ด้วยรัก

Featured

1

หากพูดถึงพลังที่ยิ่งใหญ่อันสามารถจรรโลงให้สวยงามอยู่ได้
ย่อมไม่พ้น พลังความรัก
แต่อีกด้านของสิ่งจรรโลงอาจแปรเปลี่ยนเป็นหายนะได้
เนื่องด้วยพลังความรักเช่นกัน

“ความรักเป็นสิ่งประเสริฐ เป็นสิ่งล้ำเลิศเหนืออื่นใด
ความรักอาจจรรโลงใจแปรเปลี่ยนร้ายกลายดี”

ประโยคนี้ผมนิยามสั้นๆ ถึงความรัก…
เพราะในเทศกาลแห่ง รัก” ที่ใกล้จะมาถึง
วันวาเลนไทน์ เทศกาลดีๆ ของชาวตะวันตก…ที่ทั่วโลกต่างรู้จัก
14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันแห่งการวัดพลังอำนาจของความป็อป
ใครได้ดอกไม้เยอะสุด ได้ช็อกโกแลตเยอะสุด…คนนั้นดูยิ่งใหญ่ทันที
คลับคล้ายว่าผู้ชนะท่านนั้นคือ เทพเจ้าหรือเทพธิดาแห่งความรัก
ไม่เพียงแค่นั้น…ผู้ที่ได้ของขวัญหรือดอกไม้เยอะนั้น
อาจเป็นการแสดงถึง “ผู้มีคนรัก” ชอบพอมากอีกด้วย
ผู้ชนะเหล่านี้ มักได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากผู้อื่น
ส่วนผู้ที่ตกหล่นจากสรวงสวรรค์ของโลกแห่งรัก ก็มักน้อยเนื้อต่ำใจ
พอโตขึ้นมา คนเราย่อมพบเจอรูปแบบ “รัก” ที่เปลี่ยนไป
เรารักเขา…เขารักเรา…เรารักกัน…มักเป็นรูปแบบ “รัก” ที่วนเวียน
ยามเมื่อความรักแปรเปลี่ยน กลับกลายเป็นความรู้สึกขื่นขม
คล้ายดอกไม้ที่กลิ่นหอมหวานน่าลิ้มลอง
พอใช้ชีวิตอยู่ด้วยจริงๆ กลับกลายเป็นดอกไม้นั้นมีรสชาติ “ขม”
มิได้ “หวาน” เหมือนกลิ่นที่ได้ “ดอมดม”
บ่อยครั้งที่เรามักโทษความรักว่า มันผิด
ความรักทำให้เราพบเจอคนคนนั้น
คนที่ทำให้เราเจ็บในยาม “ร้างรา”
โทษตัวเองเพราะดีเกินไปในยาม “รัก” บ้าง
โทษ “คู่เคยรัก” ว่าแย่เกินไปที่เราเคย “คู่กัน” บ้าง
บ่น ด่าตัวเองว่า ต่อไปจะ “ไม่รัก” ใครอีกแล้ว
หากความรักมีตัวตน คงอยากจะบอกว่า ผมหรือฉันทำอะไรผิดไป

ในยามรักกันก็บอกว่า
ผม (ความรัก) เป็นสิ่งสวยงาม
ผม (ความรัก) ทำให้โลกของพวกคุณเป็นสีชมพู
ผม (ความรัก) ทำให้พวกคุณมีความสุข เป็นแรงใจให้กันและกัน
ผม (ความรัก) ทำให้พวกคุณรู้ซึ้งถึงการมีชีวิตอยู่มีคุณค่า
ผม (ความรัก) ผมผิดอะไรเมื่อยามที่คุณ ไม่รักกัน

บ่อยครั้งที่ผมได้ยินจากคนรู้จักนั่งบ่นถึงคนรัก…ในข้อเสียต่างๆ ที่อยากให้ปรับ
บ่อยครั้งที่ผมได้ยินจากคนรู้จักนั่งร้องเรียกหา…รักใหม่ที่ดีกว่าที่มีอยู่
บ่อยครั้งที่ผมได้ยินจากคนรู้จักนั่งสรรหา…รักอีกหนสำหรับคนที่ไร้รัก

ความรักมีคุณค่า…อย่างที่ตัวคุณเองจะมองเห็น
ความรักไม่เคยทำผิด…ตัวคุณต่างหากที่ใช้ความรักแบบผิดๆ
ใช้ความรักหลอกลวงความรู้สึกของผู้อื่น
ใช้ความรักหลอกลวงความรู้สึกของตนเอง
ใช้ความรักบังตาให้ห่างจากโลกความเป็นจริง

เทศกาลแห่งความรัก ขอให้ทุกท่านใช้ความรักอย่างมีสติ
ใช้ชีวิตในเทศกาลแห่งความรักกับคู่รัก
ดูแลความรักของคุณให้ยั่งยืน…ในคู่หนุ่มสาว
แต่อย่าลืมคนที่เขารักคุณ…ที่รอคุณอยู่ที่บ้าน
คนที่เขามอบความรักแบบไร้ข้อผูกมัดนับแต่คุณแรกเกิด
คนที่เราให้คำนิยามว่า “บุพการี”

ด้วยรัก
Credit

ดุจเลื่อนลอยมาโดยนภากาศ

Featured

เพิ่งผ่านพ้นเทศกาลกฐินกันมาไม่นาน ผู้อ่านที่ใจบุญ มีจิตอันเป็นกุศลทั้งหลายที่ได้มีโอกาสไปร่วมทอดกฐินตามวัดวาอารามต่างๆ ทั่วประเทศ คงได้ยินคำที่พระภิกษุสงฆ์ได้กรานกฐินหลังจากได้รับถวายจากสาธุชนผู้เป็นเจ้าภาพว่า ..  ก็แลผ้ากฐินทานนี้, เป็นของบริสุทธิ์ ดุจเลื่อนลอยมาโดยนภากาศ, แล้วตกลงท่ามกลางหมู่สงฆ์ จะเป็นของผู้หนึ่งผู้ใดก็หาไม่ ..

การถวายผ้ากฐินจึงเป็นอริยประเพณีที่ชาวพุทธได้ดำเนินสืบต่อมาแต่ครั้งสมัยพุทธกาล โดยมีพระบรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุสงฆ์สามารถรับสนองศรัทธาจากกัลยาณชนในการถวายผ้ากฐินได้ ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็มหลังจากออกพรรษา จึงเป็นการทำบุญที่มีอานิสงส์สูงยิ่ง เนื่องจากจำกัดเวลา ไม่สามารถทำช่วงอื่นได้ และหนึ่งวัดจะสามารถรับกฐินได้เพียงครั้งเดียว ที่สำคัญญาติโยมไม่สามารถระบุได้ว่า ผ้ากฐินที่ถวายนั้นจะเป็นของพระสงฆ์รูปใด ขึ้นอยู่กับมติของคณะสงฆ์ที่จำพรรษาตลอดระยะเวลาสามเดือนในอารามแห่งนั้น ว่าภิกษุรูปใดเป็นผู้มีความเพียรในการปฏิบัติ มีสติปัญญาเป็นเลิศ จึงจะได้รับฉันทามติจากหมู่สงฆ์ให้เป็นผู้ครองจีวรนั้น

เช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา ในปี 2557 นี้ ผมมีโอกาสเป็นเจ้าภาพทอดกฐินในประเทศไทยทั้งหมด 9 วัด ในนามมูลนิธิธรรมดี ร่วมกับกัลยาณมิตรทั่วประเทศที่มีศรัทธาช่วยกันทำนุบำรุงพระศาสนา และเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสอัญเชิญผ้ากฐินพระราชทานและกฐินสามัคคีไปทอดถวายใน 7 วัดไทยในแดนพุทธภูมิ นั่นคือ ประเทศอินเดียและเนปาล เป็นความปลื้มปีติและประทับใจอย่างยิ่ง เนื่องด้วยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในการอัญเชิญผ้าไตรที่ทรงอนุโมทนาอธิษฐานไปทอดถวาย

