ชีวิตคือวันนี้

YouTube Preview Image

หลวงพ่อปัญญานันทมุนี

11 กุมภาพันธ์ 2558

“…จงเพียรพยายามนำความสงบเย็นสู่ชีวิต โดยไม่ต้องคิดถึงวันพรุ่งนี้มะรืนนี้ ให้วันนี้เป็นวันสงบเย็นของชีวิต เพราะชีวิตจริงๆ ก็คือวันนี้เท่านั้น หากอยู่โดยมีความพอใจ-ไม่พอใจเป็นเป้าหมาย เท่ากับทำร้ายชีวิตทุกนาที…

…ลมหายใจเข้าออกเป็นเพื่อนแท้ของชีวิต เมื่อรู้ลมหายใจ มีสติสัมปชัญญะ ความพอใจ-ไม่พอใจจะไม่มาเล่นงานชีวิตเรา…”

ด้วยรัก

Featured

1

หากพูดถึงพลังที่ยิ่งใหญ่อันสามารถจรรโลงให้สวยงามอยู่ได้
ย่อมไม่พ้น พลังความรัก
แต่อีกด้านของสิ่งจรรโลงอาจแปรเปลี่ยนเป็นหายนะได้
เนื่องด้วยพลังความรักเช่นกัน

“ความรักเป็นสิ่งประเสริฐ เป็นสิ่งล้ำเลิศเหนืออื่นใด
ความรักอาจจรรโลงใจแปรเปลี่ยนร้ายกลายดี”

ประโยคนี้ผมนิยามสั้นๆ ถึงความรัก…
เพราะในเทศกาลแห่ง รัก” ที่ใกล้จะมาถึง
วันวาเลนไทน์ เทศกาลดีๆ ของชาวตะวันตก…ที่ทั่วโลกต่างรู้จัก
14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันแห่งการวัดพลังอำนาจของความป็อป
ใครได้ดอกไม้เยอะสุด ได้ช็อกโกแลตเยอะสุด…คนนั้นดูยิ่งใหญ่ทันที
คลับคล้ายว่าผู้ชนะท่านนั้นคือ เทพเจ้าหรือเทพธิดาแห่งความรัก
ไม่เพียงแค่นั้น…ผู้ที่ได้ของขวัญหรือดอกไม้เยอะนั้น
อาจเป็นการแสดงถึง “ผู้มีคนรัก” ชอบพอมากอีกด้วย
ผู้ชนะเหล่านี้ มักได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากผู้อื่น
ส่วนผู้ที่ตกหล่นจากสรวงสวรรค์ของโลกแห่งรัก ก็มักน้อยเนื้อต่ำใจ
พอโตขึ้นมา คนเราย่อมพบเจอรูปแบบ “รัก” ที่เปลี่ยนไป
เรารักเขา…เขารักเรา…เรารักกัน…มักเป็นรูปแบบ “รัก” ที่วนเวียน
ยามเมื่อความรักแปรเปลี่ยน กลับกลายเป็นความรู้สึกขื่นขม
คล้ายดอกไม้ที่กลิ่นหอมหวานน่าลิ้มลอง
พอใช้ชีวิตอยู่ด้วยจริงๆ กลับกลายเป็นดอกไม้นั้นมีรสชาติ “ขม”
มิได้ “หวาน” เหมือนกลิ่นที่ได้ “ดอมดม”
บ่อยครั้งที่เรามักโทษความรักว่า มันผิด
ความรักทำให้เราพบเจอคนคนนั้น
คนที่ทำให้เราเจ็บในยาม “ร้างรา”
โทษตัวเองเพราะดีเกินไปในยาม “รัก” บ้าง
โทษ “คู่เคยรัก” ว่าแย่เกินไปที่เราเคย “คู่กัน” บ้าง
บ่น ด่าตัวเองว่า ต่อไปจะ “ไม่รัก” ใครอีกแล้ว
หากความรักมีตัวตน คงอยากจะบอกว่า ผมหรือฉันทำอะไรผิดไป

