ทรัพย์อันประเสริฐ

YouTube Preview Image

พระครูเกษมธรรมทัต (สุรศักดิ์ เขมรํสี)

12 พฤศจิกายน 2557

“เราดำเนินชีวิตด้วยการแสวงหาทรัพย์ภายนอก ทำงานหาเงินหาทรัพย์มาจุนเจือชีวิตตนและครอบครัว ด้วยความเป็นฆราวาสก็จำเป็นต้องทำ แต่ต้องรู้ว่าทรัพย์ภายนอกไม่ทำให้เรามีความสุขสงบอย่างแท้จริงได้ ยังไม่เป็นคำตอบที่จะให้เราถึงการสิ้นสุดแห่งทุกข์

“เราจึงต้องแสวงหาทรัพย์ภายใน เป็นทรัพย์อันประเสริฐ ที่จะมาเยียวยารักษาจิตใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์

“เมื่อจิตเราสะอาดบริสุทธิ์ จิตจะไม่ทุกข์ไม่เศร้าหมอง ถ้าจิตยังไม่ถูกชำระ กิเลสจะกลุ้มรุมจิตใจให้เต็มไปด้วยความทุกข์

“ผู้มีปัญญาต้องพิจารณาว่าเราจะทำอย่างไรกับชีวิต เพื่อให้มีผลเป็นความสุขที่แท้จริง พระพุทธเจ้าบอกทางไว้แล้ว ผู้ใดปฏิบัติตามก็จะพ้นจากทุกข์ได้”

ดุจเลื่อนลอยมาโดยนภากาศ

Featured

เพิ่งผ่านพ้นเทศกาลกฐินกันมาไม่นาน ผู้อ่านที่ใจบุญ มีจิตอันเป็นกุศลทั้งหลายที่ได้มีโอกาสไปร่วมทอดกฐินตามวัดวาอารามต่างๆ ทั่วประเทศ คงได้ยินคำที่พระภิกษุสงฆ์ได้กรานกฐินหลังจากได้รับถวายจากสาธุชนผู้เป็นเจ้าภาพว่า ..  ก็แลผ้ากฐินทานนี้, เป็นของบริสุทธิ์ ดุจเลื่อนลอยมาโดยนภากาศ, แล้วตกลงท่ามกลางหมู่สงฆ์ จะเป็นของผู้หนึ่งผู้ใดก็หาไม่ ..

การถวายผ้ากฐินจึงเป็นอริยประเพณีที่ชาวพุทธได้ดำเนินสืบต่อมาแต่ครั้งสมัยพุทธกาล โดยมีพระบรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุสงฆ์สามารถรับสนองศรัทธาจากกัลยาณชนในการถวายผ้ากฐินได้ ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็มหลังจากออกพรรษา จึงเป็นการทำบุญที่มีอานิสงส์สูงยิ่ง เนื่องจากจำกัดเวลา ไม่สามารถทำช่วงอื่นได้ และหนึ่งวัดจะสามารถรับกฐินได้เพียงครั้งเดียว ที่สำคัญญาติโยมไม่สามารถระบุได้ว่า ผ้ากฐินที่ถวายนั้นจะเป็นของพระสงฆ์รูปใด ขึ้นอยู่กับมติของคณะสงฆ์ที่จำพรรษาตลอดระยะเวลาสามเดือนในอารามแห่งนั้น ว่าภิกษุรูปใดเป็นผู้มีความเพียรในการปฏิบัติ มีสติปัญญาเป็นเลิศ จึงจะได้รับฉันทามติจากหมู่สงฆ์ให้เป็นผู้ครองจีวรนั้น

เช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา ในปี 2557 นี้ ผมมีโอกาสเป็นเจ้าภาพทอดกฐินในประเทศไทยทั้งหมด 9 วัด ในนามมูลนิธิธรรมดี ร่วมกับกัลยาณมิตรทั่วประเทศที่มีศรัทธาช่วยกันทำนุบำรุงพระศาสนา และเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสอัญเชิญผ้ากฐินพระราชทานและกฐินสามัคคีไปทอดถวายใน 7 วัดไทยในแดนพุทธภูมิ นั่นคือ ประเทศอินเดียและเนปาล เป็นความปลื้มปีติและประทับใจอย่างยิ่ง เนื่องด้วยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในการอัญเชิญผ้าไตรที่ทรงอนุโมทนาอธิษฐานไปทอดถวาย