คณะของเรากว่า 160 ชีวิตได้เหมาเครื่องการบินไทย ไฟลท์ TG 327 จากสนามบินสุวรรณภูมิมุ่งตรงสู่เมืองคายา สถานที่ประสูติแห่งพระพุทธองค์ โดยระหว่างที่เครื่องบินไต่อยู่ในระดับสามหมื่นฟุตสูงจากพื้นดิน ท่านพระเทพโพธิวิเทศ (ท่านเจ้าคุณวีรยุทธ วีรยุทโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล ได้กล่าวสัมโมทนียกถาและนำสวดเจริญพุทธมนต์บนเครื่องการบินไทยเป็นครั้งแรก ท่านได้กล่าวว่า ผ้าไตรพระราชทานที่ได้อัญเชิญไปทอดถวายยังแดนพุทธภูมิ ในพระหัตถ์ของพระพุทธเจ้านั้น เป็นของบริสุทธิ์ ดุจเลื่อนลอยมาโดยนภากาศ (อยู่กลางท้องฟ้า) จึงขอนำสาธุชนร่วมกันสวดมนต์ให้เหล่าเทพยเทวดาทั้งหลายได้ร่วมโมทนาสาธุการโดยพร้อมเพียงกัน

ผู้ร่วมเดินทางบนสายการบินไทยไฟลท์ประวัติศาสตร์นั้น จึงร่วมกันสวดมนต์บทอิติปิโสอย่างเต็มเสียง 11 จบ จนกระทั่งเครื่องลดระดับลงสู่สนามบินที่คายา เป็นนิมิตมงคลที่เริ่มต้นให้มีพลังในการเดินทางไปสังเวชนียสถานทั้งสี่ เพื่อทอดกฐินรวม 7 วัด ซึ่งยังไม่เคยมีคณะใดคิดทำและเคยทำมาก่อน! แถมยังแปลงร่างเป็นมหาราณี มหาราชา ลูกหลานท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีและนางวิสาขา ด้วยการแจกมหาทานให้กับเด็กๆ ชาวอินเดีย 500 ครอบครัว แต่ภายในไม่กี่ชั่วโมง แห่กันมานับพันคน (คงจะสื่อสารกันระบบ Wifi) เพราะมากันเร็วเหลือเกิน คนแจกไปก็น้ำตาไหลไปด้วยความสงสารผสมกับปีติ และท้ายสุด คือ การปล่อยปลา 200 โล ลงกลางแม่น้ำคงคา แม่น้ำแห่งชีวิตความยาว 2,600 กิโลเมตร ที่ไหลผ่านกรุงพาราณสี เมืองวัฒนธรรมโลก ไฟแห่งการเผาศพไม่เคยว่างเว้นแม้แต่วันเดียว

นับเป็นบุญใหญ่ครั้งสำคัญ ดุจเลื่อนลอยมาโดยนภากาศ ที่ขอน้อมนำให้ผู้อ่านทุกท่าน และทุกดวงจิตในสามแดนโลกธาตุได้มีส่วนร่วมในบุญนี้ด้วยกันโดยไม่มีประมาณเทอญ.

น้อมคารวะทุกดวงจิตที่ดีงาม


Q & A ขี้เกียจ อยากนอนอย่างเดียว ไม่อยากทำอะไรเลย เบื่องาน เบื่อทุกอย่าง ทำอย่างไรดี??

Q : มีความรู้สึกแย่ ๆ เกิดขึ้น คือ อยากแต่จะนอน อยู่เฉย ๆ ไม่อยากรับผิดชอบทำอะไรเลย
ถ้าทำงานก็ไม่อยากรับผิดชอบอะไรเยอะแยะ อยากอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย
อยากเสียจนกระทั่งคิดนอนหลับตายไปจากโลกนี้เลย จะได้ไม่ต้องทำอะไรเลย
เบื่อเหนื่อยไม่อยากทำงานขนาดนั้น
แอบคิดแอบรู้สึกระหว่างทำงานไป จนกระทั่งทำงานผิดพลาด
ไม่อ่านคำสั่งนายให้รอบคอบ
เป็นหลายครั้ง ถูกเตือนจนปัจจุบันท้อไม่อยากทำงาน
แถมเจ้านายว่าและกดดันให้เรา โดยบอกเป็นนัย ๆ ว่าเราต้องไม่ทำผิดอีก
ซึ่งการทำผิดซ้ำเป็นเรื่องธรรมดาและอาจเกิดขึ้นได้อีก
ถ้าระวังมากก็จะเครียด ควรทำยังไงดีกับชีวิต ถูกกดดันจากนาย คือห้ามผิดอีก
และถ้ามันเกิดขึ้นอีกละทั้ง ๆ เราระวังแล้ว จะทำอย่างไรดี?

A : ป๊อปขอออกตัวก่อนนะคะว่าป๊อปไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ
ทุกความคิดเห็นในการตอบคำถามของคุณครั้งนี้
ป๊อปตอบเมื่อวันที่ ๑๓ เม.ย. พ.ศ.๒๕๖๐ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ป๊อปมีอายุ ๓๔ ปี
ฉะนั้น ป๊อปตอบได้เต็มที่เท่าที่สติปัญญาของป๊อปในวัย ๓๔ จะช่วยเหลือได้
ขอให้คุณใช้วิจารณญาณในการพิจารณาทุกคำแนะนำของป๊อปให้ดี
หากเห็นว่าดี เป็นประโยชน์ก็นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันนะคะ

ป๊อปได้รับคำถามนี้ที่คุณฝากไว้
ในคอมเมนท์ใต้บทความเรื่อง “๓ วิธีเปลี่ยนตัวเองจากคนขี้เกียจเป็นคนขยัน” ที่ป๊อปเขียนไว้
ซึ่งป๊อปเดาว่า การที่คุณคลิกเข้ามาอ่านบทความนี้ และส่งคำถามนี้มา
น่าจะเป็นเพราะคุณเองก็อยากจะปรับปรุงตัวเองอยู่เหมือนกัน
เป็นสิ่งที่ป๊อปรู้สึกชื่นชมคุณมากนะคะ
ที่อย่างน้อยคุณก็อยากหาทางออกกับปัญหาความขี้เกียจของตัวเอง
ซึ่งถือว่าดีกว่าคนที่ไม่อยากปรับปรุงตัวเองเลย

มาตอบคำถามของคุณกันเลยดีกว่า :)
หมายเหตุ : เนื้อหาบางส่วนของการตอบคำถามนี้อาจตรงและดูแรง
แต่ก็จำเป็นต้องชี้แจงกันตรง ๆ ขอให้คุณพิจารณาให้ดีในทุกบรรทัดที่ป๊อปตอบนะคะ
ป๊อปมีแต่ความหวังดี ขอให้คุณไม่เข้าใจเป็นอื่น หากพร้อมแล้วก็อ่านบรรทัดต่อไปได้เลยค่ะ

การทำงานให้ไม่ผิดพลาดเลย แม้แต่ในคนระดับโลกก็ยังทำไม่ได้
เรื่องนี้ป๊อปเคยถามคนระดับโลกมาแล้ว และได้ยินจากปากเขาเอง
ป๊อปคิดว่าเจ้านายคุณเขาเพียงอยากสร้างเงื่อนไขนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยคุณมากกว่า
เพียงแต่คุณไม่รู้ว่ามันคือการแสดงออกถึงความช่วยเหลือ
หากคุณบอกว่าคุณทำผิดพลาดบ่อย แต่เขายังจ้างคุณอยู่
ป๊อปคิดว่าเขาคงไม่ใช่คนใจไม่ไส้ระกำ
เพราะหากป๊อปเป็นเจ้านายคุณ ป๊อปอาจให้คุณออกไปนานแล้วก็ได้
การหาคนมาแทน ใช่ว่าจะหายาก
ฉะนั้นป๊อปจึงมองว่า การที่เขากดดันคุณว่าห้ามผิดพลาดอีก
น่าจะเพื่อช่วยให้คุณได้รู้ว่า คุณจะทำได้ดีกว่านี้ถ้าคุณตั้งใจทำมากพอ

หากว่าความผิดพลาดจะเกิดขึ้นอีกในครั้งหน้า
ไม่ว่าเจ้านายจะมีวิธีการสื่อสารกับคุณอย่างไร คุณก็แค่ต้องปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นต่อไป
รวมถึงเรียนรู้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่นด้วย
หมายความว่า คุณควรที่จะเรียนรู้วิธีในการแก้ปัญหานี้ด้วยการสื่อสารด้วย
เพราะมันคือ “หนทางหลัก” ในการแก้ปัญหาของคุณอย่างแท้จริง
เริ่มต้นที่ การสื่อสารกับตัวเอง  โปรดรู้ไว้ว่า ถ้าคุณสื่อสารกับตัวเองได้ดี คุณก็สื่อสารกับผู้อื่นได้ดี
คุณต้องเลิกคิดอะไรอย่างคนไร้ประสิทธิภาพอย่างที่เคย
บอกตัวเองใหม่ว่าฉันทำได้ ฉันจะตั้งใจทำงานให้มากขึ้น ฉันสามารถทำงานให้ดีกว่านี้ได้
และนั่งวางแผนการทำงานให้รอบคอบยิ่งขึ้นเพื่อที่วันต่อ ๆ ไปคุณจะได้ทำงานได้เนี๊ยบขึ้น
สำหรับการสื่อสารกับผู้อื่น เป็นทักษะที่คุณจะไม่พัฒนาไม่ได้
ไม่เช่นนั้นชีวิตคุณจะได้พบกับคำว่า “ดักดาน” ไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียวค่ะ!
การสื่อสารที่ดี ไม่ใช่การประจบสอพลอ
แต่คือการช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจกันมากขึ้น ระงับปัญหา
และทำให้ทุกอย่างบนโลกนี้เกิดการพัฒนาได้
(ซึ่งแน่นอนว่าการสื่อสารที่ไม่ดี จะให้ผลตรงข้าม)
คุณควรจะจริงจังที่จะเรียนรู้เรื่องพวกนี้ให้มาก
หากสงสัยว่า แล้วฉันจะไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้จากที่ไหน
บอกได้เลยค่ะว่าเยอะแยะ ทั้งจากหนังสือที่สอนเรื่องวิธีคิดและการสื่อสาร
(แนวนี้ส่วนใหญ่เป็นหนังสือแปล เช่น ของเดล คาร์เนกี้ ป็นต้น)
หรือจากรายการโทรทัศน์ดี ๆ (พวกรายการสัมภาษณ์ต่าง ๆ) 
หรือจะหาดูจากทาง YouTube  ก็ได้
ลองสังเกตวิธีการถามตอบระหว่างพิธีกรและแขกรับเชิญ
ลองสังเกตว่าเขาคิดยังไง เขาถึงถามตอบกันอย่างนั้น
แล้วลองฝึกจำลองสถานการณ์ ว่าหากเรากำลังรับมือกับปัญหาบางอย่าง
หรือกำลังถูกสัมภาษณ์ในคำถามเดียวกันกับที่พิธีกรถามแขกรับเชิญ
(หรือจะเป็นคำถามอะไรที่คุณอยากตอบ) คุณจะตอบอย่างไร
หลายคนที่พูดจาฉะฉานขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่แต่ก่อนก็ไม่ใช่คนพูดเก่งก็เพราะฝึกด้วยวิธีเหล่านี้
พอถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์จริง เขาจึงรับมือได้ดี และดีขึ้นเรื่อย ๆ
คุณก็ควรจะเริ่มฝึกฝนทักษะเรื่องการสื่อสารนี้เช่นกันนะคะ
เพราะหากคุณไม่ฝึกฝนเอาไว้ บอกเลยค่ะว่า ดักดานแน่นอน!
เพราะวิธีคิดคุณขณะนี้ก็ดูจะถ่วงความเจริญของตัวคุณเองเป็นอย่างมากอยู่แล้ว
หากยังขี้เกียจ รักสบายมากเกินไปแบบนี้ต่อไป
เกรงว่าสุดท้ายคุณจะกลายเป็น “มนุษย์ภาระ”
ที่ทำไม่ได้แม้แต่หาเงินซื้ออาหารกินด้วยตัวเองตั้งแต่ยังไม่แก่เข้าจนได้!

ทุกอาชีพต้องใช้ความอุตสาหะไม่มากก็น้อย
สบายที่สุดแล้วก็คงจะเป็นขอทาน
แต่อย่าลืมว่าแม้แต่ขอทานก็ยังต้องเดินทางไปนั่งในจุดที่จะมีคนเขาให้เงิน
เขาไม่ได้นอนเฉย ๆ อยู่ที่บ้านแล้วจะมีคนเดินเอาเงินมาใส่ขันให้ถึงที่

อย่าหาว่าป๊อปแรงเลยนะคะ
แต่ป๊อปจะไม่โอ๋คุณเพราะมันมีแต่จะทำให้คุณยิ่งดูถูกตัวเองมากขึ้นไปอีก
คุณมีสมอง คุณอ่านออกเขียนได้ คุณมีแขน มีขา ตาไม่บอด หูไม่หนวก และไม่ได้เป็นใบ้
เจอปัญหาแค่นี้คุณท้อแท้ขนาดนี้แล้ว
แล้วมันจะเหลืออาชีพอะไรในโลกนี้ให้คุณทำได้อีก!
ขนาดอาชีพขายบริการทางเพศ เขาก็ยังต้องเจอปัญหา

คนที่นอนเฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลยที่ยังอยู่บนโลกนี้ได้
ก็เห็นจะมีแต่คนพิการที่ต้องนอนติดเตียงนะคะ
สิ่งที่คุณปรารถนา มันดูเหมือนว่าคุณอยากเป็นคนพิการเอามาก ๆ
ลองคิดดูนะคะ หากคุณพิการนอนติดเตียงจริง ๆ
ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรสักอย่าง ถึงเวลามีคนเอาข้าวมาให้กิน
นี่คือชีวิตที่คุณพอใจงั้นหรือ?
คุณชอบเป็นภาระของคนอื่นอย่างนั้นหรือ?
ไม่คิดจะทำทุกอย่างเพื่อที่วันนึงจะได้เป็นคนเลี้ยงดูคนที่เลี้ยงคุณมาแต่เล็กแต่น้อยบ้างหรือ?

เลิกยอมแพ้ได้แล้วค่ะ
มนุษย์ทุกคนถูกออกแบบมาให้ประสบความสำเร็จ
แค่มีสมอง ต่อให้ไร้แขนขา ก็ยังประสบความสำเร็จในระดับโลกได้
นี่ไม่ได้หลอกกันเล่นนะคะ
คนที่ไร้แขนขาที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกมีตัวตนจริงและยังมีชีวิตอยู่
ชื่อ นิค วอยาชิค (Nick Vujicic) เขาเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจที่เดินสายพูดไปทั่วโลก
1387888792-1JPG-o
YouTube Preview Image
แม้เขาจะไร้แขนขาแต่เขาก็ทำได้แทบทุกอย่างที่คนแขนขาดี ๆ บางคนยังทำไม่ได้
และที่เขาทำได้ขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าชีวิตเขาที่ผ่านมาจะพบแต่ความสุขและความสะดวกสบาย
เขาถูกเพื่อนแกล้งแต่เล็กแต่น้อย
ต่อสู้ก็ไม่ได้ วิ่งหนีก็ไม่ได้ แขนขาไม่มี
แต่เพราะเขาไม่ยอมแพ้ และมีเป้าหมายชีวิตที่ยิ่งใหญ่
คือการเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจให้คนแขนขาดี ๆ อย่างพวกเรา ๆ
เขาฝึกฝนหลายสิ่งหลายอย่างที่คนไร้แขนขาทั่วไปไม่เคยทำได้มาก่อน
เช่น ขับรถ เล่นกีฬาบางชนิด
และอีกหลายต่อหลายทักษะเพื่อที่จะให้ทั้งคนพิการและไม่พิการได้เห็นกับตาว่า
ขนาดคนไร้แขนขาอย่างเขาทำสิ่งเหล่านั้นได้
ฉะนั้นคำว่า “ทำไม่ได้” ก็ไม่สมควรมีอยู่ในสมองของคนแขนขาดี ๆ แล้วล่ะ!
อยากให้คุณได้ลองหาดูคลิปการบรรยายของเขาดู
มีทั้งแบบที่มีแปลไทยและพากษ์ไทยให้ดูเต็ม YouTube ไปหมดเลยค่ะ

สิ่งที่ป๊อปรู้สึกเห็นใจคุณ ไม่ใช่ปัญหาเรื่องงานที่คุณเจออยู่ ณ ตอนนี้
แต่คือประสบการณ์ตั้งแต่เล็กจนโตของคุณ
ที่ทำให้คุณกลายเป็นคนดูถูกตัวเองและท้อแท้ง่ายขนาดนี้
แต่มันไม่มีคำว่าสายที่จะพัฒนาตนเองเพื่อการมีชีวิตที่ยอดเยี่ยมหรอกนะคะ

ยังไงจะช้าหรือเร็วคุณก็ได้ตายค่ะ
แต่การคิดอยากตายขึ้นบ่อย ๆ  ระวังว่าความคิดจะดึงดูดโรคร้ายให้คุณตายเร็วขึ้น
คุณอาจจะคิดว่า ดีสิ ตายเร็วก็ดี
แต่หากถึงเวลาที่คุณป่วยด้วยโรคร้ายจริง ๆ ขึ้นมา
มันมาพร้อมความทรมานด้วย แถมยังเป็นภาระให้คนอื่นอีก
สงสารพ่อแม่ที่อุสส่าห์เลี้ยงดูมาจนป่านนี้
คุณคงไม่อยากเป็นภาระให้ท่านต้องเลี้ยงดูคุณไปจนตายใช่ไหมคะ?

อีกอย่าง กว่าจะได้เกิดเป็นคนไม่ใช่ง่าย
ถ้าคุณศึกษาเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดมามากพอ คุณจะไม่อยากตายแบบนี้แน่!
ที่คุณอยากตายทุกวัน คุณคิดว่าความตายจะให้อะไรคุณเหรอคะ?
คิดว่าตายแล้วสูญ ไม่มีภพใหม่งั้นหรือ?
หรือคิดว่าตายไปแล้วจะได้ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องกินข้าว
อยู่เป็นผีเฝ้าบ้าน เหาะเหินเดินอากาศได้งั้นหรือ?
ก่อนจะคิดอยากตาย คุณควรจะศึกษาเรื่องชีวิตหลังความตายให้มากพอเสียหน่อยนะคะ
จะได้ไม่อยากอะไรที่ไม่เข้าท่าแบบนี้อีก!
ป๊อปเข้าใจความรู้สึกคุณ ในอดีตป๊อปเองก็เคยคิดอยากตายทุกวัน
และมีความพยายามที่จะรวบรวมความกล้าที่จะฆ่าตัวตายให้ได้มาก่อน
แต่ที่ป๊อปไม่คิดจะทำอีกแม้ว่าบางครั้งป๊อปก็เจอเรื่องราวแย่ ๆ จนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป
ก็เพราะได้ศึกษาเรื่องชีวิตหลังความตายมามากพอสมควร
จึงได้รู้ว่าสิ่งที่เราต้องการที่แท้จริง คือ การดับทุกข์ ต่างหาก
และเหตุที่เราเคยอยากตายเพราะแต่ก่อนเรามองว่าความตายคือการดับทุกข์
ซึ่งความเข้าใจแบบนี้ถือเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างแรง!
จำไว้นะคะ ความตาย ไม่ได้ให้ในสิ่งที่คุณต้องการแน่นอน
ยิ่งอยากตายด้วยความคิดที่โง่เขลาเช่นนี้
ถ้าคุณหลับแล้วตายไปด้วยความคิดแบบนี้จริง ๆ ล่ะก็
รับรองได้เลยว่าคุณจะได้ไปเจอในสิ่งที่แย่ยิ่งกว่าตอนที่คุณยังมีชีวิตอยู่เสียอีก!
หากคุณอยากให้ชีวิตหลังความตายเป็นชีวิตที่ดี คุณจำเป็นต้องศึกษาธรรมะให้มากขึ้น
เพื่อที่อย่างน้อยคุณจะได้รู้ว่า หากคุณต้องการให้ชีวิตหลังความตายเป็นสุคติภูมิ
หรือต้องการยุติการเวียนว่ายตายเกิดของตนเอง คุณจะต้องทำและไม่ทำอะไรบ้าง

ป๊อปคงไม่ลงลึกในเรื่องชีวิตหลังความตายมากกว่านี้นะคะ เดี๋ยวจะดูออกนอกเรื่องไปไกล
หากคุณอยากรู้เรื่องชีวิตหลังความตายเพิ่มเติม
แนะนำให้ลองหาหนังสือชื่อ “จะเชื่อตอนเป็นหรือเห็นตอนตาย” ของคุณณัฐพบธรรมมาลองอ่านดู
(ขณะนี้ยังไม่วางจำหน่าย แต่กำลังจะวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้)
17903940_1373064752758892_2285462910186510922_n

การมีเป้าหมายในชีวิตเป็นเรื่องสำคัญมาก
เพราะในชีวิตคนเรา มีเรื่องให้เหนื่อยให้ท้อกันได้ทุกคน
แต่คนที่มีเป้าหมาย และจริงจังต่อการทำเป้าหมายของตนเองให้สำเร็จ
เขาจะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
หากเขาเจอปัญหา เขาไม่เรียกมันว่าปัญหาด้วยซ้ำ
แต่เขาจะมองหาวิธีการที่จะผ่านพ้นมันไปได้อย่างดีที่สุด
เรื่องบางเรื่องถ้าเขาทำอะไรไม่ได้มาก เพราะอยู่เหนือการควบคุมของเขา
เขาก็จะรู้จักปล่อยวาง และกลับไปจดจ่ออยู่กับการทำเป้าหมายเดิมของเขา
เขาจะขยันอ่านหนังสือ สนใจแต่สิ่งที่ทำให้ชีวิตเกิดการพัฒนา
คบเพื่อนที่ดี ไม่กลัวโดนด่า กล้าขอโทษ และปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นเสมอ

หากวันนี้คุณยังไม่มีเป้าหมาย ป๊อปแนะนำว่าให้รีบมี
เริ่มเขียนเป้าหมายกันวันนี้เลยยิ่งดีค่ะ
หากไม่รู้ว่าจะเขียนอย่างไร
แนะนำให้อ่านบทความอีกบทหนึ่งของป๊อปชื่อ “มาเขียนประวัติชีวิตล่วงหน้ากันเถอะ” ดูนะคะ
(คลิกอ่านได้ที่ตัวหนังสือชื่อเรื่องได้เลยค่ะ)
หากคุณเคยมีเป้าหมาย แต่คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ จึงล้มเลิกความตั้งใจไป
ก็ขอให้ปัดฝุ่นมันขึ้นมาอีกครั้ง
ทุกเป้าหมายเป็นจริงได้ หากเราวางแผนดี และมีวินัยในการลงมือทำ

การที่วันนี้คุณอยากใช้ชีวิตไม่ต่างจากคนเป็นง่อยอย่างที่คุณเล่าให้ป๊อปฟังในคำถามของคุณนี้
คุณควรจะขยะแขยงความคิดแบบนั้นที่คุณเคยคิด แล้วรีบเปลี่ยนความคิดซะนะคะ
คุณมีแขน มีขา สมองก็ไม่พิการ คุณอ่านออกเขียนได้
แต่กลับอยากนอนเฉย ๆ ไปวัน ๆ มันเสียชาติเกิดมาก
ไม่ต้องมาโกรธกันที่ป๊อปวิจารณ์แรงขนาดนี้
ถ้าป๊อปไม่วิจารณ์ตรง ๆ แบบนี้
แล้วเมื่อไหร่คุณถึงจะรู้ตัวว่าคุณประเมินศักยภาพความเป็นมนุษย์ของตัวเองต่ำขนาดไหน!
อย่างที่บอก มนุษย์ทุกคนถูกออกแบบมาให้ประสบความสำเร็จ
คำกล่าวนี้ ป๊อปไม่ได้คิดขึ้นเอง แต่เป็นผลมาจากการวิจัยมนุษย์ที่มีมานานแล้ว

อย่าปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้
ป๊อปเข้าใจว่าชีวิตมันไม่ง่าย แต่มันจะง่ายขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าคุณรู้จักพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

