Q&A ขี้เกียจ อยากนอนอย่างเดียว ไม่อยากทำอะไรเลย เบื่องาน เบื่อทุกอย่าง ทำอย่างไรดี??

Featured

Q : มีความรู้สึกแย่ ๆ เกิดขึ้น คือ อยากแต่จะนอน อยู่เฉย ๆ ไม่อยากรับผิดชอบทำอะไรเลย
ถ้าทำงานก็ไม่อยากรับผิดชอบอะไรเยอะแยะ อยากอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย
อยากเสียจนกระทั่งคิดนอนหลับตายไปจากโลกนี้เลย จะได้ไม่ต้องทำอะไรเลย
เบื่อเหนื่อยไม่อยากทำงานขนาดนั้น
แอบคิดแอบรู้สึกระหว่างทำงานไป จนกระทั่งทำงานผิดพลาด
ไม่อ่านคำสั่งนายให้รอบคอบ
เป็นหลายครั้ง ถูกเตือนจนปัจจุบันท้อไม่อยากทำงาน
แถมเจ้านายว่าและกดดันให้เรา โดยบอกเป็นนัย ๆ ว่าเราต้องไม่ทำผิดอีก
ซึ่งการทำผิดซ้ำเป็นเรื่องธรรมดาและอาจเกิดขึ้นได้อีก
ถ้าระวังมากก็จะเครียด ควรทำยังไงดีกับชีวิต ถูกกดดันจากนาย คือห้ามผิดอีก
และถ้ามันเกิดขึ้นอีกละทั้ง ๆ เราระวังแล้ว จะทำอย่างไรดี?

A : ป๊อปขอออกตัวก่อนนะคะว่าป๊อปไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ
ทุกความคิดเห็นในการตอบคำถามของคุณครั้งนี้
ป๊อปตอบเมื่อวันที่ ๑๓ เม.ย. พ.ศ.๒๕๖๐ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ป๊อปมีอายุ ๓๔ ปี
ฉะนั้น ป๊อปตอบได้เต็มที่เท่าที่สติปัญญาของป๊อปในวัย ๓๔ จะช่วยเหลือได้
ขอให้คุณใช้วิจารณญาณในการพิจารณาทุกคำแนะนำของป๊อปให้ดี
หากเห็นว่าดี เป็นประโยชน์ก็นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันนะคะ

ป๊อปได้รับคำถามนี้ที่คุณฝากไว้
ในคอมเมนท์ใต้บทความเรื่อง “๓ วิธีเปลี่ยนตัวเองจากคนขี้เกียจเป็นคนขยัน” ที่ป๊อปเขียนไว้
ซึ่งป๊อปเดาว่า การที่คุณคลิกเข้ามาอ่านบทความนี้ และส่งคำถามนี้มา
น่าจะเป็นเพราะคุณเองก็อยากจะปรับปรุงตัวเองอยู่เหมือนกัน
เป็นสิ่งที่ป๊อปรู้สึกชื่นชมคุณมากนะคะ
ที่อย่างน้อยคุณก็อยากหาทางออกกับปัญหาความขี้เกียจของตัวเอง
ซึ่งถือว่าดีกว่าคนที่ไม่อยากปรับปรุงตัวเองเลย

มาตอบคำถามของคุณกันเลยดีกว่า :)
หมายเหตุ : เนื้อหาบางส่วนของการตอบคำถามนี้อาจตรงและดูแรง
แต่ก็จำเป็นต้องชี้แจงกันตรง ๆ ขอให้คุณพิจารณาให้ดีในทุกบรรทัดที่ป๊อปตอบนะคะ
ป๊อปมีแต่ความหวังดี ขอให้คุณไม่เข้าใจเป็นอื่น หากพร้อมแล้วก็อ่านบรรทัดต่อไปได้เลยค่ะ

การทำงานให้ไม่ผิดพลาดเลย แม้แต่ในคนระดับโลกก็ยังทำไม่ได้
เรื่องนี้ป๊อปเคยถามคนระดับโลกมาแล้ว และได้ยินจากปากเขาเอง
ป๊อปคิดว่าเจ้านายคุณเขาเพียงอยากสร้างเงื่อนไขนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยคุณมากกว่า
เพียงแต่คุณไม่รู้ว่ามันคือการแสดงออกถึงความช่วยเหลือ
หากคุณบอกว่าคุณทำผิดพลาดบ่อย แต่เขายังจ้างคุณอยู่
ป๊อปคิดว่าเขาคงไม่ใช่คนใจไม่ไส้ระกำ
เพราะหากป๊อปเป็นเจ้านายคุณ ป๊อปอาจให้คุณออกไปนานแล้วก็ได้
การหาคนมาแทน ใช่ว่าจะหายาก
ฉะนั้นป๊อปจึงมองว่า การที่เขากดดันคุณว่าห้ามผิดพลาดอีก
น่าจะเพื่อช่วยให้คุณได้รู้ว่า คุณจะทำได้ดีกว่านี้ถ้าคุณตั้งใจทำมากพอ

หากว่าความผิดพลาดจะเกิดขึ้นอีกในครั้งหน้า
ไม่ว่าเจ้านายจะมีวิธีการสื่อสารกับคุณอย่างไร คุณก็แค่ต้องปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นต่อไป
รวมถึงเรียนรู้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่นด้วย
หมายความว่า คุณควรที่จะเรียนรู้วิธีในการแก้ปัญหานี้ด้วยการสื่อสารด้วย
เพราะมันคือ “หนทางหลัก” ในการแก้ปัญหาของคุณอย่างแท้จริง
เริ่มต้นที่ การสื่อสารกับตัวเอง โปรดรู้ไว้ว่า ถ้าคุณสื่อสารกับตัวเองได้ดี คุณก็สื่อสารกับผู้อื่นได้ดี
คุณต้องเลิกคิดอะไรอย่างคนไร้ประสิทธิภาพอย่างที่เคย
บอกตัวเองใหม่ว่าฉันทำได้ ฉันจะตั้งใจทำงานให้มากขึ้น ฉันสามารถทำงานให้ดีกว่านี้ได้
และนั่งวางแผนการทำงานให้รอบคอบยิ่งขึ้นเพื่อที่วันต่อ ๆ ไปคุณจะได้ทำงานได้เนี๊ยบขึ้น
สำหรับการสื่อสารกับผู้อื่น เป็นทักษะที่คุณจะไม่พัฒนาไม่ได้
ไม่เช่นนั้นชีวิตคุณจะได้พบกับคำว่า “ดักดาน” ไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียวค่ะ!
การสื่อสารที่ดี ไม่ใช่การประจบสอพลอ
แต่คือการช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจกันมากขึ้น ระงับปัญหา
และทำให้ทุกอย่างบนโลกนี้เกิดการพัฒนาได้
(ซึ่งแน่นอนว่าการสื่อสารที่ไม่ดี จะให้ผลตรงข้าม)
คุณควรจะจริงจังที่จะเรียนรู้เรื่องพวกนี้ให้มาก
หากสงสัยว่า แล้วฉันจะไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้จากที่ไหน
บอกได้เลยค่ะว่าเยอะแยะ ทั้งจากหนังสือที่สอนเรื่องวิธีคิดและการสื่อสาร
(แนวนี้ส่วนใหญ่เป็นหนังสือแปล เช่น ของเดล คาร์เนกี้ ป็นต้น)
หรือจากรายการโทรทัศน์ดี ๆ (พวกรายการสัมภาษณ์ต่าง ๆ)
หรือจะหาดูจากทาง YouTube ก็ได้
ลองสังเกตวิธีการถามตอบระหว่างพิธีกรและแขกรับเชิญ
ลองสังเกตว่าเขาคิดยังไง เขาถึงถามตอบกันอย่างนั้น
แล้วลองฝึกจำลองสถานการณ์ ว่าหากเรากำลังรับมือกับปัญหาบางอย่าง
หรือกำลังถูกสัมภาษณ์ในคำถามเดียวกันกับที่พิธีกรถามแขกรับเชิญ
(หรือจะเป็นคำถามอะไรที่คุณอยากตอบ) คุณจะตอบอย่างไร
หลายคนที่พูดจาฉะฉานขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่แต่ก่อนก็ไม่ใช่คนพูดเก่งก็เพราะฝึกด้วยวิธีเหล่านี้
พอถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์จริง เขาจึงรับมือได้ดี และดีขึ้นเรื่อย ๆ
คุณก็ควรจะเริ่มฝึกฝนทักษะเรื่องการสื่อสารนี้เช่นกันนะคะ
เพราะหากคุณไม่ฝึกฝนเอาไว้ บอกเลยค่ะว่า ดักดานแน่นอน!
เพราะวิธีคิดคุณขณะนี้ก็ดูจะถ่วงความเจริญของตัวคุณเองเป็นอย่างมากอยู่แล้ว
หากยังขี้เกียจ รักสบายมากเกินไปแบบนี้ต่อไป
เกรงว่าสุดท้ายคุณจะกลายเป็น “มนุษย์ภาระ”
ที่ทำไม่ได้แม้แต่หาเงินซื้ออาหารกินด้วยตัวเองตั้งแต่ยังไม่แก่เข้าจนได้!

ทุกอาชีพต้องใช้ความอุตสาหะไม่มากก็น้อย
สบายที่สุดแล้วก็คงจะเป็นขอทาน
แต่อย่าลืมว่าแม้แต่ขอทานก็ยังต้องเดินทางไปนั่งในจุดที่จะมีคนเขาให้เงิน
เขาไม่ได้นอนเฉย ๆ อยู่ที่บ้านแล้วจะมีคนเดินเอาเงินมาใส่ขันให้ถึงที่

อย่าหาว่าป๊อปแรงเลยนะคะ
แต่ป๊อปจะไม่โอ๋คุณเพราะมันมีแต่จะทำให้คุณยิ่งดูถูกตัวเองมากขึ้นไปอีก
คุณมีสมอง คุณอ่านออกเขียนได้ คุณมีแขน มีขา ตาไม่บอด หูไม่หนวก และไม่ได้เป็นใบ้
เจอปัญหาแค่นี้คุณท้อแท้ขนาดนี้แล้ว
แล้วมันจะเหลืออาชีพอะไรในโลกนี้ให้คุณทำได้อีก!
ขนาดอาชีพขายบริการทางเพศ เขาก็ยังต้องเจอปัญหา

คนที่นอนเฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลยที่ยังอยู่บนโลกนี้ได้
ก็เห็นจะมีแต่คนพิการที่ต้องนอนติดเตียงนะคะ
สิ่งที่คุณปรารถนา มันดูเหมือนว่าคุณอยากเป็นคนพิการเอามาก ๆ
ลองคิดดูนะคะ หากคุณพิการนอนติดเตียงจริง ๆ
ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรสักอย่าง ถึงเวลามีคนเอาข้าวมาให้กิน
นี่คือชีวิตที่คุณพอใจงั้นหรือ?
คุณชอบเป็นภาระของคนอื่นอย่างนั้นหรือ?
ไม่คิดจะทำทุกอย่างเพื่อที่วันนึงจะได้เป็นคนเลี้ยงดูคนที่เลี้ยงคุณมาแต่เล็กแต่น้อยบ้างหรือ?

เลิกยอมแพ้ได้แล้วค่ะ
มนุษย์ทุกคนถูกออกแบบมาให้ประสบความสำเร็จ
แค่มีสมอง ต่อให้ไร้แขนขา ก็ยังประสบความสำเร็จในระดับโลกได้
นี่ไม่ได้หลอกกันเล่นนะคะ
คนที่ไร้แขนขาที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกมีตัวตนจริงและยังมีชีวิตอยู่
ชื่อ นิค วอยาชิค (Nick Vujicic) เขาเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจที่เดินสายพูดไปทั่วโลก
1387888792-1JPG-o
YouTube Preview Image
แม้เขาจะไร้แขนขาแต่เขาก็ทำได้แทบทุกอย่างที่คนแขนขาดี ๆ บางคนยังทำไม่ได้
และที่เขาทำได้ขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าชีวิตเขาที่ผ่านมาจะพบแต่ความสุขและความสะดวกสบาย
เขาถูกเพื่อนแกล้งแต่เล็กแต่น้อย
ต่อสู้ก็ไม่ได้ วิ่งหนีก็ไม่ได้ แขนขาไม่มี
แต่เพราะเขาไม่ยอมแพ้ และมีเป้าหมายชีวิตที่ยิ่งใหญ่
คือการเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจให้คนแขนขาดี ๆ อย่างพวกเรา ๆ
เขาฝึกฝนหลายสิ่งหลายอย่างที่คนไร้แขนขาทั่วไปไม่เคยทำได้มาก่อน
เช่น ขับรถ เล่นกีฬาบางชนิด
และอีกหลายต่อหลายทักษะเพื่อที่จะให้ทั้งคนพิการและไม่พิการได้เห็นกับตาว่า
ขนาดคนไร้แขนขาอย่างเขาทำสิ่งเหล่านั้นได้
ฉะนั้นคำว่า “ทำไม่ได้” ก็ไม่สมควรมีอยู่ในสมองของคนแขนขาดี ๆ แล้วล่ะ!
อยากให้คุณได้ลองหาดูคลิปการบรรยายของเขาดู
มีทั้งแบบที่มีแปลไทยและพากษ์ไทยให้ดูเต็ม YouTube ไปหมดเลยค่ะ

สิ่งที่ป๊อปรู้สึกเห็นใจคุณ ไม่ใช่ปัญหาเรื่องงานที่คุณเจออยู่ ณ ตอนนี้
แต่คือประสบการณ์ตั้งแต่เล็กจนโตของคุณ
ที่ทำให้คุณกลายเป็นคนดูถูกตัวเองและท้อแท้ง่ายขนาดนี้
แต่มันไม่มีคำว่าสายที่จะพัฒนาตนเองเพื่อการมีชีวิตที่ยอดเยี่ยมหรอกนะคะ

ยังไงจะช้าหรือเร็วคุณก็ได้ตายค่ะ
แต่การคิดอยากตายขึ้นบ่อย ๆ ระวังว่าความคิดจะดึงดูดโรคร้ายให้คุณตายเร็วขึ้น
คุณอาจจะคิดว่า ดีสิ ตายเร็วก็ดี
แต่หากถึงเวลาที่คุณป่วยด้วยโรคร้ายจริง ๆ ขึ้นมา
มันมาพร้อมความทรมานด้วย แถมยังเป็นภาระให้คนอื่นอีก
สงสารพ่อแม่ที่อุสส่าห์เลี้ยงดูมาจนป่านนี้
คุณคงไม่อยากเป็นภาระให้ท่านต้องเลี้ยงดูคุณไปจนตายใช่ไหมคะ?

