การขับรถ

47

ในการขับรถทุกวัน ผ่านไปมาดูเหมือนเป็นความธรรมดาชาชิน
แต่หากเราสังเกตสักนิด…
เราจะเห็นอะไรหลายๆ อย่างที่น่าจะเป็นบทเรียนชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

ก่อนจะเอารถออกเรามักจะเกิดความคิดว่า ไปที่ไหนสักแห่งหนึ่ง
เราจึงจะเริ่มเอารถออก ก็เหมือนเป้าหมายที่เราต้องมีทุกวัน
วันหนึ่งอาจมีเป้าหมายหลายๆ อย่างได้
แต่ชีวิตเรามักตั้งเป้าหมายเดียว… การเดินทางจึงดูไกลและน่าเบื่อ
หากเรารู้จักตั้งเป้าหมายเล็กๆ ย่อยๆ และยินดีในความสำเร็จได้บ่อยๆ
เราจะเป็นคนที่มองโลกมุมกว้าง

ในบางจังหวะเราก็มีรถบางคันแซงซ้าย แซงขวา ไปในทิศที่เขาอยากไป
เราก็ยังมุ่งมั่นกับเป้าหมาย แม้บางครั้งเราอาจเสียอารมณ์กับความต้องการของอีกฝ่าย
ที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของเรา
ในชีวิตถ้าเราจะมีการตระหนักรู้ว่าต้องมีกระทบกระทั่ง ก็วางเฉยซะบ้าง
และยังเอาใจใส่กับเป้าหมายที่ต้องการเสมอ

ในบางครั้งความเชื่อมั่นว่าเรารู้เส้นทางอย่างดีอย่างไรก็ไปถึงทำให้เราไม่ระมัดระวัง
เราก็เกิดหลงทางขึ้นมา และเราก็ต้องถามใครบางคนเพื่อย้อนกลับ
เพราะทางที่จะไปต่อนั้นทำให้เป้าหมายของเราไกลออกไป

หากในชีวิตเรารู้จักสำรวจบ่อยๆ ว่าเราถึงเป้าหมายแล้วหรือยัง
จะได้ไม่หลงขับไปเรื่อยๆ โดยที่ยังคิดว่าไม่ถึงเป้าหมาย
แท้จริงแล้วอาจเป็นเพราะเราขับเลยเป้าหมายไปแล้ว โดยไม่ได้รับรู้
ทำให้เราต้องขับไปเรื่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ตระหนักรู้ว่า…
ถึงแล้ว หยุดพัก หายใจ และสร้างเป้าหมายใหม่ นำเรากลับสู่การเริ่มต้นอีกครั้ง

ท้ายที่สุด… เมื่อไปถึงแล้วก็กลับบ้าน นำรถมาจอดปิดเครี่องเรียบร้อย
มั่นใจว่าไม่ได้ทิ้งกุญแจอยู่ในรถ เบรคมือดึงขึ้นเรียบร้อย
ในชีวิตเหมือนกัน ทำงานเสร็จสมบูรณ์หนึ่งชิ้นให้มั่นใจว่า
ทุกอย่างได้ถูกจัดการแบบไม่มีปัญหาหรือรอยรั่วจากสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว
เป็นการจัดการเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในแบบที่ไม่มีปัญหากลับมาให้เราต้องไปจัดการทีหลัง
ในขณะที่เรากำลังสาละวนกับเป้าหมายใหม่ของเรา

การใช้ชีวิตนั้นเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัว การเดินทางเป็นประสบการณ์ส่วนตัว
แล้วแต่เราจะเลือกเก็บประสบการณ์ของดอกทานตะวัน หรือต้นเพลิง กับผู้คนที่ผ่านไปมา
เราล้วนแล้วแต่ต้องเดินทางคนเดียว ไม่มีใครจะติดตามเราไปด้วยจริงๆ
หากเราเข้าใจ เราก็จะใช้ชีวิตอย่างบางเบา
เราอาจแวะทักทายผู้คนในชีวิต และจากมาด้วยความประทับใจบ้าง กระทบกันบ้าง จงปล่อยวาง
ขับรถของตนกลับบ้าน พาชีวิตตนกลับที่ตั้งฐานบ่อยๆ

อย่าลืม! ทำสมาธิ แผ่ส่วนกุศล
และขอพรพระให้เรามีจิตใจแห่งความสุข สงบ เบิกบานทุกท่านเทอญ

 

 

<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0010.png"><br />"จงภูมิใจกับสิ่งที่เราเป็น"

200707132059401799863273

ในภาวะแห่งโลกเร่งรีบ…
การสาละวนกับการจัดการหลายๆ เรื่องราวพร้อมๆ กันดูเป็นเรื่องปกติของคนสมัยใหม่
ในแต่ละวันเราได้ทำการหลายๆ สิ่งมากเหลือคณานับ
ตั้งแต่เช้าจรดเย็น มีแต่เรื่องต้องกระทำ ดูเหมือนงานแต่ละอย่างจะไม่มีวันจบสิ้น