ในยามรักกันก็บอกว่า
ผม (ความรัก) เป็นสิ่งสวยงาม
ผม (ความรัก) ทำให้โลกของพวกคุณเป็นสีชมพู
ผม (ความรัก) ทำให้พวกคุณมีความสุข เป็นแรงใจให้กันและกัน
ผม (ความรัก) ทำให้พวกคุณรู้ซึ้งถึงการมีชีวิตอยู่มีคุณค่า
ผม (ความรัก) ผมผิดอะไรเมื่อยามที่คุณ ไม่รักกัน

บ่อยครั้งที่ผมได้ยินจากคนรู้จักนั่งบ่นถึงคนรัก…ในข้อเสียต่างๆ ที่อยากให้ปรับ
บ่อยครั้งที่ผมได้ยินจากคนรู้จักนั่งร้องเรียกหา…รักใหม่ที่ดีกว่าที่มีอยู่
บ่อยครั้งที่ผมได้ยินจากคนรู้จักนั่งสรรหา…รักอีกหนสำหรับคนที่ไร้รัก

ความรักมีคุณค่า…อย่างที่ตัวคุณเองจะมองเห็น
ความรักไม่เคยทำผิด…ตัวคุณต่างหากที่ใช้ความรักแบบผิดๆ
ใช้ความรักหลอกลวงความรู้สึกของผู้อื่น
ใช้ความรักหลอกลวงความรู้สึกของตนเอง
ใช้ความรักบังตาให้ห่างจากโลกความเป็นจริง

เทศกาลแห่งความรัก ขอให้ทุกท่านใช้ความรักอย่างมีสติ
ใช้ชีวิตในเทศกาลแห่งความรักกับคู่รัก
ดูแลความรักของคุณให้ยั่งยืน…ในคู่หนุ่มสาว
แต่อย่าลืมคนที่เขารักคุณ…ที่รอคุณอยู่ที่บ้าน
คนที่เขามอบความรักแบบไร้ข้อผูกมัดนับแต่คุณแรกเกิด
คนที่เราให้คำนิยามว่า “บุพการี”

ด้วยรัก
Credit

ชีวิตที่ดี

YouTube Preview Image

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี

23 มกราคม 2558

“ชีวิตที่ดี คือ ชีวิตพร้อมยอมรับและเรียนรู้ ทั้งด้านดีและด้านร้าย

คนที่อยากจะรับแต่สิ่งดีๆ จะไม่เติบโตด้านจิตใจ ต้องเวียนมาเกิดซ้ำซากจนกว่าจะเรียนรู้

คนยิ่งเรียกร้องมากก็ยิ่งไม่สมหวัง เพราะโลกนี้ไม่ได้เป็นไปตามใจใคร

แต่เป็นไปตามเหตุและปัจจัย เมื่อเข้าใจโลก ก็จะเข้าใจธรรมในที่สุด

ชีวิตมันง่ายถ้าเราไม่ยึดติด ความเรียบง่ายกับความสุขเป็นพี่น้องกัน

หลายคนอยากได้ความสุขแต่ไม่ยอมล้างกิเลสออกจากใจเสียก่อน

แล้วจะมีความสุขได้อย่างไร…”

“เป้าหมาย”

pic
credit pic: surasaksasabhuri.blogspot.com

สวัสดีปีใหม่ครับคุณผู้อ่านทุกท่าน…
ปีใหม่แล้ว ผมคาดว่าทุกท่านคงมีเป้าหมายใหม่ๆ ในชีวิตเพิ่มขึ้นอีกมากมาย
บ้างก็เริ่มตั้งเป้าที่ใหญ่ขึ้นจากเป้าหมายเดิม
บ้างก็เริ่มสานต่อจากเป้าหมายเดิมให้สำเร็จลุล่วง
บ้างตั้งเป้าหมายใหม่ที่จะทำให้ชีวิตสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
การตั้งเป้าหมายเป็นฟันเฟืองหนึ่งของชีวิตเพื่อการขับเคลื่อนความสำเร็จ
การตั้งเป้าหมายเป็นเคล็ดลับความสำเร็จที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
ผู้ประสบความสำเร็จระดับโลกหลายต่อหลายท่านล้วนเคยเอ่ยถึง

