สู่แดนพุทธภูมิ

‘ดูกรอานนท์ ชนเหล่าใด
เที่ยวจาริกไปยังเจดีย์ ๔ สถานเหล่านั้น
แล้วมีจิตเลื่อมใส ชนเหล่านั้นทั้งหมด
เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก
จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

พุทธวจน

แต่ก่อนใครที่ไปอินเดีย
แม้จะไปไหว้หรือไปเล่าเรียนศึกษา
ก็มักจะถูกมะรุมมะตุ้มรุมถามว่า ไปทำไม ไม่มีประเทศอื่นแล้วหรือ
สมัยก่อนผู้ถูกถามจะเหนียมอาย เพราะถูกมองว่าเป็นคนโบร่ำโบราณ
แต่เมื่อกลับมาจากอินเดีย สิ่งที่ได้กลับมาเต็มๆ
คือ สัจธรรมของชีวิต และประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง!

ทุกวันนี้ถนนแห่งศรัทธาทุกสายมุ่งสู่แดนพุทธภูมิ
ด้วยความร้อนรุมเร้าแผ่ไปจนโลกอนาทรทุกหย่อมหญ้า
ไม่ว่าหมู่ชนหมู่ใด ต่างได้รับความรุนแรงร้อนรนกันโดยทั่ว
การแสวงบุญ หาทางพ้นทุกข์ในรูปแบบต่างๆ
จึงเกิดขึ้นในทุกสาขาภาควิชา

เส้นทางสู่พุทธภูมิ คือ ไฮเวย์ทางด่วนสู่สุขวิมาน
เพื่อเพิ่มบุญใหญ่ให้กับชีวิต
และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับคนไปมานักต่อนัก
จากร้ายกลายเป็นดี จากเศรษฐีเป็นมหาเศรษฐี
จากคนล้มเหลว กลายเป็นสมหวัง
จากคนสวดมนต์ไม่เป็นกลายเป็นผู้แตกฉาน
จากคนไม่รู้ธรรม เป็นผู้รู้อรรถ รู้ธรรม
จากผู้ลังเลสงสัย กลายเป็นผู้เปี่ยมด้วยศรัทธาเชื่อมั่นในองค์พระศาสดา
เพราะแผ่นดินอินเดียมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ นั่นคือ สังเวชนียสถาน
มรดกของชาวพุทธ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตควรจะได้สัมผัส….

วันนี้ ละอองแห่งพระวรกายของพระพุทธองค์
ยังคงดำรงอยู่ในสังเวชนียสถานอย่างครบถ้วน
รอเราได้สัมผัมความจริงของชีวิตอย่างแท้จริง
จึงขอเชิญชวน เด็กน้อย ผู้ใหญ่ พ่อ แม่ ข้าราชการ พ่อค้า นักธุรกิจ
ที่มีสัญญาใจตรงกัน ชักชวนกันเดินไปทางในทางสายบุญ
ไหว้พระในดินแดนพุทธภูมิ สวดมนต์ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์
ประหนึ่งได้ย้อนกาลเวลาเข้าเฝ้าฯ พระพุทธองค์ ณ ดินแดนแห่งธรรม
ปฏิบัติบูชาเพื่อชำระดวงจิตของตนเองให้กลับมาสงบ สะอาด สว่าง อีกครั้ง

ดังที่ พระเทพโพธิวิเทศ หรือที่เรารู้จักในนาม ท่านเจ้าคุณวีรยุทธ์
หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ได้กล่าวไว้อย่างคมคายว่า
การเดินบนเส้นแสวงบุญ ยิ่งไปก็ยิ่งเพลิน ยิ่งเดินก็ยิ่งได้ ยิ่งไหว้ก็ยิ่งเห็น
ยิ่งสวดมนต์เป็น ก็ยิ่งยืนยงในเผ่าองค์พระพุทธศาสนา

น้อมคารวะทุกดวงจิตที่ดีงาม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์

ขอเชิญร่วมฟังธรรมบรรยายและกราบมนัสการ
พระเทพโพธิวิเทศ (วีรยุทธ์ วีรยุทโธ) หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล
พร้อมฟังเสวนาหัวข้อ ‘ชาวพุทธได้อะไรจากการแสวงบุญ ในแดนพุทธภูมิ’
และแถลงข่าวงานบุญทอดกฐิน ถวายเทียนพรรษา
ณ ๙ วัดไทยในแดนพุทธภูมิ และไม้ค้ำยันต้นพระศรีมหาโพธิ์
วันจันทร์ที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐
ณ หอประชุมพุทธคยา ชั้น ๒๒ อาคารอัมรินทร์พลาซ่า ราชประสงค์
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ๐๒ ๖๘๕ ๒๒๕๕ หรือ www.dmgbook.com/register

นอนดีๆ ไม่มีเครียด

ความเครียดเป็นเรื่องของจิต แต่มีผลเสียอย่างยิ่งต่อร่างกาย
หลายเดือนที่ผ่านมา เชื่อว่าคนไทยตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด
ทั้งจากปัญหาภายในและภายนอก ที่รุมเร้าชีวิตในปัจจุบัน
ภายใน เช่น อารมณ์ ความรู้สึก ความกลัว ความวิตก ฯลฯ
ภายนอก เช่น สถานการณ์บ้านเมือง เศรษฐกิจ สังคม ครอบครัว ฯลฯ
เป็นที่มาของ ‘โรคกาย’ และ ‘โรคใจ’

‘การนอนไม่หลับ’ เป็นสาเหตุหนึ่งงของโรคเครียด
ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของความเครียดที่ก่อตัวขึ้น และจะกลายเป็นมหันตภัยแห่งโรคร้ายต่อไป

คุณหมอวิโรจน์ ตระการวิจิตร ผู้เขียนหนังสือ เครียดอย่างฉลาด
ได้ให้คำแนะนำอาวุธสู้เครียดที่ดีมากๆ ราคาถูกที่สุด และง่ายที่สุด
ด้วยการนอนอย่างมีคุณภาพเท่านั้น ซึ่งก็มีหลักการง่ายๆ ดังนี้

  1. เข้านอนและตื่นให้ตรงเวลา

เป็นการตั้งนาฬิกาชีวิตให้กับระบบร่างกาย
พอถึงเวลานอนเราก็จะง่วง เวลาตื่นก็จะรู้สึกกระฉับกระเฉง

  1. อย่านอนทน เมื่อนอนพอแล้วก็ให้ตื่นลุกจากเตียงนอนทันที ไม่นอนเล่นต่อ
  2. อย่าทนนอน ถ้านอนไปครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่หลับ

ลุกขึ้นมา แล้วออกจากห้องนอนไปหาอะไรที่ผ่อนคลายทำจนรู้สึกว่าง่วง
แล้วค่อยกลับเข้าห้องไปนอน

