาจและผลกระทบ
ทำให้ผู้คนขยัน มุ่งมั่นและมีวิถีแห่งความอดทน

มาดูภาพยนตร์ไทย ละครไทย กันบ้าง
เราพบแต่เรื่องของความร่ำรวย ศักดิ์ฐานะ ชาติตระกูล
ความเพียบพร้อม มักเน้นศักดิ์ฐานะเป็นสำคัญ
ซึ่งคุณค่าของศักดิ์ฐานะถูกนำมาพิจารณา
ในการเลือกใช้ชีวิตและการตัดสินใจในหลายๆ ด้าน
จนบางครั้งผู้คนเลือกที่จะเป็นผู้รับมากกว่าการเป็นผู้ให้
เพราะสถานะที่แตกต่างกันทางสังคม

เมื่อเล็งเห็นอิทธิพลทางความคิดที่มาจากภายนอกแล้ว
ลองหันมาสำรวจอิทธิพลทางความคิดจากโลกภายในกันบ้าง

หากเราต้องการเพิ่มขีดความสามารถ และเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น
คุณคิดว่าอะไรสำคัญ… ถ้าคุณตอบว่า “เงิน” สำคัญนั้น
มาดูว่าแล้วจะหาเงินเพิ่มเติมได้อย่างไร เมื่อเงินไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศ

ทุกๆ จำนวนเงิน มีผู้ครอบครองแน่นอนอยู่ทั้งสิ้น
การใช้ช่องว่าง ความคิด ฝีมือ ทักษะ และกลยุทธ์
เพื่อการแลกเปลี่ยน เป็นเรื่องที่ต้องขบคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล
ค่อยๆ ลงมือทำ ปรับเปลี่ยนวิธีและเป้าหมาย รู้จักยินดีกับเป้าหมายเล็กๆ
และทำต่อเนื่อง จนถึงจุดที่มุ่งหวัง คิดได้เช่นนี้ทำให้ชีวิตสมดุลอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม หวังว่ามุมมองข้างต้นจะมีส่วนช่วยให้ได้วิธีคิดใหม่ๆ
ในการตัดสินใจมากขึ้น และขอให้เกิดความสงบร่มเย็นในหัวใจผู้อ่านทุกท่าน

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันมาอย่างสม่ำเสมอค่ะ…ครูขวัญ

Tip: Flexibility is the key quality to live in the new world.
       เมื่อโลกเปลี่ยน ถือเป็นบททดสอบของความเข้มข้น
       ในคุณสมบัติ “ความเปลี่ยนแปลง” ของเราว่า มีมากหรือน้อย เท่านั้นเอง


Change การเปลี่ยนแปลง

change-the-way-you-see-the-positive-pear-blog

คนเรา…กลัวการเปลี่ยนแปลง
เพราะเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ และไม่คุ้นชิน

ธรรมชาติของมนุษย์ ชอบความสบาย และความคงเดิม
ไม่ต้องทำอะไรมากไม่ต้องคิดมาก เพราะเมื่อคิดมากเราจะเหนื่อย
ประสบการณ์เหล่านี้ เราให้ความหมายว่า… ไม่ดี

เมื่อเราตัดสินว่าสิ่งใดดีแล้ว เราจะทุ่มเท และยึดติด
เรามักจะใช้ทรัพยากรทั้งหลาย เพื่อให้สิ่งที่เราคิดว่าดีนั้น ดำรงอยู่
เมื่อมีภาพใดที่เพี้ยนไปจากภาพที่เรายึดติด เราจะใช้ทุกอย่างที่มี
ถ้าบังคับได้จะบังคับ ถ้าบังคับไม่ได้จะใช้กลยุทธ์
เพื่อเพิ่มพูนความเชื่อของเรา

บางครั้งลืมมองว่า…ทุกคนมีความคิดแตกต่าง
และโลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล เต็มไปด้วยความแตกต่างสุดลูกหูลูกตา
เราไม่กล้าเผชิญความจริงว่า เราแนบแน่นกับโลกใบเล็กๆ ของเรา
จึงอยู่ในวงสังคมแคบและเล็กของเรา มีรูปแบบตายตัว ปฏิเสธสิ่งที่แตกต่าง