น่าเสียดายว่า เมื่อเราทำอะไรได้มากๆ ทำให้เราชาชินกับการใช้ชีวิต
บางครั้งเราแทบไม่แยแสต่อความสำเร็จในแต่ละชิ้นงาน
โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในหน้าที่ที่ถูกเรียกร้องทั้งวันทั้งคืน

การดำรงชีวิตของมนุษย์นั้น บางทีเราก็ลืมไปว่า
เราแค่เดินทาง…แต่เราไม่สามารถเก็บเกี่ยวอะไรไปได้มากมายนัก
เราเก็บได้แค่ความรู้สึกดีๆ เมื่อเราสัมผัสกับความดีภายในของเราบ่อยๆ
และรับในสิ่งที่เราทำได้และทำไม่ได้…เท่านั้น
ซึ่งจะทำให้เรายอมรับในความเป็นธรรมชาติของผู้อื่นได้มากขึ้น

เราอาจหลงลืมบ่อยๆ ว่า เรานั้นสามารถและจัดการทุกสิ่งให้ผ่านไปได้อย่างกับเทวดา
เราหลงลืมไปหรือเปล่าว่าเรานั้นช่างเก่งกาจ
โดยการใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ในการประคองชีวิตในแต่ละวันอย่างไม่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น

และในบางครั้งความต้องการที่ดี ที่ทำให้เกิดความสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานทางสังคม
ก็อาจจะทำให้เกิดความทุกข์และความเครียดได้

ซึ่งในธรรมชาติแห่งจักรวาล ความสมบูรณ์แบบไม่ได้มีอยู่
เมื่อมันไม่มี เราจึงหามันไม่เจอ
การสังเกตและภูมิใจกับผลสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ
เป็นวิธีการที่ทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลจิตใจอีกทางหนึ่ง

หากมนุษย์อยากรู้สึกดีกับตนเองก็อย่าลืมฝึกที่จะชื่นชมตนเองบ่อยๆ
“เราก็เก่งเหมือนกันนะเนี่ย”
สามารถผ่านงานยากๆ มาได้อีกหนึ่งชิ้น และให้อภัยกับตนเองได้
เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้น

ความสุขไม่ได้หายไปไหน อยู่ในใจเราตลอดเวลา

รักตนเอง ภูมิใจตนเองให้มากๆ นะจ๊ะ ^^

<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0010.png"><br />อำนาจ

อำนาจ ความหมายตามพจนานุกรม คือ
อิทธิพลที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องยอมทำตาม ไม่ว่าจะด้วยความสมัครใจหรือไม่
หรือความที่สามารถบันดาลให้เป็นไปตามความประสงค์
เป็นความสามารถในการเข้าถึงทรัพยากร
และเป็นโครงสร้างที่เราได้ใช้อำนาจเหนือผู้อื่นได้ง่ายและถูกยอมรับได้ง่าย

ฉันสามารถส่งผลกระทบบางอย่างต่อผู้อื่นได้
ถ้าฉันไม่ชอบเธอ… ฉันมีอำนาจทำอะไรกับเธอบางอย่าง
ถ้าเป็นพ่อแม่ก็สามารถตัดเงิน
ถ้าเป็นเจ้านายฉันก็สามารถไล่เธอออกได้

ฉันสามารถจำกัดทางเลือกและการเข้าถึงทรัพยากรของเธอ
ถ้าฉันเป็นพ่อแม่ เธอต้องนอนเวลาที่ฉันกำหนดเท่านั้น
เธอจะมีหนทางแค่ขอเงินจากฉันเท่านั้น มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
ถ้าฉันเป็นเจ้านาย ฉันไม่อนุญาตให้เธอเข้าไปในคอมพิวเตอร์บางไฟล์
ฉันจำกัดทางเลือกของผู้คนด้วย คุณจะเข้างานออกงานตามที่ฉันบอกเท่านั้น
จะตามใจตนเองไม่ได้

แหล่งของอำนาจ อาจมาจากตำแหน่ง การให้รางวัล การบังคับ
ความเชี่ยวชาญ บารมี หรือการรู้จักสนิทสนมกัน
หลายๆ ครั้งมนุษย์มักละเลยอำนาจของตนที่มองไม่เห็น
การไม่ยอมทำตาม ก็คือการใช้อำนาจอย่างหนึ่ง
การไม่ยอมรับอำนาจที่มีอยู่เดิม
ข้อสำคัญ คือ เมื่อเรารู้ว่าเรานั้นก็มีอำนาจเท่าเทียมกับผู้อื่น
และสามารถทำอะไรก็ได้นั้น

เคยคิดหรือไม่ว่า… เราใช้อำนาจอย่างไร
เราจะตัดสินใจอย่างไรในการใช้อำนาจที่มี
เราจะสนทนาอย่างไรในอำนาจแตกต่าง
และเราใช้อำนาจของเราทำเพื่อใคร ในสังคมกันแน่!!!