  1. อย่าบังคับตัวเองให้นอน อย่าทำให้ตัวเองต้องรู้สึกว่า

การนอนเป็นงานประจำที่ต้องทำ การนอนควรเป็นเรื่องของธรรมชาติ
ที่ทำให้เรามีความสุข

  1. สร้างบรรยากาศการนอนที่ดี เช่น ความเงียบ

หรือหาเพลงผ่อนคลายเบาๆ อากาศสบาย เป็นต้น

  1. สร้างบรรยากาศห้องนอนที่ดี

ไม่นำสิ่งที่เกี่ยวกับงานและความกังวลเข้ามาในห้องนอน
เช่น โต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ

  1. ผ่อนคลายและลดความตึงเครียดก่อนนอน

มีหลายวิธี เช่น อาบน้ำอุ่น ฟังดนตรีผ่อนคลาย ทำสมาธิ เป็นต้น

  1. ฝึกเทคนิคสะกดจิตหรือผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพื่อเอาไว้ใช้ยามนอนไม่หลับ
  2. สร้างสุขนิสัยที่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ดื่มชากาแฟในช่วงเย็น

ไม่ดื่มสุราก่อนนอน ไม่สูบบุหรี่ ไม่หิวไม่อิ่มมากเกินก่อนนอน
ไม่พกความกังวลไปนอนด้วย

รักเมตตาต่อตนเองมากๆ หยิบยื่นสิ่งที่ดีเช่นการนอนที่ดีให้กับตัวเอง
แล้วคุณก็จะพบความจริงว่านอนดีๆ ไม่มีเครียด

สิ่งสำคัญที่สุด คือมุ่งเน้นแก้ ‘โรคใจ’ ด้วยการสละความเครียด
ความขุ่นมัวต่างๆ ซึ่งถือเป็นการเดินตามรอยพระพุทธองค์อย่างแท้จริง
มีอานิสงส์แก้ ‘โรคกาย’ ได้ดีที่สุด

น้อมคารวะทุกดวงจิตที่ดีงาม

วัดป่าแห่งแรกในสมัยพุทธกาล

https://scamquestra.com/20-kak-vse-nachinalos-u-finansovoy-piramidy-questra-agam-30.html

ปลูกป่าต้องปลูกที่ใจคนก่อน

“การปลูกป่าต้องปลูกที่ใจคนก่อน
แล้วคนเหล่านั้นก็จะปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน
และรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พ่อผู้ปลูกป่าในใจคนไทยทุกคน

ก่อนจะถึงวันสำคัญที่ชาวพุทธรวมใจกัน คืนป่าสู่วัด คืนธรรมสู่ใจ
ร่วมใจถวายแผ่นดินเป็นพุทธบูชา ณ วัดป่าสุขใจ ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้
มีข้อควรแนะนำที่ชาวพุทธควรทราบถึง
ขั้นตอนการใส่บาตรที่ถูกต้องและงดงาม

1. ก่อนใส่บาตร
* ในขณะที่รอ หรือใส่บาตรนั้น ให้ทำจิตใจให้บริสุทธิ์
* ในขณะที่รอใส่บาตรนั้น ให้ตั้งใจว่าจะใส่บาตรให้พระสงฆ์ สามเณรรูปใดก็ได้
ไม่จำเพาะเจาะจงองค์ใดองค์หนึ่ง หรือถูกใจใส่องค์นี้ ไม่ใส่องค์นี้
การไม่จำเพาะเจาะจง เรียกว่า สังฆทาน พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่ามีผลมาก
* ไม่ควรใส่หมวก ผ้ามัดเอว ผ้าโพกหัว
* บุญที่มีอานิสงส์มาก จิตใจของผู้ให้ทานต้องเบิกบาน
ยินดีในทานทั้งก่อนให้ ขณะให้ และหลังให้
ฉะนั้นระหว่างรอใส่บาตร ไม่ควรคิดฟุ้งซ่านไปเรื่องอื่น ควรมีใจจดจ่อกับทานที่กำลังจักให้
* อย่ายืนในจุดที่เหยียบเงาพระสงฆ์ (ตอนเช้าควรเลือกดูแสงอาทิตย์รุ่งอรุณนั้น
ฉายไปทางใด เราควรอยู่จุดใด ที่จะไม่เหยียบเงาพระสงฆ์)

2. นิมนต์พระ
เมื่อพระเดินมาก็นิมนต์ท่าน การนิมนต์ ก็ควรใช้คำว่า “นิมนต์ครับ/ค่ะท่าน”
การนิมนต์พระควรนิมนต์ด้วยความสำรวมและใช้เสียงดังพอประมาณ

3. การจบ
การจบ หมายถึง การเอามาทูนไว้ที่หัวแล้วอธิษฐาน
การจบ ควรใช้เวลาอธิษฐานแต่พองาม ไม่ต้องอธิษฐานนานจนเกินไป

4. ถอดรองเท้า ยืนด้วยเท้าเปล่า
จุดประสงค์ที่แท้จริงของการถอดรองเท้า ก่อนใส่บาตร
เป็นการให้ความเคารพพระสงฆ์โดยการไม่ยืนสูงกว่าท่าน
เพราะเวลาพระสงฆ์บิณฑบาตจะเดินเท้าเปล่า
การถอดรองเท้าและไม่ยืนสูงกว่าท่าน เป็นการแสดงความเคารพที่งดงามของชาวพุทธ

5. การใส่บาตร
* ของที่นำมาใส่บาตร ถ้าเพิ่งเสร็จจากการปรุง ควรดูด้วยว่าอาหารร้อนมากหรือเปล่า
เพราะบาตรทำจากโลหะเป็นชนวนทำให้บาตรร้อน
* ปริมาณที่ใส่ไม่ควรมากจนเกินไป
* การใส่ก็ควรวางในบาตรด้วยอาการสำรวม
* บรรจงนำของที่เตรียมมาใส่บาตรไปตามลำดับจนหมด (อันนี้เป็นการฝึกสมาธิไปในตัวด้วย)
* ขณะที่กำลังหย่อนอาหารใส่บาตรนั้น ไม่ควรพูด หรือชวนพระสงฆ์คุยเรื่องอื่น ให้ตั้งใจใส่บาตรจนสำเร็จ

6. การรับพร
หลังจากใส่บาตรเสร็จ พระสงฆ์จะให้พร
เราเป็นญาติโยม ก็ประนมมือรับพรกันตามระเบียบ
โดยอาจยืนหรือนั่งยอง ๆ ก็ได้ ก้มหัวแต่พองาม
ถ้าเป็นโยมผู้หญิงก็นั่งให้เรียบร้อย เหมาะสม
ระหว่างนี้ก็อุทิศส่วนกุศลให้คนที่รัก เจ้ากรรมนายเวรและอื่นๆ ก็ว่ากันไป