“The danger for most of us is not that our aim is too high and we miss it,
but that it is too low and we reach it.”
อันตรายส่วนใหญ่ของเรา ไม่ใช่ว่าตั้งเป้าหมายสูงเกินไปและทำไม่ได้
แต่เป็นการตั้งเป้าหมายที่ต่ำเกินไปและเราทำได้
คำกล่าวของไมเคิล แองเจโล

“If you think you can, you can.
And if you think you can’t, you’re right.”
หากคุณคิดว่าคุณสามารถทำได้ คุณก็จะทำได้
และถ้าคุณคิดว่าคุณไม่สามารถทำได้ คุณก็คิดถูก
คำกล่าวของเฮนรี ฟอร์ด

แม้แต่พี่สมคิด ลวางกูร นักเขียนระดับประเทศ
ที่มีรากฐานจากความสำเร็จ จากความมุ่งมั่นพยายาม
และการตั้งเป้าหมายที่สูงลิบ…สะท้านสะเทือนแผ่นดิน
หากใครเคยได้อ่านประวัติของท่าน น่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีว่า
ทุกวิธีการของพี่สมคิดแฝงด้วยความมุ่งมั่นเพียงใด
รวมถึงคุณบัณฑิต อึ้งรังษี คนไทยผู้เอาธงชาติไทยโบกสะบัดสู่นานาชาติ
คอนดักเตอร์ระดับโลกยิ่งใหญ่น่าอัศจรรย์ใจให้ต่างชาติต้องรับรู้
เริ่มใช้การตั้งเป้าหมายของชีวิตก่อนเริ่มใช้ชีวิตการทำงานเสียอีก
ณ ขณะนี้เชื่อว่า เป้าหมายที่ท่านเคยตั้งไว้ประสบผลสำเร็จไปทุกข้อแล้วกระมัง
ผมเชื่อว่า ณ ปัจจุบันนี้ ท่านก็คงตั้งเป้าที่ใหญ่ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

จิตใต้สำนึกของคนเราจะบันทึกข้อมูลของเป้าหมายที่เราจดจ้อง
ยิ่งคุณระบุเป้าหมายชีวิตหรือสิ่งที่ต้องการชัดเจนเพียงใด
จิตใต้สำนึกของคุณจะนำทางคุณไปสู่เป้าหมายนั้นอย่างชัดเจน
พลังความนึกคิดจะถูกผลักดันไปสู่พลังแห่งการสร้างความเป็นจริง
เสมือนการยิงจรวดขีปนาวุธ ที่จะสนใจแค่เรื่องการเล็งเป้าแล้วไปให้ถึงเป้าหมาย
แม้ขีปนาวุธนี้จะถูกทำลายด้วยปืนต่อต้านจรวด…เป้าหมายตกร่วงหล่น
แต่หากคุณยังคงไม่ย่อท้อ…ตั้งใจ…เล็งเป้า…ยิง…
สักวันหนึ่งคุณย่อมสามารถทำลายเป้าหมายได้แน่นอน
ห่วงก็แต่ว่าบางท่านจะหมดกำลังใจ
เนื่องด้วยเป้าหมายหลายอย่างยังไม่สำเร็จ
บ้างยังไม่ได้ลงมือทำด้วยเหตุผลนานัปการ
ไม่เป็นไรครับ…เริ่มใหม่…
หากเป้าหมายใดยังไม่ได้ทำก็เริ่มทำเลยในปีนี้
ไม่มีคำว่าสายเกินไปกับเรื่องดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับคุณ
คิดเอาไว้แค่ว่า…หากไม่เริ่มในวันนี้…เหตุการณ์ดีๆ จะไม่มีวันแสดงผลลัพธ์
เริ่มตั้งเป้าหมายดีๆ ในปีนี้…แล้วอย่าลืมลงมือทำตอนนี้
เพื่อสิ่งดีๆ จะเริ่มเห็นผลในเร็ววัน
อย่างน้อย… “ความรู้สึกภูมิใจ” ที่ได้ทำ
อาจทำให้คุณรู้สึกอิ่มเอมและภูมิใจในตัวเอง…แน่นอน

Credit

การให้อภัย คือ ยาสามัญประจำใจ

YouTube Preview Image

พระไพศาล วิสาโล

17 ธันวาคม 2557

“การให้อภัย นำมาซึ่งความสงบ คนที่ไม่รู้จักการให้อภัยจะพบความสงบเย็นในจิตใจได้ยาก

เมื่อใดก็ตามที่เราโกรธ เราผูกจิตพยาบาท จิตใจจะรุ่มร้อน

แต่หากรู้จักให้อภัย ใจเราจะสงบเย็น บาดแผลในใจจะได้รับการเยียวยา

การให้อภัยจึงเป็นยาสามัญประจำใจ

หากไม่มียาชนิดนี้ ใจจะเป็นแผลเหวอะหวะอยู่ตลอดเวลา

การให้อภัยนี้ไม่ใช่แค่ให้อภัยผู้อื่น แต่รวมถึงการให้อภัยตัวเองด้วย…”

พบกับหลากหลายวิธีการสร้างสุขด้วยการสละและการให้ ในธรรมบรรยายฉบับเต็ม

จิตจะใสต้องผ่านการกรอง

YouTube Preview Image

พระไชยา สิริธมฺโม

3 ธันวาคม 2557

น้ำที่ไม่ผ่านเครื่องกรอง ย่อมขุ่นมัวเต็มไปด้วยตะกอนสิ่งสกปรก

เมื่อผ่านเครื่องกรองแล้วจึงใสสะอาดได้

จิตที่ผ่านการกรองเอากิเลสออก ด้วยการหมั่นเพียรรักษาศีล เจริญสมาธิและปัญญา

ให้บริบูรณ์ บริสุทธิ์ มั่นคง จึงจะเป็นจิตที่ผ่องใสบริสุทธิ์ได้

เพียงลมหายใจ…

great

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปงานฌาปนกิจศพ
ของอาจารย์ท่านหนึ่งที่เคยอบรมสั่งสอนผม
ในงานมีดอกไม้สวยงามมากมายกระจายกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่ว
แต่แฝงด้วยความรู้สึกโศกเศร้าและความน่าเสียดาย
กับการจากไปของบุคลากรระดับประเทศอย่างท่านอาจารย์
ญาติธรรมที่มาร่วมงานแต่ละท่านล้วนเป็นบุคลากรระดับสูง
ที่ปัจจุบันทำงานให้กับส่วนงานรัฐบาล
รวมถึงองค์กรเอกชนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ
อีกทั้งยังมีการได้รับพระราชทานเพลิงศพ
ช่างยิ่งใหญ่และแฝงด้วยข้อคิดทางสัจธรรม
วินาทีแรกที่ผมได้รับรู้ข่าวถึงการจากไปของท่านอาจารย์
ผมถึงกับตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหัน
ท่านอาจารย์เดินทางไปต่างประเทศกับครอบครัวแล้วเกิดอุบัติเหตุ
ผู้คนในงานล้วนกล่าวถึงท่านอาจารย์ผู้นี้ว่า…
ได้ทำคุณประโยชน์มากมายหลายประการให้กับทางมหาวิทยาลัย
เช่น ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาที่ได้ร่วมร่ำเรียนวิชากับท่าน
ไม่เพียงเท่านั้น ท่านยังแผ่ขยายแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนร่วมงานทุกคนที่อยู่รอบตัว
คุณูปการมากมายเมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตได้สื่อผ่าน “ข้อความไว้อาลัย” ที่กล่าวในงาน
ความรู้สึกของคราบน้ำตาอาจมิใช่เกิดจากความ “เสียใจ”
แต่อาจเกิดจากความเสียดายที่ “สูญเสีย”
อาจเป็นความ “เสียดาย” ที่ได้ “สูญเสีย” คนดีๆ ไปอย่างรวดเร็วไม่ทันได้ตั้งตัว
มีคนเคยบอกผมว่า

หลายคนละเลยสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตไป…
วิ่งหาสิ่งที่คิดว่าสำคัญ…ไฉนเลยไม่เห็นสิ่งสำคัญที่อยู่ใกล้ที่สุด…
ที่เรียกว่า ลมหายใจ