Unfortunately, โลกไม่ยอมตามใจเรา
ทุกคนบนโลกร่วมกันสร้างความแตกต่างในแบบของตัวเอง
แต่ละวันทุกคนวุ่นวายกับการเปลี่ยนคน เปลี่ยนตน เปลี่ยนโลก
และขยายความคิดไปในหมู่คนใกล้ตัว เกิดกลุ่มก้อนของหลายๆ คน
เพื่อตอกย้ำความเชื่อ

บ้างก็วุ่นวายเปลี่ยนแปลง วงกลม ให้เป็น สี่เหลี่ยม
บ้างก็พยายามเปลี่ยนแปลง สี่เหลี่ยม ให้เป็น สามเหลี่ยม
บ้างก็พยามยามเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อปรับตัว
บ้างก็พยายามเปลี่ยนแปลงลูกหลาน เพื่ออนาคตที่ดี

เราทุกคนวุ่นวายกับการเปลี่ยนแปลงตามความเชื่อ ไม่ผิดและไม่ถูก
แต่ทุกการเปลี่ยนแปลง เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
และท้ายที่สุด ขึ้นอยู่กับพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ทรงอำนาจ
ทำให้เกิดภาวะการบังคับให้หลายคนปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงนั้น
คนที่ยึดติดมากๆ อาจมีทุกข์มาก

การทำใจให้ยอมรับการเปลี่ยนแปลง และยังดำรงคุณค่า
ความเชื่อที่มี คือ…ศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่ไม่ได้ต่างจากผู้นำหลายๆ คนในอดีต

การเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่า คือ การเปลี่ยนแปลงในระดับที่
ผู้คนมากมายได้รับประโยชน์ โดยไม่มีการคิดเพื่อตนเอง
การเปลี่ยนแปลงนั้นจึงสั่นสะเทือนและหลอมรวมพลังคนมากมายเข้าด้วยกัน
และเกิดความเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่ออนาคตนั้นร่วมกัน

หัวใจของการเปลี่ยนแปลง มาพร้อมกับความกล้าเผชิญ
และการศิโรราบต่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกล้าหาญ องอาจ ไม่รู้มีอะไรรออยู่ข้างหน้า
แต่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

และแม้บางครั้งโดดเดี่ยวเดียวดายก็ยังคงก้าวต่อ แม้รู้สึกถึงภูผาที่อยู่ข้างหน้า
ก็ยังหาวิธีไปต่อ โดยไม่มีจิตของการล้มเลิกแม้แต่นิดเดียว
คนมีอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงจะเข้าใจธรรมชาติของการปลี่ยนแปลง
และไม่กลัวความเปลี่ยนแปลง

บทพิสูจน์ของเขาคือ ความกล้าหาญ ความอดทน และความไม่ย่นย่อ

Tip : Be the change the way you want to see the world. (Mahatma Ghandi)
อยากเห็นโลกเปลี่ยนไปในรูปแบบใด ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงที่ตัวเราก่อน


เท่าทันความคิด (Awareness)

download

ความคิด คือต้นกำเนิดของสรรพสิ่งบนโลก
มีทั้งคิดบวก คิดลบ คิดไกล คิดใกล้ คิดอดีต คิดอนาคต คิดไร้สาระ
ความคิดสร้างความเชื่อ มุมมอง และสุดท้ายผลักดันกลายเป็นการกระทำ
และเมื่อทำบ่อยๆ ก็กลายเป็นนิสัย

การเฝ้าสำรวจตรวจตราความคิดบ่อยๆ เป็นเรื่องสำคัญ
ซึ่งกระบวนการคิดนั้นสร้างการกระทำแน่นอน
ไม่ว่าทางกาย วาจา ส่งผลเกี่ยวข้องกับผู้อื่นหรือสังคมเสมอ