*ข้อพึงระวัง* ในการใส่บาตรตามธรรมเนียมอันงดงามแบบพระกัมมัฏฐาน
1) ห้ามนำธนบัตรใส่บาตร โดยเด็ดขาด กรุณานำไปร่วมบุญผ้าป่าที่จุดบริจาคทั้งหมด
2) งดการใส่ข้าวลงในบาตรโดยตรง กรุณาใส่ถุงพลาสติกให้เรียบร้อย
เพื่อความสะดวกรวดเร็ว อันจะเป็นประโยชน์แก่คณะสาธุชน เจ้าหน้าที่ก็ทำงานได้สะดวกขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อพระสงฆ์ เพื่อความงดงาม

  1. กราบพระต้องกราบ ๓ ครั้ง แบบเบญจางคประดิษฐ์

คือ ให้ส่วนของเข่าทั้งสอง ข้อศอกทั้งสอง หน้าผากหนึ่ง จรดพื้นทุกครั้ง

  1. อย่าถวายสิ่งที่เป็นอาหารทุกชนิด หลังจากท่านฉันอาหารเสร็จแล้วในวันนั้น

เมื่อมีศรัทธาให้มอบทายกหรือเก็บไว้ถวายวันต่อไป

  1. อย่าแตะต้องอาหารที่ถวายไว้แล้ว เว้นแต่จะนำไปถวายใหม่
  2. การถวายหรือประเคนสิ่งของ อย่าห่างเกินศอกโดยประมาณ

ยกของถวายให้พ้นพื้นพอแมวลอดได้ และถวายโดยอาการนอบน้อม

  1. การถวายของควรถวายตั้งแต่พระเถระลงมาจึงเหมาะสม
  2. ถวายจำพวกพืชคาม คือ พืชที่ปลูกขึ้นได้โดย หัว ราก ลำต้น เมล็ดเช่น ต้นหอม บัวบก มะเขือ องุ่น ฯลฯ

ต้อง “กัปปิยะ” โดยผู้ กัปปิยะ ใช้ของแหลมคม ไฟ หรือเล็บเพื่อตัด แทง จี้ หรือหยิกสิ่งนั้น
พร้อมกับกล่าวคำว่า “กัปปิยัง ภันเต” ขณะเดียวกันพระภิกษุผู้รับจะกล่าวว่า “กัปปิยัง กะโรหิ” แล้วจึงถวายได้

  1. การพูดกับพระภิกษุสงฆ์ ควรประนมมือด้วยความเคารพ
  2. เมื่อฟังธรรมต้องตั้งใจฟัง ไม่นอน สวมหมวก หรือใส่รองเท้า ฯลฯ
  3. เวลาพระภิกษุแสดงธรรม หรือให้โอวาทอยู่ อย่าพูดสอดแทรกในระหว่างนั้น

เมื่อใดที่เราได้ถวายของเลิศ เราก็จะได้สิ่งที่เป็นเลิศกลับมา
ขออนุโมทนากับทุกท่านที่ร่วมบริจาคต้นไม้ และสร้างวัดป่า
ร่วมรักษาธรรมชาติ รักษาธรรมะให้กลับคืนมา
อย่าลืม ชวนลูกหลานไทยทุกคนมาพร้อมเพรียงกันครับ

ขอกราบอนุโมทนาทุกดวงจิตที่ดีงาม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์

เชิญชวนทุกท่านร่วมปลูกป่า สร้างวัดป่าใกล้กรุงเทพฯ
ให้เป็นที่สัปปายะ สำหรับการเจริญภาวนา ณ วัดป่าสุขใจ บางบ่อ
เลยสนามบินสุวรรณภูมิไปครึ่งชั่วโมง พร้อมใส่บาตร ถวายจังหันเช้า
หลวงพ่ออินทร์ถวาย และพ่อแม่ครูอาจารย์ 40 กว่ารูป

ร่วมบุญปัจจัย:
1) ธ.กสิกรไทย สาขาสยามสแควร์ “มูลนิธิธรรมดีเพื่อสร้างวัดป่าสุขใจ” ๐๒๖-๒-๓๘๕๐๘-๘
2) ร่วมบุญได้ที่ วัดเมตตากิตติคุณ ต.น้ำพ่น อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

*ต้องการรับใบอนุโมทนาบัตร กรุณาส่ง ใบโอนเงิน พร้อม ชื่อ-ที่อยู่ ระบุ “สร้างวัดป่าสุขใจ” แล้วส่งมาได้ที่ โทรสาร ๐ ๒๖๑๐ ๒๓๗๘ หรือ อีเมล์ dhamdeeonline@gmail.com

รายละเอียดการสร้างวัดป่า – www.do-d-foundation.com

พระป่า วัดป่า…

พระภิกษุ ฝ่ายที่มุ่งศึกษาธรรม โดยการกระทำหรือลงมือปฏิบัติ
และพำนักอยู่ตามป่าเขา ที่สงบ สงัด สะดวกต่อการปฏิบัติ
เรียกว่าพระฝ่ายอรัญวาสี พระธุดงคกรรมฐาน หรือ พระป่า
ระภิกษุ ที่ได้รับการยกย่องนับถือว่า เป็นพระบุพพาจารย์ใหญ่แห่งกองทัพธรรม
พระกรรมฐานในประเทศไทย ได้แก่ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ผู้ได้บำเพ็ญความเพียร
ในขั้นเอกอุ จนบรรลุถึงธรรมชั้นสูงสุด ท่านได้ให้การอบรม สั่งสมบารมีธรรม
แก่ภิกษุสามเณร จนมีศิษย์เป็นพระธุดงคกรรมฐาน ผู้ทรงคุณธรรม
สัมมาปฏิบัติ ออกจาริธุดงค์ เผยแผ่ธรรมนำศรัทธาสาธุชน ได้ผลดีเป็นอันมาก
และได้สร้างวัดวา ศาสนสถาน ตามแบบที่เรียกว่า ‘วัดป่า’ ที่เน้นธรรมชาติ ความเรียบง่าย
สะอาด สงบ สว่าง ด้วยแสงธรรม

พระสายนี้ ชาวบ้านศรัทธาเรียกว่า พระธุดงคกรรมฐาน หรือ
พระป่าสายท่านพระอาจารย์มั่น  ภูริทัตโต ซึ่งดำเนินปฏิปทาตามแนวพ่อแม่ครูอาจารย์
พระป่าพระธุดงคกรรมฐาน จะปฏิบัติต่อครูอาจารย์ ที่เรียกท่าน ด้วยความเคารพอย่างสูงว่า
“พ่อแม่ครูอาจารย์” ด้วยความเคารพนับถือ ดุจบิดรมารดาแลครูอาจารย์
ผู้เป็นพ่อแม่ ครูอาจารย์ ก็จะปกครอง อบรมดูแล ลูกศิษย์ ด้วยความเมตตาดุจพ่อแม่ แลครูอาจารย์ เช่นกัน