คณะของเรากว่า 160 ชีวิตได้เหมาเครื่องการบินไทย ไฟลท์ TG 327 จากสนามบินสุวรรณภูมิมุ่งตรงสู่เมืองคายา สถานที่ประสูติแห่งพระพุทธองค์ โดยระหว่างที่เครื่องบินไต่อยู่ในระดับสามหมื่นฟุตสูงจากพื้นดิน ท่านพระเทพโพธิวิเทศ (ท่านเจ้าคุณวีรยุทธ วีรยุทโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล ได้กล่าวสัมโมทนียกถาและนำสวดเจริญพุทธมนต์บนเครื่องการบินไทยเป็นครั้งแรก ท่านได้กล่าวว่า ผ้าไตรพระราชทานที่ได้อัญเชิญไปทอดถวายยังแดนพุทธภูมิ ในพระหัตถ์ของพระพุทธเจ้านั้น เป็นของบริสุทธิ์ ดุจเลื่อนลอยมาโดยนภากาศ (อยู่กลางท้องฟ้า) จึงขอนำสาธุชนร่วมกันสวดมนต์ให้เหล่าเทพยเทวดาทั้งหลายได้ร่วมโมทนาสาธุการโดยพร้อมเพียงกัน

ผู้ร่วมเดินทางบนสายการบินไทยไฟลท์ประวัติศาสตร์นั้น จึงร่วมกันสวดมนต์บทอิติปิโสอย่างเต็มเสียง 11 จบ จนกระทั่งเครื่องลดระดับลงสู่สนามบินที่คายา เป็นนิมิตมงคลที่เริ่มต้นให้มีพลังในการเดินทางไปสังเวชนียสถานทั้งสี่ เพื่อทอดกฐินรวม 7 วัด ซึ่งยังไม่เคยมีคณะใดคิดทำและเคยทำมาก่อน! แถมยังแปลงร่างเป็นมหาราณี มหาราชา ลูกหลานท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีและนางวิสาขา ด้วยการแจกมหาทานให้กับเด็กๆ ชาวอินเดีย 500 ครอบครัว แต่ภายในไม่กี่ชั่วโมง แห่กันมานับพันคน (คงจะสื่อสารกันระบบ Wifi) เพราะมากันเร็วเหลือเกิน คนแจกไปก็น้ำตาไหลไปด้วยความสงสารผสมกับปีติ และท้ายสุด คือ การปล่อยปลา 200 โล ลงกลางแม่น้ำคงคา แม่น้ำแห่งชีวิตความยาว 2,600 กิโลเมตร ที่ไหลผ่านกรุงพาราณสี เมืองวัฒนธรรมโลก ไฟแห่งการเผาศพไม่เคยว่างเว้นแม้แต่วันเดียว

นับเป็นบุญใหญ่ครั้งสำคัญ ดุจเลื่อนลอยมาโดยนภากาศ ที่ขอน้อมนำให้ผู้อ่านทุกท่าน และทุกดวงจิตในสามแดนโลกธาตุได้มีส่วนร่วมในบุญนี้ด้วยกันโดยไม่มีประมาณเทอญ.

น้อมคารวะทุกดวงจิตที่ดีงาม

บุญ 3 ประการ

YouTube Preview Image

พระมานพ อุปสโม

15 ตุลาคม 2557

บุญ แปลว่า ชำระให้บริสุทธิ์

การทำบุญด้วยการให้ทาน เป็นการชำระความตระหนี่

การรักษาศีล เป็นการชำระกาย วาจา ให้บริสุทธิ์ ไม่ละเมิดหรือเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

การเจริญภาวนาให้เกิดสมาธิและปัญญา เป็นการชำระกิเลสออกจากใจ

การทำบุญกุศลทั้ง 3 ประการ ต้องอาศัย อิทธิบาท 4 เป็นธรรมที่ช่วยให้ประสบผลสำเร็จ

ความสำคัญของความสุข

YouTube Preview Image

อ.สุภีร์ ทุมทอง วันที่ 7 ตุลาคม 2557

พระพุทธศาสนามุ่งหาความสุขเป็นจุดหมายสูงสุด คือ พระนิพพาน หมายถึง ความดับของทุกข์ ความไม่มีทุกข์เกิด