อีกอย่าง กว่าจะได้เกิดเป็นคนไม่ใช่ง่าย
ถ้าคุณศึกษาเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดมามากพอ คุณจะไม่อยากตายแบบนี้แน่!
ที่คุณอยากตายทุกวัน คุณคิดว่าความตายจะให้อะไรคุณเหรอคะ?
คิดว่าตายแล้วสูญ ไม่มีภพใหม่งั้นหรือ?
หรือคิดว่าตายไปแล้วจะได้ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องกินข้าว
อยู่เป็นผีเฝ้าบ้าน เหาะเหินเดินอากาศได้งั้นหรือ?
ก่อนจะคิดอยากตาย คุณควรจะศึกษาเรื่องชีวิตหลังความตายให้มากพอเสียหน่อยนะคะ
จะได้ไม่อยากอะไรที่ไม่เข้าท่าแบบนี้อีก!
ป๊อปเข้าใจความรู้สึกคุณ ในอดีตป๊อปเองก็เคยคิดอยากตายทุกวัน
และมีความพยายามที่จะรวบรวมความกล้าที่จะฆ่าตัวตายให้ได้มาก่อน
แต่ที่ป๊อปไม่คิดจะทำอีกแม้ว่าบางครั้งป๊อปก็เจอเรื่องราวแย่ ๆ จนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป
ก็เพราะได้ศึกษาเรื่องชีวิตหลังความตายมามากพอสมควร
จึงได้รู้ว่าสิ่งที่เราต้องการที่แท้จริง คือ การดับทุกข์ ต่างหาก
และเหตุที่เราเคยอยากตายเพราะแต่ก่อนเรามองว่าความตายคือการดับทุกข์
ซึ่งความเข้าใจแบบนี้ถือเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างแรง!
จำไว้นะคะ ความตาย ไม่ได้ให้ในสิ่งที่คุณต้องการแน่นอน
ยิ่งอยากตายด้วยความคิดที่โง่เขลาเช่นนี้
ถ้าคุณหลับแล้วตายไปด้วยความคิดแบบนี้จริง ๆ ล่ะก็
รับรองได้เลยว่าคุณจะได้ไปเจอในสิ่งที่แย่ยิ่งกว่าตอนที่คุณยังมีชีวิตอยู่เสียอีก!
หากคุณอยากให้ชีวิตหลังความตายเป็นชีวิตที่ดี คุณจำเป็นต้องศึกษาธรรมะให้มากขึ้น
เพื่อที่อย่างน้อยคุณจะได้รู้ว่า หากคุณต้องการให้ชีวิตหลังความตายเป็นสุคติภูมิ
หรือต้องการยุติการเวียนว่ายตายเกิดของตนเอง คุณจะต้องทำและไม่ทำอะไรบ้าง

ป๊อปคงไม่ลงลึกในเรื่องชีวิตหลังความตายมากกว่านี้นะคะ เดี๋ยวจะดูออกนอกเรื่องไปไกล
หากคุณอยากรู้เรื่องชีวิตหลังความตายเพิ่มเติม
แนะนำให้ลองหาหนังสือชื่อ “จะเชื่อตอนเป็นหรือเห็นตอนตาย” ของคุณณัฐพบธรรมมาลองอ่านดู
17903940_1373064752758892_2285462910186510922_n

การมีเป้าหมายในชีวิตเป็นเรื่องสำคัญมาก
เพราะในชีวิตคนเรา มีเรื่องให้เหนื่อยให้ท้อกันได้ทุกคน
แต่คนที่มีเป้าหมาย และจริงจังต่อการทำเป้าหมายของตนเองให้สำเร็จ
เขาจะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
หากเขาเจอปัญหา เขาไม่เรียกมันว่าปัญหาด้วยซ้ำ
แต่เขาจะมองหาวิธีการที่จะผ่านพ้นมันไปได้อย่างดีที่สุด
เรื่องบางเรื่องถ้าเขาทำอะไรไม่ได้มาก เพราะอยู่เหนือการควบคุมของเขา
เขาก็จะรู้จักปล่อยวาง และกลับไปจดจ่ออยู่กับการทำเป้าหมายเดิมของเขา
เขาจะขยันอ่านหนังสือ สนใจแต่สิ่งที่ทำให้ชีวิตเกิดการพัฒนา
คบเพื่อนที่ดี ไม่กลัวโดนด่า กล้าขอโทษ และปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นเสมอ

หากวันนี้คุณยังไม่มีเป้าหมาย ป๊อปแนะนำว่าให้รีบมี
เริ่มเขียนเป้าหมายกันวันนี้เลยยิ่งดีค่ะ
หากไม่รู้ว่าจะเขียนอย่างไร
แนะนำให้อ่านบทความอีกบทหนึ่งของป๊อปชื่อ “มาเขียนประวัติชีวิตล่วงหน้ากันเถอะ” ดูนะคะ
(คลิกอ่านได้ที่ตัวหนังสือชื่อเรื่องได้เลยค่ะ)
หากคุณเคยมีเป้าหมาย แต่คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ จึงล้มเลิกความตั้งใจไป
ก็ขอให้ปัดฝุ่นมันขึ้นมาอีกครั้ง
ทุกเป้าหมายเป็นจริงได้ หากเราวางแผนดี และมีวินัยในการลงมือทำ

การที่วันนี้คุณอยากใช้ชีวิตไม่ต่างจากคนเป็นง่อยอย่างที่คุณเล่าให้ป๊อปฟังในคำถามของคุณนี้
คุณควรจะขยะแขยงความคิดแบบนั้นที่คุณเคยคิด แล้วรีบเปลี่ยนความคิดซะนะคะ
คุณมีแขน มีขา สมองก็ไม่พิการ คุณอ่านออกเขียนได้
แต่กลับอยากนอนเฉย ๆ ไปวัน ๆ มันเสียชาติเกิดมาก
ไม่ต้องมาโกรธกันที่ป๊อปวิจารณ์แรงขนาดนี้
ถ้าป๊อปไม่วิจารณ์ตรง ๆ แบบนี้
แล้วเมื่อไหร่คุณถึงจะรู้ตัวว่าคุณประเมินศักยภาพความเป็นมนุษย์ของตัวเองต่ำขนาดไหน!
อย่างที่บอก มนุษย์ทุกคนถูกออกแบบมาให้ประสบความสำเร็จ
คำกล่าวนี้ ป๊อปไม่ได้คิดขึ้นเอง แต่เป็นผลมาจากการวิจัยมนุษย์ที่มีมานานแล้ว

อย่าปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้
ป๊อปเข้าใจว่าชีวิตมันไม่ง่าย แต่มันจะง่ายขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าคุณรู้จักพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

อย่าคิดว่าปัญหาของตัวเองมันหนักเสียจนไม่มีใครเทียมเท่า
ป๊อปอาจมีจะปัญหามากกว่าคุณก็ได้ แต่ป๊อปแค่ไม่มองว่ามันเป็นปัญหาเท่านั้นเอง
อย่าคิดว่าตัวเองเป็นกระจอกงอกง่อย
ไม่ว่าวันนี้คุณจะมีระดับสติปัญญามากน้อยแค่ไหน มันไม่สำคัญ ขอแค่คุณอย่ายอมแพ้
รู้จักเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างคนคุณภาพ
ยิ่งถ้าอยากมีชีวิตเพื่อทำประโยชน์แก่สังคมก็ยิ่งดี
แต่ถ้าไม่อยากทำประโยชน์เพื่อสังคม อย่างน้อยก็แค่ไม่ทำตัวเป็นภาระของใครก็ยังดีค่ะ 

คุณเป็นได้มากกว่าที่คุณคิด 
อย่าอยากมีชีวิตอย่างกระจอกงอกง่อย น่าสมเพช 
เพราะพวกเราคือมนุษย์ แม้จะอยู่บนผืนโลกเดียวกันกับสัตว์เดรัจฉาน
แต่เราคือสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ที่ฉลาดที่สุดในโลก 

และเราก็สามารถมีชีวิตประจำวันที่ดีกว่าสัตว์เดรัจฉานได้ 
ฉะนั้นเราสมควรที่จะใช้ชีวิตให้ดีกว่าสัตว์เดรัจฉาน
คือดีกว่าแค่เกิดมาเพื่อกินอาหาร ขับถ่าย นอนหลับ สืบพันธุ์ และตายไป

ถ้าคุณไม่ชอบงานที่คุณทำอยู่ ก็ลาออกแล้วหางานใหม่ที่คุณรู้สึกอยากทำมากกว่านี้
ถ้ายังไม่พร้อมจะลาออกตอนนี้ ก็ขอให้คุณมีจิตกตัญญูต่องานและนายจ้าง
และตั้งใจทำงาน อย่างน้อยก็เพื่อตอบแทนที่เขายังจ้างคุณอยู่ทั้งที่คุณไม่ได้อยากทำงานให้เขาเลย
แล้วรีบเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องเงินและความรู้ความสามารถ
เพื่อที่จะย้ายไปทำในงานที่คุณจะรู้สึกกระตือรือร้นในการทำงานได้มากกว่านี้

ท้ายนี้ ขอแนะนำให้คุณลองไปเรียนสัมมนา “Finding Life Purpose &Passion” ดูนะคะ
สอนโดย โค้ชวาส (Vasanth Gopalan) โค้ชและเทรนเนอร์ระดับโลก
ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาสื่อประสาท (Neuro-Linguistic Programming หรือ NLP)
เป็นสัมมนาฟรีตลอด ๓ วัน (มีล่ามแปลไทยบนเวที)
คลิกดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ >>
www.lpt.co.th/home/event/view/1 ค่ะ
2d21405f13b452e841e873aba7a049dcc2fc9a10
YouTube Preview Image
ป๊อปอยากให้คุณลองไปเรียนในสัมมนานี้ดู เชื่อว่าน่าจะช่วยให้ความรู้สึกแบบนี้ของคุณหายไปได้
เหมือนที่คนหลายหมื่นคนรวมถึงป๊อปด้วยที่ไปมาแล้ว
และเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก
ย้ำอีกครั้งว่า ฟรีตลอด ๓ วัน ยังไงลองคลิกไปเข้าดูรายละเอียดจากลิงค์ที่ให้ไว้ดูนะคะ

หวังว่าทั้งหมดที่ป๊อปตอบมานี้จะช่วยอะไรคุณได้ไม่มากก็น้อยนะคะ
และหวังว่าคุณจะไม่ตีความหมายของทุกตัวอักษรของป๊อปผิดไป
หวังว่าคุณจะเข้าใจในเจตนาดีของป๊อปได้จริง ๆ
ขอให้คุณโชคดีค่ะ

ป๊อป ธิลักษ์ PopTiluck.com

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck


สูตรหยุดความเศร้าแบบปัจจุบันทันด่วน..เพื่อคนอกหักโดยเฉพาะ!!

art_42085875หากใครกำลังมีคำถามทำนองที่ว่า “อกหัก ทำอย่างไรให้หายเจ็บเร็ว ๆ ”
การเข้ามาอ่านบทความนี้ ก็อาจจะเรียกได้ว่ามาถูกที่เหมือนกันนะคะ
ที่แห่งนี้ อาจจะเป็นที่ที่สามารถบอกในบางสิ่งที่คุณอาจจะยังไม่รู้
เกี่ยวกับกระบวนการต่าง ๆ ที่ทำให้คุณเป็นแบบนี้
และกระบวนการต่าง ๆ ที่จะทำให้คุณดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
ป๊อปจะไม่ตอบด้วยคำตอบแบบที่คนอื่นเขาตอบกันแล้ว
แต่จะขอตอบในแบบที่ยังไม่เคยเห็นใครตอบไว้แบบนี้ก็แล้วกันนะคะ

ป๊อปเดาว่า อัตราเฉลี่ยของผู้อ่านบทความนี้
ส่วนใหญ่น่าจะอายุไม่ถึง ๓๒
ทำไมน่ะหรือคะ
เพราะจากการสังเกต  คนที่อายุเลย ๓๑ ขึ้นไปเขามักจะไม่ค่อยมองหาวิธีการเลิกเศร้าที่ไหน
เขาจะไม่ค่อยแสดงความเศร้าให้ใครเห็น โดยเฉพาะเศร้าจากอาการอกหัก

เพราะเขารู้สึกว่าเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว
จะทำตัวอ่อนปวกเปียกก็อายคนที่อายุน้อยกว่าแต่ผ่านเรื่องนี้ได้ดีกว่าเขา เข้มแข็งกว่าเขา
เขาจึงไม่อนุญาตให้ตัวเองเป็นเอามาก หรือเศร้าเกินพอดี
ป๊อปกล่าวมาถึงตรงนี้แล้ว
พอจะมีใครเห็นถึงสิ่งที่เป็นปัญหาของตัวเองจริง ๆ กันบ้างไหมคะเวลาที่ตัวเองอกหัก
มีใครพอจะเริ่ม ๆ รู้ตัวแล้วบ้างไหมว่า เหตุที่ตัวเองยังโศกเศร้าเสียใจอย่างมากมายอยู่นี้
เพราะคุณอนุญาตให้ตัวเองหมกมุ่นอยู่กับความเศร้ามากเกินพอดีแค่นั้นเอง
คุณอาจไม่รู้ตัวเลยว่า ลึก ๆ ในใจคุณ คุณกำลังให้ท้ายตัวเองให้ได้เศร้าจนชีวิตเสียศูนย์
มองว่าตัวเองอายุยังไม่มากเกินกว่าจะทำตัวเปื่อย ๆ เวลาอกหัก ก็เลยจัดซะเต็มที่
คุณอาจไม่รู้ตัวเลยว่า คุณกำลังพยายามทำตัวให้น่าสงสารที่สุดเพราะกำลังหวังในบางสิ่ง
ทั้งที่จริง ๆ เราจะไม่เป็นถึงขนาดนี้เลย
คุณอาจหลอกตัวเอง โกหกตัวเองไปวัน ๆ
ปากก็บอกว่าอยากหายเศร้า อยากหลุดพ้นจากความทุกข์โศกนี้ให้ได้เร็ว ๆ
แต่ก็ไม่ทำในสิ่งที่จะทำให้เลิกเศร้าได้จริง ๆ
ไปทำแต่สิ่งที่ต่อเวลาเศร้าต่อไปให้ยาวนานกว่าที่ควรจะเป็น
หลายคนโทรถามคนนั้นคนนี้ว่าจะทำอย่างไรดี
ย้ำคิด ย้ำพูดแต่สิ่งที่ซ้ำเติมตัวเอง
ต่อให้ได้รับคำแนะนำดี ๆ มาแล้ว ก็แทบจะไม่ได้ยิน
หรือบอกว่าทำไม่ได้  ข้ออ้างเยอะ หลอกตัวเองล้วน ๆ
เห็นด้วยเฉพาะแต่คำแนะนำที่ตัวเองชอบ
ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่คำแนะนำที่ดีจริง ๆ ก็ได้