พระป่าทุกองค์ จะต้องรักษาศีล อย่างบริสุทธิ์ ในกระบวนไตรสิกขา ศีลสมาธิปัญญานั้น
ศีล เป็นข้อที่ง่ายที่สุด และเท่ากับ เป็นเครื่องทดสอบ สมณะเพศ
เพราะการรักษาศีล ต้องการศรัทธา ความตั้งใจ  ถ้าผู้ใดรักษาศีลให้บริสุทธิ์ไม่ได้
ก็อย่าหวังเลย ที่จะก้าวหน้า ในทางธรรมชั้นสูง

พระป่า สายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ผู้มอบกายถวายชีวิต ในพระพุทธศาสนา
ดำเนิน เดินตามทางรอยธรรม พ่อแม่ครูอาจารย์ ธุดงคจาริกไป ตามวนาป่าเขา
เพื่อผลานิสงส์ ในการเพิ่มพูน บารมีธรรมแห่งพระบรมศาสดา สัมมาสัมพุทธเจ้า
เพื่อมรรคผล นิพพาน เพื่อสงเคราะห์โลก แลสรรพสัตว์ เป็นเนื้อนาบุญ
ของพระพุทธศาสนา เป็นขุนพลกล้า แห่งกองทัพธรรมพระกรรมฐาน
ที่มีคุณูปการ อเนกอนันต์ ตราบนิรันดร์สมัย

สำหรับ ผู้ที่เคยเข้าไปสัมผัสวัดป่าเป็นครั้งแรก ความรู้สึกที่กระทบจิตใจ เมื่อย่างเข้าถึงเขตวัดป่า
คือ “ความร่มรื่น” ซึ่งเกิดจาก ต้นไม้น้อยใหญ่ภายในวัด
สิ่งกระทบใจ ประการที่สอง คือ ความสะอาด และ มีระเบียบ
“ความสงบเงียบ” ไม่อึกทึก พลุกพล่าน ต้นไม้ ธรรมชาติ จะได้รับ การรักษา ให้ยืนยง คงอยู่

กุฏิเสนาสนะ ที่พำนัก ของพระป่า จะปลูกสร้าง อย่างเรียบง่าย สมถะ ด้วยวัสดุพื้น ๆ
เว้นแต่บางแห่ง ที่มีคณะศรัทธาญาติโยมสร้างถวาย ก็อาจใช้วัสดุหรือการก่อสร้าง
ที่พิถีพิถัน แต่บางแห่ง ท่านก็ไม่ยอมให้สร้างใหญ่โต หรือพิถีพิถันเกินไป
เพราะเกรงว่า จะทำให้ พระคุ้นกับความสบาย จน “ติดสุข”
ไม่อยากออกไป เผชิญความลำบาก ในการออกเดินธุดงค์ ซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญของพระป่า

ดยทั่วไป ภายในกุฏิของพระป่า จะมีเพียงกลด พร้อมด้วยมุ้งกลด เสื่อ ปูนอน เครื่องอัฐบริขาร
ผ้าห่มนอน จีวร ตะเกียง หรือเทียนไข และหนังสือที่หัวนอน อาจมีหิ้งพระ รูปพระอาจารย์ต่างๆ
ส่วนของมีค่า อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายนั้น ท่านไม่สะสม
กุฏิแต่ละหลัง ผู้พำนักอาศัย ต้องรักษา ให้สะอาด ทั้งในกุฏิ และบริเวณ

พวกชาวเมือง ที่ได้ไปเยือนวัดป่าครั้งแรก มักจะแปลกใจว่า ท่านทำอย่างไร วัดจึงสะอาด
ทั้งๆ ที่ มีต้นไม้ เต็มไปหมด ทุกแห่ง ทางเดินของท่าน ก็โล่งเตียน ห้องน้ำ ก็สะอาด ศาลา ก็สะอาด
คำตอบคือ พระป่า ท่านปฏิบัติตามพระวินัย ท่านต้องรักษาเสนาสนะ ที่อยู่อาศัย และบริเวณ
ให้สะอาด ทุก ๆ วัน เวลาประมาณ บ่ายสามโมง เป็นเวลาปัดกวาดลานวัด
ซึ่งปกติท่าน สมภาร หรือ ประธานสงฆ์ ก็จะลงมือกวาดด้วย ยกเว้นก็แต่ผู้อาพาธเท่านั้น
งานปัดกวาดนี้ใช้แรงมาก เพราะไม้กวาดหนักและด้ามยาว กว่าจะแล้วเสร็จก็เหงื่อท่วมตัว
ซึ่งเท่ากับเป็นการออกกำลังกายไปในตัว พระป่าท่านเดินจงกรม เดินบิณฑบาต ทุกวัน
ถูศาลา ทุกวัน และกวาดวัดทุกวัน ท่านจึงแข็งแรงและสุขภาพดี

ระป่า ท่านมีคติอีกอย่างหนึ่ง คือ ไม่ว่าวันไหน จะบิณฑบาต ได้ภัตตาหารมากน้อยเท่าใด
ต้องฉันแต่น้อย แต่พอดี แม้จะมีอาหารล้นเหลือ ก็จะไม่ฉันจนอิ่มตื้อ เพราะถ้าทำเช่นนั้น จะง่วง
ภาวนาไม่ได้ นอกจากระวังไม่ฉันมากแล้ว พระป่าท่านยังระวัง ไม่ให้ติดรสอาหารด้วย
โดยการหลีกเลี่ยงอาหารที่อร่อย ทั้งนี้เพราะเกรงว่าจะ “ติดสุข” นั่นเอง
ในเวลาฉัน ต้องพิจารณาตามแบบที่พระพุทธเจ้าทรงสอน พูดง่าย ๆ คือว่า กินเพื่ออยู่ เพื่อประทังชีวิต
ประทังความหิว ท่านจึงเงียบสงบ ระหว่างฉัน ไม่สนทนาพาทีอะไรกัน
เพราะท่านต้องพิจารณาอาหารไปด้วย
กิจวัตรของพระป่า คือ ตื่นนอน ตั้งแต่ตีสาม หรือตีสี่ เพื่อปฏิบัติภาวนา สวดมนต์ ทำวัตรเช้า
ทำกิจส่วนตัว แล้วเตรียมตัวออกบิณฑบาต ครั้นรุ่งอรุณ พระป่าจากอรัญญวาสีจะออกบิณฑบาต
เป็นแถว เป็นแนว เป็นระเบียบ

นับเป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่สำหรับสาธุชน ที่จะได้มีโอกาสร่วมสร้างวัดป่าสุขใจ บางบ่อ
อยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร เพียงครึ่งชั่วโมงจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเป็นสถานปฏิบัติที่สัปปายะ
สำหรับพระสายวัดป่า และพุทธศาสนิกชนผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระศาสนา
วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม เวลา 7 โมงเช้าถึงเที่ยง เชิญมาใส่บาตรหลวงปู่อินทร์ถวาย
และพระสายวัดป่า 40 รูป ถวายจังหันเช้า ปลูกป่า และทอดผ้าป่า สร้างสถานที่เพื่อคืนป่าสู่วัด
คืนธรรมสู่หัวใจคน .. เป็นมหากุศลที่สำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต
ดูกำหนดการ แผนที่ ได้ที่ www.do-d-foundation.com