การปฏิบัติจึงเป็นไปเพื่อให้เข้าถึงความสุขอันถาวร ไม่ใช่ความสุขแบบสุกๆ ดิบๆ เพราะความสุขทางกายเหล่านี้ไม่อาจเพียงพอให้ไปถึงนิพพานได้

แค่มีศีล ชีวิตก็มีความสุขเพราะไม่ต้องเดือดร้อนใจ ไม่ต้องกลัวใครจะมาด่าว่า มีชีวิตอยู่ประจำวันก็สบาย เพียงพอให้เราเดินไปได้อย่างเป็นสุขเพื่อไปถึงบรมสุขอันแท้จริง

เพียงแสงไฟเล็กน้อย อาจช่องส่องนำทางผู้คน

Great_2014-10-15

ค่ำคืนหนึ่งระหว่างที่ผมกำลังเดินอยู่บนชายหาด…
ท้องฟ้ามืดสนิท มีเพียงแสงดาวที่กำลังส่องประกาย…
คล้ายกำลังส่องแสงเต้นระบำไฟกะพริบสวยงามบนท้องฟ้า
เสียงท้องฟ้าดังกึกก้อง…ปัง…ปัง…กลบเสียงความเงียบในค่ำคืนนั้น
ผมเหลียวมองแหล่งที่มาของเสียงประหลาดที่ชวนให้จุดประกายความอยากรู้…
ท้องฟ้าส่องแสงวาบ…แทรกกลางระหว่างความมืดบนท้องฟ้า
พลุสวยงามบนท้องฟ้า…เสียงจุดระเบิดพลุดังขึ้นอีก…ปัง…ปัง
หลังจากนั้นประกายแสง “พลุ” อันสวยงามปรากฏขึ้นบนผืนฟ้าอีกครั้ง
ช่างสวยงามและยิ่งใหญ่เหลือเกินสำหรับระเบิด “พลุ”
ดอกไม้ไฟที่มนุษย์ทุ่มเทใช้ความสามารถสร้างสรรค์ขึ้น
ผมยืนแหงนหน้ามองขึ้นฟ้า ใช้เวลากว่าสิบนาทีเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศความสวยงาม
เมื่อสิ้นแสงและเสียงจากดอกไม้ไฟ…ผมหันหน้าเดินต่อมุ่งกลับไปยังโรงแรมที่พัก
เหลือบมองเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งนั่งตั้งกลุ่มอ่านหนังสือในที่มืด
จากที่เห็น มีเพียงหลอดไฟเล็กๆ หลอดหนึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะ
เด็กกลุ่มนี้ดูมีความสุขจากแสงไฟเล็กๆ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้คนรอบๆ
ที่ชื่นชมแสงไฟที่ส่องประกายไสวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยพลุดอกไม้ไฟ
เด็กน้อยรวมตัวกัน กระตือรือร้นค้นคว้าความรู้จากหนังสือผ่านแสงไฟส่อง
แสงสว่างจากหลอดไฟ สร้างโอกาส มอบความรู้มากมายให้กับเด็กน้อย
แตกต่างจากพลุดอกไม้ไฟสวยงามที่สร้างเพียงความตื่นเต้นชั่วคราวให้กับผู้คน
ในอดีต บางคนมักไขว่คว้าหาชื่อเสียง…เงินทอง
อยากให้คนยอมรับและเป็นที่รู้จัก
แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปด้วยการเดินทางของชีวิต และด้วยการพิจารณาของวาระจิต
ทำให้เราพอรู้ว่า…

การเป็นเพียงแสงน้อยๆ จากหลอดไฟดวงเล็กๆ
หวังเพียงส่องแสงเล็กน้อยคอยนำทางให้ผู้คนที่หลงทาง
อาจยังคอยช่วยเหลือผู้คนได้มากกว่าระเบิดส่องแสงสว่างวาบเดียว…
ดั่งเช่นพลุสีสันสวยงาม แต่แล้วพลันต้องจางหายกลายเป็นควันจางๆ
ทิ้งร่องรอยแสงเรืองรองและสิ้นเสียงก้องกังวานไว้บนท้องฟ้า
ความหวือหวาวาบหวามอาจเป็นสิ่งที่หอมหวานชวนลิ้มลองสำหรับผู้คนที่ใฝ่ฝัน
แต่ความจริงของชีวิตจะปรากฏ…
เมื่อสิ้นสุดสิ่งที่คอยล่อหลอกชีวิตคนเราด้วยแสงไฟ
และความสนุกเพลิดเพลินเพียงชั่วคราว…
หน้าที่ของเราอาจเพียง “เฝ้ามอง” การล่อหลอกจากสิ่งรอบกาย
เพื่อคลายกำหนัดจากความสุขเพียงชั่วคราว
พร้อมมีสติคอยคิดพิจารณาให้เห็นความเป็นจริงของชีวิต
อาจได้คำตอบของชีวิตว่า…
ชีวิตอาจสุข…ทุกข์เพียงชั่วคราว…มิอาจครอบครองได้ยาวนาน
และด้วยบางที ชื่อเสียงที่โด่งดัง…เงินทองที่มากมาย…
อาจมลายจางหายไปชั่วเศษนาที

ฝึกจิตพิชิตใจ

YouTube Preview Image

พระธวัชชัย ธมฺมทีโป….24 กันยายน 2557

จิตที่ฝึกดีแล้วย่อมนำความสุขมาให้

สุขอื่นเสมอด้วยความสงบเป็นไม่มี

เมื่อบุคคลใดได้ฝึกจิตดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่หาได้โดยยาก

ย่อมได้ที่พึ่งอันเกษม ย่อมได้ที่พึ่งอันแท้จริง

เพราะเรื่องราวต่างๆ ในโลกล้วนไม่มีวันจบ

ที่จบต้องจบด้วยจิตภายใน

ทุกข์เพราะอะไร

https://scamquestra.com/news/26-privet-iz-1994-goda-andrey-andreevich-abakumov-gendirektor-atlantic-global-asset-management-agam-47.html

สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต

YouTube Preview Image

พระมหาปัญญา วิสุทโธ

————————————————-

ลมหายใจแห่งความเป็นมนุษย์เป็นสิ่งมีค่า

ลองถามตัวเองดูว่า ชีวิตในหนึ่งวัน มีอะไรเกิดขึ้นมากกว่ากัน ระหว่างการกระทำที่เป็นกุศลหรือการกระทำที่เป็นอกุศล

กว่าจะเกิดเป็นมนุษย์ยากแสนยาก รักษาไว้ก็ยังยาก แล้วทำไมถึงยังปล่อยให้อกุศลเกิดขึ้นในชีวิตกันมากกว่า

ความดีที่เราทำในแต่ละขณะของชีวิต แม้เพียงเล็กน้อย ก็มีคุณค่า เพราะมันช่วยมอบคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ให้กับเรา ดีกว่าปล่อยใจให้หลงระเริงไปกับกิเลสไม่จบสิ้น

 

โบยบินสู่ความว่าง

YouTube Preview Image

ดร. วรภัทร ภู่เจริญ

16 กันยายน 2557

ทาน ศีล ภาวนา ทำแต่อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้

สโมธาน หมายถึง หนึ่งเดียวไม่สามารถไปได้ ต้องไปด้วยกัน สรรพสิ่งเกื้อกูลกัน มีผลต่อกัน

หลักธรรมต่างๆ ที่พาไปสู่ความหลุดพ้น จึงต้องปฏิบัติควบคู่กันไปทั้งหมด

 

โบยบินสู่ความว่าง ด้วยหลัก “4 4 4 5 5 7 8” เป็นอย่างไร

มาเรียนรู้อย่างสนุกสนานจากการบรรยายฉบับเต็มของ ดร.วรภัทร ได้ที่นี่

ชวนตักบาตรเพ็ญพุธ

ก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เทศนาโปรดนาคชื่อ อปลาละ
โปรดช่างปั้นหม้อ หญิงจัณฑาล และนางโคบาลแล้ว
เสด็จสู่เมืองมถุรา ณ ที่นั้น ได้มีพุทธดำรัสกับพระอานนท์ว่า…