จากประสบการณ์ และจากการสังเกตของป๊อป
ป๊อปพบว่า ในขณะที่เราอนุญาตให้ตัวเองได้เศร้ากับเรื่องที่เราไม่ควรเสียเวลาไปเศร้า
หรือแม้แต่จะไปคิดถึงมันเลยแม้แต่นิดเดียว

ขณะนั้นเรากำลังสูญเสียในหลาย ๆ อย่างไปพร้อมกัน
ที่ไม่ใช่แค่เวลามันมีค่าของเราเท่านั้น
แต่มันอาจจะเป็นทั้งโอกาสดี ๆ เพื่อนดี ๆ ประสบการณ์ดี ๆ ฯลฯ ไปอย่างน่าเสียดาย
และคนที่ยังยอมปล่อยให้ตัวเองได้เศร้าจนถึงขนาดละทิ้งความรับผิดชอบหลายอย่างของตัวเอง
วัน ๆ เอาแต่ย้ำคิดถึงเรื่องเศร้าของตัวเองนั้น
ขณะนั้นเขากำลังเห็นแก่ตัวกับใครบางคน (อย่างน้อย ๑ คน) อยู่

และได้เลือกที่จะทำตัวเองให้เป็นภาระ (แทนที่จะเป็นผู้ช่วยเหลือ) ไปเรียบร้อยแล้ว 

บุคคลระดับโลกหลายท่านสอนให้ป๊อปรู้ว่า “คนเราควรมีภารกิจของชีวิต”
ควรเลือกที่จะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่สุด
ถ้าเรามีภารกิจของชีวิตที่จะช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่่สุด
และแน่วแน่ในภารกิจของตัวเองจริง ๆ

ความเศร้าจะทำอะไรเราไม่ได้นาน
และหากเราตัดสินใจจะทำให้ได้ดังนี้เมื่อไหร่ 
เราจะยังไหวเสมอไม่ว่าเราจะเจอปัญหารุมเร้าแค่ไหนก็ตาม
ไม่เชื่อลองนึกถึงมนุษย์กลุ่มผู้นำระดับประเทศกันสิคะ
ไม่ว่าเขาจะประสบปัญหาอะไร ใหญ่โตแค่ไหน พวกเขาเข้มแข็งกันได้เร็วมาก
และอยู่เพื่อทุกคนได้อย่างสง่าผ่าเผย
ยกตัวอย่างเช่น อองซาน ซูจี
Image

ใครที่ทราบประวัติของเธอจะรู้ว่าเธอเจอมาหนักมาก 
ถูกกักบริเวณร่วม ๒๐ ปีในบ้านของตัวเอง
ไม่ได้เจอหน้าลูกและสามี จนสามีเธอเสียชีวิต เธอไม่ได้ไปงานศพสามีของเธอด้วยซ้ำ 
ทั้งหมดคือการเสียสละเพื่อประชาชนชาวพม่า ที่รักและคาดหวังความช่วยเหลือจากเธอ
ซึ่งเธอก็เลือกที่จะเสียสละความสุขส่วนตนเพื่อพวกเขา 
การตัดสินใจแบบไหนกันที่ทำให้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง หนักแน่นได้ถึงเพียงนี้ 
น่าคิดนะคะว่าเธอคุยกับตัวเองในทุก ๆ วันอย่างไร
เธอถึงมีจิตใจที่แข็งแกร่งและทนไหวเพื่อประชาชนชาวพม่าด้วยกันได้ถึงขนาดนี้

รู้ไว้นะคะ คุณจะเลิกเศร้ากับเรื่องเมื่อวานนี้ในทันทีที่คุณตัดสินใจที่จะยิ้ม

แล้วบอกตัวเองใหม่ว่า “ต่อไปนี้ ฉันจะ Happy แล้วนะ!”
ลืม ๆ ไปเถอะ สูตรเดิม ๆ ที่ใครเขาบอกว่า มันต้องใช้เวลาน่ะ
เชื่ออย่างไหน เป็นอย่างนั้นค่ะ
ถ้าเชื่อใหม่ว่า มันไม่ต้องใช้เวลาแล้ว มันก็หายได้เดี๋ยวนี้นี่แหละ
และป๊อปขอแนะนำให้คุณตัดสินใจเลิกเศร้าเดี๋ยวนี้เลย
นับแต่วินาทีนี้ไป เลิกพูดถึงอะไรที่ทำให้ตัวเองรู้สึกหดหู่ งดฟังเพลงเศร้า
ตื่นเช้ามา ยิ้มให้กับตัวเอง นั่งให้หลังตรง ๆ เหมือนคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองเสมอ
ทำตัวให้กระฉับกระเฉง อย่ามีอิริยาบถเหมือนคนเศร้า 
เลือกเสพแต่สิ่งที่สร้างสรรค์ และก่อให้เกิดการพัฒนา
ถ้าหัวมันเผลอคิดถึงเขา ก็ให้รู้ทัน ตั้งสติแล้วอย่าตามความคิดนั้นไป เปลี่ยนเรื่องคิดไปเลย
ถ้าคุณเอาจริง ทำจริง ป๊อปขอรับรองว่า คุณจะหายเจ็บเร็วขึ้นมาก
ขอให้ทำจริงเถอะ มันได้ผลกับทุกคนแหละ อยู่ที่ว่าจะทำหรือเปล่าเท่านั้นเอง

แต่หากจะมีบางท่านที่อ่านแล้วรู้สึกไม่เข้าใจว่าวิธีนี้จะได้ผลได้อย่างไร
ป๊อปบอกไว้แบบนี้ก็แล้วกันนะคะ ถ้าคุณยังไม่ลองทำอย่างจริงจัง
หรือไม่เชื่อเพราะวิธีการนี้มันไม่ถูกใจคุณ หรืออะไรก็แล้วแต่
แต่บทความนี้จะยังล่องลอยอยู่บนโลกใบนี้
ให้คุณได้กลับมาอ่านจากทุกที่ทั่วโลกเสมอในวันที่คุณอยากกลับมา
ถ้าวันนี้คุณยังไม่เข้าใจ ไม่เป็นไรค่ะ
ป๊อปเชื่อว่าถ้าวันไหนที่ใจคุณพร้อมจริง ๆ  คุณจะเข้าใจได้เอง

ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีค่ะ :)
ด้วยรัก…เหมือนเดิมนะคะ ;)

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck


๓ วิธีบอกลาความโสด!!

“ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์”
ดูจะเป็นคำเตือนที่ไม่ค่อยช่วยให้คนกว่าครึ่งโลกอยากอยู่เป็นโสดกันได้เท่าไหร่เลยเนอะ
นั่นอาจจะเป็นเพราะ เราทั้งหลาย ชอบข้อดีของการมีคนรัก
จนเรายินดีที่จะยอมรับ
และหาวิธีบริหารจัดการในทุกความทุกข์ที่มาพร้อมกับความรักกันด้วยความเต็มใจ

เอาล่ะ! ถ้าแน่ใจแล้วว่าอยากจะบอกลาความโสดกันจริงๆ
มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่า ๓ วิธีที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง

1400673087-2520130905-o

วิธีที่ ๑ : เขียนคุณสมบัติคนรักที่ดีที่สุดที่ตัวเองต้องการลงไป
ละเอียดได้เท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ แล้วอ่านมันทุกวัน
เพราะการอ่านทุกวัน จะช่วยให้เรามีสายตาเหยี่ยว
ในการสแกนหาและเจอคนรักในแบบที่เราต้องการได้ง่ายขึ้นจริงๆนะจ๊ะ ;)

วิธีที่ ๒ : ลองพิจารณากลับกันว่า
ตัวเรานั้นมีคุณสมบัติเหมาะสมกับคนรักแบบที่เราเขียนนั้นแล้วหรือยัง?
ถ้ายัง ก็ให้เร่งทำคุณสมบัตินั้นขึ้นมาโดยไว
เผื่อเจอกันเร็ว จะได้รีบแต่ง เอ๊ย! จะได้คุยกันไปในทิศทางเดียวกัน
เพราะเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว การตัดสินใจเป็นแฟนกันก็คงเป็นอนาคตอันใกล้แล้วไง จริงมั๊ยตัวเอง? ;)
ถ้าจะให้ดี แนะนำให้เขียนลงไปเช่นกันนะคะ
ว่าคุณสมบัติที่เรามีแล้วและที่ต้องเพิ่มเติมนั้นมีอะไรบ้าง
เพราะสิ่งเหล่านี้ก็คือเป้าหมายที่ทำให้เราได้อะไรมากมายตามมา
ที่เราก็อาจคิดไม่ถึงก็ได้ค่ะ เช่น แฟนที่ดีกว่าที่มโนไว้ซะอีกไงล่ะ อิอิ ^_^

วิธีที่ ๓ : อัญเชิญตัวเองไปสู่พิกัดที่จะได้พบเจอกัน
ที่ไหนน่ะเหรอคะ ก็ลองเช็คจากที่เราเขียนคุณสมบัติของทั้งเขาและเรา
และดูว่าความสนใจที่ตรงกันนั้น มีกี่เรื่อง
และกิจกรรมเหล่านั้น ส่วนใหญ่เขาไปทำกันที่ไหน
ก็อัญเชิญตัวเองไปที่นั่นบ่อยๆ เดี๋ยวก็เจอกันเองนะตัว ;)

…………………………………………………………………………………………………………….

แต่เดี๋ยวก่อน!!!!
ถ้าคุณอยากได้วิธีแบบที่รับรองผลแบบล้านเปอร์เซนต์
ว่าคุณจะได้บอกลาความโสดและได้รักกันคนที่จะมีแต่พากันเจริญรุ่งเรืองจริงๆล่ะก็
ป๊อปขออนุญาตแนะนำหนังสือเสียง “คู่ชีวิตเนรมิตได้” ชุดนี้ค่ะ
ลองคลิกฟังตัวอย่างได้จากคลิปด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ
YouTube Preview Image

เพราะ ๘๐% ของความสำเร็จในชีวิตมาจากการ (รู้จักเลือก) คู่ครอง
และ ๘๐% ของความล้มเหลวในชีวิตก็มาจากการเลือกคบคนผิด
โดยเฉพาะการเลือกแฟนเสียด้วย!!
การมีสเปคเป็นเรื่องเป็นราว ถือเป็นสิ่งสำคัญมากที่คนทั่วไปมักละเลย
แล้วเราจะได้แฟนตามมสเปคได้อย่างไร
หนังสือเสียงเล่มนี้คือคำตอบค่ะ :)
ลองหามาฟังกันนะคะ :)

…………………………………………………………………………………………………………….
ยังมีบทความเกี่ยวกับความรักที่ป๊อปเขียนไว้อีกหลายบทความนะคะ
เช่น “ทำอย่างไรจึงจะได้พบกับคนรักที่ดี”
“อยากรู้ไหม ทำไมคนดีๆที่รักเราจริงๆถึงหายาก?”
“ทำอย่างไร..เราจึงจะรักกันไปได้ตลอด?”
“กลัวคนรักทิ้งไป ทำอย่างไรดี!?!”
ฯลฯ
หากสนใจบทไหน คลิกอ่านได้ที่ตัวหนังสือชื่อเรื่องได้เลยนะคะ

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck


ทำอย่างไรให้สามีให้อภัย กรณีเคยนอกใจสามีมาก่อน?

ป๊อปได้รับคำถามจากผู้อ่านท่านหนึ่ง ที่กำลังมีปัญหากับคนรัก
เนื่องจากเธอเคยนอกใจเขามาก่อน ส่วนจะนอกกายไหม ป๊อปไม่ได้ถามรายละเอียด
แต่นับตั้งแต่คนรักของเธอรู้ความจริงว่าเธอเคยนอกใจเขามาก่อน
ชีวิตรักของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย ฝ่ายชายกลายเป็นคนที่จีบผู้หญิงทีละมากๆ
และชอบชวนทะเลาะอยู่บ่อยครั้ง แต่ลึกๆเขาก็ยังรักและต้องการเธออยู่
ทำให้เธอเองก็สับสนว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำที่สุด
เธอลองเลือกที่จะคุยกับผู้ชายคนอื่นอีก ซึ่งทำให้ปัญหาที่มียิ่งทวีความวุ่นวายไปกันใหญ่
ผู้ชายคนใหม่ ไม่ทราบว่าเธอมีแฟนอยู่แล้ว
และเมื่ออยู่กับคนใหม่ แต่ก็เหมือนเธออยู่แค่ตัว
แต่ใจอยู่กับคนรักคนเดียว ซึ่งก็คือคนที่เธอเคยนอกใจเขามาก่อน
สิ่งที่เธอต้องการคือ อยากให้คนรักที่เธอเคยนอกใจเขา กลับมารักกันเหมือนเดิม
และเลิกพฤติกรรมการคุยกับผู้หญิงทีละมากๆเสียที เพราะเธอรักเขามากจริงๆ

อื้ม! ได้ค่ะ งั้นมาลองดูคำตอบนี้กัน ;)
(ใครกำลังตกอยู่ในที่นั่งเดียวกันกับคุณเจ้าของคำถามพอดี
ก็ลองนำไปปรับใช้กับตัวเองดูละกันนะคะ)

เนื่องจากที่นี่ประเทศไทย ผู้ชายที่เกิดและโตในไทยจะถือสาเรื่องแบบนี้มากเป็นพิเศษ
การถูกคนรักนอกใจ และหากยิ่งนอกกายด้วย ฝ่ายชายจะรู้สึกเหมือนถูกหักหลังอย่างแรง!!
สิ่งที่ป๊อปเห็นในตัวคนรักของเจ้าของคำถามนี้คือ
เขามีความกลัวสูงมากและอยู่ในช่วงเสื่อมศรัทธาต่อการทำความดี
สภาพจิตใจกำลังอ่อนแอ จึงพยายามหาที่พึ่งทางอารมณ์ โดยที่พึ่งของเขาก็คือ ผู้หญิง
ชีวิตช่วงนี้ของเขาเหมือนคนหลอกตัวเองว่าฉันไม่เป็นไร
แต่เอาเข้าจริงเขาก็แทบไม่สามารถอยู่คนเดียวได้โดยไม่คุยโทรศัพท์กับใครซักคน
ถ้าเขาหนักแน่นกว่านี้ เขาอาจเลือกที่จะเลิกกันเลย(แต่จะยังเป็นเพื่อนกันได้หรือไม่ก็อีกเรื่องนึงนะ)
หรือเลือกที่จะให้โอกาสอีกครั้ง ถ้าฝ่ายหญิงมีความดีอยู่มาก
และค่อนข้างเป็นผู้หญิงที่ใช่สำหรับเขา และให้อภัยได้ในสิ่งที่ผ่านมา
เพราะเข้าใจได้ว่าคนเราก็ทำผิดพลาดกันได้
(แต่ต้องบอกเลยนะคะว่า เป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้ชายไทย
ที่จะให้อภัยแฟนได้หากเคยนอกทั้งใจทั้งกายต่อเขามาก่อน)