ขอให้ทุกท่าน ‘สุขใจ’ ตลอดไป
อนุโมทนาสาธุครับ

อริยประเพณี

เกิดมาเป็นมนุษย์กี่ร้อยกี่พันชาติก็ตาม
ถ้าไม่ได้สัมผัสสัมพันธ์
ไม่มีความเคารพยึดถือ
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะแล้วถือว่า
ตายเปล่าๆ เกิดเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย

ธรรมโอวาท องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน

โอกาสสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต ที่เราทุกคนจะได้ร่วมกัน
คืนผืนป่าสู่แผ่นดิน คืนธรรมะสู่หัวใจคนไทย
อาทิตย์ที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ร่วมกันปลูกป่า สร้างวัดป่าสุขใจ
เพื่อเป็นสัปปายะสถานสำหรับพระสงฆ์สุปฏิปันโนได้สืบทอดอริยประเพณี
สืบสานวัตรปฏิบัติแห่งพระกรรมฐานสายวัดป่า
เพื่อกอบกู้ศรัทธาและหัวใจของพุทธศาสนิกชน

ปาฏิหาริย์แห่งธรรมจะบังเกิด ณ สถานที่อันเป็นมงคลแห่งนี้
วัดป่าสุขใจ (บางบ่อ)  ถนนบางนา-ตราด จังหวัดสมุทรปราการ
สาขาของวัดเมตตากิตติคุณ จังหวัดอุดรธานี
อาจเป็นครั้งเดียวในชาตินี้ หรือครั้งแรกในสังสารวัฏฏ์
กับการได้สร้างวัดป่าตั้งแต่แรกเริ่ม ใกล้กรุงเทพมหานครเพียง 40 นาที

มาสุขใจด้วยกันในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคมนี้ครับ
รายละเอียดเพิ่มเติม – http://www.do-d-foundation.com/

คืนป่าสู่วัด คืนธรรมสู่ใจ

กำหนดการ
วันอาทิตย์ที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๗.๓๐ ถึง ๑๑.๐๐ นาฬิกา
ณ พื้นที่จัดสร้าง วัดป่าสุขใจ (บางบ่อ) ต.เปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ *************************************************************
๐๗.๓๐ น. คณะสงฆ์ เดินทางถึงบริเวณจัดสร้าง วัดป่าสุขใจ (บางบ่อ) อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ๐๗.๔๕ น. คณะสงฆ์ รับบาตร / รับถวายจังหันเช้า
๐๙.๐๐ น. คณะสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์
๐๙.๔๕ น. พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก ประธานฝ่ายสงฆ์ ปรารภธรรม และทอดผ้าป่าฯ ๑๐.๓๐ น. พลเรือเอกชุมพล ปัจจุสานนท์ องคมนตรี ประธานฝ่ายฆราวาส และคณะสงฆ์ ปลูกไม้มงคล ๙ ชนิด พร้อมด้วยประชาชนผู้เข้าร่วมงาน รอบบริเวณฯ

ครั้งหนึ่งในชาตินี้ และอาจเป็นครั้งแรกในสังสารวัฏฏ์
ร่วมสร้างวัดป่าตั้งแต่แรกเริ่ม .. ปลูกป่า ปลูกต้นไม้
ปลูกธรรมะในหัวใจคน ณ วัดป่าสุขใจ บางบ่อ
อาทิตย์ 11 พฤษภาคม ตักบาตรพระป่า 40 รูป
นำโดย หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสฺโก ..

ร่วมบุญที่ บัญชีออมทรัพย์ ธ.กสิกรไทย สาขาสยามสแควร์
“มูลนิธิธรรมดีเพื่อสร้างวัดป่าสุขใจ” เลขที่ 026-2-38508-8
รายละเอียดเพิ่มเติม – http://www.do-d-foundation.com/

(*กรณีต้องการใบอนุโมทนาบัตร*) กรุณาแจ้งการโอนเงิน
พร้อมชื่อ-ที่อยู่ และระบุว่า “สร้างวัดป่าสุขใจ” ได้ที่
โทรสาร 0 2610 2378 หรือ dhamdeeonline@gmail.com

ร่วมบุญต้นไม้ เปิดรับพันธุ์ไม้ ดังนี้:
กฤษณา/ กันเกรา/ ข่อย/ จักร/ จั๋ง/ จันทร์กระพ้อ/ จำปา/ จำปี/ ตะเคียน/ ตีนเป็ดน้ำ/ ไทร/ บุญนาค/ บุณฑริก/ พะยอม/ พิกุล/ มุจจลินทร์ (จิกน้ำ)/ โมก/ ยางนา/ ลำดวน/ สาละ

ความกตัญญู คือ มงกุฎแห่งความดี

‘พระเจ้าตากไม่ได้สติวิปลาส และถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์
ดังที่ได้บันทึกในประวัติศาสตร์ ความจริงเป็นพระประสงค์ของพระองค์เอง
ที่จะสละความเป็นกษัตริย์ เพื่อหันไปออกผนวชเป็นพระภิกษุ
จึงได้ขอร้องให้พระสหายร่วมสาบานปราบดาภิเษกแทน (พระสหายนี้คือรัชกาลที่ ๑ นั่นเอง)
ความจริงพระสหายนั้น มีความซื่อสัตย์ภักดีต่อพระเจ้าตากเป็นมั่น
มิได้มีความคิดที่จะก่อกบฏหรือหวังขึ้นตั้งตัวเป็นกษัตริย์
และก็ไม่ยอมทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าตาก
แต่ด้วยเหตุผลของพระเจ้าตากว่า พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ยากจนเข็ญ­ใจ
เงินในท้องพระคลังไม่มีเลย ไม่มีแม้แต่เบ­ญจราชกกุธภัณฑ์
(เครื่องหมายแสดงความเป็นพระราชา)

เนื่องจากผลของสงคราม ทำให้ข้าวยากหมากแพง
พระองค์ต้องช่วยเหลือราษฎรของพระองค์ จนต้องเป็นหนี้กับจีนถึงหกหมื่นตำลึง
ถ้าหากพระองค์จะค่อยๆ ผ่อนใช้ก็พอได้ แต่เมื่อรู้ว่าจีนคิดมิซื่อ หวังยึดเอาไทยเป็นของตน
ดังนั้นจึงมิอาจยอมได้ ทรงคิดว่าการผลัดแผ่นดินเป็นการล้างหนี้ที่ดีที่สุด