เมื่อความคิดเกิดขึ้น ให้มองเห็นผลกระทบที่มีส่วนเชื่อมต่อของการกระทำเสมอ
ความต้องการของเรามีทุกวัน แต่หากเราคิดไม่ทันเราอาจจะตกเป็นเหยื่อแห่งความต้องการ
ดังที่หลายๆ คนพยายามจะเข้ามาหาผลประโยชน์ กำไร ขาดทุน นั่นเพราะเขาทำธุรกิจ

ความต้องการด้านการเงินเป็นเรื่องใหญ่สำหรับทุกคน
อันเป็นช่องทางบนโลกแห่งความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องตามกฏหมาย
แม้บางครั้งจะฝืนกับความรู้สึก ผิด ถูก ชั่ว ดีในความคิดเรา
การฝึกฝนการยอมรับและมองโลกในมุมมองที่แตกต่างกันเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝน

การมองจากมุมคิดที่ตายตัวจะทำให้สูญเสียโอกาสหลายอย่าง
และกลายเป็นความยึดมั่น ทำให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันที่ต้องสัมพันธ์กับผู้คนมากมายนั้น
มีความอึดอัดขัดข้องใจ เพราะเสียงภายในของเราดังว่า…

“ทำไมต้องเป็นแบบนั้นด้วย”
“ทำไมไม่ทำแบบนี้ล่ะ”

การมองโลกตายตัว ตามความคิดว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
ทำให้เกิดความเครียด และไร้ซึ่งความสบายแห่งพื้นที่ภายในใจ
เราเชื่อความคิดเรามาก เราจะจัดการควบคุมและใช้พละกำลังทุกอย่าง
เพื่อจัดการให้โลกเป็นดั่งที่เราต้องการ โดยลืมไปว่า… มนุษย์มีความต้องการต่างกันมาก
ทั้งปริมาณ และคุณภาพ ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น
หากเราไม่เท่าทันความคิดของเรา และไม่หมั่นรับฟังความเปลี่ยนแปลงของโลก
รวมถึงความต้องการของผู้อื่นอย่างเข้าใจ การจะใช้ชีวิตให้สมดุลคงเป็นเรื่องยาก
บ้างชอบโทรศัพท์รุ่นใหม่เอี่ยม ฟังก์ชั่นเยอะๆ ไวๆ เปลี่ยนบ่อยๆ ตามเทรนด์
บ้างขอแค่รับสายโทรออกก็พอ อะไรก็อย่าเยอะมาก ชอบอะไรที่สะดวกสบายอยู่แล้ว

หากยึดความคิดแต่ฟากเรา ก็คงมีแต่ความขัดแย้ง
แต่หากเลือกฟังเหตุผลของแต่ละคน รับฟัง และใคร่ครวญร่วมกันว่า…
เขารับผิดชอบความต้องการของเขาได้ และความต้องการนั้นไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน
แค่ต่างมุมและขัดความต้องการของเรา โลกนี้ควรคุยกันด้วยความรัก ความกรุณามากขึ้น
Live Life Balance ด้วยการฟังผู้อื่นมากขึ้น ปล่อยวางความคิดมุมเดียว
ทำใจให้สบายๆ ไม่มีอะไรที่ต้องยึดถือให้วุ่นวายใจ ฝึกใจให้ยอมรับ
สิ่งที่ไม่เป็นดั่งที่คิดบ่อยๆ ให้เสียงภายในดังบ่อยๆ ว่า…
“อ๋อ ธรรมดาของเขาเป็นอย่างนั้นล่ะ เราปรับความคิดเรานิดหน่อยก็คุยกันสนุกแล้ว
เป็นมิตรกันดีกว่า…สบายใจดี”

Tip: We live in the world of change! Choose to change or stay the same.
       There are different consequences from the choice you made.