หนทางมันก็พอมีบ้างค่ะ แต่อย่าคาดหวังมากเกินไป และขอให้ทำในส่วนของตัวเองให้ดีที่สุด
ที่เหลือก็ให้เวลาเป็นเครื่องจัดการ
การที่เขายังรักและยังไม่เลิกกับคุณเจ้าของคำถามนี้เด็ดขาด ก็ถือว่าคุณกำลังได้รับโอกาสแก้ตัว
ก็ขอให้คุณใช้ช่วงเวลานี้ รักและดูแลเขาให้ดีที่สุด
ถ้าเขาชวนทะเลาะ คุณก็เงียบไปเถอะ ไม่ต้องพยายามพูดอะไรมาก
ถ้าอยากจะพูดอะไร ก็เพียงพูดว่า ขอโทษในทุกสิ่งที่เคยทำไป และหากย้อนกลับไปได้
คุณจะไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน
คุณขอโทษที่คุณไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขในสิ่งที่ทำผิดพลาดไปแล้วนั้นได้
แต่คุณตั้งใจจะทำช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่กับเขาให้ดีที่สุด ได้แค่ไหนก็แค่นั้น
ถ้าไม่ว่ายังไงเขาก็จะไม่ให้อภัย คุณก็จะเข้าใจและน้อมรับผล
แต่ก็หวังว่าผลที่ได้รับที่ตัวเขาจะเป็นผู้หยิบยื่นให้
มันจะไม่เกินต่อความผิดของคุณมากจนเกินไปก็พอแล้ว
คุณอาจจะบอกเขาว่า ต่อให้เขาไม่พูดถึงเรื่องที่คุณเคยทำผิดต่อเขาอีกเลย
ทั้งคุณและเขาก็จดจำเรื่องนี้ได้อยู่ดี
การที่นำเรื่องเดิมมาชวนทะเลาะซ้ำๆ มันทำร้ายตัวเขามากกว่าตัวคุณ
หากเขาคิดว่าเขาไม่อยากอยู่ด้วยอีกต่อไปแล้ว ก็เดินจากไปได้เลย (แต่ถ้าพูดคำนี้ ต้องพูดดีๆนะ)
แต่ถ้าคิดว่าจะอยู่ไปเรื่อยๆจนกว่าเขาจะเจอคนที่ใช่จริงๆแล้วก็จะไปอยู่ดี คุณก็จะไม่ขัดข้อง

แต่ป๊อปขอเตือนอย่างหนึ่งนะคะ
จริงอยู่ที่เราอาจต้องยอมในเรื่องที่โดยปกติแล้วเราไม่ควรยอม
(เพราะในเมื่อคุณเองก็ยังไม่อยากเลิก การยอมพอหอมปากหอมคอในเรื่องนี้
ก็คล้ายๆเหมือนเป็นการชดเชยความผิดอีกแบบหนึ่ง แต่ไม่ควรจะยอมไปตลอดทั้งชีวิตนะคะ
มีกำหนดระยะเวลานิดนึง อย่าให้มันเกินสมควรมากนัก เดี๋ยวมันจะมากไป)

เช่น เขาแชทคุยกับผู้หญิงคนอื่นทาง Social Network
หรือเขาไม่รับโทรศัพท์บ่อยๆเวลาเขาอาจจะไปเที่ยวกับคนอื่น
คุณก็แค่เตือนเขาว่า อย่าไปหลอกผู้หญิงที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่เลยนะ
การที่เขาถูกผู้หญิงคนไหนเคยทำร้ายจิตใจอย่างไร
ไม่ใช่เหตุผลที่เขาควรทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนที่เขาอยู่ของเขาดีๆ
พูดความจริงกับทุกคนที่เขาอยากคุยเสียยังดูลูกผู้ชายกว่า
ว่าเขายังอยู่กับคุณเพราะยังรักอยู่ และยังไม่พร้อมจะเลิกตอนนี้ แต่ยังไงก็เลิกกันแน่ๆ
พูดแบบนี้มันยังจะดูเป็นลูกผู้ชายกว่าเยอะเลย

ถ้าเขาไม่เชื่อในคำเตือนของคุณ
(ซึ่งป๊อปก็ไม่แน่ใจว่าคุณจะมีวิธีเตือนดังคำแนะนำนี้ได้อย่างละมุนละม่อมแค่ไหน)
คุณก็ปรับตัวไปละกันค่ะ ถ้าโทรไปแล้วเขาไม่รับ คุณก็ไม่ต้องโทร
มีธุระอะไรด่วนจริงๆ ก็ส่งข้อความไปบอกอย่างเดียว แล้วก็พยายามอย่ามีธุระกับเขามาก
เพราะเขาไม่ต้องการจะทราบธุระอะไรของคุณอยู่แล้ว อยู่นิ่งๆไปเลยดีที่สุดค่ะ
ถ้าคุณอยู่ร่วมบ้านกับเขาแล้ว ก็ขอให้ทำหน้าที่แม่บ้านแม่เรือนให้ดีที่สุด
และถึงแม้คุณจะยอมให้เขาคุยกับผู้หญิงคนอื่นได้
แต่หากเขาจะร่วมหลับนอนกับผู้หญิงคนอื่นที่บ้านที่คุณอยู่ด้วยกัน คุณไม่ควรยอมนะคะ
อันนี้ถือว่าเกินไปค่ะ เรื่องอะไรไม่ควรให้ท้ายก็อย่าให้ท้าย
ถ้าเขาทำ แนะนำให้เลิกไปเลย ย้ายออกมาเลย
คือ…ถึงยังไง ศักดิ์ศรีเราก็ยังต้องมีนะคะ อะไรที่ยอมเพื่อชดใช้ความผิด มันก็เรื่องนึง
แต่ก็ไม่ควรเกินกว่าเหตุ ยอมแค่พอสมเหตุสมผล ไม่ใช่จะยอมเสียหมดทุกสิ่งทุกอย่าง
แต่หากเขาไม่ทำก็แล้วไปค่ะ
แต่ไม่ว่าเขาจะแอบไปมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นนอกบ้านหรือไม่
คุณไม่ต้องถามให้บรรยากาศมันแย่ก็ได้ค่ะ
แต่หากคุณจะมีเพศสัมพันธ์กับเขา คุณก็ต้องป้องกันตัวเองนะคะ
ถ้าเขาไม่ยอมให้ป้องกัน แล้วคุณเองก็ไม่แน่ใจ
คุณก็ควรจะรักตัวเองนะคะ ไม่ควรยอมมีเพศสัมพันธ์กับเขาโดยไม่ป้องกัน
เพราะโรคเอดส์นั้น ไม่มีใครอยากเป็นกันหรอกค่ะ
ถ้ารู้ล่วงหน้าว่ามีเพศสัมพันธ์กันครั้งนี้แล้วจะติดเอดส์แน่นอน
ต่อให้เกิดอารมณ์ทางเพศมากแค่ไหน
ก็ไม่มีใครยอมแลกการสำเร็จความใคร่ครั้งเดียวกับโรคเอดส์แน่ๆ
ฉะนั้น อย่าเสี่ยงค่ะ รักตัวเองให้มากๆนะคะ

ในเวลาที่อยู่ด้วยกัน ขอให้พูดจากันดีๆ อย่าประชดประชัน
ถ้าคิดว่าเลิกกันกับเขายังไม่ไหว ก็ดูแลเขาต่อไปเหมือนจะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้ว
และตัวคุณก็ต้องทำตัวเองให้เป็นคนที่มีคุณภาพยิ่งๆขึ้น
ไม่ใช่ทำเพื่อเขาทุกอย่าง แต่ไม่ทำเพื่อตัวเองเลย
เพราะการทำหน้าที่คนรักที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่การดูแลเขาให้ดี แต่ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วย
ทั้งทางด้านภาพลักษณ์และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านสติปัญญานะคะ ;)
หากผู้หญิงทำตัวให้แฟนภูมิใจที่ได้เป็นแฟนด้วย เขาจะซื่อสัตย์ต่อผู้หญิงเองโดยอัตโนมัติค่ะ
(ต่อให้ปันใจไปมีอีกคนเลยอ่ะ เขาก็จะเกรงใจผู้หญิงคนที่เขาภูมิใจที่ได้เป็นแฟนมากที่สุดค่ะ)

หากคุณทำได้แบบนี้ วันนึงเขาอาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
แต่ตรงนี้ก็อยู่ที่สติปัญญาของเขาเองด้วย
ถ้าคุณคือผู้หญิงที่ดีที่สุด แต่เขาเลือกที่จะเสียคุณไป
เพราะทำใจให้อภัยคุณไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ปล่อยเขาไปเถอะ

และหากวันนั้นมาถึง วันที่เขาจะไม่กลับมาอีกแล้ว
ก็จะเป็นอีกวันนึงที่คุณได้รู้ค่ะว่าจริงๆแล้วคุณทนต่อการไม่มีเขาอีกแล้วในชีวิตได้
แต่ที่ผ่านมาคุณไม่อยากต้องทน และคุณอยากชดใช้ความผิดของคุณ

เมื่อเราเหลือทางเดียวให้เลือกเดิน คือ ต้องทน
แม้ไม่อยากทนก็ต้องทน แรกๆก็จะรู้สึกว่ามันยาก มันหนักหนาสาหัส ต่อมาก็จะเริ่มชิน
ตอนนี้ก็ทำใจให้ชินไว้เลยก็ดีนะคะ และก็ทำทุกวันให้ดีที่สุด

และอย่างไรก็อย่าลืมว่า ไม่ว่าคุณจะรักและอยากจะทำเพื่อผู้ชายคนไหน
ก็อย่าให้มากไปกว่าทำเพื่อพ่อเพื่อแม่ตัวเองละกันนะคะ
อย่าให้ความทุกข์ และความต้องการของตัวเอง
อยู่เหนือความกตัญญูต่อคนที่ควรกตัญญูจริงๆค่ะ

และอีกเรื่องนึงที่เกือบจะลืมไปเลยคือ
กับผู้ชายคนใหม่ที่เพิ่งคบกันนั้น ก็ไปขอยุติความสัมพันธ์กันให้เรียบร้อย
โดยพูดตรงๆ แต่ก็คงจะไม่ต้องตรงทั้งหมดอ่ะนะคะ
ว่าคุณอยากกลับไปคืนดีกับคนรักที่เคยมีปัญหากัน
และคุณขอโทษที่คุณไม่สามารถไปต่อกับเขาได้ไกลกว่านี้ แต่คุณไม่อยากเป็นผู้หญิงไม่ดี
ที่จะคบผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกัน
พยายามเคลียร์ให้จบ อย่าให้บานปลายมากนะคะ

ค่ะ ก็ประมาณนี้ ขอให้โชคดีนะคะ
ด้วยรัก…เหมือนเดิมค่ะ ;)

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck

วิธีพูดกับลูกที่ชอบโกหก

ปัญหาที่ลูกชอบพูดโกหก
เป็นหนึ่งในหลาย ๆ ปัญหาที่ทำให้พ่อแม่เครียดและกังวลและเป็นห่วง
ทำอย่างไรดีเมื่อพบว่าลูกโกหก
ลองดูตัวอย่างการสนทนาของแม่กับลูกชายวัย ๑๑ ปีในเรื่องนี้ดูครับ

“บูม วันก่อนลูกขอเงินแม่ไปซื้อเครื่องเขียน ๑๐๐ บาท แม่ขอดูหน่อย ซื้ออะไรมาบ้าง”
หากเด็กโกหกและมีความรู้สึกผิดและกลัวถูกจับได้
สีหน้าเด็กจะบ่งบอกถึงไม่สบายใจ ก้มหน้านิ่ง และไม่กล้าสบตา
หากสังเกตเห็น อย่าเพิ่งแน่ใจว่าเขาจะโกหกแน่นอน
รอฟังคำตอบจากเขาก่อน
“ดูสีหน้าลูกไม่ค่อยดีเลย มีอะไรจะบอกแม่ไหม?”
เด็กอาจยังไม่กล้าพูดอะไร
ให้คุณวางมือลงบนไหล่ของลูกอย่างอ่อนโยน เพื่อช่วยให้เขาคลายความกังวลใจลงบ้าง

“ผมทำเงินหายครับ”
เมื่อแน่ใจว่าเขาน่าจะโกหก
เช่น ไม่กล้าตอบเต็มเสียงเพราะมีความรู้สึกผิด
อย่าเพิ่งรีบตำหนิเขา
ให้ลงนั่งลงข้าง ๆ เขา และมองหน้าเขา ขอให้เขาสบตาเรา
“ไหน ลูกเงยหน้าสบตากับแม่หน่อย”

“แม่จะลงโทษผมไหมที่ทำเงินหาย”
เด็กย่อมกลัวการถูกลงโทษแน่นอน
ในระหว่างที่เขาสับสนและกลัวการถูกลงโทษด้วย
เขาอาจกำลังหาทางที่จะรับโทษน้อยลง
ด้วยการแต่งเรื่องราว เพื่อให้ตัวเองไม่ต้องถูกรับโทษ หรือถูกลงโทษไม่มาก
แต่หากการพูดจาของแม่ที่มีต่อเขาในยามนี้ ส่งความรู้สึกให้เด็กสัมผัสได้ว่าแม่เป็นผู้มีเหตุผล
เขาจะอยากสารภาพความจริง เพราะจริงๆแล้วเด็กก็ฉลาด
ที่จะสามารถพิจารณาด้วยตนเองได้ว่า หากเขาสารภาพและสัญญาว่าจะไม่ทำอีก
และตั้งใจจะทำตามสัญญาจริง ๆ อย่างแน่นอน
เขาอาจไม่ถูกลงโทษเลยและได้รับการให้อภัย