ข้อความนี้เป็นประโยคความคิดที่อาจต้องตีความ
เพราะชีวิตล้วนต้องตีความและหาเป้าหมายถึงความสำคัญของการมีชีวิต
เมื่อขณะที่คุณกำลังมีชีวิต…ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้
หลายสิ่ง…หลายอย่าง…คุณอาจไม่เห็นคุณค่าของสิ่งรอบตัว
คุณอาจไม่สังเกตเห็นว่า มีผู้คนมากมายรอคอยความช่วยเหลือจากคุณอยู่
คุณอาจไม่สังเกตเห็นว่า มีคนที่รักคุณรอคอยคุณ…อยู่ที่บ้าน
ทั้งๆ ที่ตัวคุณเองนั่นแหละ…
ที่พยายามออกไปตามหาคนที่เขาไม่ได้รักคุณ…ที่อยู่นอกบ้าน
คุณอาจกำลังตั้งใจทุ่มเทหาเงินทอง สิ่งของเครื่องใช้มากมายมาประดับประดาชีวิต
บ้างให้ตัวเอง…บ้างก็ให้คนที่คุณรักด้วย
หวังว่าเขาจะรู้สึกยินดีกับสิ่งเหล่านั้นที่คุณได้มอบให้…
แต่คุณเคยถามเขาบ้างไหมว่า เขาต้องการสิ่งของเหล่านั้น…
หรือต้องการเพียงแค่ลมหายใจของคุณที่ได้อยู่ใกล้กันกับพวกเขา…คนที่เขารักคุณ
คนเราเกิดมาเพื่อทำประโยชน์หรือช่วยเหลือผู้คนรอบตัว
มากกว่าแค่คิดจะช่วยเหลือแค่ตัวเอง
และผู้คนจะจดจำคุณแบบไหน
ขึ้นอยู่กับว่า ตอนที่คุณมีชีวิตอยู่ คุณได้ทำสิ่งใดต่อผู้คนอื่นรอบตัวบ้าง
หากขณะที่คุณยังหายใจ…ยังมีชีวิตอยู่
คุณล้วนแต่ทำสิ่งที่เลวร้ายกับผู้คนรอบข้าง…กับสังคม
เมื่อคุณจากไป…ผู้คนย่อมพูดแต่สิ่งที่คุณทำเรื่องไม่ดี…ตราบเท่าที่เขาจะจำกันได้
หากคุณทำเรื่องที่เป็นประโยชน์…มอบความช่วยเหลือแก่ผู้คนเมื่อคุณยังมีชีวิต
ผู้คนย่อมพูดถึงคุณแต่เรื่องราวดีงามของคุณและเรื่องราวดีๆ ที่คุณเคยทำ
วันนั้นจะเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อวันที่คุณจากโลกนี้ไป
ผู้คนจะพูดถึงคุณเช่นไร ขึ้นอยู่กับลมหายใจปัจจุบัน