“ดูก่อนอานนท์ ณ นครมถุรานี้ อีกร้อยปีแต่ตถาคตนิพพานแล้ว
จะมีคนขายน้ำหอมชื่อ คุปตะ เขาจะมีลูกชื่อ อุปคุต
ซึ่งจะได้เป็นอนุพุทธ ท่านผู้นี้จะทำงานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป
เทศนาของท่านผู้นี้จะช่วยให้ภิกษุเป็นอันมาก
เอาชนะกิเลสมารได้ จนเข้าถึงอรหันตผล พระอรหันต์จะมีมาก
จนมีปริมาณเต็มถ้ำ ซึ่งยาว ๑๘ ศอก กว้าง ๑๒ ศอก
แต่ละรูปจะถือไม้ศาลากายาว ๔ นิ้ว
อานนท์ นอกไปจากนี้แล้ว พระอุปคุตรูปนี้ จะเป็น ‘เอตทัคคะ’
ในบรรดาธรรมถึกทั้งหลายของเรา”

“พระอุปคุต” จึงเป็นพระอรหันต์องค์สำคัญหลังสมัยพุทธกาล
ท่านบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ขีณาสพ สำเร็จอภิญญาต่างๆ
เป็น ‘พระธรรมกถึก’ คือ ผู้กล่าวสอนธรรม คือ ผู้แสดงธรรมหรือนักเทศน์
การเทศนาแสดงธรรมของท่าน แม้ในวันเดียวกันก็ทำให้พระภิกษุจำนวน ๑๘,๐๐๐ รูป
ได้บรรลุสำเร็จเป็นพระอรหันต์ขีณาสพเช่นเดียวกัน

ตามตำราและคำบอกเล่าของครูบาอาจารย์ผู้สำเร็จธรรม
กล่าวว่า พระอุปคุต ท่านมีปฏิปทาดำเนินไปในทางสันโดษ มักน้อย
เนรมิตเรือนแก้วขึ้นในท้องทะเลหลวง (สะดือทะเล)
เข้าฌานสมาบัติเสวยวิมุตติสุขอยู่ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
ท่านจะออกจากสมาบัติ ขึ้นมาบิณฑบาตในโลกมนุษย์
เฉพาะในวันเพ็ญพุธ (วันเพ็ญที่ตรงกับวันพุธ)
แล้วจะลงไปอยู่ประจำที่กุฏิแก้วในท้องทะเลหลวงเช่นเดิม

ดังนั้น เมื่อวันเพ็ญพุธมาถึง
ชาวบ้านจึงมักตื่นกลางดึก เพื่อเตรียมอาหารไว้ใส่บาตรพระอุปคุต
จนเกิดประเพณี ‘ตักบาตรเที่ยงคืน’ โดยมีคติความเชื่อว่า
หากผู้ใดได้ทำบุญตักบาตรพระอุปคุตแล้ว จะได้อานิสงส์มากล้น
เกิดโชคลาภ และความเป็นสิริมงคลในชีวิตอย่างประมาณมิได้
ซึ่งปีนี้ตรงกับ วันพุธที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

การนี้ มูลนิธิธรรมดี ร่วมกับกลุ่มเพ็ญพุธประจวบคีรีขันธ์
และเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ จึงขอเชิญชวนชาวพุทธมามกะ
ชวนร่วมทริป “ประจวบคีรีขันธ์ ตักบาตรเพ็ญพุธ บูชาหลวงปู่อุปคุต”
ใส่บาตรพระ ๘๗ รูป วันที่ ๗-๙ ตุลาคม ศกนี้ (๓ วัน ๒ คืน)
ณ มณฑลพิธีที่ประดิษฐานองค์หลวงปู่พระอุปคุตอรหันตเจ้า
สวนสาธารณะ เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์
เพื่อร่วมกันตักบาตรถวายหลวงปู่อุปคุต และอัญเชิญบารมีองค์หลวงปู่อุปคุต
ให้ปกปักผืนแผ่นดินไทย แผ่นดินธรรม เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา
ให้ดำรงคงถ้วนถึง ๕,๐๐๐ ปี

และครั้งนี้นับเป็นโอกาสมหามงคลยิ่ง ที่คนไทยในแผ่นดินรัชกาลที่ ๙ ทุกคน
จะได้น้อมนำมหากุศลครั้งนี้ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ผู้เป็นที่รักยิ่งและเทิดทูนสูงสุด ซึ่งประทับอยู่ ณ วังไกลกังวล
ให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยสืบไป

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐๒ ๖๑๐ ๒๓๘๘, ๐๒ ๖๑๐ ๒๓๙๘
หรือทางออนไลน์ที่ http://goo.gl/3DHvp4

น้อมคารวะทุกดวงจิตที่ดีงาม