แต่หากคุณพ่อคุณแม่ เริ่มสังเกตเห็นสีหน้าและภาษากายของเขาว่าอาจกำลังพยายามโกหก
ควรเตือนให้ลูกทราบก่อนว่า เรากำลังสงสัยแล้วว่าเขาโกหก
และบอกให้เขาทราบว่า หากเขาโกหกเรา เราจะเสียใจขนาดไหน
“ลูกยืนยันกับแม่อีกครั้งซิว่าลูกทำเงิน ๑๐๐ บาทที่แม่ให้ไปซื้อเครื่องเขียนหายจริง ๆ
ลูกอย่าโกหกแม่นะคะ เพราะการโกหกของลูกจะทำให้แม่ผิดหวังและเสียใจ”

“ผมขอโทษครับแม่ ผมไม่ได้ทำเงินหาย แต่ผมเอาเงินไปเล่นเกมส์ออนไลน์”
เมื่อลูกสารภาพ ลูกอาจจะกลัวการถูกทำโทษมากและรู้สึกอาย เขาอาจร้องไห้และทำตัวไม่ถูก
แม่ควรกุมมือทั้งสองข้างของลูกชายไว้ในอุ้งมือของตนเองอย่างอ่อนโยน
และพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเช่นกัน แม้จะเป็นการตำหนิและสั่งสอน
แต่ในเวลาที่เขาสารภาพเช่นนี้
การใช้น้ำเสียงที่ตำหนิ จะทำให้เด็กกลัว และอาจโกหกขึ้นมาจริง ๆ ในครั้งหน้า
ต้องพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่ก็หนักแน่นไปพร้อมกัน
“มีอะไรต้องบอกแม่ตรง ๆ  ห้ามโกหกเด็ดขาด
เพราะมันจะกลายเป็นนิสัยติดตัวลูกไปจนโต แก้ไขยาก
คนโกหกจะเป็นที่รังเกียจของคนอื่น ๆ 
ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วย ลูกเข้าใจที่แม่พูดไหม”
“เข้าใจครับ ผมให้สัญญาว่าจะไม่โกหกอีก”
“แล้วเรื่องเกมส์ออนไลน์ที่ต้องเสียเงิน เราเคยคุยกันมาแล้วใช่ไหม
แม่ไม่อยากเห็นลูกต้องเสียเวลา เสียเงิน
เสียสมาธิไปกับการเล่นเกมส์เลย แม่รักและเป็นห่วงลูกนะ“
“ครับแม่ ผมขอโทษ ผมขอรับรองด้วยเกียรติของลูกชายแม่
ต่อไปนี้ผมจะเลิกเล่นเกมส์ออนไลน์อย่างเด็ดขาด”
“คำมั่นสัญญาของลูกทำให้แม่รู้สึกสบายใจ แต่สิ่งสำคัญคือลูกต้องมีสติ
เตือนตัวเองให้ได้ว่า อย่าทำในสิ่งที่ไม่ดี เพื่อชีวิตและเพื่ออนาคตของลูกเอง”
แม้ลูกจะยังเด็ก แต่เขาจะรู้จักภูมิใจที่ตัวเองได้เป็นลูกของคุณแม่ที่ใจดีและสอนเขาได้ดี
หากเขาโผเข้ามากอด อย่าเพิ่งปฏิเสธ แม้คุณจะยังพูดไม่จบ
ขอให้รับการกอดของเขาอย่างแนบแน่น ให้เขารู้สึกได้ว่าเรารักและหวังดีต่อเขามาก
“ขอบคุณครับแม่ ผมจะจำคำพูดแม่ไว้ตลอดไป ผมจะทำตามที่แม่สอน ผมรักแม่ครับ”
ทุกครั้งที่ลูกบอกรัก ต้องไม่ลืมที่จะตอบรับคำนี้ทุกครั้งด้วยนะครับ
“แม่ก็รักลูกจ้ะ”

เด็กที่พูดโกหกเพราะเขากลัวว่าถ้าพูดความจริงแล้วจะถูกลงโทษ
หรือพูดแล้วทำให้ผู้ใหญ่ไม่สบายใจ
เขาจึงเลือกที่จะโกหกเพื่อให้พ้น ๆ ไปจากสถานการณ์เฉพาะหน้า
ดังนั้นผู้ใหญ่ต้องมีจิตวิทยาในการพูดคุยกับเด็ก
ต้องใจเย็น อดทน อย่าใช้อารมณ์เด็ดขาด
การที่ลูกทำอะไรผิดพลาดลงไป เราอย่าดุด่าหรือลงโทษรุนแรง
แต่ควรสอนด้วยเหตุผล เตือนด้วยความรัก บอกด้วยความหวังดี
มีความเมตตาเป็นฐานรองรับเสมอ
ถ้าทำได้แบบนี้ รับรองลูกจะไม่มีวันโกหกเราอย่างแน่นอน

footer_phongpakorn

วิธีพูดกับคนทุกข์ ตอน “คนถูกขอหย่า”

มีลูกศิษย์ของผมท่านหนึ่งประสบกับปัญหาชีวิตคู่
แต่งงานมา เกือบ ๑๖ ปี มีลูกด้วยกัน ๒ คน  ปรากฏว่าสามีแอบไปมีภรรยาอีกคน
ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ ๒ เดือน เธอเสียใจมาก
เขาขอหย่ากับเธอเพื่อไปจดทะเบียนสมรสกับภรรยาใหม่
เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ หล่อนจะฟ้องร้องให้เขาเกิดความเสียหาย
เธอยอมหย่าให้เขาด้วยความเจ็บปวดเสียใจ
เธอพร่ำรำพันมาทางเฟสบุ๊คว่า “ชีวิตทำไมย่ำแย่ขนาดนี้ ฉันไม่มีคุณค่า
ฉันไม่มีความหมายเลยใช่ไหม เขาจึงทำกับฉันได้ขนาดนี้
ถ้าเขาไม่สงสารฉัน ก็น่าจะสงสารลูกบ้าง

นี่คือตัวอย่างบทสนทนาจริง ที่ผมพูดกับเธอครับ

ผม “อย่าตอกย้ำสิ่งไม่ดี จิตใต้สำนึกมันจะเก็บฝังใจ”
เธอ “ขอบพระคุณอาจารย์มาก ๆ ค่ะ หนูรู้สึกเจ็บช้ำเสียใจเหลือเกิน”
ผม “ชีวิตไม่ได้สิ้นสุดลงเพราะเรื่องแค่นี้ ถึงแม้ว่ามันเป็นเรื่องหนักมาก
ที่ทำร้ายจิตใจของคุณอย่างแสนสาหัส แต่คุณต้องอดทน มีสติ ดูแลจิตใจตัวเอง
ถ้าคุณเป็นอะไรไป ใครจะดูแลลูก
เธอ “ขอบคุณอาจารย์ที่ให้กำลังใจหนู และเตือนสติหนูบ่อยๆ ถ้าไม่มีลูก หนูอาจฆ่าตัวตายไปแล้ว”
ผม “หยุดพูดอะไรที่เป็นแง่ลบ ไม่คิดอะไรแง่ลบ เราต้องใส่สิ่งดี ๆ ให้กับจิตใต้สำนึก
คือการสร้างคลื่นพลังที่ดีงามในจิตใจเรา ผมขออวยพรให้คุณมีพลังในจิตใจ
เอาชนะปัญหาต่างๆในชีวิตได้อย่างสบาย ๆ  ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
อ่านคำอวยพรผมจบ หลับตาทำสมาธิที่กลางกระหม่อมหรือกลางหน้าผากนิ่ง ๆ ๑๐ วินาที
คำอวยพรของผมจะอยู่ในจิตใต้สำนึกของคุณตลอดไป
แล้วจิตใต้สำนึกของคุณจะดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้ามาสู่ชีวิต
เธอ “ขอบคุณมากค่ะ”
ผม “มีอะไรคืบหน้าอย่าลืมมาแจ้งให้ทราบด้วยนะครับ โชคดีมีสุข ธรรมะคุ้มครอง”
เธอ “ค่ะ หนูไม่สามารถลืมและตัดใจจากสามีของหนูได้เลย 
ทุกวันนี้เขาไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น  แต่ก็แอบโทรมาหาหนู
บางวันก็แวะมาหาลูก เขาบอกว่าสักวันหนึ่งคงจะได้กลับมาใช้ชีวิตกับหนูและลูกเหมือนเดิม
ผม “เขาจะกลับมาเมื่อเขาหมดหนี้กรรมกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว
ให้เขาชดใช้ให้หมดในชาตินี้ จะได้ไม่ต้องไปตามใช้ในชาติหน้า
หนี้ทั้งหลายต้องชดใช้เสมอ โดยเฉพาะหนี้กรรม”  
เธอ “เมื่อวานลูกชายก็เห็นใบหย่าของพ่อกับแม่ เขาไม่ได้ถามอะไร แต่มีสีหน้าสลด
หนูก็ไม่รู้จะพูดกับลูกว่าอย่างไรดี” 
ผม “ไม่เป็นไรครับ คอยดูแลจิตใจลูก คอยให้กำลังใจลูก
 ลูกต้องเผชิญความจริงอยู่แล้ว บอกลูกว่าหย่ากันชั่วคราวก็ได้
อาจจะบอกว่าแก้เคล็ดบางอย่าง
อีกไม่นานจะจดทะเบียนกันใหม่ มีคนจดทะเบียนหย่าเพื่อแก้เคล็ดมากมาย
เธอ “ค่ะ”
ผม “จริง ๆ ทะเบียนสมรสก็เป็นแค่สิ่งสมมติ จิตใจเขาต่างหากสำคัญกว่า
ถ้ามีแต่ใบสมรส แต่ไม่ได้ใจเขา ก็ป่วยการ
แม้ตัวเขาจะอยู่กับเรา แต่ใจไม่อยู่ด้วย เราก็ทุกข์ จงรอวันที่เขากลับมาพร้อมกายและใจเถิด
เธอ “ค่ะ หนูก็ว่าอย่างนั้น ได้แต่ตัวก็ไม่เอา”
ผม “ต้องมีวันนั้น เมื่อเขาหมดหนี้กรรม”
เธอ “ขอบคุณค่ะ ได้กำลังใจจากอาจารย์เยอะเลยค่ะ”
ผม “คุณต้องแผ่เมตตาให้ผู้หญิงคนนั้นและอุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวรของสามีด้วย
จะได้หมดหนี้กรรมไว ๆ 
เธอ “ได้ค่ะ”
ผม “ทำด้วยใจสงบ ด้วยจิตศรัทธา สักวันเขาจะกลับมา”
เธอ “ค่ะ ขอบคุณค่ะ หนูจะทำตามที่อาจารย์สอน”

การแผ่เมตตาและการอุทิศบุญต้องทำด้วยใจจริง
จากจิตใต้สำนึกแท้ ๆ ของคนเรา ด้วยใจที่สงบอยู่ในสมาธิ จึงจะได้ผลดี
เพราะในขณะที่ทำเช่นนี้ จิตของเราจะส่งคลื่นพลังที่ดีงามออกไป
และคลื่นดังกล่าวจะสะท้อนกลับมาหาเราด้วย
จิตใต้สำนึกของเราก็จะเก็บเอาคลื่นพลังที่ดีงามนี้ไว้ ซึ่งจะส่งผลให้จิตมีคุณภาพ
จิตที่มีคุณภาพจะดึงดูดเรื่องดีๆที่เราปรารถนาเข้ามาสู่ชีวิตของเราเอง

footer_phongpakorn


ทำอย่างไร..เราจึงจะรักกันไปได้ตลอด?

หากคุณผู้อ่านกำลังมองหาวิธีที่เป็นได้
ที่จะทำให้คนรักของคุณ รักและอยู่กับคุณไปจนกว่าจะตายจาก
มันก็พอมีหนทางอยู่บ้างค่า ;)
เพียงแต่ว่า…จะได้ผลลัพธ์ตามนี้หรือไม่
ขอให้ทุกท่านทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่เราแค่คนเดียวนะ
แล้วก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนรักของเราเพียงเท่านั้นด้วย
เพราะในสังคมไทย พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ของทั้งเราและเขา
ก็มีอิทธิพลไม่น้อยเหมือนกัน
ฉะนั้น คำแนะนำต่อไปนี้ คือ กระบวนการเฉพาะตัวเราคนเดียวก่อน
ที่จะสามารถทำได้ดีที่สุด เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์นี้
ถ้าทำขนาดนี้แล้วแต่ไม่ได้ตามนี้ ถือว่าคุณทำดีที่สุดแล้ว โอเคมั๊ยคะ? เข้าใจตรงกันน๊ะ ;)
เมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว งั้นเราก็มาเริ่มกันเลย ^_^

ขอเริ่มคุยกับคนโสดก่อน 
หากคุณยังไม่เคยอ่านเรื่อง “ ทำอย่างไรจึงจะเจอคนรักที่ดี ” ที่ป๊อปเคยเขียนไว้
แนะนำให้คลิกอ่านกันก่อนก็ดีนะคะ (คลิกอ่านได้ที่ตัวหนังสือชื่อเรื่องได้เลยค่ะ)
เพราะการเลือกใครมาเป็นคนรัก มีความสำคัญมาก
อย่าได้พลาดเลือกใครก็ได้ หรือยอมเสี่ยงคบกับใครเร็วเกินไปทั้งที่ยังไม่รู้จักเขาดีเท่าไหร่
เพียงเพราะกลัวว่าถ้าไม่รีบตัดสินใจคบ แล้วเดี๋ยวเขาจะไปคบคนอื่น
อยากบอกว่า อย่าคิดแบบนี้ค่ะ นี่มันเรื่องความรัก ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะรีบตัดสินใจให้เร็วที่สุด
ไม่ High risk High Return (เสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง) เหมือนหุ้นบางตัวนะคะ
ขนาดหุ้นยังต้องศึกษาให้ดีก่อนการลงทุนเลย เรื่องความรักจะไม่ศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจได้ยังไง
เพราะการลงทุนในเรื่องความรักมันมหาศาลกว่ามากนัก
ฉะนั้น หากคิดจะเสี่ยงเกินไป
แล้วกลับได้แต่ความเจ็บช้ำแทบเป็นแทบตายเป็นการตอบแทน
ขอให้โทษตัวเองคนแรก แล้วค่อยไปโทษคนอื่นนะคะ