อย่าคิดว่าปัญหาของตัวเองมันหนักเสียจนไม่มีใครเทียมเท่า
ป๊อปอาจมีจะปัญหามากกว่าคุณก็ได้ แต่ป๊อปแค่ไม่มองว่ามันเป็นปัญหาเท่านั้นเอง
อย่าคิดว่าตัวเองเป็นกระจอกงอกง่อย
ไม่ว่าวันนี้คุณจะมีระดับสติปัญญามากน้อยแค่ไหน มันไม่สำคัญ ขอแค่คุณอย่ายอมแพ้
รู้จักเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างคนคุณภาพ
ยิ่งถ้าอยากมีชีวิตเพื่อทำประโยชน์แก่สังคมก็ยิ่งดี
แต่ถ้าไม่อยากทำประโยชน์เพื่อสังคม อย่างน้อยก็แค่ไม่ทำตัวเป็นภาระของใครก็ยังดีค่ะ

คุณเป็นได้มากกว่าที่คุณคิด
อย่าอยากมีชีวิตอย่างกระจอกงอกง่อย น่าสมเพช
เราอยู่บนผืนโลกเดียวกับสัตว์เดรัจฉาน
เราควรจะอยากมีชีวิตประจำวันที่ดีกว่าสัตว์เดรัจฉาน
คือควรจะดีกว่าแค่เกิดมาเพื่อกินอาหาร ขับถ่าย นอนหลับ สืบพันธุ์ และตายไป

ถ้าคุณไม่ชอบงานที่คุณทำอยู่ ก็ลาออกแล้วหางานใหม่ที่คุณรู้สึกอยากทำมากกว่านี้
ถ้ายังไม่พร้อมจะลาออกตอนนี้ ก็ขอให้คุณมีจิตกตัญญูต่องานและนายจ้าง
และตั้งใจทำงาน  อย่างน้อยก็เพื่อตอบแทนที่เขายังจ้างคุณอยู่ทั้งที่คุณไม่ได้อยากทำงานให้เขาเลย
แล้วรีบเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องเงินและความรู้ความสามารถ
เพื่อที่จะย้ายไปทำในงานที่คุณจะรู้สึกกระตือรือร้นในการทำงานได้มากกว่านี้

ท้ายนี้ ขอแนะนำให้คุณลองไปเรียนสัมมนา “Finding Life Purpose &Passion” ดูนะคะ
สอนโดย โค้ชวาส (Vasanth Gopalan) โค้ชและเทรนเนอร์ระดับโลก
ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาสื่อประสาท (Neuro-Linguistic Programming หรือ NLP)
เป็นสัมมนาฟรีตลอด ๓ วัน (มีล่ามแปลไทยบนเวที)
คลิกดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ >>
 www.lpt.co.th/home/event/view/1 ค่ะ
2d21405f13b452e841e873aba7a049dcc2fc9a10
YouTube Preview Image
ป๊อปอยากให้คุณลองไปเรียนในสัมมนานี้ดู เชื่อว่าน่าจะช่วยให้ความรู้สึกแบบนี้ของคุณหายไปได้
เหมือนที่คนหลายหมื่นคนรวมถึงป๊อปด้วยที่ไปมาแล้ว
และเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก
ย้ำอีกครั้งว่า ฟรีตลอด ๓ วัน ยังไงลองคลิกไปเข้าดูรายละเอียดจากลิงค์ที่ให้ไว้ดูนะคะ

หวังว่าทั้งหมดที่ป๊อปตอบมานี้จะช่วยอะไรคุณได้ไม่มากก็น้อยนะคะ
และหวังว่าคุณจะไม่ตีความหมายของทุกตัวอักษรของป๊อปผิดไป
หวังว่าคุณจะเข้าใจในเจตนาดีของป๊อปได้จริง ๆ
ขอให้คุณโชคดีค่ะ

ป๊อป ธิลักษ์ PopTiluck.com

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck

ชีวิตคือวันนี้

YouTube Preview Image

หลวงพ่อปัญญานันทมุนี

11 กุมภาพันธ์ 2558

“…จงเพียรพยายามนำความสงบเย็นสู่ชีวิต โดยไม่ต้องคิดถึงวันพรุ่งนี้มะรืนนี้ ให้วันนี้เป็นวันสงบเย็นของชีวิต เพราะชีวิตจริงๆ ก็คือวันนี้เท่านั้น หากอยู่โดยมีความพอใจ-ไม่พอใจเป็นเป้าหมาย เท่ากับทำร้ายชีวิตทุกนาที…

…ลมหายใจเข้าออกเป็นเพื่อนแท้ของชีวิต เมื่อรู้ลมหายใจ มีสติสัมปชัญญะ ความพอใจ-ไม่พอใจจะไม่มาเล่นงานชีวิตเรา…”

ชีวิตที่ดี

YouTube Preview Image

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี

23 มกราคม 2558

“ชีวิตที่ดี คือ ชีวิตพร้อมยอมรับและเรียนรู้ ทั้งด้านดีและด้านร้าย

คนที่อยากจะรับแต่สิ่งดีๆ จะไม่เติบโตด้านจิตใจ ต้องเวียนมาเกิดซ้ำซากจนกว่าจะเรียนรู้

คนยิ่งเรียกร้องมากก็ยิ่งไม่สมหวัง เพราะโลกนี้ไม่ได้เป็นไปตามใจใคร

แต่เป็นไปตามเหตุและปัจจัย เมื่อเข้าใจโลก ก็จะเข้าใจธรรมในที่สุด

ชีวิตมันง่ายถ้าเราไม่ยึดติด ความเรียบง่ายกับความสุขเป็นพี่น้องกัน

หลายคนอยากได้ความสุขแต่ไม่ยอมล้างกิเลสออกจากใจเสียก่อน

แล้วจะมีความสุขได้อย่างไร…”

“เป้าหมาย”

pic
credit pic: surasaksasabhuri.blogspot.com

สวัสดีปีใหม่ครับคุณผู้อ่านทุกท่าน…
ปีใหม่แล้ว ผมคาดว่าทุกท่านคงมีเป้าหมายใหม่ๆ ในชีวิตเพิ่มขึ้นอีกมากมาย
บ้างก็เริ่มตั้งเป้าที่ใหญ่ขึ้นจากเป้าหมายเดิม
บ้างก็เริ่มสานต่อจากเป้าหมายเดิมให้สำเร็จลุล่วง
บ้างตั้งเป้าหมายใหม่ที่จะทำให้ชีวิตสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
การตั้งเป้าหมายเป็นฟันเฟืองหนึ่งของชีวิตเพื่อการขับเคลื่อนความสำเร็จ
การตั้งเป้าหมายเป็นเคล็ดลับความสำเร็จที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
ผู้ประสบความสำเร็จระดับโลกหลายต่อหลายท่านล้วนเคยเอ่ยถึง

“The danger for most of us is not that our aim is too high and we miss it,
but that it is too low and we reach it.”
อันตรายส่วนใหญ่ของเรา ไม่ใช่ว่าตั้งเป้าหมายสูงเกินไปและทำไม่ได้
แต่เป็นการตั้งเป้าหมายที่ต่ำเกินไปและเราทำได้
คำกล่าวของไมเคิล แองเจโล

“If you think you can, you can.
And if you think you can’t, you’re right.”
หากคุณคิดว่าคุณสามารถทำได้ คุณก็จะทำได้
และถ้าคุณคิดว่าคุณไม่สามารถทำได้ คุณก็คิดถูก
คำกล่าวของเฮนรี ฟอร์ด

แม้แต่พี่สมคิด ลวางกูร นักเขียนระดับประเทศ
ที่มีรากฐานจากความสำเร็จ จากความมุ่งมั่นพยายาม
และการตั้งเป้าหมายที่สูงลิบ…สะท้านสะเทือนแผ่นดิน
หากใครเคยได้อ่านประวัติของท่าน น่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีว่า
ทุกวิธีการของพี่สมคิดแฝงด้วยความมุ่งมั่นเพียงใด
รวมถึงคุณบัณฑิต อึ้งรังษี คนไทยผู้เอาธงชาติไทยโบกสะบัดสู่นานาชาติ
คอนดักเตอร์ระดับโลกยิ่งใหญ่น่าอัศจรรย์ใจให้ต่างชาติต้องรับรู้
เริ่มใช้การตั้งเป้าหมายของชีวิตก่อนเริ่มใช้ชีวิตการทำงานเสียอีก
ณ ขณะนี้เชื่อว่า เป้าหมายที่ท่านเคยตั้งไว้ประสบผลสำเร็จไปทุกข้อแล้วกระมัง
ผมเชื่อว่า ณ ปัจจุบันนี้ ท่านก็คงตั้งเป้าที่ใหญ่ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

จิตใต้สำนึกของคนเราจะบันทึกข้อมูลของเป้าหมายที่เราจดจ้อง
ยิ่งคุณระบุเป้าหมายชีวิตหรือสิ่งที่ต้องการชัดเจนเพียงใด
จิตใต้สำนึกของคุณจะนำทางคุณไปสู่เป้าหมายนั้นอย่างชัดเจน
พลังความนึกคิดจะถูกผลักดันไปสู่พลังแห่งการสร้างความเป็นจริง
เสมือนการยิงจรวดขีปนาวุธ ที่จะสนใจแค่เรื่องการเล็งเป้าแล้วไปให้ถึงเป้าหมาย
แม้ขีปนาวุธนี้จะถูกทำลายด้วยปืนต่อต้านจรวด…เป้าหมายตกร่วงหล่น
แต่หากคุณยังคงไม่ย่อท้อ…ตั้งใจ…เล็งเป้า…ยิง…
สักวันหนึ่งคุณย่อมสามารถทำลายเป้าหมายได้แน่นอน
ห่วงก็แต่ว่าบางท่านจะหมดกำลังใจ
เนื่องด้วยเป้าหมายหลายอย่างยังไม่สำเร็จ
บ้างยังไม่ได้ลงมือทำด้วยเหตุผลนานัปการ
ไม่เป็นไรครับ…เริ่มใหม่…
หากเป้าหมายใดยังไม่ได้ทำก็เริ่มทำเลยในปีนี้
ไม่มีคำว่าสายเกินไปกับเรื่องดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับคุณ
คิดเอาไว้แค่ว่า…หากไม่เริ่มในวันนี้…เหตุการณ์ดีๆ จะไม่มีวันแสดงผลลัพธ์
เริ่มตั้งเป้าหมายดีๆ ในปีนี้…แล้วอย่าลืมลงมือทำตอนนี้
เพื่อสิ่งดีๆ จะเริ่มเห็นผลในเร็ววัน
อย่างน้อย… “ความรู้สึกภูมิใจ” ที่ได้ทำ
อาจทำให้คุณรู้สึกอิ่มเอมและภูมิใจในตัวเอง…แน่นอน

Credit

การให้อภัย คือ ยาสามัญประจำใจ

YouTube Preview Image

พระไพศาล วิสาโล

17 ธันวาคม 2557

“การให้อภัย นำมาซึ่งความสงบ คนที่ไม่รู้จักการให้อภัยจะพบความสงบเย็นในจิตใจได้ยาก

เมื่อใดก็ตามที่เราโกรธ เราผูกจิตพยาบาท จิตใจจะรุ่มร้อน

แต่หากรู้จักให้อภัย ใจเราจะสงบเย็น บาดแผลในใจจะได้รับการเยียวยา

การให้อภัยจึงเป็นยาสามัญประจำใจ

หากไม่มียาชนิดนี้ ใจจะเป็นแผลเหวอะหวะอยู่ตลอดเวลา

การให้อภัยนี้ไม่ใช่แค่ให้อภัยผู้อื่น แต่รวมถึงการให้อภัยตัวเองด้วย…”

พบกับหลากหลายวิธีการสร้างสุขด้วยการสละและการให้ ในธรรมบรรยายฉบับเต็ม

จิตจะใสต้องผ่านการกรอง

YouTube Preview Image

พระไชยา สิริธมฺโม

3 ธันวาคม 2557

น้ำที่ไม่ผ่านเครื่องกรอง ย่อมขุ่นมัวเต็มไปด้วยตะกอนสิ่งสกปรก

เมื่อผ่านเครื่องกรองแล้วจึงใสสะอาดได้

จิตที่ผ่านการกรองเอากิเลสออก ด้วยการหมั่นเพียรรักษาศีล เจริญสมาธิและปัญญา

ให้บริบูรณ์ บริสุทธิ์ มั่นคง จึงจะเป็นจิตที่ผ่องใสบริสุทธิ์ได้


สูตรหยุดความเศร้าแบบปัจจุบันทันด่วน..เพื่อคนอกหักโดยเฉพาะ!!

art_42085875หากใครกำลังมีคำถามทำนองที่ว่า “อกหัก ทำอย่างไรให้หายเจ็บเร็วๆ”

การอ่านบทความนี้ ก็ถือว่ามาถูกที่เหมือนกันนะคะ
ที่แห่งนี้ น่าจะเป็นที่ที่สามารถบอกในบางสิ่งที่คุณอาจจะยังไม่รู้
เกี่ยวกับกระบวนการต่างๆที่ทำให้คุณเป็นแบบนี้
และกระบวนการต่างๆที่จะทำให้คุณดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
ธิลักษ์จะไม่ตอบด้วยคำตอบแบบที่คนอื่นเขาตอบกันแล้ว
แต่จะขอตอบในแบบที่ยังไม่เคยเห็นใครตอบไว้แบบนี้ก็แล้วกันนะคะ

ธิลักษ์เดาว่า อัตราเฉลี่ยของผู้อ่านบทความนี้
ส่วนใหญ่น่าจะอายุไม่ถึง ๓๒
ทำไมน่ะหรือคะ
เพราะคนที่อายุเลย ๓๑ ไม่ค่อยกล้าแสดงความเศร้าให้ใครเห็น โดยเฉพาะเศร้าจากอาการอกหัก
เพราะเขารู้สึกว่าเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว
จะทำตัวอ่อนปวกเปียกก็อายคนที่อายุน้อยกว่าแต่ผ่านเรื่องนี้ได้ดีกว่าเขา เข้มแข็งกว่าเขา
เขาจึงไม่อนุญาตให้ตัวเองเป็นเอามาก หรือเศร้าเกินพอดี
ธิลักษ์กล่าวมาถึงตรงนี้แล้ว
พอจะมีใครเห็นถึงสิ่งที่เป็นปัญหาของตัวเองจริงๆกันบ้างไหมคะเวลาที่ตัวเองอกหัก
มีใครพอจะเริ่มๆรู้ตัวแล้วบ้างไหมว่า เหตุที่ตัวเองยังโศกเศร้าเสียใจอย่างมากมายอยู่นี้
เพราะเราอนุญาตให้ตัวเองหมกมุ่นอยู่กับความเศร้ามากเกินพอดีแค่นั้นเอง
เราอาจไม่รู้ตัวเลยว่า เรามองว่าเราอายุยังไม่ย่างเข้าเลขสามน้ำหน้าเลย
พอเราคิดว่าตัวเราเองอายุยังน้อย การจะทำตัวเปื่อยๆช่วงอกหักน่ะไม่เป็นไรหรอก
เราก็เลยจัดซะเต็มที่
เราอาจไม่รู้ตัวเลยว่า เรากำลังพยายามทำตัวให้น่าสงสารที่สุด
ทั้งที่จริงๆเราจะไม่เป็นถึงขนาดนี้เลย ถ้าไม่ใช่เพราะเราต้องการเรียกร้องความสนอกสนใจจากคนอื่น
เราหลอกตัวเอง โกหกตัวเองไปวันๆ
ปากก็บอกว่าอยากหายเศร้า อยากลืมเขาให้ได้เร็วๆ
แต่ก็ไม่ทำในสิ่งที่จะทำให้เลิกเศร้าได้จริงๆ
ไปทำแต่สิ่งที่ต่อเวลาเศร้าต่อไปให้ยาวนานกว่าที่ควรจะเป็น
หลายคนโทรถามคนนั้นคนนี้ว่าจะทำอย่างไรดี
ย้ำคิด ย้ำพูดแต่สิ่งที่ซ้ำเติมตัวเอง
ต่อให้ได้รับคำแนะนำดีๆมาแล้ว ก็แทบจะไม่ได้ยิน
หรือบอกว่าทำไม่ได้  ข้ออ้างเยอะ หลอกตัวเองล้วนๆ
เห็นด้วยเฉพาะแต่คำแนะนำที่ตัวเองชอบ
ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่คำแนะนำที่ดีจริงๆก็ได้
หรือที่เห็นบ่อยก็คือ ตีความคำแนะนำผิดไป
เช่น ปล่อยให้ตัวเองได้เศร้า ได้อ่อนแอ
ได้ร้องไห้บ้างก็ได้ แต่ก็ควรจะอยู่ในความพอดี
แต่สิ่่งที่เป็นปัญหาสำหรับหลายๆคนคือ ตั้งระดับความพอดีไว้ต่างกัน
คนกำลังอกหัก ฟังแล้วอาจเข้าใจว่า ร้องไห้ได้แต่อยู่ในความพอดีคือ
ร้องไห้ทุกวันทั้งวันเลยก็ได้ แต่ไม่ควรต่อเนื่องกันเกิน ๓ เดือน
ในขณะที่ความพอดีของคนแนะนำคือ
ไม่ควรร้องไห้เกินสัปดาห์ละ ๓ ครั้ง และไม่ควรต่อเนื่องเกิน ๓ สัปดาห์