เรื่องเล่าจากประสบการณ์ของหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน
ข้อความข้างต้นเป็นที่ประจักษ์แจ้งว่า แผ่นดินที่เราได้อาศัยอยู่ทุกวันนี้
เป็นความเสียสละอันหาที่สุดไม่ได้ของพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์

ในวาระวันสงกรานต์ ถือเป็นโอกาสสำคัญ
ที่ลูกหลานไทยจะรวมพลังแสดงความกตัญญูกตเวทิตาธรรม
ระลึกถึงดวงพระวิญญาณสมเด็จมหากษัตราธิราชเจ้า และวีรชนคนกล้า
ที่ทรงสละชีวิต เลือดเนื้อ ชื่อเสียง เพื่อรักษาชาติไทยไว้ให้กับอนุชนคนรุ่นหลัง
ด้วยการปฏิบัติบูชา ตั้งมั่นในศีลธรรมความดีงาม

เชิญชวนคนไทยทุกคนรวมพลังบุญใหญ่เพื่อแผ่นดิน
น้อมถวายลมหายใจเป็นพุทธบูชา ใส่บาตรพระสงฆ์ ๑๐๘ รูป
เจริญพระพุทธมนต์ บวงสรวงพระเจ้าตากสินมหาราช
ณ วงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี วันจันทร์ที่ ๑๔ เมษายน เวลา ๗.๐๐ น
พร้อมร่วมปล่อยปลาสองพันกิโลกรัม ณ วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร

ที่สำคัญคือ การแสดงความกตัญญูต่อบุพการีผู้ให้กำเนิด
นับเป็นสิ่งประเสริฐ และเป็นมงคลชีวิต
สามารถกลับไปอ่านขั้นตอนการรดน้ำดำหัว
กราบพระอรหันต์ในบ้าน ได้ที่
http://www.dhamdee.com/?p=1980

เพราะความกตัญญู คือ มงกุฎแห่งความดี!

ดนัย จันทร์เจ้าฉาย

เรื่องเด่นประจำฉบับ

เชิญชวนคนไทยทุกคนรวมพลังบุญใหญ่เพื่อแผ่นดิน
บวงสรวงพระเจ้าตากสินมหาราช
ดูกำหนดการได้ที่เว็บไซต์มูลนิธิธรรมดี http://www.do-d-foundation.com/
ร่วมบุญเป็นเจ้าภาพจัดงาน ที่บัญชีออมทรัพย์ “มูลนิธิธรรมดี”
ธ.กสิกรไทย สาขาสยามสแควร์ เลขที่ ๐๒๖-๒-๒๕๓๗๗-๗
(พิเศษงานนี้ มีการปลุกเสกเหรียญสองมหาราช
พระนเรศวรและพระเจ้าตาก มอบให้กับทุกท่านที่เข้าร่วมงาน)
คืนป่าสู่วัด คืนธรรมสู่ใจ
เชิญชวนร่วมงานพิธีทำบุญ เพื่อความเป็นสิริมงคลและร่วมปลูกป่า
ณ บริเวณจัดสร้าง วัดป่าสุขใจ (บางบ่อ) ต.เปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ
ในวันอาทิตย์ที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๐๐ ถึง ๑๑.๐๐ นาฬิกา
จะมีสักกี่ครั้งในชีวิต ที่จะได้ร่วมสร้างวัดป่าตั้งแต่เริ่มสร้าง!

ฉันพร้อมที่จะยอมตายเพื่อชาติ

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี เล่าถึงพระเจ้าตากสินไว้ว่า
“พระเจ้าตากสินทรงกู้ชาติสมัยที่กรุงศรีอยุธยาแตก ในคราวนั้นได้ตีฝ่าข้าศึกออกมา
จะเอาเงินที่ไหนออกมา แล้วในระหว่างกู้ชาติ จะเอาเงินทองที่ไหนมา
การบริหารประเทศต้องใช้เงิน จึงต้องมีการกู้ยืมกัน…
เป็นพระราชประสงค์ของพระเจ้าตากสินเอง เพื่อให้ชาติไทยอยู่รอด
ทรงความเป็นชาติไทยต่อไป เพราะอะไรพระองค์จึงไม่ทรงสละราชสมบัติเฉยๆ
นั่นเป็นเรื่องของการเมือง ทำไม่ได้ พระเจ้าตากสินมหาราชไม่ใช่เป็นกษัตริย์ที่มีความโง่
ไม่รู้เท่าทันคน ถ้าพระองค์มีความโง่ไม่รู้เท่าทันคนแล้ว จะทรงกู้ชาติได้อย่างไรภายในปีเดียว”

ท่านยังได้เล่าถึงความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นระหว่างสมเด็จพระเจ้าตากสิน
กับสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ผ่านหนังสือ “ตายแล้วไปไหน” เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ไว้ว่า ..

ในบั้นปลายชีวิตสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงคิดว่า “ถ้าเราเป็นกษัตริย์ต่อไป เราก็ต้องใช้หนี้เขา
เงินก็ไม่มีจะใช้หนี้เขา” วันหนึ่งจึงทรงเรียกสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก
หรือสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ซึ่งเป็นพระสหาย เข้ามาพบในวัง
ทรงเล่าเรื่องตามความเป็นจริงให้ทราบ แล้วตรัสว่า

อีกไม่กี่วัน เจ้าสัวเขาจะมาทวงเงินเขา ด้วงก็รู้อยู่แล้วนี่ว่า
ฉันเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ยากจนที่สุด ฉันไม่มีทรัพย์ที่ไหนมาเลย
ต้องกู้เงินเจ้าสัวเขามาจับจ่ายใช้สอย เวลานี้ฉันก็เป็นหนี้เบี้ยหวัด เงินเดือน เงินปี
ของข้าราชการอยู่มาก ยังชำระไม่หมด การรบทัพจับศึกก็ไม่เสร็จ ทำอยู่ตลอดเวลา
การจับจ่ายใช้สอยมันก็มาก ถ้าฉันจะเอาเงินใช้หนี้เขาก็ไม่พอ
เราก็จะต้องกู้หนี้ยืมสินเขาใหม่อีก และเงินเก่าเราก็ไม่มีให้เขาพร้อมทั้งดอกเบี้ย
ฉันลำบากมาก

ถ้ากระไรก็ดี ด้วงจะต้องเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เวลานี้เขมรแข็งเมือง ให้ด้วงยกทัพไปตีเขมร
เอาลูกชายสองคนของฉันไปด้วย และเมื่อไปตีเขมรได้แล้ว ไม่ต้องเอาลูกชายฉันมา
ให้ครองอยู่ที่นั้น ด้วงกลับมา ด้วงเป็นกษัตริย์ สำหรับเงินที่จะต้องใช้ให้แก่ข้าราชการ
เบี้ยหวัด เงินปีต่างๆ ที่คั่งค้าง ฉันเตรียมไว้แล้ว และเงินอีกส่วนหนึ่งที่จะใช้
เวลาด้วงเป็นกษัตริย์ฉันก็เตรียมไว้แล้ว รวมเป็นสามส่วนด้วยกัน