สำหรับคนที่มีคู่แล้ว
สิ่งที่จะทำให้คู่รักแต่ละคู่ถือไม่เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร
คือสูตรที่พระพุทธเจ้าเคยสอนไว้เกี่ยวกับหลักในการพิจารณาเลือกคู่ครอง
ว่าควรเสมอกันด้วย ศีล / จาคะ(ความมีน้ำใจ) / ศรัทธา / ปัญญา
ซึ่งหากคู่รักสามารถรักษาให้เสมอกันได้เสมอไป
ก็จะสามารถรักษาความเป็นสามีภรรยาได้เสมอไปเช่นกัน
บางท่านอาจสงสัยว่า บางคู่ผู้ชายดื่มเหล้า ไม่ซื่อสัตย์ ชอบโป้ปดมดเท็จ
แต่ผู้หญิงตรงกันข้ามทุกอย่าง และแสนดีมาก ทำไมยังเห็นคบกันได้ยันตายก็มี
ตรงนี้เป็นที่เขามีศรัทธาในเรื่องของชีวิตคู่ที่เสมอกัน
เช่น หากแต่งงานแล้ว เป็นตายร้ายดีอย่างไรก็จะต้องดูแลคู่ชีวิตไปจนกว่าจะตายจากกัน
บางคู่ แค่มีอย่างเดียวที่เสมอกัน คือศรัทธา ก็ทำให้รักกันไปได้ตลอดเหมือนกันค่ะ
(หากใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง “รักแห่งสยาม” ก็คงจะพอนึกออกนะคะ
ว่าคู่ที่มีศรัทธาเสมอกันเพียงอย่างเดียวเขาประคับประคองความรักกันอย่างไร)
แต่หากอีก ๓ ข้อที่เหลือไม่เสมอกันเลย หรือต่างกันอย่างสุดขั้ว
คู่รักคู่นี้ก็อาจเป็นคู่ทรหด ที่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือทั้งสองฝ่าย
ที่ต้องใช้น้ำอดน้ำทน หรือต้องใช้ความพยายามไม่น้อยทีเดียวเพื่อดำรงสถานะคู่สมรสนี้ไว้ให้ได้

อ่านมาถึงตรงนี้ หากคุณผู้อ่านได้พิจารณาเห็นแล้วว่า
คู่รักของคุณมีศีล จาคะ ศรัทธา ปัญญา ต่างจากคุณมาก
กรณีเขามีสิ่งเหล่านี้สูงกว่าคุณ และคุณอยากคบเขาไปได้ตลอด
ที่คุณต้องทำก็คือ ทำของตัวเองให้สูงเทียมเท่ากับเขา
แต่หากเขามีสิ่งเหล่านี้น้อยกว่าคุณ และคุณก็ยังอยากจะคบเขาไปให้ได้ตลอด
คุณก็ต้องพยายามช่วยให้เขามีให้เท่าคุณค่ะ
ค่อนข้างยากเหมือนกัน ในการที่จะช่วยให้ใครมาเสมอเราหากเขาไม่อยาก
แต่ขอให้เริ่มที่ ๒ อย่างแรกนี้ก่อนคือ ศีล และปัญญา
และขอให้จำเอาไว้ว่า การจะช่วยเหลือใครให้มีศีลสูงขึ้น ปัญญาสูงขึ้น ต้องระมัดระวังมาก
อย่าให้วิธีการของเรา ทำให้เขารู้สึกว่า เรากำลังด่าเขาว่า ไม่ดี หรือโง่ ไม่มีใครชอบโดนดูถูก
ระวังความหวังดีของเราจะไปทำให้เขายิ่งทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับที่เราต้องการหนักกว่าเก่า
เรื่องศีล ถึงเขาไม่มีศรัทธาในการรักษาศีล
แต่ในฐานะคนใกล้ชิด เราพอจะสามารถช่วยระวังเหตุให้เขาได้
เรียกว่าช่วยลดการเจริญบาปให้กับเขานั่นเอง
ช่วยระวังเหตุให้เขาไม่ฆ่า ไม่โกง ไม่ผิดประเวณี ไม่โกหก ไม่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่
และจะยิ่งดีมาก หากเราช่วยเขาในการเจริญบุญด้วย
เน้นบุญประเภทธรรมทานได้จะยิ่งดีค่ะ
เพราะการให้ปัญญา ก็จะทำให้ได้ปัญญากลับคืน ^_^
เมื่อเรื่องศีลและปัญญาดีขึ้น จาคะและศรัทธาก็มักจะดีขึ้นตามไปด้วย

จริงๆแล้ว สิ่งที่ยากที่สุดในการนำพาคนอื่นให้อยากดีขึ้น คือ เรื่องของความพอดี
หากหวังการพัฒนาของอีกฝ่ายมาก ก็อาจยิ่งทำให้ตนเองไปเผลอสั่งสอนคนรักมากเกินพอดี
ต้องระวังเรื่องความพอดีให้มากๆนะคะ
และขอบอกเลยค่ะ การคิดจะไปค่อยๆเปลี่ยนใครให้ค่อยๆดีขึ้น
ทั้งๆที่เขาพอใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่แล้ว ไม่ได้อยากจะดีไปกว่าเดิมเท่าไหร่
ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ

หากจะได้ผลก็เรียกว่าต้องใช้เวลาหลายปีมาก อาจไม่ต่ำกว่าสิบปี
หรืออาจเป็นไปไม่ได้เลย ขอให้ทำใจไว้
อย่าได้คาดหวังว่าเขาต้องเป็นให้ได้ดั่งใจทุกอย่าง อย่าไปกดดันเขามาก
เพราะมันอาจทำให้เขาอยากเปลี่ยนแฟนไปเลย แทนการเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองนะคะ
และที่ต้องระวังอีกอย่างคือ

ขณะที่เรากำลังพยายามดึงใครขึ้น เราอาจจะถูกคนเขาดึงลงแทน หากเราไม่หนักแน่นพอ

ต่อมา ขอให้จำไว้ว่า เรื่องสวยเรื่องหล่ออย่าคิดว่าไม่สำคัญ
สำหรับบางคน การมีแฟนสวยหรือหล่อมันสำคัญมากเลยทีเดียว
เพราะหากเขาดูแลตัวเองเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว
เขาก็อยากมีแฟนที่ดูแลตัวเองเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้วเหมือนเขา
ฉะนั้น เสื้อผ้า หน้า ผมของคนที่มีแฟนอยู่ ควรจะดูดีกว่าตอนที่โสดเพื่อคนที่เรารักนะคะ
เพราะนอกจากเขาจะรู้สึกเจริญหูเจริญตาแล้ว
การได้เดินควงแฟนที่หน้าตาดี มันสร้างความนับถือตัวเองให้กับคนรักได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ

เมื่อโกรธ การแผดเสียงใส่กัน หรือการใช้วาจาเชือดเฉือนดูถูกัน
มีแต่จะนำมาซึ่งความเกลียดชัง และบั่นทอนความรักให้ลดลงไปเรื่อยๆ
เพราะเรามักจะจำสิ่งที่ดีที่สุดและสิ่งที่แย่ที่สุดที่คนรักกระทำต่อกันได้มากกว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆ
ระวังคำพูดครั้งเดียว จะทำให้อีกคนไม่สามารถกลับมารักคุณได้เหมือนเดิมอีกเลย
มันอาจทำลายทุกความดีที่คุณเคยทำมาไปหมดสิ้น
คำๆเดียวและแค่ครั้งเดียวเท่านั้น อาจทำให้เขาสามารถรู้สึกดีได้สูงสุดต่อคุณได้แค่ความเป็นเพื่อน
คนเคยรักกันอย่างมากมาย อาจกลายเป็นศัตรูกันทั้งชีวิต เพียงเพราะคำพูดร้ายๆไม่กี่คำ
ฉะนั้น จะพูดอะไรกับคนรัก ที่เป็นคนใกล้ตัวที่สุด
ยิ่งต้องระวังคำพูดมากกว่าพูดกับคนแปลกหน้าเสียอีกนะคะ
ยิ่งในเวลาโกรธ ยิ่งต้องเพิ่มความระวังหลายเท่า

เมื่อทำผิด ก็อย่าอายที่จะขอโทษกัน
รู้จักกล่าวคำชื่นชมในการทำความดีของคนรัก
และควรขอบคุณในสิ่งทีดีๆที่เขาทำให้เป็นนิสัย
อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องปกติของการทำหน้าที่คนรักที่อีกฝ่ายต้องทำอยู่แล้ว
ระวังหายนะจะมาเยือนนะคะ ถ้าคิดแบบนี้
บ้านไหนไม่ค่อยมีคำชม กับคำขอบคุณ
คิดว่าบ้านนั้นวันๆจะคุยอะไรบ้างล่ะคะ
ระวังว่าคนในบ้านตัวเองจะอยากคุยกับคนนอกบ้าน มากกว่าคนในบ้านเอานะคะ

และที่ลืมไม่ได้อีกอย่างคือ ต้องรักครอบครัวของคนที่เรารักเสมือนรักครอบครัวตัวเอง
อย่าคิดว่านั่นญาติเธอ ไม่ใช่ญาติฉัน หรือแม้แต่ลูกติดเขามาก็เหมือนกัน
ต้องรักลูกเขาให้ได้เหมือนลูกตัวเอง รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงของเขาด้วย
หากมีบางคนที่ร้ายกาจมากจนรักไม่ลงจริงๆ
ควรพิจารณาถึงสาเหตุก่อนว่าทำไมเขาเป็นเช่นนี้
ถ้าคุณอยากเป็นคนเจ๋งๆ คุณก็ควรที่ไปอยู่ที่ไหน ที่นั้นก็เจริญขึ้น
ช่วยนำพาเขาให้มีศีลและปัญญาที่สูงขึ้นเท่าที่ขอบเขตของตัวเองจะทำได้
แต่สำหรับบางราย การวางเฉยก็เป็นการแสดงออกที่ดีที่สุด

และที่สำคัญ ทุกอย่างที่ทำ ควรทำด้วยความจริงใจ
ไม่ใช่หวังให้ใครมาชมว่าเราเป็นคนดี๊คนดี
ต้องระวังให้ทุกสิ่งที่ทำ อยู่ในความพอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป
ระวังตัวเองให้มากกว่าใคร โดยเฉพาะอาการติดดี ประเภทที่ถ้าเห็นใครไม่ดีเท่าตัวเอง
ก็แอบแบ่งชั้นกับเขา ว่าเราดีกว่าเขา ฉลาดกว่าเขา
คิดแบบนี้ก็ไม่เรียกคิดดีเหมือนกันนะคะ นี่คือสิ่งที่เราต้องระวังตัวเองให้มาก

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงคำแนะนำที่ย่อที่สุดแล้วที่จะช่วยให้คุณและคู่รัก
ประคับประคองความรักกันไปได้อย่างตลอดรอดฝั่งนะคะ
แต่การครองรักกัน มันมีรายละเอียดยิบย่อยมากกว่านี้เยอะมาก
ไม่ง่ายนักที่คนสองคน
จะรู้สึกรักกันแบบคู่รักไปได้ตราบจนวันที่หน้าตาของทั้งสองฝ่ายทั้งเหี่ยวทั้งย่น ไม่ง่ายจริงๆค่ะ
ในฐานะสามี การทำตนให้ผู้หญิงภาคภูมิใจที่ได้เป็นภรรยา
ก็ยิ่งยากหากฝ่ายภรรยาเป็นคนเก่งและก้าวหน้าเร็ว
เพราะผู้หญิงที่มีสังคมที่เต็มไปด้วยคนฉลาด
มักต้องการผู้เป็นสามีที่ฉลาดทันกัน พาไปคุยกับใครก็คุยรู้เรื่อง
รู้เรื่องในที่นี้คือ ถ้าฝ่ายหญิงคุยอะไรยากๆได้ ฝ่ายชายก็ควรคุยได้พอๆกัน
วิธีการใช้ภาษา การเลือกคำที่ใช้ ดูเป็นคนฉลาดพอๆกัน
เรื่องแบบนี้สำคัญกับผู้หญิงมากๆค่ะ
ต่อให้ฝ่ายชายปรนนิบัติพัดวีอย่างดีทุกอย่างแต่หากไม่เคยพัฒนาสติปัญญาให้ฉลาดทันเธอ
ฝ่ายหญิงจะรู้สึกว่าผู้ชายไม่ทำอะไรเพื่อเธอจริงๆ
และสุดท้าย เธอก็จะหมดความรู้สึกรักไป
ที่โดยส่วนใหญ่ ผู้ชายจะคิดว่าผู้หญิงทิ้งไปมีผู้ชายที่ดีกว่าเพราะเรื่องเงิน
แต่จริงๆ มันคืออะไรที่อยู่ในหัวต่างหาก
นี่ป๊อปหมายถึงในผู้หญิงที่เก่งมากๆ หาเงินมากๆได้เองไม่ต้องพึ่งพาใครนะคะ

สำหรับผู้หญิง ในฐานะภรรยา
จะให้แข่งความสวยกับเด็กสาวๆแรกรุ่นตลอดไป อย่างไรก็สู้ไม่ได้
แต่อย่างไรก็ควรจะดูแลตัวเองให้สวยสมวัย หรืออ่อนกว่าวัยได้เท่าที่สังขารอำนวย
นอกจากนี้เรื่องสติปัญญาก็มีความสำคัญ
อย่างน้อยก็ควรเป็นที่ปรึกษาในบางปัญหาได้บ้าง
ยิ่งเป็นผู้ช่วยที่ดีประหนึ่งเลขาฯมืออาชีพ สามี (บางคน) รักตายเลยค่ะ
และก่อนจะจบบทนี้ไป ป๊อปขอยืมคำกล่าวของคุณกรองแก้ว
ศรีภรรยาของคุณชายพุฒิภัทร (๑ ใน ๕ ซีรีย์ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ)
ในคืนแต่งงาน ที่เธอตอบคำถามเรื่องหน้าที่ภรรยา มาส่งท้ายคุณผู้อ่าน
เพื่อย้ำเตือนถึงบางอย่างที่หลายคนละเลยไป เป็นการส่งท้ายนะคะ ^_^
YouTube Preview Image
คุณชายพุฒิภัทร : หน้าที่ของภรรยาเนี่ย…มีอะไรอีกน๊อ???
กรองแก้ว : ก็..ทำอาหาร ดูแลบ้าน ดูแลคุณชายให้กินอิ่มหลับสบาย
จิตใจแจ่มใส พร้อมที่จะออกไปปฎิบัติหน้าที่ดูแลคนไข้ได้อย่างเต็มที่ค่ะ
คุณชายพุฒิภัทร : แล้วยังมีอะไรอีก หึ๊ม!?!
กรองแก้ว : แก้วจะเป็นกำลังใจให้คุณชาย แล้วก็ทำให้คุณชายมีความสุขในทุกๆวันด้วยค่ะ

อย่าลืมถามตัวเองกันทุกวันนะคะ
ว่าวันนี้เราเป็นความสุขหรือความทุกข์ของคนที่เรารัก
เราทำให้เขามีความสุขในทุกๆวันไหม?
ถ้าเราทำทุกอย่างดีแล้วจริงๆ แต่เราก็ยังเป็นความทุกข์ของเขาอยู่
ถ้าเรารักเขาจริง อย่าฝืนเป็นความทุกข์ของใครอีกต่อไปเลยค่ะ
คนมันจะไม่ใช่ ปล่อยไปดีกว่า เพราะคนที่ใช่ก็รอเราอยู่ข้างหน้า
ถ้าคนที่เราคบอยู่ตอนนี้ เราได้พยายามทำในส่วนของเราอย่างดีที่สุดแล้วแต่เขาก็ไม่ต้องการ
เราไปอยู่กับคนที่เห็นคุณค่า และเห็นเราเป็นความสุขของเขาดีกว่านะคะ
อย่ากลัวว่าตัวเองจะเป็นคนที่ไม่มีใครต้องการ
ถ้าทำตัวดีให้เป็นที่ต้องการ ยังไงก็มีคนต้องการค่ะ

ขอให้ทุกคู่รัก ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรกันทุกท่านนะคะ
ด้วยรัก…เหมือนเดิมค่ะ ;)

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck


ฟ. แฟน… เชื่อใจกันได้แค่ไหนกันนะ?

jealous-girlfriend
Q : บางครั้งการเชื่อใจคนที่เรารัก ก็นำมาซึ่งความเสียใจจริงไหมคะ ??
แล้วสรุปคนรักกัน…ควรเชื่อใจกันไหมคะ ??