จากประสบการณ์ และการศึกษาค้นคว้า วิจัย (ไม่ถึงขนาดนั้น ล้อเล่น :D )
ธิลักษ์พบว่า ถ้าเราอนุญาตให้ตัวเองได้เศร้า
กับเรื่องที่เราไม่ควรเสียเวลาไปเศร้าหรือแม้แต่จะไปคิดถึงมันเลยแม้แต่นิดเดียว
ขณะนั้นเรากำลังสูญเสียในหลายๆอย่างไปพร้อมกัน
ที่ไม่ใช่แค่เวลามันมีค่าของเราเท่านั้น
แต่มันอาจจะเป็นทั้งโอกาสดีๆ เพื่อนดีๆ ประสบการณ์ดีๆ ฯลฯ ไปอย่างน่าเสียดาย
และคนที่ยังยอมปล่อยให้ตัวเองได้เศร้าจนถึงขนาดละทิ้งความรับผิดชอบบางอย่างของตัวเองไปเลย
วันๆเอาแต่ย้ำคิดถึงเรื่องเศร้าของตัวเองนั้น ขณะนั้นเขากำลังเห็นแก่ตัวกับใครบางคน (อย่างน้อย ๑ คน) อยู่
และได้เลือกที่จะทำตัวเองให้เป็นภาระ แทนที่จะเป็นผู้ช่วยเหลือ
ที่กล่าวแบบนี้ไม่ได้แรงไปเลยค่ะ คุณลองคิดตามดูดีๆนะคะ
สมมติว่าธิลักษ์เพิ่งอกหัก แต่ได้รับอีเมลล์คำถามจากผู้อ่านที่ชีวิตเขากำลังแย่อยู่
อาจจะกำลังถูกใครบังคับให้ไปทำแท้ง กำลังต้องการธิลักษ์เป็นที่พึ่ง ให้ช่วยเจรจากับทางผู้ใหญ่ให้
แต่ธิลักษ์ไม่ตอบเมลล์นั้น เพราะกำลังสนใจแต่เรื่องของตัวเองอยู่
เวลานั้นก็อาจจะมีคนต้องตายเพราะความเห็นแก่ตัวของธิลักษ์
ที่เอาแต่สนใจตัวเองจนไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปช่วย

บุคคลระดับโลกหลายท่านสอนให้ธิลักษ์รู้ว่า “คนเราควรมีภารกิจของชีวิต”
ควรเลือกที่จะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่สุด
ถ้าเรามีภารกิจของชีวิตที่จะช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่่สุด
และแน่วแน่ในภารกิจของตัวเองจริงๆ

ความเศร้าจะทำอะไรเราไม่ได้นาน
จงคิดให้เหมือนกับว่า วันนี้ชีวิตของคนทั้งโลกอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของเรา
แล้วเราจะยังไหวเสมอไม่ว่าเราจะเจอปัญหารุมเร้าแค่ไหนก็ตาม

จำไว้นะคะ คุณจะเลิกเศร้ากับเรื่องเมื่อวานนี้ในทันทีที่คุณตัดสินใจที่จะยิ้ม
แล้วบอกตัวเองใหม่ว่า “ต่อไปนี้ ฉันจะ Happy แล้วนะ!”
ลืมๆไปเถอะ สูตรเดิมๆที่ใครเขาบอกว่า มันต้องใช้เวลาน่ะ
เชื่ออย่างไหน เป็นอย่างนั้นค่ะ
ถ้าเชื่อใหม่ว่า มันไม่ต้องใช้เวลาแล้ว มันก็หายได้เดี๋ยวนี้แหละ
และธิลักษ์ขอแนะนำให้คุณตัดสินใจเลิกเศร้าเดี๋ยวนี้เลย
นับแต่วินาทีนี้ไป เลิกพูดถึงเขา งดฟังเพลงเศร้า
ตื่นเช้ามา ยิ้มให้กับตัวเอง เลิกนั่งห่อไหล่ ให้นั่งหลังตรง
ทำตัวให้กระฉับกระเฉง อย่ามีอิริยาบถเหมือนคนเศร้า
เลือกเสพแต่สิ่งที่สร้างสรรค์ และก่อให้เกิดการพัฒนา
ถ้าหัวมันเผลอคิดถึงเขา ก็ให้รู้ทัน ตั้งสติแล้วอย่าตาม เปลี่ยนเรื่องคิดไปเลย
ถ้าคุณเอาจริง ทำจริง ธิลักษ์ขอรับรองว่า คุณจะหายเจ็บเร็วขึ้นมาก
ขอให้ทำจริงเถอะ มันได้ผลกับทุกคนแหละ อยู่ที่ว่าจะทำหรือเปล่าเท่านั้นเอง

แต่หากจะมีบางรายที่อ่านแล้วรู้สึกไม่เข้าใจว่าวิธีนี้จะได้ผลได้อย่างไร
ธิลักษ์บอกไว้แบบนี้ก็แล้วกันนะคะ ถ้าคุณยังไม่ลองทำอย่างจริงจัง
หรือไม่เชื่อเพราะวิธีการนี้มันไม่ถูกใจคุณ หรืออะไรก็แล้วแต่
แต่บทความนี้จะยังล่องลอยอยู่บนโลกใบนี้
ให้คุณได้กลับมาอ่านจากทุกที่ทั่วโลก ทันทีที่คุณท่องโลกอินเตอร์เน็ตอีกครั้ง
ถ้าวันนี้คุณยังไม่เข้าใจ ไม่เป็นไรค่ะ
ในวันไหนที่ใจคุณพร้อมจริงๆ  คุณจะเข้าใจได้เอง

ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีค่ะ :)
ด้วยรัก…เหมือนเดิมนะคะ ;)

_____________________________________________________________________
อ่านแล้วชอบใจไปรู้จักกันต่อได้ที่แฟนเพจ >> www.facebook.com/tiluck นะคะ ^_^
และติดตามอ่านบทความแนวอื่น ๆ ของป๊อปได้ที่ www.PopTiluck.com
และ www.LetMeHelpYouThailand.com ค่ะ
หากต้องการฝากคำถามหรือแนะนำติชม สามารถส่งมาได้ที่ contact@poptiluck.com
หรือพิมพ์แจ้งไว้ที่คอมเมนท์ทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

footer_tiluck

เพียงลมหายใจ…

great

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปงานฌาปนกิจศพ
ของอาจารย์ท่านหนึ่งที่เคยอบรมสั่งสอนผม
ในงานมีดอกไม้สวยงามมากมายกระจายกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่ว
แต่แฝงด้วยความรู้สึกโศกเศร้าและความน่าเสียดาย
กับการจากไปของบุคลากรระดับประเทศอย่างท่านอาจารย์
ญาติธรรมที่มาร่วมงานแต่ละท่านล้วนเป็นบุคลากรระดับสูง
ที่ปัจจุบันทำงานให้กับส่วนงานรัฐบาล
รวมถึงองค์กรเอกชนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ
อีกทั้งยังมีการได้รับพระราชทานเพลิงศพ
ช่างยิ่งใหญ่และแฝงด้วยข้อคิดทางสัจธรรม
วินาทีแรกที่ผมได้รับรู้ข่าวถึงการจากไปของท่านอาจารย์
ผมถึงกับตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหัน
ท่านอาจารย์เดินทางไปต่างประเทศกับครอบครัวแล้วเกิดอุบัติเหตุ
ผู้คนในงานล้วนกล่าวถึงท่านอาจารย์ผู้นี้ว่า…
ได้ทำคุณประโยชน์มากมายหลายประการให้กับทางมหาวิทยาลัย
เช่น ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาที่ได้ร่วมร่ำเรียนวิชากับท่าน
ไม่เพียงเท่านั้น ท่านยังแผ่ขยายแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนร่วมงานทุกคนที่อยู่รอบตัว
คุณูปการมากมายเมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตได้สื่อผ่าน “ข้อความไว้อาลัย” ที่กล่าวในงาน
ความรู้สึกของคราบน้ำตาอาจมิใช่เกิดจากความ “เสียใจ”
แต่อาจเกิดจากความเสียดายที่ “สูญเสีย”
อาจเป็นความ “เสียดาย” ที่ได้ “สูญเสีย” คนดีๆ ไปอย่างรวดเร็วไม่ทันได้ตั้งตัว
มีคนเคยบอกผมว่า

หลายคนละเลยสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตไป…
วิ่งหาสิ่งที่คิดว่าสำคัญ…ไฉนเลยไม่เห็นสิ่งสำคัญที่อยู่ใกล้ที่สุด…
ที่เรียกว่า ลมหายใจ

ข้อความนี้เป็นประโยคความคิดที่อาจต้องตีความ
เพราะชีวิตล้วนต้องตีความและหาเป้าหมายถึงความสำคัญของการมีชีวิต
เมื่อขณะที่คุณกำลังมีชีวิต…ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้
หลายสิ่ง…หลายอย่าง…คุณอาจไม่เห็นคุณค่าของสิ่งรอบตัว
คุณอาจไม่สังเกตเห็นว่า มีผู้คนมากมายรอคอยความช่วยเหลือจากคุณอยู่
คุณอาจไม่สังเกตเห็นว่า มีคนที่รักคุณรอคอยคุณ…อยู่ที่บ้าน
ทั้งๆ ที่ตัวคุณเองนั่นแหละ…
ที่พยายามออกไปตามหาคนที่เขาไม่ได้รักคุณ…ที่อยู่นอกบ้าน
คุณอาจกำลังตั้งใจทุ่มเทหาเงินทอง สิ่งของเครื่องใช้มากมายมาประดับประดาชีวิต
บ้างให้ตัวเอง…บ้างก็ให้คนที่คุณรักด้วย
หวังว่าเขาจะรู้สึกยินดีกับสิ่งเหล่านั้นที่คุณได้มอบให้…
แต่คุณเคยถามเขาบ้างไหมว่า เขาต้องการสิ่งของเหล่านั้น…
หรือต้องการเพียงแค่ลมหายใจของคุณที่ได้อยู่ใกล้กันกับพวกเขา…คนที่เขารักคุณ
คนเราเกิดมาเพื่อทำประโยชน์หรือช่วยเหลือผู้คนรอบตัว
มากกว่าแค่คิดจะช่วยเหลือแค่ตัวเอง
และผู้คนจะจดจำคุณแบบไหน
ขึ้นอยู่กับว่า ตอนที่คุณมีชีวิตอยู่ คุณได้ทำสิ่งใดต่อผู้คนอื่นรอบตัวบ้าง
หากขณะที่คุณยังหายใจ…ยังมีชีวิตอยู่
คุณล้วนแต่ทำสิ่งที่เลวร้ายกับผู้คนรอบข้าง…กับสังคม
เมื่อคุณจากไป…ผู้คนย่อมพูดแต่สิ่งที่คุณทำเรื่องไม่ดี…ตราบเท่าที่เขาจะจำกันได้
หากคุณทำเรื่องที่เป็นประโยชน์…มอบความช่วยเหลือแก่ผู้คนเมื่อคุณยังมีชีวิต
ผู้คนย่อมพูดถึงคุณแต่เรื่องราวดีงามของคุณและเรื่องราวดีๆ ที่คุณเคยทำ
วันนั้นจะเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อวันที่คุณจากโลกนี้ไป
ผู้คนจะพูดถึงคุณเช่นไร ขึ้นอยู่กับลมหายใจปัจจุบัน

เพียงลมหายใจ…

Credit

ความรักกับพรหมวิหาร 4

clip_image002_0000ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามและจรรโลงหัวใจให้พองโต
เปรียบเสมือนลูกโป่งสีชมพูมีลมอัดแน่น
เป่าลมอณูรักที่หอมหวานจากคนสองคน…
รักคือสิ่งประเสริฐ…รักมีความล้ำเลิศด้วยตนเอง
รักคือสิ่งสวยงาม…รักสร้างความหวังให้ผู้อื่น
รักคือตัวตน…ที่จะสร้างสรรค์อนาคตให้กับผู้สิ้นหวัง
ความรัก บางทีเกิดขึ้นในขณะที่เราไม่รู้ตัว…
และอาจจากเราไปแบบไม่ทันบอกลาด้วยซ้ำ
หากเปรียบความรัก คงเป็นพลังด้านบวก
สร้างพลังที่ทำให้เรารู้สึกสว่างสดใส อิ่มเอมด้วยสีชมพู
ที่ผู้คนมากมายเปรียบความรักเป็นสีชมพู
ในความเห็นของผมคิดว่า
สีชมพูให้ความรู้สึกถึงความหอมหวาน ทำให้หลายคนอยากลิ้มลอง
บางครั้ง “ความรัก” มิได้หอมหวานอย่างที่หลายคนคิด
บ้างเจอความช้ำ…บางผิดหวังจากคนที่คุณรักและโทษว่า ผิดที่รัก
ซึ่งความรักเองมิได้เคยทำร้ายผู้คนอย่างที่หลายคนได้กล่าวโทษกัน
ตัวเราเองต่างหากที่ทำร้ายความรู้สึกของตัวเราเองรวมถึงคนรอบข้าง
พรหมวิหาร 4 คือทางออกของปัญหาในมุมมองของผม
ที่นำพาไปสู่ปัญญาในการยืนหยัดรักษาความรักให้ดีงาม ยั่งยืน และมีความสุข
เมตตา คือ ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับความสุข
กรุณา คือ ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
มุทิตา คือ ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี
อุเบกขา คือ การวางเฉย
หากคุณเข้าใจความรักและเรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง
คุณจะมีความสุขและไม่ต้องโทษความรักอีกต่อไป
คุณจะเข้าใจว่า ความรักไม่ใช่มีเพียง คู่หนุ่มสาว แต่ยังมี คู่ผู้เฒ่าผู้แก่
ความรักของครอบครัว ความรักแบบพี่น้อง ความรักแบบเพื่อนฝูง
ความรักแบบมนุษย์กับสรรพสัตว์ ความรักแบบการเคารพซึ่งกันและกัน
คนเราอาจมีความรักที่สวยงามได้…
เกิดจากความปรารถนาดี อยากให้ผู้อื่นได้รับความสุข
แล้วจึงเกิดการกระทำเพื่อให้คนผู้นั้นได้รับความสุข
พ้นจากความทุกข์ที่คนคนหนึ่งประสบพบเจออยู่
บ้างเป็นสภาวะทางร่างกายที่ทนทุกข์เพราะความเจ็บป่วย
บ้างเป็นสภาวะทางจิตใจที่ย่ำแย่จากชีวิต
หลายกรณี จากความหวังดีแปรเปลี่ยนเป็นความหวังร้าย
ดังเช่นกรณีตัวอย่างของครอบครัวหนึ่ง ที่พยายามสั่งสอนลูกด้วยจิตที่หวังดี
คาดหวังให้ลูกเป็นคนดีต่อสังคมและดูแลตัวเองได้
จึงใช้การสอนสั่งด้วยการดุว่าหรือทุบตี
เนื่องจากผิดหวังจากการสอนสั่งในบางครา
ด้วยการแสดงออกประเภทนี้เอง
เมื่อขาดอุเบกขาคือความเป็นกลาง และความเข้าใจว่า “มันเป็นเช่นนั้นแล”
ทำให้หัวจิตหัวใจมิอาจดึงดันต่อสภาวะความโกรธเกรี้ยวได้
ผลลัพธ์จึงออกมากลับกัน จากดีกลายเป็นร้าย
สำหรับคู่รักบางคู่ ที่มุ่งหวังอยากครอบครองมากเกินไปจนเกินความพอดี
อาจสร้างความหมางเมินกันและขาดความเข้าใจอะไรบางอย่าง
ดังนั้น ความรักหากขาดพรหมวิหาร 4 ก็ยากจะยืนยงคงอยู่ไปได้นานเช่นนั้นแล

Credit