Nearly all men can stand adversity,
but if you want to test a man’s character, give him power.
Abraham Lincoln

ถ้าอยากรู้ว่า… แต่ละคนเป็นคนอย่างไร
ก็มอบอำนาจให้คนนั้น เขาก็จะเผยทาสแท้ออกมาว่าเขาเป็นคนแบบไหน
ผ่านการใช้อำนาจของเขา..นั่นเอง

<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0010.png"><br />การให้อภัย

images

เมื่อชีวิตคือเรื่องจริงไม่ได้อิงนิยาย…
ผู้คนเมื่อพ้นจากการอยู่กับครอบครัว และต้องออกมาผจญภัยพบเจอผู้คนหลากหลาย
อะไรๆ ที่ครอบครัวเคยบอกถูก บอกผิด เราสามารถอยู่ร่วมกับครอบครัวอย่างไร้อันตรายใดๆ

วันนี้เมื่อเราเติบโตและต้องออกมารับมือจัดการกับสภาวะหลากหลาย
ตั้งแต่ผู้คนที่ไม่ได้มีกฏกติกาเดียวกัน และยังมีความต้องการต่างๆ หลากหลาย
และมีวิธีการตอบสนองในแบบที่เราอาจไม่คาดคิด
และบางครั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นก็อาจมาเกิดกับเรา ทั้งที่เราไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย

อย่างไรก็ดี มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่
ต่างมีวิธีการตอบสนองความต้องการของตนในรูปแบบที่เราคาดเดาไม่ได้
เพื่อให้ความหวังของตนนั้นเป็นจริง
โดยเฉพาะเมื่อการตอบสนองนั้นถูกกติกา กฏหมาย
ดูเหมือนจะได้รับความชอบธรรมมากขึ้นไปอีก
โดยขาดการคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำนั้นไปด้วย

และที่สำคัญ ในสังคมขาดองค์ความรู้ในการปฏิบัติตนให้รับมือกับผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้น
เมื่อมนุษย์มีผลกระทบที่ไม่ชอบใจ ลักษณะธรรมชาติก็จะตอบสนองอัตโนมัติ
ในแบบที่ไม่ได้คิดไว้ก่อน
ตามธรรมชาติ มักเพิ่มปัญหาไม่ได้ลดปัญหาลง
ทางแก้ที่ดี ศึกษาวิธีการลดอคติมุมมองก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป
ใคร่ครวญผลได้ผลเสีย กระทบถึงใครบ้าง และมีสติกับการแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
อาจฟังดูเป็นไปไม่ได้ในยุคสมัยนี้ แต่ในอดีตกาลนานมา…
ผู้คนเขาอยู่กับคำว่า “ไม่เป็นไร” จนโด่งดังไปทั่วโลก

ฝากไว้ให้คิด
It’s not about political, but living life.
ไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นทักษะชีวิตค่ะ :)

<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0010.png"><br />Decision Making (ภาวะการตัดสินใจ)

decision_arrows
การตัดสินใจ เป็นทักษะ เป็นความเคยชิน
ทุกๆ ครั้งที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นเราพยายามหาทางออกใหม่ๆ
แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นการตัดสินใจแบบเดิมทุกครั้ง
เป็นเพราะว่าเรามีมุมมอง (Perspective) 
การรับรู้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งตายตัว (Fixed Mindset)

หากเรามองเหตุการณ์และมีมุมมองต่อเหตุการณ์ว่า…มันเป็นธรรมดา
การตัดสินใจในการลงมือทำก็จะสอดคล้องกับมุมมองนั้น
ก็อาจเป็นการไม่ลงมือกระทำใดๆ ใช้ชีวิตตามปกติ

แต่หากเรามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความน่ากลัว
น่าจะมีผลกระทบทางร้ายแก่เรา การกระทำที่สอดคล้องกับมุมมองของเรา
เราก็เริ่มที่จะหาวิธีป้องกัน…
บางทีอาจป่าวประกาศความน่ากลัวเพื่อหาเพื่อนๆ มาช่วย
และถ้ากลุ่มสังคมที่เราอยู่เปิดรับด้วยแล้วมันแทบจะกลายเป็นเรื่องจริงไปเลยทีเดียว

มุมมองนั้นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่มันเกิดมาจาก “กฏแห่งครอบครัว”
และหากมุมมองนั้นสอดคล้องต่อวิถีชุมชน และสังคมประเทศชาติ
เป็นวัฒนธรรมสืบทอดต่อๆ กันมา ยิ่งทำให้มุมมองนั้นกลายเป็นกรอบที่เราคุ้นเคย
บางครั้งการกระทำหลายอย่างก็คุ้นชิน ซ้ำซาก น่าเบื่อ ผลลัพธ์เหมือนเดิม
แต่เราก็ไม่มีทางออกใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิม มิหนำซ้ำหากมีคนคิดต่าง
มันช่างกระแทกหัวใจให้โกรธ เกิดการไม่ยอมรับ
และบางครั้งก็ต่อต้าน ตอบโต้อย่างไม่ไว้หน้าด้วยซ้ำ

เหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในยุคใหม่…ไม่ว่าปัญหาหรือทางออก
เราอาจต้องใส่ใจการพัฒนามุมมอง ปรับวิธีคิดมากขึ้น ศึกษามากขึ้น รับฟังมากขึ้น
ใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น หมั่นถามตนเองมากขึ้นว่า…เราต้องการอะไรจากเหตุการณ์นั้นๆ
สอดคล้องกับความต้องการกลุ่มใหญ่หรือกลุ่มน้อย
และสืบค้นรับฟังมากขึ้นว่า กลุ่มน้อยนั้นต้องการอะไร
แล้วจึงมาหาวิธีการให้สอดคล้องได้รับประโยชน์ร่วมกันหลายๆ ฝ่าย

อาจดูยุ่งยากในการลงมือทำ และใช้เวลา
อาจมีผิดหวังไม่ได้ดังใจระหว่างทาง อาจไม่เหมือนอย่างที่คิด
แต่ก็มีหลายอย่างที่อาจเกิดความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนเดิม
เพราะทำเหมือนเดิม ผลลัพธ์ก็คงเดิมอยู่ดี อย่างน้อยก็มีความกล้าในการลองอะไรใหม่ๆ

ฝากไว้ให้คิด…
ปัญหาทุกด้านของชีวิต ที่ดูเหมือนนับวันปัญหาจะมากขึ้นทุกที
ลองเปลี่ยนมุมมองต่อเหตุการณ์นั้นไปหลายๆ แบบ ลองหาอะไรทำแบบใหม่ๆ
อาจได้ผลลัพธ์ที่มหัศจรรย์ไม่คาดฝัน อาจเกิดประโยชน์ยิ่งใหญ่ต่อผู้คนส่วนใหญ่ก็ได้…
จาก Creative Thinking Mind…

<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0010.png"><br />Value (คุณค่า)

franchisor-value-proposition
คุณค่า…
ฟังๆ ดู ก็ดูจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ในอีกด้านหนึ่งซึ่งเรามักมองไม่เห็น คือ
บางครั้งคุณค่าก็สร้างความทุกข์ให้เราได้ หากเราไม่รู้จักเขาอย่างแท้จริง
โดยเฉพาะช่วงเวลานี้ของสถานการณ์บ้านเมืองหลายอย่างที่เกิดขึ้น
แน่นอน…มันได้สร้างสภาวะทางใจในหลายรูปแบบให้เกิดขึ้น
เล็กๆ ก็มีความเครียด อึดอัด หงุดหงิด และที่มากๆ ก็ความโกรธและความเกลียดชัง
ทำให้เกิดการแสดงออกในหลายรูปแบบ และบางครั้งก็เพิ่มปัญหาโดยไม่รู้ตัว

ลองมาทำความเข้าใจกับเบื้องลึกเบื้องหลังของความคิดลึกๆ ภายใน
คุณค่าสำหรับบางคน คือ ความสงบ
พอเห็นคนทะเลาะกันก็รู้สึกเครียดและบางครั้งรับมือไม่ได้
บางคนให้คุณค่าแห่งความสัมพันธ์ จนยอมทำตามความต้องการของผู้อื่นไปหมด
ซึ่งบางครั้งทำให้ตนเองนั้นขาดความสมดุลในชีวิต
บางครั้งผู้คนก็ให้คุณค่ากับความดีงาม ความกตัญญู
และบางครั้งชีวิตเรามีความรับผิดชอบมากเกินไป ซึ่งพอทำไม่ได้ก็เป็นทุกข์

เชื่อว่า… ลึกๆ มนุษย์ทุกคนนั้นมีคุณค่าบางอย่างที่เรายึดถือ
ซึ่งมักถ่ายทอดมาจากครอบครัว กฏสังคมวัฒนธรรม ประเพณี
จนกลายเป็นความเชื่อว่าวิถีชีวิตนั้นจะต้องเดินตามคุณค่านั้น… ชีวิตจึงปกติสุข

ในชีวิตเมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นโดยไม่เหมือนกับที่เราคิด ก็จะเกิดความตึงเครียด
และหากเราไม่เท่าทันก็จะทำให้เราไม่มีความสุข
หากสมดุลไม่ได้ จะก่อให้เกิดความทุกข์ที่เราไม่ต้องการขึ้นมา

จากสถานการณ์ของบ้านเมืองช่วงนี้ หลายคนเกิดความอึดอัด และเกิดความเครียด
ดังนั้น หนทางแก้ไขที่ไม่เพิ่มปัญหาเข้าไปในความร้อนแรงที่มีอยู่คือ
การสูดลมหายใจลึกๆ …
ถามหาความต้องการของหัวใจ … ว่าเราต้องการอะไรในขณะนี้
ขยายมุมมองของเราออกไป
ใช้สายตามองสรรพสิ่งด้วยความใจกว้าง …
ผู้คนกำลังแสดงออกปกป้องคุณค่าที่เขาให้ความหมาย
บางคนอยากรู้อยากเห็น บางคนหวั่นไหว บางคนต้องการความจริง
และหลายคนก็อยากแสดงออกซึ่งเจตนารมณ์

หากเราคิดไม่เหมือนใครก็ละการตัดสินนั้นไว้ก่อน
ผู้คนแค่ตอบสนองต่อเหตุการณ์ตามมุมมอง และคุณค่าที่เขาให้ความหมาย
ขยายความเข้าใจออกไป เข้าใจความต้องการของตน มองความต้องการของผู้อื่น
เข้าใจในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ เข้าใจการแสดงออกของผู้คนที่ไม่เหมือนเรา
เราก็จะมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ที่สำคัญคือ เราต้องถนอมหัวใจเราให้อยู่กับความสมดุลให้ได้
ซึ่งวิธีตรวจสอบความสมดุลคือ เรามีความต้องการ
พยายามตอบสนองความต้องการแห่งตน
ขณะเดียวกันก็รับรู้ความต้องการของผู้อื่นด้วย และหากตอบสนองได้
หรือเอื้อเฟื้ออะไรได้ก็ให้กันไป เราก็จะผ่านภาวะยากลำบากนึ้ไปได้อย่างดี

เอาใจช่วยนะคะ … ครูขวัญ ^^

I’m very happy with the service and the quality and i recommend your website to my friends whenever i get the chance. ? Many rogue pharmacies are happy to bypass a doctor’s prescription in order to win your business.
This one of the best products in the market with the added value that refrigeration is not necessary. Natural alternative xenical? Our Online Canadian Pharmacy is also accredited by the Canadian International Pharmacy Association (CIPA).

,

<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0010.png"><br />Life is a long journey แห่งการเดินทางของชีวิต

Photo41
วันเวลาสมัยใหม่ได้ผลักดันให้มนุษย์เราเร่งรีบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ด้วยเป้าหมายที่ลดทอนให้สั้นลงเรื่อยๆ

โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่มีโปรเจ็คสาระพัด
โปรเจ็คที่ต้องทำให้เสร็จ ให้ไว ทำให้จิตใจ สมองใช้งานอย่างหนัก
และไม่มีเวลาใคร่ครวญกับสิ่งที่ทำลงไปในแต่ละชิ้นแต่ละอัน
เสร็จจากอันนั้นก็เป็นอันนี้ เสร็จจากคนนั้นต้องไปสร้างรายใหม่
เสร็จจากเป้าหมายเดิมก็ต้องทำเป้าหมายใหม่ ทำให้ผู้ที่แยกแยะไม่ได้ทำใจลำบาก
และก่อให้เกิดความเครียดเล็กๆ อย่างไม่รู้ตัว

http://greatvines.com/kamagra-shipping

ก็อยากจะบอกว่างานจะไม่น้อยลงมีแต่เพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่เพราะข้างนอก
แต่เพราะพลังงานในตัวเราเอง เคยทำอะไรสำเร็จ
พลังงานจะยืดขยาย และความสามารถจะเพิ่มขึ้นเสมอ

แต่ด้วยความไม่รู้ของมนุษย์เรา ลดทอนพลังของเราให้ลดลงเอง
ด้วยประโยคที่ว่า… ‘เหนื่อย’ และ ‘ไม่รู้จะทำไปทำไม’
เมื่อคำพูดเหล่านี้ปรากฏในสมอง ร่างกายจะหลั่งสารตามธรรมชาติ (ตามทฤษฏีสมอง)
และทำให้เราเกิดภาวะนั้นจริงๆ ยิ่งคิดตามยิ่งหาหลักฐานมามากมายว่าไม่ได้พักเลย
รวบรวมหลักฐานเป็นสัปดาห์ เดือนและปี
โดยไม่รับรู้เลยว่าเจ้าสมองนั้นมันชอบลบข้อมูล (อะไรไม่ได้ใช้จะลบออกอัตโนมัติ)
และบิดเบือนตามใจเจ้าของ ถ้าเราบอกว่าเหนื่อย สมองจะไม่รับรู้ความสำเร็จ

ไม่ว่าผู้คนรอบตัวเราจะชื่นชมผลงานเราเท่าไร
มันจะถูกลบด้วยความคิด “เหนื่อย” ของเราทั้งหมด
ทำให้ศักยภาพที่แท้จริงไม่ถูกจดจำ

ลองเปลี่ยนความคิดจาก เหนื่อย เป็น…

“โห ! อันมนุษย์เราสร้างผลงานมหัศจรรย์ได้เพียงนี้เชียวหนอ
นี่ฉันหรือ เก่งกาจระดับพระกาฬ ทำให้เจ้าของบริษัทสามารถขยายงานได้มากมาย
ขอบคุณสิ่งศักดิสิทธ์ ที่ให้ฉันได้มี ได้ใช้ความสามารถอันเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้
ขอบคุณพ่อแม่ เพื่อนฝูงพี่น้องที่เป็นกำลังใจ เมื่อยามท้อแท้
ขอบคุณพื้นที่ที่ยืนอยู่ เต็มไปด้วยผู้คนที่จดจำความสามารถของฉัน

เมื่อวันสุดท้ายของการทำงานมาถึงฉันมีเรื่องราวแห่งความสำเร็จ
ความภาคภูมิใจมากมายที่ได้เล่าให้ผู้คนรอบข้างฉันฟัง
และแล้วเมื่อการเดินทางแห่งชีวิตสิ้นสุดลง น้องๆ พี่ๆ และสหายเหล่านี้
จะมาเป็นพยานเล่าขานความดี ความมุ่งมั่น ขยัน อดทนของฉันสืบต่อไป”

ชีวิตก็มีแค่นี้ เลือกใช้ชีวิตที่เป็นประโยชน์ดั่งเช่นพ่อหลวงของเรา
ดีกว่าแลกกับการดำรงชีวิตไปวันๆ ไม่ได้สร้างคุณค่าให้แก่ผู้ใด

Tip: Watch your thought, it becomes your feeling
       Watch your feeling, it becomes an action
       Watch your action, it creates consequences

       ระวังความคิด…
       เพราะเราจะพูด ทำ ในแบบที่เราคิดเสมอ
       คิดดี ทำดี พูดดี อนาคตย่อมดีแน่นอน ^^

Great product. I do switch this probiotic with another brand just to keep my tummy from getting used to one product. Like this one the best. . We’re here to save you money on the very best prescription medication in the world.
Have recommended these to many friends over the past 2 years. ! Our ultimate goal is to provide safe generic drugs at the most competitive price.

<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0010.png"><br />Uncertainty (ความไม่แน่นอน)

Photo 40

ในภาวะของธรรมชาติที่ปราศจากความแน่นอน…คาดเดาไม่ได้
หลายคนก็หมดกำลังใจและไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไป
อะไรจะเกิดก็ปล่อยไปตามนั้น ไม่อยากรับผิดชอบและไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไป

อันตรายมาก…หากเราเริ่มสั่งสมภาวะของการทำทุกอย่างให้ดูปกติไปหมด
เบื่อหน่ายเป็นปกติ ทุกข์เป็นปกติ แก้ไขปัญหาไม่ได้เป็นปกติ
จะทำให้ไม่สามารถเกิดปัญญารับรู้สัจธรรมตามความเป็นจริงได้อีกต่อไป

ความจริงที่ว่านั้น คือ ธรรมชาติของมนุษย์นั้นทำให้ตนเองเจริญขึ้นเสมอ
การศึกษาเป็นวิธีประการหนึ่งที่ทำให้เราเกิดความคิดในการพัฒนาตน
เป็นการกระตุ้นสติรู้ให้ทำงาน…

หากเราไม่สนใจการเรียนรู้ อันเป็นอาหารของสติปัญญา
ที่ทำให้ปัญญานั้นเปล่งประกาย และเกิดการคิดต่อยอด
จนเกิดเป็นการมองเห็นวิธีพ้นทุกข์ ซึ่งก็คือการปรับใจ
และทำให้มองเห็นวิถีแห่งสัจจะในการรับมือกับความทุกข์ที่เกิดจากความเปลี่ยนแปลงนั้น…

บนโลกนี้มีความเปลี่ยนแปลงระดับใหญ่ๆ ตลอดเวลา
แต่ในระดับละเอียดคือ ความเปลี่ยนแปลงภายในกาย
อารมณ์ความรู้สึกที่แปรปรวนตลอดเวลา แล้วแต่ความละเอียดของสติปัญญาแต่ละคน
และแน่นอน ในความเปลี่ยนแปลงนี้ ก็มีความเปลี่ยนแปลงในการรับมืออีกด้วย

ในสมัยก่อนๆ นั้นบ้านเมืองยังมีปัญหาที่ไม่ซับซ้อนมาก
การเปลี่ยนแปลงต่างๆ นั้น นานๆ เกิดขึ้นครั้งหนึ่ง
และมักเป็นปัญหาของคนกลุ่มใหญ่ การช่วยกันคิดแก้ไขจึงเกิดขึ้นตลอด
มีผู้เข้ามาช่วยจัดการ ทำให้ปัญหาต่างๆ ลุล่วงด้วยดี เกิดกำลังใจ และไว้ใจในพลังกลุ่ม

แต่ปัจจุบันปัญหาเป็นลักษณะของส่วนบุคคลมากขึ้น เขามีปัญหา ฉันมีปัญหา
การจะละจากปัญหาที่มี เพื่อช่วยผู้อื่นนั้นบางทีแทบเป็นไปไม่ได้ ทำได้เพียงส่งใจไป
ภาวะเช่นนี้เกิดความซับซ้อนของปัญหาเชิงจิตใจที่ต้องแยกแยะ
และเรียนรู้วิธีทำใจให้เป็นปกติเร็วที่สุด ไม่หวั่นไหวมากเกินไป จนสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา
และยังต้องผสมผสานกับการใช้ทักษะ (Skill) แห่งการจัดการเข้ามา
เพื่อช่วยให้ก้าวข้ามปัญหานั้นไปได้ ด้วยการจัดการกับบางสิ่ง หรือบางครั้งอาจต้องร้องขอ
หรือต้องใช้เงินในการคลี่คลายปัญหานั้นให้หมดไป
เพื่อที่จะได้ไปต่อกับอนาคตตามเป้าหมายที่วางไว้

ขอฝากไว้ว่า… การรับมือกับโลกใหม่
หรือการรู้อะไรเพียงอย่างเดียว…อาจน้อยเกินไป
สำหรับการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง การหมดกำลังใจ
เพราะเราไม่สัมพันธ์กับผู้คน การพูดคุยกับผู้คนอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อเข้าใจความเป็นไปของโลกผ่านมุมมองของกลุ่มคน
ทำให้เรานั้นมีหลากหลายวิธีในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงแห่งชีวิตแต่ละครั้งได้ เป็นอย่างดี

Tip: Uncertain is certain.
พุทธอมตวาจา… “ความไม่แน่นอน คือ ความแน่นอน”

จงรับมือกับความไม่แน่นอนแห่งชีวิตอย่างกล้าหาญ
และไม่ย่นย่อกับการหาวิธีเพื่อก้าวข้ามปัญหาแห่งชีวิตไปให้ได้
เมื่อหลุดพ้นจากปัญหาต่างๆ นั้นแล้ว…
ก็จงใช้ชีวิตที่เหลือ เพื่อแบ่งปันวิธีพ้นทุกข์ของเราให้กับผู้อื่นต่อไป
เพื่อให้สมกับการเป็นพุทธบุตรแห่ง ‘พุทธะ’… สืบไป

This seemed to help me a lot. I noticed an effect after about 2 weeks of use. Canadian viagra? For a man with ED, a harder erection can lead to a more satisfying sexual experience. When it comes to hardness, this can help.

Time (เวลา เวลา)

Photo

ปัจจุบันดังที่เรามักได้ยินกันบ่อยๆ คือ ไม่มีเวลาเลย
งานเยอะมาก และไม่รู้ว่าจะเริ่มอะไรก่อนหลังดี
ทุกคนดูเหมือนมีงานทำเต็มมือ
และเหน็ดเหนื่อยกันชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าเราจะทำงานกันได้มหาศาลขนาดนี้

หากเรานับชิ้นงานกันจริงๆ ณ วันนี้คนทำงานต้องรับผิดชอบมากมายหลายอย่าง
เพราะความต้องการขององค์กรและลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น
และไม่เพียงเท่านั้นยังต้องรับผิดชอบเรื่องราวชีวิตส่วนตัวกันอย่างยากลำบากมากขึ้น
ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทุกวัน และเรื่องราวที่ต้องคิดเผื่ออนาคตนั้นมาก
และเป็นเรื่องที่ต้องกังวลมากมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น หากเรายังไม่ชัดเจนกับเป้าหมายในชีวิต การงาน ความสัมพันธ์
ยังอยู่กับการทำ และทำโดยไม่มีการวางแผนอย่างแยบคาย
ความสุข ความสงบคงเกิดขึ้นได้ยาก

ข้อผิดพลาดในการคิดของมนุษย์คือ เราคิดว่าเราสามารถจัดการเวลาได้
แต่ความเป็นจริงแล้ว เวลาไม่ได้สนใจใคร เวลาไม่เคยหยุดรอใคร
โดยธรรมชาตินั้นเวลาเลื่อนไปเรื่อยๆ ผ่านวัน ผ่านคืน เป็นอย่างนี้มากว่า 2000 ปี
จิตใต้สำนึกมนุษย์แค่ไม่เคยเรียนรู้จากเวลา…เท่านั้นเอง

เราบริหารเวลาไม่ได้…
แต่เราสามารถบริหารตัวเราได้ตามเวลาที่มีอยู่

แค่ต้องใช้ความคิดและการตั้งคำถามให้ตนเองเสมอๆ ว่า…
ด้วยเวลาที่เรามีอยู่นั้น ณ ตอนนั้น (in a moment) เราอยากจะทำอะไร
สิ่งนั้นสำคัญกับเราจริงๆ หรือไม่ หรือเห็นผลกระทบกับการไม่ลงมือทำนั้นหรือเปล่า

อย่าปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกนั้นสั่งเราได้ตามใจ
การใช้ชีวิตที่สมดุลคือ การบริหารเวลาและทรัพยากร
เพื่อสร้างสิ่งที่สำคัญในชีวิตเราในวันนี้
ด้วยสติที่รู้ว่าทำอะไรและจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า
และรู้ว่าหากไม่ทำอะไรจะไม่เกิดอะไรขึ้นในอนาคต

การแยกแยะโลกภายในจากเรื่องของเวลานั้นสำคัญยิ่ง
ไม่ว่าเราจะเรียกร้องหรือไม่เรียกร้องก็ตาม…เวลาก็จะผ่านไป
หากแต่…เมื่อเวลาในอนาคตกำลังเดินทางมาถึงนั้น ลองมองย้อนดูตัวเองซักนิดว่า…
เราได้เตรียมทรัพยากรในวันนี้ เพื่อตอบโจทย์อนาคตที่จะมาถึง
ในอีก1 ปีข้างหน้า 2 ปี ข้างหน้า 3 ปี 5 ปี และ10 ปี กันไว้แล้วหรือยัง…

และวันที่เราชราภาพนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเข้าใจเรื่องเวลาแห่งชีวิต
นั่นก็ทำให้เรามีการตระหนักรู้ว่าจะใช้ชีวิต เพื่อทำอะไรบ้างในวันนี้

Tip: Quality of life depends on the quality of time you spend today.
อนาคตของเราทำนายได้จาก…
การใช้เวลากับสิ่งที่เราทำในวันนี้ เพื่อเป็นตัวกำหนดอนาคตของเรา
ดังนั้น จงระวังและสำรวจการใช้เวลาของเราอย่างสม่ำเสมอ เพื่ออนาคตที่สมดุล :)