       โลกหมุนเวียนเปลี่ยนผันมาตลอด ไม่เคยมีอะไรได้ดังใจเรา
       ยอมรับและปรับตัว หรือยึดติดความคิดเดิม ก็สุดแล้วแต่
       เพราะไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร คนที่รับผลคือ… เราเพียงผู้เดียว


โลกแห่งวิวัฒนาการ (Revolution)

bb-28

โลกแห่งวิวัฒนาการที่เราไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
เพราะการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของเศรษฐกิจ ความรู้ และเทคโนโลยี

เราต้องปรับตัวให้เข้ากับผลกระทบ และผลลัพธ์ใหม่ๆ ให้ได้
ดังเช่น… การศึกษาที่ผ่านทางเทคโนโลยีในยุคโลกาภิวัฒน์นี้
เป็นโปรแกรมที่ให้ความรู้ ชาญฉลาดที่สุด เก่งที่สุด และรู้มากที่สุด

เราให้คุณค่าเรื่องของความรู้ ความเจริญทางวัตถุ และมาตรวัดที่จับต้องได้
จนละเลยคุณค่าพื้นฐานที่เคยเชื่อมสังคมทั้งใบไว้
นั่นคือ คุณค่าแห่ง ความรัก ความกรุณา และหัวใจ ของมนุษย์ที่อยู่รอบกายเรา

ซึ่งไม่ว่าวิวัฒนาการจะเจริญไปมากเพียงใด… แต่
ความหวั่นไหว ความหวาดกลัว ความระแวดระวังนั้นเพิ่มขึ้นทุกวัน

ความสุขของมนุษย์หายไปอย่างสิ้นเชิง เพราะขาดการ connection กันและกัน

ไม่มีรอยยิ้มส่งถึงกัน ไม่มีคำพูดหวานๆ ไม่มีการช่วยเหลือ
ไม่มีการประสานสายตา ไม่มีการเชื่อมโยงเข้าหากัน
ทำให้ผู้คนมีความเฉยชาต่อกัน

ณ ตอนนี้ทำได้เพียงกระตุกความคิด ให้ผู้คนตระหนักว่า…
หากเราไม่เปิดใจ ยอมรับ และหันหน้าเข้าหากันมากขึ้น
เราจะหาความสุขในการใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ไม่ได้อีกต่อไป
เมื่อเราทุกคนยังตกเป็นเครื่องมือของเทคโนโลยี

เราไม่สามารถละทิ้งเทคโนโลยีได้ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก
เราทำได้เพียง ตั้งสติ ส่งมอบความรู้สึกดีๆ
ให้ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีในยุควิวัฒนาการเช่นนี้

หากวันข้างหน้า… เจ้าสมองกลฉลาดกว่าเรา
จะได้เป็นสมองกลที่มีทั้งอัจฉริยภาพ และคุณธรรม เคียงคู่กันไป

เราสร้างสมดุลโลกได้ด้วยการแบ่งปันรอยยิ้มให้กับคนรอบข้าง
พัฒนา Public Speaking ฝึกมารยาทสังคมในการอยู่ร่วมกัน
เป็นการสร้างมิติแห่งความเป็นจริงบนโลก ที่เป็นสัจธรรมแห่งชีวิตได้
อันเป็นพื้นฐานในการพัฒนาไปสู่ “ปัญญา” อันแท้จริงของมนุษย์

จงอย่ามัวสนใจแต่เพื่อนบนจอมือถือหรือสังคมออนไลน์
(Social Network) เพียงอย่างเดียว…
ลอง off line โลก Social ของคุณ แล้วหันมาส่งความรัก
และ
ความอบอุ่นให้คนใกล้ตัวบ้าง

ด้วยรักและห่วงใย… Live Life Balance ทุกวันไปพร้อมๆ กัน

ข้อคิด: The world is moving! How could we stay still?
หมุนตามโลก อย่างสมดุล ใส่ใจคน ใส่ใจเทคโนโลยี


การให้อภัย (Forgiveness)

Live Life 27

การให้อภัยเป็นเรื่องดี เราก็ทำกันอยู่บ่อยๆ
แต่ทำไมดูเหมือนความขัดแย้งก็ยังไม่ลดลง กลับดูเหมือนจะมากขึ้นด้วยซ้ำ

บางทีอาจมีกระบวนการบางอย่างที่ไม่สมบูรณ์แบบในการให้อภัย
เป็นไปได้ไหมว่า เรามัวห่วงแต่การเป็นคนดีของผู้อื่น
โดยลืมว่าเราก็เป็นผู้หนึ่งที่ต้องการการให้อภัยด้วย
บางครั้งเราฝึกตัวเราในการให้อภัยผู้อื่นโดยง่าย แต่ไม่เคยฝึกให้อภัยตนเองและคนใกล้ชิด
เราจริงจัง กดดัน กับความไม่สมบูรณ์ในโลกแห่งความคิด และจินตนาการมากเกินไป

เรารับฟัง ใส่ใจผู้อื่น คลี่คลายทุกข์ให้ผู้อื่น
เราร่ำเรียนเรื่องการเป็นคนดี แต่เรากลับขาดการรอบรู้ความต้องการของเราเอง
เราลืมว่า ตัวเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องการความรัก ความเข้าใจ การให้อภัยเมื่อผิดพลาด

น่าเสียดายที่หลายคนให้ความเห็นอกเห็นใจตัวเองไม่เป็น
ใช้เวลาทั้งวันกับการดูแลความต้องการผู้อื่น ผ่อนปรนกับผู้อื่น
แต่กลับเคี่ยวเข็ญ และคาดหวังกับตนเองมากเหลือเกิน
บางครั้งก็เป็นอาการของ ทำดีเท่าไรก็ไม่พอ
ทั้งที่ผู้อื่นก็เลิกคาดหวังเราไปแล้ว เราก็ยังทุกข์กับความคาดหวังตนเองอยู่เลย

หากเราเห็นทุกสรรพสิ่งเป็นสิ่งสัมพันธ์เชื่อมโยงกันทั้งหมด
ตัวเรานั้นก็เป็นหนึ่งหน่วยในจักรวาลที่สมควรได้รับการดูแลด้วยเช่นกัน
โดยเฉพาะจากตัวเอง
อย่าลืมว่า ชีวิตมี 2 ด้านเสมอๆ เรื่องดีๆ เกิดมากมายในชีวิต
เรื่องไม่ดีอาจเกิดเพียงหนึ่งเรื่อง เราต้องเท่าทันจะฝึกตนให้มองเรื่องดีอย่างสม่ำเสมอ
เรื่องไม่ดีเมื่อเกิดขึ้น เราทำได้แค่ถามว่า เราเรียนรู้อะไรจากเรื่องที่เกิดขึ้น
และแน่นอน จงปล่อยวางและเตรียมพร้อมกับเรื่องใหม่ๆ ที่กำลังเดินทางเข้ามาอย่างไม่รู้จบ

ขอทิ้งท้ายไว้ว่า หากอยากมีความสุขและใช้ชีวิตสมดุล
จงเมตตา กรุณา ต่อตนเองด้วยเมื่อทำผิดพลาดไป
ฝึกที่จะให้อภัยในความผิดที่ไม่ตั้งใจ ยอมรับผลจากความผิดนั้น
และชดใช้ให้อย่างอดทน และอย่าลืมเตรียมตัวสำหรับเรื่องใหม่ๆ ไว้ด้วย
เราไม่ควรเสียเวลาโทษตัวเอง และไม่ยอมเตรียมตัวสำหรับอนาคต
ถ้าเป็นเช่นนั้น เราอาจสูญเสียโดยไร้ประโยชน์
จงใช้ชีวิตให้สมดุล และมีความสุขทุกมุมมองของชีวิตกันเถิด

Tip:
Accept whatever you are!
Experiencing moment to moment without struggling
or avoid from painful.
Goenka.

ยอมรับคนที่เราเป็น
มีสติกับทุกประสบการณ์ทุกอย่างในชีวิตของเรา
ยามทุกข์ก็รับรู้ว่าทุกข์ ทำใจยอมรับโดยไม่กระวนกระวายหรือพยายามหลบเลี่ยง
ชีวิตก็จะมีความสุข
จากท่านโกเอ็นก้า

…………………………………………….