ซึ่งในระยะไม่ช้า เจ้าสัวเขาก็จะมาทวงเงินเขา ซึ่งตอนนี้แหละ
ด้วงจะต้องเป็นพระเจ้าแผ่นดิน และฉันจะต้องพ้นจากตำแหน่งพระเจ้าแผ่นดิน
แต่ด้วงทำงานคราวนี้ต้องทำในรูปขบถยึดอำนาจจากฉัน แต่การยึดอำนาจกันเฉยๆ
ใครๆ เขาจะคิดว่าด้วงเป็นคนอกตัญญู เห่อเหิมมาก ฉันจะทำทีเหมือนว่าเป็นนักบวช
และทำเป็นสติฟั่นเฟือนในที่สุด กลับมาแล้วด้วงก็จับฉันประหารชีวิต
แต่การประหารชีวิตฉันนั้น จะประหารจริงหรือหลอก ก็ให้เป็นวิธีการของด้วง
ฉันพร้อมที่จะยอมตายเพื่อชาติ

เมื่อสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกรับสถาปนาเป็นพระเจ้าแผ่นดิน
มีคำสั่งให้เอาพระเจ้าตากสินมาประหารชีวิตโดยการใส่กระสอบ
แล้วทุบด้วยท่อนจันทน์จนตาย แต่คนที่อยู่ในกระสอบจริงๆ คือ นักโทษประหาร
พระเจ้าตากสินลงเรือไปนครศรีธรรมราชแล้วบวชเป็นพระสงฆ์
ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงตาพรหมา ท่านเจริญพระกรรมฐานอยู่ในป่าลึกเงียบสงัดจนสิ้นชีวิต

“สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ยอมเสียชื่อเสียงให้คนเขาเข้าใจว่าเป็นบ้า
และถูกออกจากกษัตริย์ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ก็ต้องยอมเสียชื่อในฐานะเป็นขบถ
แต่ความจริงทั้งสองท่านนี้ทำเพื่อไทยทั้งชาติ”

ทั้งสองพระองค์ต่างเป็นนักรบเคียงบ่าเคียงไหล่ กอบกู้เอกราชชาติไทยมาด้วยกัน
และศรัทธาพระพุทธศาสนาเหนือสิ่งอื่นใด จึงเป็นไปไม่ได้ที่ทั้งสองจะมาแย่งแผ่นดิน
เพียงเพราะต้องการความเป็นใหญ่

ปีพุทธศักราช ๒๕๕๗ เป็นวาระสำคัญครบรอบ ๒๘๐ ปี วันพระราชสมภพของ
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนรวมพลังบุญใหญ่เพื่อแผ่นดิน
“เปิดฟ้ากรุงธนบุรี เปิดฟ้าสยามประเทศ” น้อมถวายลมหายใจเป็นพุทธบูชา
ใส่บาตรพระสงฆ์ ๑๐๘ รูป เจริญพระพุทธมนต์ บวงสรวงสักการะดวงพระวิญญาณ
ณ บริเวณวงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี วันจันทร์ที่ ๑๔ เมษายน เวลา ๗.๐๐ น
พร้อมร่วมปล่อยปลาสองพันกิโลกรัม ณ วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร
ดูกำหนดการได้ที่เว็บไซต์มูลนิธิธรรมดี www.do-do-foundation.com
ร่วมบุญเป็นเจ้าภาพจัดงาน ที่บัญชีออมทรัพย์ “มูลนิธิธรรมดี”
ธ.กสิกรไทย สาขาสยามสแควร์ เลขที่ ๐๒๖-๒-๒๕๓๗๗-๗

ดนัย จันทร์เจ้าฉาย

เชิญร่วมฟังธรรมบรรยายและฝึกวิปัสสนากรรมฐานตามแนวทางของ
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์แห่งกองทัพธรรม วันศุกร์ที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๗
เวลา ๑๙.๐๐ – ๒๐.๓๐ น ณ งานวัดลอยฟ้า ญาณสังวร ๑๐๑ โรงแสดงธรรม ชั้น ๕ สยามพารากอน
โอกาสครั้งสำคัญในชีวิตที่จะได้ฟังธรรม ปฏิบัติธรรมกับพระอริยะผู้สืบสายตรงจากหลวงปู่มั่น
สนใจลงทะเบียนเข้างานฟรี โทร. ๐๒ ๖๘๕ ๒๒๕๕ หรือ www.dmgbooks.com

เป็นความสัตย์แห่งข้า

เป็นความสัตย์แห่งข้า
ข้าทำความเพียรมิได้คิดแก่กายและชีวิต
ทั้งนี้จะปรารถนาสมบัติพัสถานอันใดหามิได้
ปรารถนาแต่จะให้สมณะชีพราหมณ์สัตว์โลกเป็นสุข
อย่าให้เบียดเบียนกัน ให้ตั้งอยู่ในธรรมปฏิบัติ
เพื่อที่จะเป็นปัจจัยแก่โพธิญาณสิ่งเดียว
ถ้าแลผู้ใดอาจสามารถอยู่ในราชสมบัติให้สมณพราหมณ์ประชาราษฎรเป็นสุขได้
จะยกสมบัติทั้งนี้ให้แก่บุคคลผู้นั้น แล้วข้าจะไปสร้างสมณธรรมแต่ผู้เดียว
ถ้ามิฉะนั้น ปรารถนาศีรษะและหทัยวัตถุสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็จะให้แก่ผู้นั้น

พระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่เมืองพุทไธมาศ เวลา บ่าย ๓ โมงเศษ
จะมีสักกี่คนที่ล่วงรู้ว่า สมเด็จพระเจ้าตากสิน คือ ‘จอมทัพ’ กอบกู้แผ่นดิน
ที่มีพระราชทรัพย์น้อยที่สุด กรำศึกหนักที่สุด แต่กลับสร้างอาณาจักรสยามได้ยิ่งใหญ่
และเกรียงไกรที่สุด และทรงทำทุกอย่างเพื่อส่งต่อแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์นี้
ให้กับลูกหลานไทยมาจวบจนปัจจุบัน

พระองค์ได้ตีฝ่าวงล้อมเอาชีวิตเข้าแลกกับเหล่าผู้รุกราน
เพียงหวังเพื่อรักษาแผ่นดินให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยและที่สำคัญยิ่ง
ทรงได้น้อมถวายผืนแผ่นดินนี้เป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ให้ชาติอยู่คู่พระศาสนา และพระศาสนาอยู่คู่สถาบันพระมหากษัตริย์สืบไป

ในวันที่ ๑๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ จักเป็นสำคัญยิ่ง
ที่ลูกหลานชาวไทยจะได้ระลึกถึงวันครบรอบพระราชสมภพ ๒๘๐ พรรษา
ซึ่งเป็นกาลสำคัญที่เหล่าพสกนิกรลูกหลานของพระองค์จักได้ล่วงรู้ความจริงในแง่มุมใหม่
จากคำบอกเล่าครูบาอาจารย์ผู้เป็นอริยสงฆ์ พร้อมถวายราชสดุดีตามรอย
พระราชกรณียกิจการสร้างชาติของพระองค์ กับงาน..