เพียงลมหายใจ…

Credit

ความรักกับพรหมวิหาร 4

clip_image002_0000ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามและจรรโลงหัวใจให้พองโต
เปรียบเสมือนลูกโป่งสีชมพูมีลมอัดแน่น
เป่าลมอณูรักที่หอมหวานจากคนสองคน…
รักคือสิ่งประเสริฐ…รักมีความล้ำเลิศด้วยตนเอง
รักคือสิ่งสวยงาม…รักสร้างความหวังให้ผู้อื่น
รักคือตัวตน…ที่จะสร้างสรรค์อนาคตให้กับผู้สิ้นหวัง
ความรัก บางทีเกิดขึ้นในขณะที่เราไม่รู้ตัว…
และอาจจากเราไปแบบไม่ทันบอกลาด้วยซ้ำ
หากเปรียบความรัก คงเป็นพลังด้านบวก
สร้างพลังที่ทำให้เรารู้สึกสว่างสดใส อิ่มเอมด้วยสีชมพู
ที่ผู้คนมากมายเปรียบความรักเป็นสีชมพู
ในความเห็นของผมคิดว่า
สีชมพูให้ความรู้สึกถึงความหอมหวาน ทำให้หลายคนอยากลิ้มลอง
บางครั้ง “ความรัก” มิได้หอมหวานอย่างที่หลายคนคิด
บ้างเจอความช้ำ…บางผิดหวังจากคนที่คุณรักและโทษว่า ผิดที่รัก
ซึ่งความรักเองมิได้เคยทำร้ายผู้คนอย่างที่หลายคนได้กล่าวโทษกัน
ตัวเราเองต่างหากที่ทำร้ายความรู้สึกของตัวเราเองรวมถึงคนรอบข้าง
พรหมวิหาร 4 คือทางออกของปัญหาในมุมมองของผม
ที่นำพาไปสู่ปัญญาในการยืนหยัดรักษาความรักให้ดีงาม ยั่งยืน และมีความสุข
เมตตา คือ ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับความสุข
กรุณา คือ ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
มุทิตา คือ ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี
อุเบกขา คือ การวางเฉย
หากคุณเข้าใจความรักและเรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง
คุณจะมีความสุขและไม่ต้องโทษความรักอีกต่อไป
คุณจะเข้าใจว่า ความรักไม่ใช่มีเพียง คู่หนุ่มสาว แต่ยังมี คู่ผู้เฒ่าผู้แก่
ความรักของครอบครัว ความรักแบบพี่น้อง ความรักแบบเพื่อนฝูง
ความรักแบบมนุษย์กับสรรพสัตว์ ความรักแบบการเคารพซึ่งกันและกัน
คนเราอาจมีความรักที่สวยงามได้…
เกิดจากความปรารถนาดี อยากให้ผู้อื่นได้รับความสุข
แล้วจึงเกิดการกระทำเพื่อให้คนผู้นั้นได้รับความสุข
พ้นจากความทุกข์ที่คนคนหนึ่งประสบพบเจออยู่
บ้างเป็นสภาวะทางร่างกายที่ทนทุกข์เพราะความเจ็บป่วย
บ้างเป็นสภาวะทางจิตใจที่ย่ำแย่จากชีวิต
หลายกรณี จากความหวังดีแปรเปลี่ยนเป็นความหวังร้าย
ดังเช่นกรณีตัวอย่างของครอบครัวหนึ่ง ที่พยายามสั่งสอนลูกด้วยจิตที่หวังดี
คาดหวังให้ลูกเป็นคนดีต่อสังคมและดูแลตัวเองได้
จึงใช้การสอนสั่งด้วยการดุว่าหรือทุบตี
เนื่องจากผิดหวังจากการสอนสั่งในบางครา
ด้วยการแสดงออกประเภทนี้เอง
เมื่อขาดอุเบกขาคือความเป็นกลาง และความเข้าใจว่า “มันเป็นเช่นนั้นแล”
ทำให้หัวจิตหัวใจมิอาจดึงดันต่อสภาวะความโกรธเกรี้ยวได้
ผลลัพธ์จึงออกมากลับกัน จากดีกลายเป็นร้าย
สำหรับคู่รักบางคู่ ที่มุ่งหวังอยากครอบครองมากเกินไปจนเกินความพอดี
อาจสร้างความหมางเมินกันและขาดความเข้าใจอะไรบางอย่าง
ดังนั้น ความรักหากขาดพรหมวิหาร 4 ก็ยากจะยืนยงคงอยู่ไปได้นานเช่นนั้นแล

Credit

 

ความสำเร็จกำหนดได้

YouTube Preview Image

พระปลัดอานนฺทปญฺโญ

20 พฤศจิกายน 2557

เหตุที่ทำให้เราไม่ประสบผลสำเร็จดังหวัง คือ ไม่รู้ ไม่ยอม ไม่ทำ

1)      ไม่รู้ คือ ไม่รู้เหตุที่ให้ไม่สำเร็จว่ามาจากตัวเราเอง ไม่ใช่เป็นเพราะผู้อื่น ไม่รู้ว่าเราสร้างอุปสรรคให้ตัวเองด้วยการตั้งเงื่อนไขต่างๆ ให้ตนเองและคนรอบข้าง และไม่รู้วิธีที่ถูกต้องที่จะทำให้สำเร็จ

2)      ไม่ยอม คือ ไม่ยอมรับว่าตนผิด ไม่ยอมแพ้คนอื่น

3)      ไม่ทำ คือ ไม่นำสิ่งที่รู้มาปฏิบัติ เพราะไม่เห็นทุกข์โทษภัยของการไม่ทำ

อยากสำเร็จจึงต้องรู้ ต้องยอม และต้องลงมือทำ