<img src="http://www.dhamdee.com/wp-content/uploads/2013/01/icon0010.png"><br />มือใหม่ (A Rooky)

38

ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลง เต็มไปด้วยหลากหลายข้อมูล
และทางเลือกมากมายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์
ในแต่ละวันเราต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารสำคัญมากมาย
ทำให้หลายๆ คนเริ่มคิดว่า “ตามไม่ทัน”

สิ่งที่ต้องใส่ใจให้ความสำคัญคือ เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นภายนอกจิตใจเรานั้น
เป็นเพียงแค่เหตุการณ์ มนุษย์ไม่ได้รู้สึกมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่าไรนัก
แต่เป็นการรับรู้ที่เกิดขึ้นภายในจิตใจต่างหาก

ซึ่งกระบวนการเชื่อมโยงภายใน แห่งสมองและจิตใต้สำนึกที่ทำงานอัตโนมัติ
และเริ่มให้ความหมายกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนเกิดความยึดมั่นผูกพัน
และเกิดเป็นความเชื่อในที่สุดนั้น ก่อให้เกิดมหาสงครามในใจที่เป็นเงื่อนปม อย่างมีนัยยะสำคัญจริงๆ

การเป็นมือใหม่ คือนักฝึกหัด การหกล้ม และการลุกขึ้นใหม่
ทำใหม่บ่อยๆ เป็นธรรมชาติของมือใหม่ แต่เมื่อใจไปเปรียบเทียบกับผู้อื่นที่เก่งกว่า
ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย ท้อแท้ และกังวล กลัวดูไม่ดี ต่างๆ นานา

ส่วนกระบวนการเชื่อมโยงภายใน แห่งความคิดนั้น
เมื่อเอาชนะสภาวะอารมณ์เหล่านี้ไม่ได้ก็จะหยุดการฝึกฝน
ทำให้ไม่สามารถไปต่อกับเส้นทางนั้นได้
แต่สิ่งที่ตามมาคือ ไม่สามารถพัฒนาจากมือใหม่มาเป็นผู้เชี่ยวชาญได้
เพราะในฐานะผู้เชื่ยวชาญต้องทำสิ่งเดิมซ้ำๆ จนเกิดเป็นทักษะและเป็นนิสัย
กระทั่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง…

ดังนั้น หากเราเข้าใจธรรมชาติของการเป็นมือใหม่
และหากเรามองว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องการทำให้เป็น
การฝึกฝนทำซ้ำจนชำนาญนั้นเป็นขั้นตอนที่ต้องผ่านให้ได้

ความเบื่อ ความหงุดหงิด เป็นแค่สภาวะอารมณ์บางอย่างของความคาดหวัง
เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็แสดงฤทธ์เดชตามธรรมชาติ
ฉะนั้น จงมองอนาคตเป็นสำคัญ จงบอกตนเองบ่อยๆ ว่า…
คนสำเร็จทุกคนก็ต้องมีการเริ่มต้นทั้งนั้น
ต้องไม่กลัวความผิดพลาดและความล้มเหลว
ต้องฝึกฝนต่อเนื่องนานนับปีอย่างไม่ย่นย่อ
เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ผู้อื่นในสังคม

ความสำเร็จนั้นมาคู่กับความมานะ บากบั่น ผ่านวันเวลาแห่งการเคี่ยวกรำ
ฝึกกายเอาชนะใจ จนได้มาซึ่งการทำได้อย่างคล่องแคล่ว จึงสมควรแก่การยกย่องจากสังคม

คุณค่าแห่งมนุษย์ คือ การลงมือทำในสิ่งที่ยาก ไม่ใช่การไหลตามโลก
จงให้คุณค่าแก่การบากบั่น อดทน พยายามอย่างแท้จริง
เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี ให้กับคนรุ่นต่อๆ ไปให้ได้มากที่สุด

มาเป็นมือใหม่ที่ฝึกฝนในสิ่งที่จะทำประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคม
เพิ่อเป็นแบบอย่างว่า “เราทำได้” ด้วยกันนะคะ…

เพราะผลสุดท้ายไม่ใช่สิ่งที่เราทำเป็น แต่เป็นการฝึกฝนกำลังภายใน
ให้เกิดสภาวะแห่งการเรียนรู้ เพื่อเติบโตจากภายในผ่านการฝึกฝนกายให้อยู่ในวินัย
และอดทนต่อการทำอะไรซ้ำๆ จนเชื่ยวชาญในที่สุด…

You don’t have to be good to start, but you have to start to be good.
เริ่มฝึกฝนสิ่งที่เราอยากเป็นตั้งแต่วันนี้ อีก 1 ปีข้างหน้า
เราจะได้ไม่มีคำว่า รู้อย่างนี้น่าทำตั้งแต่ปีที่แล้ว

ไม่ว่าคุณจะฝึกเรื่องใดๆ ในโลกก็ตาม ควรเริ่มต้นวันนี้เป็นการดีที่สุด…