๑) รวมพลคนรักพระเจ้าตากสินมหาราช วันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
ณ หอประชุมพุทธคยา ชั้น ๒๒ อาคารอัมรินทร์พลาซ่า
๒) งาน “พลังบุญใหญ่แห่งแผ่นดิน เปิดฟ้ากรุงธนบุรี เปิดฟ้าสยามประเทศ”
โดยจัดพิธีบวงสรวงฯ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ณ บริเวณอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วงเวียนใหญ่
ในวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ น. – ๑๑.๐๐ น.
สอบถามรายละเอียด ๐๒-๖๘๕-๒๒๕๕

ขอเชิญชวนคนไทยรวมพลังแสดงความกตัญญูกตเวทิตาธรรม
ด้วยการปฏิบัติบูชา ตั้งมั่นในศีลธรรมความดีงาม ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา
ตอบแทนพระคุณบุพการี พ่อแม่ครูบาอาจารย์ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่
ดวงพระวิญญาณสมเด็จบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า และเหล่าบรรพชน
ที่สละเลือดเนื้อชีวิตและจิตวิญญาณเป็นชาติพลี เพื่อปกป้องแผ่นดินไทย
ดั่งที่พระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงมีชัยชนะเหนือข้าศึก
ทั้งภายในและภายนอกอย่างราบคาบด้วยเทอญ

ดนัย จันทร์เจ้าฉาย

เรื่องเด่นประจำฉบับ

โอกาสครั้งสำคัญที่จะได้ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม กับพระอริยะผู้สืบสายตรงจากหลวงปู่มั่น
วันศุกร์ที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๗ ณ งานวัดลอยฟ้า ญาณสังวร ๑๐๑ โรงแสดงธรรม
ชั้น ๕ สยามพารากอน

มาดูกันว่า บทความที่อ่านแล้วรวย ยิ่งแบ่งปันให้คนอื่นอ่าน ตัวเองยิ่งรวย เป็นอย่างไร ติดตามใน
เส้นทางแห่งศรัทธา

โลกที่ขาดธรรม… คืออะไร ครูโน๊ต มาเฉลยให้เรารู้ใน จิตอัจฉริยะ+ภาพ

มีปัญหาอ๊ะเปล่า เมื่อเราถูกรับหน้าที่ให้ยุติการตั้งครรภ์ผู้อื่นด้วยเหตุผลทางการแพทย์!?! เราจะทำอย่างไร ป๊อบ ธิลักษ์ จะมาไขปริศนาให้คุณ…

ติชม นิตยสารธรรมดีออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. นะครับ
ขอความสุขสวัสดิ์จงบังเกิดขึ้นแก่ทุกท่านครับ… ^^

เครียดอย่างฉลาด!

ใครไม่เคยเครียด.. ยกมือขึ้น!

คนจำนวนไม่น้อยต้องแบกรับความเครียด
ทั้งภายในและภายนอก จากทุกสถานการณ์ที่รุมเร้าในปัจจุบัน
จนทำให้รู้สึกปวดศีรษะ จุกเสียด แน่นท้อง นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย
หน้ามืดบ่อย เบื่ออาหาร นี่คืออาการแรกเริ่มของ “ความเครียด”
ที่กำลังก่อตัวและสะสมความรุนแรง จนแปลงร่างกลายเป็น ‘มหันตภัยแห่งโรคร้าย’

เราจะยอมให้ความเครียด…ทำร้ายชีวิตเรางั้นหรือ?

ความเครียดมีต้นตอมาจากใจของเรา ที่ไม่ได้อยู่กับปัจจุบันขณะ
ใจมัวแต่คิดปรุงแต่ง..ไม่ยอมรับกับอดีตที่เกิดขึ้นแล้ว
หรือใจของเรามัวแต่คิดวิตก กังวล คาดหวังกับเหตุการณ์ในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

เราเครียด เพราะไม่ยอมรับความจริง!

แค่น้อมจิตเข้าสู่ภายในตัวตน ระลึกรู้อยู่กับปัจจุบันเสมอ
เข้าใจ ยอมรับ ปรับปรุงแก้ไขตามเหตุ ความเครียดก็จะไม่เกิด

ที่สำคัญการฝึกฝน สร้างเกราะป้องกัน เพื่อสู้เครียด
จะเป็นตัวช่วยให้น้อมจิตมาอยู่ภายในตัวเรามากขึ้น
หากไม่ต้องการความเครียดมาบั่นทอนร่างกายและจิตใจ
หาช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย ให้รางวัลกับตัวเอง ด้วยการนั่งสมาธิ
ออกกำลังกาย ฟังดนตรีบำบัด หรือใช้เวลาอยู่กับครอบครัว
ต้องไม่นำความทุกข์มาใส่ใจ…ให้ความสุขต้องหมองหม่น
เพียงเท่านี้ เราก็จะรู้จักเครียดอย่างฉลาดและมีความสุขกับชีวิตได้

เพราะโลกมีไว้ให้เหยียบ … ไม่ใช่มีไว้ให้แบก!

จงอย่าปล่อยให้ความเครียด…ขโมยความสุขคุณไป เด็ดขาด!

อย่ากังวลกับปัญหาเครียด
เพราะชีวิต…หนีไม่พ้นความเครียด
แต่…จะทำอย่างไร? ติดตามต่อใน “เครียดอย่างฉลาด”
เขียนโดย นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตร

ชมคลิปสนุกๆ คลายเครียดได้ที่นี่ครับ http://youtu.be/a_iJJx5-PsY …

ดนัย จันทร์เจ้าฉาย

เรื่องเด่นประจำฉบับ

มาดูกันว่า ชื่อ & Name สำคัญไฉน… ใน จิตอัจฉริยะ+ภาพ

ความทุกข์ดับที่ใจ แต่เราถูกฝึกมาให้ดับที่ความคิด แล้วจะนิพพานได้อย่างไร
ติดตามได้ใน ถอดรหัสธรรม

การถือศีลปฏิบัติใดย่อมจะไม่มีวันสำเร็จได้ หากปราศจากขันติเป็นหลักธรรมตั้งต้น
หมายถึงสิ่งใด ติดตามใน ถอดรหัสธรรม 

ติชม นิตยสารธรรมดีออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. นะครับ
ขอความสุขสวัสดิ์จงบังเกิดขึ้นแก่ทุกท่านครับ… ^^