A : วิธีการหนึ่งที่จะใช้ตอบคำถามนี้ได้โดยที่ไม่ต้องถามใครเลยก็คือ
มองเขา (คนรักของเรา) ผ่านการมองตัวเราเอง
ก็จะเห็น “คำตอบที่ใช่” ได้ในระดับหนึ่งเลยเหมือนกันนะคะ
ลองถามตัวเราสิคะ เมื่อเราเป็นคนรักของใครแล้ว
เรามีความซื่อสัตย์ต่อคนรักของเรามากแค่ไหน
อะไรทำให้เรารู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่า อะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ
ทั้งต่อหน้าและลับหลังคนรักของเรา
จริงอยู่ที่แฟนเราไม่ได้มีวิธีคิดเหมือนเราร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่การที่เราจะตัดสินใจคบกับใครในสถานะแฟน (หากมาจากการเลือกที่ดีแล้ว)
เราก็น่าจะรู้แก่ใจอยู่ลึกๆว่า เขาเป็นคนที่เราจะเชื่อใจได้มากน้อยแค่ไหน

การแสดงออกถึงความเชื่อใจก็คือการแสดงความให้เกียรติ
การแสดงความนับถือ และแสดงถึงความรักที่เรามีให้แก่กัน
เรื่องของความเชื่อใจ จะว่าไปก็คล้ายๆการลงทุนในหุ้น
แม้ความเสี่ยงจะมีอยู่ แต่การที่ใครลงทุนในหุ้นแล้วหุ้นมีแต่ขึ้นและให้แต่ผลตอบแทนที่ดี
ก็แสดงว่าก่อนลงทุน เขามีความรอบคอบรอบด้าน โอกาสพลาดจึงมีต่ำ
จริงอยู่หลายคู่ที่เคยเจ็บเพราะเชื่อใจก็มีอยู่เยอะ
แต่เบื้องลึกเบื้องหลัง มันไม่ได้อยู่ที่ “ความเชื่อใจ” ที่เรามีให้เขาแต่เพียงเท่านั้น

ถึงยังไงความเชื่อใจเป็นสิ่งที่ควรมีให้ต่อคนที่เรารัก
แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ การปฏิบัติต่อ ตัวเอง และ คนรัก อย่างไร
ให้คนรักของเราอยากซื่อสัตย์ต่อเราด้วยความเต็มใจ
และรู้สึกเป็นเกียรติที่มีเราเป็นคนรักด้วยต่างหาก

และจำเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยนะคะว่า การปฎิบัติต่อตัวเราเองนั้นสำคัญที่สุด
เพราะต่อให้ผู้หญิง (หรือผู้ชายก็เถอะ)
จะดูแลแฟนดีมากขนาดไหน ปรนนิบัติพัดวีอย่างดีจนเขาแทบไม่ต้องทำอะไรเอง
แต่กับตัวเอง กลับปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ดูหม่นหมองไม่น่ามอง
ไม่คิดจะพัฒนาตัวเองด้านสติปัญญาบ้าง ใครเขาคุยอะไรกันก็คุยกับเขาไม่รู้เรื่อง
หรือประเภทดูแลตัวเองแต่รูปลักษณ์ แต่ชอบพูดจาไม่น่าฟัง วางตัวไม่เหมาะสม
แบบนี้ อาจได้เป็นแฟนที่ไม่มีใครอยากบอกว่าเป็นแฟนอยู่ด้วย
ไม่แม้แต่จะกล้าพาไปไหนมาไหน หรือพาไปรู้จักเพื่อนฝูงให้ตัวเองต้องอับอาย
แถมเขายังต้องใช้ความอดทนตลอดเวลาที่คบด้วยอีกต่างหาก
และอาจยังยอมอยู่ด้วยในช่วงนึงเพราะสงสาร
แต่ในที่สุดเขาก็เลิกอยู่ดี และอาจจะเลิกเพราะไปมีคนอื่นที่ดีกว่าจริงๆ
เพราะคนที่เขามีอยู่ ไม่เคยทำตัวให้เขารู้สึกภูมิใจที่ได้คบด้วยยังไงล่ะคะ
ฉะนั้น การดูแลตัวเองให้ดี ทั้งทางรูปลักษณ์ภายนอก
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านสติปัญญา
ถือเป็นเรื่องสำคัญที่เหนือกว่าการปรนนิบัติพัดวีแฟนเป็นอย่างดีเสียอีกนะคะ
แต่อย่างไรเรื่องการดูแลเอาใจใส่แฟนนั้น ยังคงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ก็ไม่ควรละเลย
เพียงแต่มันควรเป็นความสำคัญอันดับรองจากการเอาใจใส่ดูแลตัวเองเท่านั้นเอง

ป๊อปว่า บางที…ปัญหาความรักที่หลายๆคนเจอกัน
สาเหตุหนึ่งอาจมาจากการตั้งคำถามต่อตัวเองผิดก็ได้นะคะ
งั้นเราลองมาฝึกเปลี่ยนคำถามที่เรามักตั้งขึ้นมาในชีวิตของเรากันให้เป็นแง่บวกขึ้นดีไหมคะ? ^_^
เช่นกรณีนี้ จากที่เคยตั้งคำถามขึ้นมาว่า เราควรเชื่อใจแฟนแค่ไหน?
เปลี่ยนเป็น เราควรเป็นคนแบบไหน ทำตัวอย่างไร
ให้คนที่ได้คบเราเป็นแฟนอยากจะซื่อสัตย์ต่อเราด้วยความเต็มใจ?

มันคุ้มกว่ากันเยอะกับการทุ่มสมองไปหาคำตอบ
และวิธีการที่จะทำให้ได้ในผลลัพธ์ที่เราต้องการจริงๆ

แล้วอยากรู้ต่อไหมคะว่า ทำอย่างไรให้คนรักของเรา รักเราไปได้จนกว่าจะตายจาก
ถ้าอยากรู้ คลิกอ่านต่อได้ในตอนที่มีชื่อว่า

ทำอย่างไร..เราจึงจะรักกันไปได้ตลอด กันต่อได้เลยนะคะ ;)
(คลิกอ่านได้ที่ตัวหนังสือชื่อเรื่องได้เลยค่ะ)

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck


ตัดใจจากแฟนเก่า แล้วหันไปคุยกับคนใหม่อย่างจริงจังเลยดีไหม?

Q : คนเก่าที่เลิกไปแล้ว แต่ยังคุยกันอยู่ และก็ตัดใจจากเขาไม่ได้
แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรามากมายหรือไม่ให้เลย
กับคนใหม่ที่เข้ามาจีบ นานๆเจอกันทีเหมือนจะจริงจังแต่ก็ไม่จริงจัง
ดิฉันควรเดินจากไปจากคนเก่า แล้วไปคุยกะคนใหม่อย่างจริงจังเลยดีไหมค่ะ?

A : ก่อนอื่นใดทั้งสิ้น ป๊อปขอให้คุณเปิดใจกับคำตอบที่กำลังจะได้รับต่อไปนี้
และอาจจะต้องฝืนทนอ่านด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดบ้าง
แต่ถ้าคุณไม่อยากเจอกับความผิดหวังในความรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ซ้ำบ่อยเสียจนคุณเข้าใจผิดว่าคุณอับโชคเรื่องความรัก
คุณก็จำเป็นที่จะต้องรู้ว่าต้นตอปัญหาของคุณจริงๆคืออะไรกันแน่

ป๊อปจะตอบตัวคำถามจริงๆของคุณให้ในตอนท้าย
แต่ขอช่วยในปัญหาของคุณจริงๆก่อนนะคะ
ถ้าคิดว่าพร้อมจะรับฟังในคำตอบทั้งหมดแล้ว ก็เชิญอ่านต่อได้เลยค่ะ

จากลักษณะการตั้งคำถามของคุณ
ถ้าคุณมีอายุเกินกว่า ๒๐ ปี
นี่บ่งบอกถึงการมีวุฒิภาวะที่ไม่เพียงพอเลยสำหรับวัยสาว
และในสายตาจิ้งจอกสังคม คุณก็คือผู้หญิงที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม”เหยื่อ
และถ้าระบบการคิด การตัดสินใจของคุณยังไม่พ้นจากขีดอันตรายนี้
คุณมีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกคนไม่ดีมาหลอก
จนต้องเสียทั้งใจ เสียทั้งตัว เสียเงิน เสียทอง เสียอนาคต หรือแม้แต่เสียชีวิต!

คำถามแบบนี้ จัดเป็นคำถามที่คนอายุเกิน ๒๐ ปี
ควรจะสามารถให้คำตอบที่ถูกต้องที่สุดกับตัวเองได้
ย้ำนะคะว่าต้องเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
ถ้าตอบตัวเองได้ แต่ก็เป็นคำตอบที่ผิด คนกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงกว่าคุณอีกค่ะ
เรื่องแบบนี้และยิ่งในยุคนี้
ผู้หญิงควรเริ่มรู้และมีความเข้าใจให้มากพอได้ตั้งแต่มัธยมต้นแล้ว
ซึ่งนี่แหละค่ะคือเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก จนเกินกว่าจะไม่ตอบตรงๆเช่นนี้ได้
เพราะอยากแก้ปัญหาในระยะยาว
ให้กับคนที่มีความเสี่ยงจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ได้บ่อยๆเช่นคุณ

ลองนึกถึงผู้ชายบางประเภทนะคะ เอาประเภทที่ชอบหลอกเอาเงินจากผู้หญิง
รวมถึงผู้ชายที่ชอบทำร้ายร่างกายผู้หญิง
เขาจะหลอกเอาเงินและร่างกายจากผู้หญิงแบบไหน
ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงที่เขามองออกว่าหลอกได้

ผู้หญิงที่พิจารณาจากการกระทำของอีกฝ่ายไม่ออกแม้แค่เรื่องง่าย
ว่าเขาทำแบบนี้มาแปลว่าอะไร และฝ่ายหญิงอย่างเราควรมีทีท่าอย่างไรตอบสนอง
นี่ป๊อปกำลังหมายถึงเรื่องง่ายๆจริงๆสำหรับคนวัย ๒๐ ขึ้นไปนะคะ
อย่างเช่นอะไร?
ก็อย่างเช่นเรื่องที่คุณถามนี่แหละค่ะ

ตอนนี้ป๊อปอยากให้คุณสำรวจตัวเอง
ว่ามีเรื่องอะไรที่เป็นพื้นฐานที่คนวัยฉันควรรู้ได้เสียที แต่ฉันยังไม่รู้บ้าง?
เอาตัวเองไปเรียนรู้ ไปปูพื้นฐานนั้นให้เต็ม
เพราะการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่มีทั้งคนดีทั้งคนอันตรายปะปนกันเช่นนี้
คนที่รอดจากการถูกต้มตุ๋น คือ คนที่มีความรู้พื้นฐานเพียงพอ
จนกลุ่มจิ้งจอกสังคมเห็นแล้วจะไม่กล้าแหยม
และเมื่อคุณมีลูกมีหลาน คุณจะได้สอนให้พวกเขารู้จักระวังตัวจากหลายๆเหตุภัยในสังคมได้

หายใจลึกๆ และเตรียมตัวกลายเป็นคนใหม่กันนะคะ ป๊อปจะอยู่เป็นเพื่อนคุณ
………………………………………………………………….
ทีนี้เรามาเข้าคำตอบของคำถามของคุณกันค่ะ
กับแฟนเก่าของคุณ ที่คุณก็เห็นอยู่แล้วว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับคุณแล้ว
คุณก็ควรปฏิบัติตัวเหมือนเพื่อนห่างๆคนหนึ่ง
เพราะเท่าที่ได้อ่านจากคำถามนั้น มันก็ดูเหมือนว่า
ถึงคุณจะหนีหน้าเขาไปหรือยังอยู่ให้เห็น เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าเดือดร้อนอะไร
จะว่าไปเขาจะถึงขั้นรำคาญเมื่อได้เห็นหน้าเลยหรือเปล่าก็ไม่รู้
ซึ่งการวางตัวที่เหมาะสมกับแฟนเก่าก็คือไม่ควรจะไปยุ่งกับชีวิตมากเขาจนเขารำคาญ
หรือเรียกร้องให้เขายังสนใจอะไรอีก
และหากคุณรู้สึกว่า ถ้ายังติดต่อกันอยู่ คุณจะทำใจไม่ได้ ไม่สบายใจ
อยากจะหยุดติดต่อกันไปซักพัก คุณก็ทำได้
เพราะหากยังคุยแล้วทุกข์มากจนไม่เป็นอันทำอะไร อยากจะเลิกคุยกันช่วงนึงก่อน
มันก็สิทธิส่วนบุคคลของคุณ ที่ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตหรือได้รับการยินยอมจากใครก่อน
แต่ก็ไม่ควรเห็นเขาเป็นศัตรูไปตลอดทั้งชีวิตนะคะ
ถ้าเขาไม่ได้เป็นบุคคลอันตรายต่อชีวิตชนิดที่คุณควรต้องอยู่ให้ห่างทั้งชีวิตจริงๆละก็
เมื่อทำใจได้แล้ว จะกลับมาเป็นเพื่อนกันก็ดีไปอีกแบบ
คุณก็แค่พิจารณาว่า เขาใช่เพื่อนที่ดีจริงๆไหม
เพราะเพื่อนที่เคยเป็นอดีตแฟนนั้นถือเป็นเพื่อนแท้ที่จะช่วยเหลือกันยามทุกข์ยากได้ดีทีเดียว
แต่ถ้าดูๆไปแล้ว แม้แต่ความเป็นเพื่อนที่ดีเขาก็ดูจะไม่มีเท่าไหร่
คุณก็แค่มองเขาเหมือนคนรู้จักคนหนึ่งก็เท่านั้นเอง

สำหรับคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามา ที่คุณถามว่าควรจะคุยกับเขาอย่างจริงจังเลยไหมนั้น
เท่าที่อ่านจากคำถาม มันยังสรุปว่าเขามาจีบไม่ได้ด้วยซ้ำไปนะคะ

กับผู้ชายคนนี้ คุณก็แค่วางตัวให้เหมาะสม คือ เหมือนเพื่อนทั่วไป
ไม่ต้องรีบสนิท ให้เวลามันพาไป
หากจะมีการพัฒนาความสัมพันธ์ ก็ควรเป็นไปตามความเหมาะสม
ถ้าข้ามสเตปไวเกินไป แล้วหากเกิดอะไรไม่ดีไม่งามขึ้น
จะโทษฝ่ายชายแต่เพียงฝ่ายเดียวไม่ได้
เพราะคนที่ถูกทำร้ายส่วนใหญ่มักจะเป็นฝ่ายเปิดโอกาสให้ตนเองได้ถูกทำร้ายเสียเอง

แต่ก็นั่นแหละค่ะ ปัญหาของของกลุ่มเหยื่อคือ
ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเป็นฝ่ายเปิดโอกาสนั้นอยู่

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร?
อย่างแรกคงต้องรู้จักสังเกตการทำงานของสัญชาตญาณตัวเอง
ถ้ามันรู้สึกแปลกๆกับการพูดและการแสดงออกของฝ่ายตรงข้าม
ก็น่าจะต้องเริ่มระวังตัว รักษาขอบเขตการสนทนา อย่าให้เลยเถิดจนถึงขั้นสนิทสนม
………………………………………………………………….
สำหรับคุณ ณ ตอนนี้ ที่ผ่านการยอมรับตัวเองอย่างที่ตัวเองเป็นจริงๆแล้ว
ป๊อปเข้าใจเสมอค่ะ ว่ายังมีอีกมากมายหลายคำถามเกี่ยวกับการจัดการความรู้สึกของตัวเอง
ที่คุณอาจยังไม่รู้ว่าคุณควรคิดอย่างไร ทำอย่างไรต่อชีวิตตัวเอง
ป๊อปแนะนำให้คุณหาบุคคลที่คุณเคารพนับถือและศรัทธาในวิจารณญาณของเขา
คนที่แทบไม่ทำอะไรผิดไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังสังคม
และที่สำคัญคือเขาเข้าใจและเมตตาคุณ
และเมื่อคุณมีเขาเป็นที่ปรึกษาให้กับคุณแล้ว
วิธีการรักษาความสัมพันธ์กับเขาไว้ให้ดีก็คือ
แสดงให้เขาเห็นว่าคุณกำลังค่อยๆเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นจริง
หากมีคำถามใหม่ๆไปถาม ก็ควรจะเป็นเรื่องใหม่จริงๆ
เขาจะได้ไม่รู้สึกว่า ที่เคยให้คำแนะนำไปแล้วนั้นมันเหนื่อยเปล่า
และคุณควรมีการหาความรู้ด้วยตัวเองด้วย
และที่สำคัญ อย่าทำตัวบอบบาง (ประเภทขอคำชมเท่านั้น คำติไม่เอา)
แบบนี้ ผู้ใหญ่ที่ไหนเห็นก็จะมีแต่เอ็นดู และไม่รู้สึกว่าคำถามง่ายๆของเราดูน่ารำคาญค่ะ
(คำตินั้น แม้มันไม่ง่ายที่จะฟัง แต่มันคุ้มค่ะถ้ายอมฟังด้วยใจที่เปิดกว้าง
คนยิ่งใหญ่ทุกคน ไม่ได้ผ่านชีวิตมาด้วยการรับฟังแต่คำชมอย่างเดียว)

แต่ถัาคุณยังมองหาคนๆนั้นไม่เจอ คุณไม่รู้จักใครเลยที่มีคุณสมบัติตามอย่างที่แนะนำมานี้
ป๊อปอยากบอกนะคะ เขามาหาคุณแล้วครึ่งทาง
เหลือแต่คุณค่ะที่จะเดินไปหาเขาอีกครึ่งทาง
ด้วยการอ่านสิ่งที่เขาเขียน หรือฟังสิ่งที่เขาพูดตามช่องทางสื่อสารต่างๆ
ที่เราสามารถรับในคำแนะนำที่เขามีให้ในอีกครึ่งทางที่เหลือ
เขาได้เตรียมข้อมูลที่เราควรรู้ไว้รอเราอยู่แล้ว
เหลือแต่เราจะเอาตัวเองไปเข้าสูกระบวนการรับคำแนะนำเหล่านี้จากเขาเท่านั้นเองค่ะ ^_^

หวังว่าคำตอบที่มีให้ทั้งหมดนี้ จะช่วยคุณได้จริงและได้มากนะคะ
โชคดีค่ะ ^_^

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck


ทำอย่างไรดี? เมื่อถูกรับหน้าที่ให้ยุติการตั้งครรภ์ผู้อื่นด้วยเหตุผลทางการแพทย์!?!

images (1)
Q : สวัสดีค่ะ อ่านบทความ (โปรดอ่านก่อนคิดจะทำแท้ง ๑) ของคุณธิลักษ์แล้ว
รู้สึกว่าตนเองบาปมากเลยค่ะ เลยอยากได้คำแนะนำดีๆจากคุณ
ดิฉันเป็นพยาบาลห้องคลอด ซึ่งระยะ ๑ – ๒ ปี มานี้ มีมารดาที่มายุติการตั้งครรภ์เยอะมาก
มีทั้งที่การตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงต่อมารดา
ทารกมีความผิดปกติในครรภ์ มีความผิดปกติทางโครโมโซม ทารกพิการแต่กำเนิด
หญิงที่ตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืน
รู้นะคะว่าเรามีส่วนในการร่วมทำบาปนั้นด้วย แต่ทั้งหมดก็เป็นเหตุผลทางการแพทย์
แต่จะทำอย่างไรดีคะ ถ้าเรายังทำงานนี้ต่อไป ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ

A : ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนนะคะว่า
การให้ผลของกรรม ไม่มีเลือกปฏิบัติและไม่ละเว้นใครเป็นพิเศษ
ใครทำ เหตุ มาอย่างไร เขาก็ย่อมต้องได้รับ ผล ตามเหตุที่เขาทำ
อยู่ที่ว่ากรรมจะแสดงผลเมื่อไหร่เท่านั้น
แม้แต่ผู้สั่งสมบารมีจนได้มาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในชาติสุดท้าย
ก็อยู่ภายใต้กฎแห่งกรรมเดียวกันนี้
ท่านไม่ใช่ผู้ออกกฎแห่งกรรม ท่านตรัสรู้และทำมาเผยแผ่
จนมาถึงรุ่นเรา ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อให้เราได้รู้ว่า
ทางไหนคือ ทางรอด และทางไหนคือ ทางร่วง

ฉะนั้น เรามาทบทวนบาปจากการทำปาณาติบาต (การละเมิดศีลข้อ ๑)
ประเภทการทำแท้งรวมถึงมีส่วนในการทำแท้งกันแบบชัด ๆ เลยละกันนะคะ
๑. สัตว์นั้นมีชีวิต
(มีชีวิตในครรภ์)
๒. ผู้กระทำรู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต
(ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้ดีว่ามีชีวิตนึงกำลังเจริญเติบโตอยู่ในครรภ์
หรือรู้ว่าอาจจะมีแต่จงใจเพิกเฉยการ(อาจ)มีอยู่ของชีวิตนั้น)

๓. ผู้กระทำมีความตั้งใจ(เจตนา)จะทำให้สัตว์นั้นตาย
(ต้องการ(หรือเห็นดีเห็นงาม)ให้เขาตายก่อนคลอด)
๔. ผู้กระทำมีความพยายาม ลงมือทำบางอย่างเพื่อให้สัตว์นั้นตาย
(เริ่มมีการลงมือฆาตรกรรมชีวิตในครรภ์นั้น)
๕. สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น
(เด็กในครรภ์เสียชีวิตอันเป็นผลมาจากการทั้งสี่ข้อที่กล่าวมานี้)
ซึ่งหากคุณเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำบาปชนิดนี้ (หรือชนิดไหนก็ตาม) แม้แต่แค่คิด
ตอบแบบง่าย ๆ เลยก็คือ คุณก็จะซวยไปด้วย!

สำหรับผลกรรมของการทำแท้ง ก็มีหลายรูปแบบด้วยกัน
อย่างที่เคยบอกไปใน “โปรดอ่านก่อนคิดจะทำแท้ง ตอนที่ ๑”
(คลิกอ่านได้ที่ตัวหนังสือชื่อเรื่องได้เลยค่ะ)
เช่น อายุสั้น ประสบอุบัติเหตุ ป่วยด้วยโรคร้าย ขี้โรค ถูกฆ่า
หรือมากกว่านั้น เช่น ต้องไปอยู่ทุคติภูมิหลายภพหลายชาติ
(นรก , เปรต , อสุรกาย ,สัตว์เดรัจฉาน) กว่าจะได้มาเป็นคนอีก
และคงไม่ได้เกิดมาเป็นคนที่มีสภาพสมบูรณ์ได้ง่าย ๆ  เนื่องจากต้องรับเศษกรรมที่เหลือ
หรือได้เป็นทารกที่ถูกทำแท้งเหมือนที่ตนเคยทำอีกหลายชาติ

แม้เราต่างก็ทราบดีถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาหากไม่ยุติการตั้งครรภ์
แต่อย่างน้อยยยยยยยยย….ที่สุด!!
เราก็ควรรู้ว่า แล้วผลจากการเข้าไปยุติการตั้งครรภ์นั้นล่ะมีอะไรบ้าง!?!

จากนั้นจึงหันมาถามตัวเองต่อว่า “ฉันจะขอเลือกรับผลไหน?”
ระหว่างผลจากการ เอาเด็กออก กับ เอาเด็กไว้
ถ้าจะเรียกว่าคิดให้ไกลมันก็ต้องแบบนี้ค่ะ
ต้องไม่มองแค่สิ่งที่จะได้รับแค่ชาตินี้่ชาติเดียว!

สำหรับในกรณนี้ของคุณ ป๊อปขอตอบแบบนี้นะคะ
ถ้าป๊อปเป็นคุณ ป๊อปจะย้ายตัวเองไปอยู่แผนกอื่น
เพื่อจะได้ไม่ต้องรู้สึกลำบากใจกับการต้องเป็นส่วนหนึ่ง
ในการทำหน้าที่พรากโอกาสการมีชีวิตอยู่ของทารกในครรภ์ด้วยเหตุผลทางการแพทย์

อันที่จริงป๊อปเข้าใจคุณนะคะ และเข้าใจในเหตุผลทางการแพทย์
แต่ลองดูสิคะว่า ถ้าเราเลิกคิดไปเลยว่า โลกนี้มีการทำแท้งเป็นทางเลือกหนึ่ง
เราก็จะสรรหาวิธีที่จะช่วยเหลือผู้ที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ทั้งหลายได้ด้วยวิธีอื่นอยู่ดี จริงไหม?
(ฉะนั้น เราจะน่าเลือกหนทางที่ดีที่สุด
แบบที่ไม่ต้องไปตัดโอกาสการมีชีวิตอยู่ของใครก่อนถึงเวลาของเขากันไม่ดีกว่าหรือ?)

หากหยิบเรื่องการตรวจพบความผิดปกติในการตั้งครรภ์มาพิจารณา
การตรวจพบความผิดปกติ ก็อาจมีความผิดพลาดได้
หรืออาจมีปาฎิหาริย์ เด็กเกิดมาแล้วไม่เป็นอะไรเลย
ขนาดหลายกรณีที่ตรวจไม่พบความผิดปกติ
แต่เกิดมาแล้วเด็กพิการยังมีให้เห็นเยอะแยะมากมาย

หรือในกรณีการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการถูกข่มขืน
ชีวิตที่ดูเหมือนจะไม่มีใครต้องการนี้ แค่เราประกาศในอินเตอร์เน็ตว่า
ต้องการผู้อุปการะเด็กที่กำลังจะคลอดคนหนึ่ง
ก็มีพ่อแม่อุปถัมภ์เสนอประวัติมาให้เลือกจากทั่วโลกแล้ว

เมื่อกล่าวถึงบาปจากการคร่าชีวิตไปแล้ว
ก็คงต้องขอกล่าวถึงบุญจากการให้ชีวิตสักหน่อย
แน่นอนการให้ชีวิต ก็ย่อมให้เราได้ชีวิตที่ยืนยาว ได้สุขภาพที่ดี
กล่าวง่าย ๆ ก็คือ ได้ในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับผลบาปจากการคร่าชีวิตแหละค่ะ

แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็คือการเสนอทางเลือกจากป๊อปนะคะ
ส่วนคุณจะคิดอย่างไรและจะทำอย่างไรกับชีวิตคุณ
ป๊อปก็คงเพียงทำได้แค่อวยพรให้คุณโชคดี
จนถึงตอนนี้ การตัดสินใจยังคงเป็นของคุณ
นับจากวินาทีนี้ไปที่คุณอ่านบรรทัดนี้จบลง เลือกดีๆนะคะ
เราต่างเข้าใกล้วันตายกันอยู่ทุกวัน
เราอยากสะสมสิ่งใดในชาตินี้ ระหว่างบุญกับบาป

ในทุกวินาทีที่ยังมีโอกาสเลือก ถือเป็นโชคดีที่สุดแล้ว
เพราะเมื่อไหร่ที่โอกาสเลือกหมดลงไป ที่เหลือก็คือชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองเคยได้ทำ

เลือกดี ๆ นะคะ ขอให้โชคดีค่ะ

_____________________________________________________________________
ติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck